Free Law Free Land

Free Law Free Land Consultation resolving all litigation would arise.

14/02/2026
ปัญหาประเทศไทยวันนี้ ไม่ได้เกิดจากประชาชนแต่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่สืบทอดอำนาจรัฐประหารรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้ ส.ว....
15/12/2025

ปัญหาประเทศไทยวันนี้ ไม่ได้เกิดจากประชาชน
แต่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่สืบทอดอำนาจรัฐประหาร

รัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้ ส.ว. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรี
คือจุดเริ่มต้นของความเสียหายทั้งหมด

👉 คนที่ชนะการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นนายก
👉 คนที่มีความสามารถ ถูกกีดกันออกจากอำนาจ
👉 ประเทศได้ผู้นำที่ไม่มีความชอบธรรม และตัดสินใจผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากวันนั้นนายกรัฐมนตรีชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ประเทศไทยอาจไม่ต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ
ไม่ต้องเสียศักดิ์ศรีบนเวทีโลก
และอาจไม่ต้องสูญเสียชีวิตทหารจากความขัดแย้งที่ควรแก้ด้วยการทูต

แต่วันนี้ เรากลับได้รัฐบาลที่
❌ ใช้อำนาจเพื่อปกป้องตนเอง
❌ ใช้ชาตินิยมเป็นเครื่องมือทางการเมือง
❌ เตรียมใช้เงินมหาศาลเพื่อสืบทอดอำนาจในการเลือกตั้งครั้งหน้า
แทนที่จะใช้พลังไปแก้ปัญหาประเทศ

ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นผลโดยตรงจากรัฐธรรมนูญ 2560
ที่ทำให้ “อำนาจอยู่เหนือเสียงประชาชน”

หากไม่แก้รัฐธรรมนูญ
ประเทศจะวนลูปเดิม
เสียโอกาส เสียคน เสียอนาคต

การเมืองที่ดี ต้องเริ่มจาก
👉 นายกต้องมาจากเสียงประชาชน
👉 อำนาจต้องตรวจสอบได้
👉 ประเทศต้องมาก่อนการปกป้องความผิดของใครบางคน

ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องมีรัฐธรรมนูญของประชาชนจริงๆ

การเลือกตั้งไม่ใช่ของศาลสิทธิทางการเมืองไม่ใช่ขององค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชนถ้านักการเมืองทำผิดจริยธรรมให้ประชาชนเป็นคนต...
14/12/2025

การเลือกตั้งไม่ใช่ของศาล
สิทธิทางการเมืองไม่ใช่ขององค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชน

ถ้านักการเมืองทำผิดจริยธรรม
ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน
ผ่านคูหาเลือกตั้ง

ประชาธิปไตยไม่กลัวการตัดสินใจของประชาชน
มีแต่เผด็จการเท่านั้นที่กลัว

ถึงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ
คืนอำนาจอธิปไตยให้เจ้าของที่แท้จริง
คือประชาชน

ปัญหาการเมืองไทยไม่ใช่ “ประชาชนเลือกผิด”
แต่คือ “ประชาชนถูกยึดสิทธิในการเลือก”

การตัดสิทธิ์ทางการเมืองจาก
– คดีการเมือง
– คดีจริยธรรม
– การยุบพรรค

คือการใช้ศาลแทนประชาชน
ทั้งที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน

จริยธรรมไม่ควรถูกใช้เป็นอาวุธ
ความคิดไม่ใช่อาชญากรรม

ถ้าคนไหนไม่ดี
ให้ประชาชนไม่เลือกเขาเอง

ไม่ใช่ให้ศาลตัดสิทธิ์แทนประชาชน

ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ
1. ยกเลิกการตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคดีการเมืองและคดีจริยธรรม
2. จำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ลิดรอนสิทธิเลือกตั้งของประชาชน
3. คืนสิทธิทางการเมืองให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการยุบพรรค

ประชาธิปไตยต้องเชื่อมั่นประชาชน
ไม่ใช่ควบคุมประชาชน



② ร่างข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ระบุมาตรา)

หมายเหตุ: เป็น “ร่างเชิงหลักการ” ใช้ยื่น–สื่อ–อภิปรายได้
สามารถปรับเลขมาตราให้ตรงรัฐธรรมนูญปัจจุบันในขั้นทางการ



✍️ (1) แก้ไขเรื่องอำนาจอธิปไตย

แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3

เดิม

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

เสนอแก้ไขเพิ่มวรรคสอง

การใช้อำนาจอธิปไตยต้องไม่เป็นการลิดรอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิทางการเมืองของประชาชน เว้นแต่ในกรณีความผิดอาญาร้ายแรงตามที่กฎหมายบัญญัติอย่างชัดแจ้ง



✍️ (2) แก้ไขอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

แก้ไข มาตรา 210 (อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ)

