24/05/2026
#คำพิพากษาคดีแรงงาน
#ลูกจ้างเล่นเน็ตเกือบทุกวัน
#ลูกจ้างทดลองงาน
สวัสดีสุดสัปดาห์ของใครหลายๆคน หรืออาจจะยังเป็นวันทำงานของบางคนด้วยก็ตาม แต่ผมคาดหวังเสมอครับ ว่าทุกท่านจะสบายดี
วันนี้ผมนำฎีกามาฝากเรื่องหนึ่ง
เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ยังคงสร้างปัญหาระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมาตลอดนะครับ
นั่นคือ "ปัญหาที่นายจ้างเจอลูกจ้างใช้เน็ตหรือแชทผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อเรื่องสาวนตัวในระหว่างช่วงเวลาทำงานประจำเลย"
การกระทำแบบนี้ที่ดูเหมือนเกิดขึ้นได้แทบจะเป็นปกติและดูเล็กน้อยเกินกว่าจะไล่ออกได้ ในมุมมองของศาลนั้นเป็นอย่างไร อ่านได้ในคำพิพากษาเลยครับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน และขอเรียกค่าเสียหายจากการ เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย เบียดบังเวลาทำงานไปใช้ในเรื่องส่วนตัว ทำงานในหน้าที่บกพร่องต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ การเลิกจ้างของจำเลยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างโดยชอบธรรม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย อยู่ในระยะเวลาทดลองงาน 3 เดือน ในระหว่างระยะเวลาทดลองงานจำเลยเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลทันที เนื่องจากในเวลาทำงานโจทกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยเล่นอินเตอร์เน็ตพูดคุยในเรื่องส่วนตัวและบันทึกข้อความทางอินเตอร์เน็ตเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมงก็มี ถือว่าโจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยไปในเรื่องไม่เกี่ยวกับงาน ทั้งที่อยู่ในระหว่างทดลองงานแทนที่จะทุ่มเททำงานให้จำเลยอย่างเต็มที่ โจทก์ทำงานด้านบัญชีจะต้องมีความละเอียด
รอบคอบมิฉะนั้นจะทำให้จำเลยได้รับความเสียหายได้
กรณีเช่นนี้เป็นการกระทำประการอื่นอันอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคท้าย
และการที่โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยทำในเรื่องส่วนตัวย่อมจะทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุสมควร ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้แก่โจทก์เช่นกัน
ที่โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่า การกระทำของโจทก์ไม่ถึงกับเป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 เนื่องจากโจทก์มิได้กระทำความผิดอย่างร้ายแรง และจำเลยไม่ได้รับความเสียหายนั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวระบุเพียงว่า ถ้าลูกจ้างทำประการอื่นอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องแลงและสุจริตนายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้า.....เท่านั้น หาได้ขยายความไปถึงกับว่าเหตุให้นายจ้างได้รับ
ความเสียหายและเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงแต่อย่างใดไม่ อย่างไรก็ตามข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าว เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าพฤติกรรมของโจทก์ทำให้
จำเลยเสียหายได้ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ที่โจทก์อุทธรณ์ประการต่อมาว่า หนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย จ.2 หรือ ล. 10 ระบุเหตุเลิกจ้างว่า การปฏิบัติงานของโจทก์ต่ำกว่ามาตรธานที่กำหนดไว้...ไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ การที่ศาลแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชัวโมง จึงเป็นการกระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583 เป็นคำวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้ห้ามมิให้นายจ้างยกเหตุอื่นขึ้นอ้างในภายหลังนอกจากเหตุที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้าง มาเป็นข้อต่อสู้ในกรณี
เลิกจ้างโดยไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และการที่โจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละ
เป็นชั่วโมงย่อมเป็นเหตุให้งานในหน้าที่บกพร่องและล่าช้า ต่ำกว่ามาตรฐานที่จำเลยต้องการและและไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงโปโดยถูกต้องและสุจริต เหตุดังกล่าวก่อให้เกิดผลเชื่อมโยงกัน มิใช่เรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
สรุปคือ แม้สิ่งที่ลูกจ้างทำจะดูเล็กน้อย แต่เมื่อทำเป็นประจำ ก็ถือเป็นการเบียดบังเวลาทำงานนั่นแหล่ะครับ อีกทั้ง ลูกจ้างทำตำแหน่งบัญชี ที่ต้องมีความละเอียดรอบคอบในการทำงานอย่างยิ่ง แต่กลับใช้เวลาทำงานหลุดโฟกัสไปกับเรื่องส่วนตัวรายวัน แบบนี้ นายจ้างก็มีโอกาสเลิกจ้างได้
เพราะงั้นอย่าเพิ่งมองว่าความผิดตนเองเล็กน้อย สิ่งเล็กน้อยเมื่อสะสมก็หลายเป็นปมใหญ่ นายจ้างและลูกจ้างต่างเป็นสัญญาตอบแทน เมื่อนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ ก็มีสิทธิคาดหวังให้ลูกจ้างทำงานอย่างเต็มที่ในเวลางานครับ
ส่วนประเด็นค่าชดเชยต่อจ่ายไหม ในกรณีนี้ ลูกจ้างอยู่ในช่วงทดลองงาน จึงยังทำงานไม่ครบ 120 วันติดต่อกัน ยังไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยแน่นอน
"บริษัท เนตินรา แอนด์ โทมัส ลอว์ จำกัด เราคือ ทีม Outsoure ด้านกฎหมาย และ HR"
รับให้คำปรึกษากฎหมาย สอบถามงานคดีความ และรับเป็นที่ปรึกษาบริษัทในคดีแรงงาน แพ่ง องค์กรธุรกิจ อาญา และอื่นๆ โดยเนตินรา แอนด์ โทมัส ลอว์
สอบถามเพิ่มเติมได้เพียงทัก Inbox ที่เพจเรา หรือโทร 081-4579214 ID Line: NARA1479
#ทนายแรงงาน #ทนายธุรกิจ #ทนายบริษัท #บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย #ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท