22/06/2026
เสน่ห์ของ “ทนายใหม่” ที่ไม่มีใน “ทนายเก่า”
ทนายความใหม่หลายคนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถ หรือบุคลิกภาพภายนอกที่จะสร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกความ จนบางครั้งนำไปสู่การหยิบยื่นคำสอนแบบผิดๆ ที่เน้นการสร้าง “ภาพลักษณ์ภายนอก” มากกว่าการสร้าง “คุณภาพจากภายใน”
ยกตัวอย่างเช่น การพยายามไว้หนวดเครา โดยคิดว่าจะช่วยทำให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือในสายตาลูกความ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวนอกจากจะผิดแล้ว ยังอาจเป็นการทำลายภาพลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวของการเป็นทนายความรุ่นใหม่ไปด้วย
ส่วนตัวผมกลับชอบช่วงแรกของการเป็นทนายความ มาก เพราะการมีบุคลิกภาพที่ดี แถบเสื้อครุยที่สะอาดเรียบร้อย ตัดผมและโกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา ดูสะอาดตา เป็นเรื่องดีและสิ่งสำคัญ และเรื่องนี้จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามประเมินเราต่ำลง มองเราใสๆ ซึ่งจะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น และยิ่งฝ่ายตรงข้ามประเมินเราต่ำเท่าไร เรายิ่งได้เปรียบในการทำคดีมากเท่านั้น
นอกเหนือจากความได้เปรียบในเชิงจิตวิทยาแล้ว การเป็นทนายใหม่ยังมีเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งคือ “ทุกครั้งที่เราทำหน้าที่ออกมาได้อย่างดี เรามักจะได้รับกำลังใจและคำชื่นชมจากผู้พิพากษาหรือทนายความฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ”
ผมเองเวลาทำหน้าที่ในศาล ก็มักจะได้รับคำชื่นชมจากผู้พิพากษาเจ้าของคดีและทนายความฝ่ายตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง นี่แหละครับคือ เสน่ห์ของการเป็นทนายใหม่ เพราะในสายตาของผู้ใหญ่ ท่านมองเราด้วยความเอ็นดูและพร้อมจะให้กำลังใจเสมอเมื่อเห็นความตั้งใจจริง
ล่าสุดวันนี้ ผมได้ทำหน้าที่ทนายจำเลยในคดีอาญาที่ศาลแขวงพระนครเหนือ หลังจากที่ทำหน้าที่ถามค้านพยานเสร็จสิ้น และทนายฝ่ายโจทก์ได้ถามติงจนจบกระบวนพิจารณา ช่วงที่ผมนำหนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครผู้พิพากษาและอัยการผู้ช่วยไปเรียนเสนอให้ท่านเซ็น ท่านผู้พิพากษาได้เอ่ยปากชมพร้อมรอยยิ้มว่า "ไม่ต้องเก็บหรอคดี เอาดีทางทนายน่าจะดีกว่า" พอสิ้นคำชมของท่าน ทนายโจทก์ก็หันไปหาท่านผู้พิพากษาแล้วเสริมทันทีว่า "น้องทนายเขามีแววครับท่าน"
เมื่อได้รับคำชื่นชมจากทั้งผู้พิพากษาและทนายโจทก์ ผมจึงยกมือไหว้และกล่าวขอบพระคุณในความเมตตาและเอ็นดูที่มีต่อทนายรุ่นน้องอย่างผม ระหว่างที่เซ็นรายงานกระบวนพิจารณา ก่อนที่ผู้พิพากษาจะลงจากบัลลังก์ ท่านได้หันมาถามผมว่า "ทนายเคยว่าความบัลลังก์นี้ในคดีอื่นด้วยใช่ไหม ศาลคุ้นหน้าทนายมาก" ผมจึงตอบไปว่า "ใช่ครับท่าน คดีนี้เป็นคดีที่สองของผมในบัลลังก์นี้ครับ"
ปกติในการทำงานของผม ผมจะระมัดระวังและใส่ใจในการทำหน้าที่เสมอ เพราะผมถือคติที่ครูบาอาจารย์เคยสั่งสอนมาว่า “ไม่ว่าทำอะไรก็ตาม หากมันไม่เชิดชูเรา มันก็ประจานเรา” ไม่ว่าผู้พิพากษาจะจำหน้าเราได้หรือไม่ เพราะหากผู้พิพากษาท่านไม่เห็น คู่ความในห้องพิจารณาก็เห็นอยู่ดี
บทความนี้ที่ผมนำมาแชร์เป็นประสบการณ์ ก็เพื่ออยากให้ทนายความใหม่ทุกคนมองเห็นเสน่ห์ของการเป็นทนายความในช่วงเริ่มต้น ว่ามันมีช่วงเวลาที่น่าประทับใจและน่าจดจำซ่อนอยู่ ประกอบกับช่วงนี้หนังทนายปีศาจมาแรง จึงอยากจะดึงสติและให้ยึดมั่นอุดมการณ์ของตัวเอง เพราะอุดมการณ์จะทำให้เราเติบโต
เราอยากสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกความ เราต้องมีความรู้ที่แน่นพอ มีประสบการณ์ชีวิตในเรื่องนั้นๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองแก่ ซึ่งมีคำกล่าวที่ว่า “เมื่อเราเก่งพอก็แก่พอ” ทว่าในความเป็นจริง “คนจะเก่ง...ไม่จำเป็นต้องแก่” ขอแค่มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ
ส่วนลูกความเขารู้ดีว่าทนายความของเขาเก่งหรือไม่เก่ง โดยเขาประเมินและวัดที่ “เนื้อหาของการทำงาน” ไม่ใช่ “การสร้างภาพลักษณ์ภายนอก” จึงขอเป็นกำลังใจให้ทนายความใหม่ทุกท่าน มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพจากภายในไปด้วยกันครับ
ทนายบี ทินกร ปราบพาล-Tinnakorn Prabparn #ทนายทินกรปราบพาล #ทนายทินกร #ทนายบี #เพชรในดิน