เพิ่มวรรคใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอน หรือตัดสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคล เว้นแต่เป็นผลจากคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือกตั้งโดยตรง



✍️ (3) ยกเลิกการตัดสิทธิ์จากคดีจริยธรรม

เพิ่มมาตราใหม่ (เช่น มาตรา 219/1)

การฝ่าฝืนหรือถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ไม่อาจเป็นเหตุให้ตัดสิทธิเลือกตั้ง สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือสิทธิในการจัดตั้งหรือบริหารพรรคการเมือง

การพิจารณาความเหมาะสมทางจริยธรรมให้เป็นอำนาจของประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้ง



✍️ (4) ยกเลิกผลของการยุบพรรคที่ตัดสิทธิ์บุคคล

แก้ไขมาตราเกี่ยวกับพรรคการเมือง

เพิ่มวรรค

การยุบพรรคการเมืองไม่อาจมีผลเป็นการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค หรือบุคคลใด เว้นแต่บุคคลนั้นจะถูกพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาร้ายแรง



✍️ (5) บทเฉพาะกาล – คืนสิทธิทางการเมือง

เพิ่มบทเฉพาะกาล

ให้เพิกถอนผลของคำสั่งหรือคำวินิจฉัยใด ๆ ที่ตัดสิทธิทางการเมืองจากคดีการเมือง คดีจริยธรรม หรือการยุบพรรคการเมืองก่อนวันที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้ใช้บังคับ

ให้บุคคลดังกล่าวกลับมามีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยสมบูรณ์

② ร่างข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เพิ่มประเด็น “ยุบพรรค”)

ใช้เป็น ร่างเชิงหลักการ สำหรับสื่อ / เวทีสาธารณะ / ยื่นเชิงนโยบาย



✍️ (1) หลักการแข่งขันของพรรคการเมือง

เพิ่มมาตราใหม่ (เช่น มาตรา 45/1)

พรรคการเมืองเป็นกลไกพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย
ต้องได้รับการคุ้มครองให้สามารถแข่งขัน เสนอแนวนโยบาย และดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างเสรีและเป็นธรรม

การจำกัดหรือยุติบทบาทของพรรคการเมืองต้องกระทำได้เฉพาะในกรณีความผิดอาญาร้ายแรงเท่านั้น และต้องไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชนในการเลือกพรรคการเมือง



✍️ (2) ยกเลิกอำนาจ “ยุบพรรค”

แก้ไขมาตราเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญและพรรคการเมือง

เพิ่มวรรคชัดเจน

ศาลหรือองค์กรใดไม่มีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมือง
เนื่องจากการยุบพรรคการเมืองเป็นการกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของประชาชน ซึ่งต้องเป็นสิทธิของประชาชนในการตัดสินผ่านกระบวนการเลือกตั้งเท่านั้น



✍️ (3) หลักแยก “ยุติธรรม” ออกจาก “อธิปไตย”

เพิ่มมาตราใหม่

การดำเนินการทางการเมือง การเสนอความคิดเห็น นโยบาย หรืออุดมการณ์
ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาหรือแพ่ง
และไม่อาจนำมาเป็นเหตุจำกัดสิทธิทางการเมืองของบุคคลหรือพรรคการเมืองได้

เว้นแต่มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรง



✍️ (4) บทเฉพาะกาล (เพิ่มเติมจากเดิม)

ให้เพิกถอนผลของการยุบพรรคการเมืองในอดีต
และการตัดสิทธิ์ทางการเมืองที่เกิดจากการยุบพรรคดังกล่าว

ให้สิทธิในการจัดตั้งพรรค การดำรงตำแหน่ง และการแข่งขันทางการเมือง
กลับคืนสู่ประชาชนโดยสมบูรณ์

การเมืองไม่ใช่อาชญากรรมจริยธรรมไม่ใช่อาวุธศาลไม่ใช่เจ้าของอำนาจอธิปไตยประชาชนต่างหากคือผู้ตัดสินว่าใครควรได้ไปต่อการเอาผ...
14/12/2025

การเมืองไม่ใช่อาชญากรรม
จริยธรรมไม่ใช่อาวุธ
ศาลไม่ใช่เจ้าของอำนาจอธิปไตย

ประชาชนต่างหาก
คือผู้ตัดสินว่าใครควรได้ไปต่อ

การเอาผิดเชิงหลักการ (ไม่ใช่การแก้แค้น)

⚖️ 1 ทางกฎหมายระหว่างประเทศ
• ร้องเรียนต่อ
• UN Special Rapporteur
• ICCPR Committee
• ชี้ว่าเป็นการละเมิด
• สิทธิเลือกตั้ง
• เสรีภาพทางการเมือง
• หลัก Rule of Law

⚖️ 2 ทางประวัติศาสตร์การเมือง
• บันทึกความจริง
• เปิดเผยโครงสร้างอำนาจ
• ให้สังคมตัดสินในระยะยาว

ประชาธิปไตยไม่ได้เอาคืน
แต่ทำให้อำนาจที่ผิด
“ไม่มีที่ยืนในอนาคต”

ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยุติการ “ตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคดีการเมืองและคดีจริยธรรม”และคืนอำนาจการตัดสินให้ประชาชน1️⃣ ห...
14/12/2025

ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เพื่อยุติการ “ตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคดีการเมืองและคดีจริยธรรม”

และคืนอำนาจการตัดสินให้ประชาชน

1️⃣ หลักการพื้นฐาน (Principle)

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
ตามหลักประชาธิปไตยสากล

ประชาชนคือผู้ให้ความชอบธรรม
ไม่ใช่ศาลหรือองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

การตัดสิทธิ์ทางการเมือง
= การยึดอำนาจตัดสินใจของประชาชน
= การลิดรอนสิทธิเลือกตั้งโดยทางอ้อม



2️⃣ ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบปัจจุบัน

🔴 2.1 ศาลใช้อำนาจ “แทนประชาชน”
• การตัดสิทธิ์ทางการเมือง
→ ทำให้ประชาชน ไม่มีสิทธิเลือกแม้ต้องการเลือก
• เป็นการใช้อำนาจเหนือเจตจำนงของประชาชน

🔴 2.2 “จริยธรรม” ถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมือง
• นิยามกว้าง คลุมเครือ ตีความได้ตามอำนาจ
• ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
• ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน
• เปิดช่อง อำนาจไร้ขีดจำกัด

🔴 2.3 คดีการเมือง ≠ คดีอาญา
• การแสดงออก ความคิด นโยบาย
ไม่ควรถูกแปลงเป็นโทษทางการเมือง
• การเลือกตั้งควรเป็นกลไกตรวจสอบหลัก
ไม่ใช่ศาล



3️⃣ หลักการประชาธิปไตยที่ต้องยึดถือ

✅ 3 หลักใหญ่
1. ประชาชนเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย
2. ศาลไม่มีอำนาจยึดสิทธิเลือกตั้งของประชาชน
3. ความผิดทางการเมือง ≠ ความผิดอาญา



4️⃣ แนวทางเสนอ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ”

🟢 4.1 ยกเลิกบทบัญญัติที่ให้อำนาจตัดสิทธิ์ทางการเมือง

เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้
• ❌ ยกเลิกการตัดสิทธิ์ทางการเมือง
จาก
• คดียุบพรรค
• คดีจริยธรรม
• คดีทางการเมืองที่ไม่ใช่อาญาร้ายแรง

👉 เหลือเพียงโทษทางการบริหาร
เช่น พ้นตำแหน่งเฉพาะกรณี ไม่ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง



🟢 4.2 จำกัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ
• ศาลมีอำนาจวินิจฉัย “สถานะตำแหน่ง”
• ไม่มีอำนาจลบสิทธิของประชาชนในอนาคต
• ห้ามใช้คำวินิจฉัยย้อนหลังหรือครอบคลุมสิทธิเลือกตั้ง



🟢 4.3 แยก “จริยธรรม” ออกจาก “สิทธิทางการเมือง”
• จริยธรรม = ความเห็นของสังคม
• การตัดสินใจ = ให้ประชาชนตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง
• ไม่ใช้จริยธรรมเป็นโทษทางการเมือง



🟢 4.4 หลัก “อภัยโทษทางการเมือง” (Political Amnesty)

เสนอให้มีบทเฉพาะกาล
• ยกเลิกผลของคำสั่ง/คำพิพากษา
ที่ตัดสิทธิ์จากคดีการเมืองในอดีต
• คืนสิทธิสมัคร–เลือกตั้งให้ทุกคน
• ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใหม่

การเมืองไม่ใช่อาชญากรรมอธิปไตยไม่ใช่ของศาลประชาชนต้องเป็นคนเลือกเองการตัดสิทธิเลือกตั้งและการยุบพรรคการเมืองคือเรื่องเดี...
14/12/2025

การเมืองไม่ใช่อาชญากรรม
อธิปไตยไม่ใช่ของศาล
ประชาชนต้องเป็นคนเลือกเอง

การตัดสิทธิเลือกตั้ง
และการยุบพรรคการเมือง
คือเรื่องเดียวกัน

เพราะทั้งสองอย่างคือ
การยึดอำนาจตัดสินใจจากประชาชน

การเมืองไม่ใช่อาชญากรรม
จริยธรรมไม่ใช่อาวุธ
พรรคการเมืองไม่ใช่ศัตรูของรัฐ

พรรคการเมืองต้องแข่งขันกัน
ประชาชนถึงได้ประโยชน์
พรรคต้องเข้มแข็ง
ประชาธิปไตยถึงพัฒนาที่ยั่งยืน

การยุบพรรค
ไม่ใช่อาญา
ไม่ใช่แพ่ง

แต่มันคือ
อำนาจอธิปไตยของประชาชน

ศาลไม่ควรมีสิทธิ
ยึดอำนาจนั้นจากประชาชน

ประเด็นเสริม: การตีความที่เสมือน “การวางกับดัก” ให้จำเลยต้องรับโทษเพิ่ม • การที่มีคำสั่งหรือแนววินิจฉัยให้ถือว่าจำเลยเป็...
11/09/2025

ประเด็นเสริม: การตีความที่เสมือน “การวางกับดัก” ให้จำเลยต้องรับโทษเพิ่ม
• การที่มีคำสั่งหรือแนววินิจฉัยให้ถือว่าจำเลยเป็น “ผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ” ในการย้ายตัวออกจากเรือนจำไปโรงพยาบาลที่ดีกว่า ทำให้เกิดผลทางกฎหมายคือ การนับโทษใหม่ และจำเลยต้องถูกจำกัดเสรีภาพเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี ทั้งที่ได้ถูกกักขังอยู่ในสภาพไร้อิสระภาพแล้ว
• ลักษณะของคำวินิจฉัยเช่นนี้ เสมือนเป็นการ เปิดช่องให้เกิดการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐตามมาตรา 157 ต่อเนื่อง ทั้งใน ป.ป.ช. หรือศาลยุติธรรม โดยมีความเสี่ยงว่าจำเลยจะถูกกล่าวหาว่า มีส่วนสนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
• ผลคือจำเลยอาจถูกลงโทษซ้ำซ้อน (double jeopardy in effect) ทั้งในแง่การนับโทษจำคุก และการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุน ทั้งที่โดยหลักกฎหมายแล้ว การบังคับโทษและการย้ายตัวผู้ต้องขังอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
• ข้อเท็จจริงคือ มนุษย์ย่อมมีสิทธิและสัญชาตญาณใฝ่หาสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในภาวะไร้เสรีภาพ การยอมรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่เหมาะสมจึงเป็นการใช้สิทธิตามธรรมชาติ มิใช่การกระทำที่ควรถูกตีความเป็นเจตนาสนับสนุนการกระทำผิด
• การตีความเช่นนี้จึงเป็นการสร้าง “กับระเบิดทางกฎหมาย” (legal trap) ที่วางไว้ให้จำเลยต้องรับโทษเพิ่มโดยไม่ชอบ และไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายอาญาและหลักมนุษยธรรม



👉 สรุป: การผลักภาระความรับผิดจากรัฐไปยังตัวจำเลย โดยตีความให้เป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ขัดต่อหลักการนับโทษตามความเป็นจริงแห่งการถูกพรากเสรีภาพ (deprivation of liberty) และเป็นการบิดเบือนหน้าที่ของรัฐในการบังคับโทษให้กลายเป็นภาระของจำเลยเอง

ประเด็น: ความเสี่ยงถูกซ้ำโทษในฐานะ “ผู้สนับสนุน”
• การตีความว่าจำเลยมีส่วน สนับสนุนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ในการย้ายออกจากเรือนจำไปโรงพยาบาล อาจนำไปสู่ การฟ้องร้องคดีใหม่ ว่ามีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดหน้าที่ (มาตรา 157 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง)
• ผลคือจำเลยไม่เพียงแต่ถูกนับโทษจำคุกใหม่ (ทำให้สูญเสียเวลาแห่งการถูกควบคุมเสรีภาพไปโดยเปล่าประโยชน์) แต่ยังเสี่ยงที่จะต้อง รับโทษคดีใหม่ ซึ่งเป็นการลงโทษซ้ำซ้อนทั้งในทางปฏิบัติและทางหลักการ (double punishment)
• การผลักภาระเช่นนี้เป็นการบิดเบือนหลักการสำคัญของกฎหมายอาญา เพราะ หน้าที่บังคับโทษและการพิจารณาความเหมาะสมในการย้ายตัวผู้ต้องขัง เป็นของรัฐและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มิใช่ของจำเลย
• หากยอมรับแนวตีความดังกล่าว จะเท่ากับว่า จำเลยถูกวางกับดักให้กลายเป็นผู้กระทำผิดคดีใหม่ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วจำเลยมีเพียงสัญชาตญาณดิ้นรนหาสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในภาวะไร้อิสระภาพ



👉 สรุป: การนับโทษใหม่และการชี้ว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐเท่ากับเป็น การซ้ำโทษทางกฎหมาย ที่ไร้หลักฐานและขัดต่อทั้งหลัก deprivation of liberty และหลักมนุษยธรรม

ที่อยู่

175 Patanakarn 48 Suanluang
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

+66819311029

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Free Law Free Landผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Free Law Free Land:

แชร์