สำนักงานทนายความ

สำนักงานทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย,รับเป็นทนายว่าความ, Notarial Services Attorney.ที่ปรึกษางานกฎหมายคดีธนาคาร กว่า 25 ปี

ที่ปรึกษางานกฎหมาย รับว่าความคดีธนาคาร ไฟแนนส์ ประกันชีวิต คดีเเพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง จัดทนายความไปศาล

19/10/2025

ีกาใหม่ปี68 🧠📝

ฎ. 2304/2568 ( #น่าสนใจมาก)

#ประเด็นสำคัญที่ต้องโฟกัสคือ
“โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 314 จากจำเลยทั้งสองมาเป็นโจทก์ (ตามการครอบครองในความเป็นจริง) ได้หรือไม่ และคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ ?”

#คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า

• เดิมนาย ว. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 306 และที่ดินโฉนดเลขที่ 314 ต่อมานาย ว. ถึงแก่ความตาย โจทก์และนาง ส. ซึ่งเป็นบุตรนาย ว. ได้รับโอนมรดกโดยโจทก์จดทะเบียนรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 306 ส่วนนาง ส. จดทะเบียนรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 314 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

(✎ #จุดนี้ ที่ดินที่เราจะต้องโฟกัสคือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 306 ที่โจทก์ได้รับโอนมาเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2551 ได้มาโดยการรับมรดกของนาย ว. บิดาของโจทก์)

• ต่อมานาง ส. จดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 314 ให้แก่จำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 แต่ปรากฏว่านับแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 314 และจำเลยทั้งสองเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 306 นับตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2551 จนถึงปัจจุบัน

( ✎ #พูดง่าย ๆ คือ

→ โจทก์อ้างว่าโจทก์ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 314 ( #ความจริงเป็นที่ดินของจำเลยทั้งสอง) นับตั้งแต่วันที่โจทก์รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 306 มาโดยการรับมรดก และ

→ จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 306 ( #ความจริงเป็นที่ดินของโจทก์) มาตั้งแต่วันที่ ส. จดทะเบียนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 314 ให้แก่จำเลยทั้งสอง)

• อันเป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยทั้งสองครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินถูกต้องตามเจตนา แต่โจทก์และจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนและมีชื่อในโฉนดที่ดินสลับแปลงเนื่องจากความเข้าใจผิด

• โจทก์เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 314 ของจำเลยทั้งสองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน

• ( #คำขอของโจทก์วรรคนี้สำคัญมาก ») (โจทก์) ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 314 จากชื่อจำเลยทั้งสองเป็นชื่อโจทก์ และส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ ด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา โดยโจทก์ยินยอมเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 306 จากชื่อโจทก์เป็นชื่อจำเลยทั้งสอง ด้วยค่าใช้จ่ายของโจทก์และยินยอมส่งมอบโฉนดที่ดินแก่จำเลยทั้งสอง

#จำเลยทั้งสองให้การโดยสรุปได้ว่า

• โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์อ้างว่าครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 314 มาโดยตลอด จึงเป็นการอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเอง (✎ #จุดนี้น่าพิจารณา เดี๋ยวผู้เขียนจะวิเคราะห์ต่อในคอมเมนต์ครับ)

• ที่ดินโฉนดเลขที่ 314 จำเลยทั้งสองครอบครองและทำประโยชน์มาโดยตลอด

• ที่ดิน (โฉนดเลขที่ 306) ที่โจทก์อ้างว่าเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 314 นั้น โจทก์ทิ้งร้างมาโดยตลอด จนปี 2564 โจทก์จึงเข้ามาปลูกส้มโอ ที่โจทก์อ้างว่าครอบครองตั้งแต่ปี 2551 จึงไม่เป็นความจริง

• จำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 314 โดยสุจริต เสียค่าตอบแทน จดทะเบียนถูกต้อง ขอให้ยกฟ้อง
ข้อสังเกต คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษา “ยกฟ้องโจทก์” โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ฎีกา

#ประเด็นในฎีกานี้คือ “โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 314 จากจำเลยทั้งสองมาเป็นโจทก์ (ตามการครอบครองในความเป็นจริง) ได้หรือไม่ และคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์หรือไม่ ?”

#ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้น่าสนใจ ดังนี้ครับ

• (เมื่อ) ได้ความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาโดยมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์กัน

( ✎ #มุมมองของศาลฎีกาจุดนี้สำคัญ เพราะเมื่อเราพิจารณาจากคำฟ้อง โจทก์อ้างว่าความตั้งใจในการครอบครองที่ดินของจำเลยทั้งสองและโจทก์ถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว เพียงแต่เลขโฉนดที่ดินมันสลับกัน ซึ่งคำให้การของจำเลยทั้งสองก็อ้างเรื่องอำนาจฟ้อง และเรื่องการครอบครองที่ดิน “ที่ดินตนครอบครอง” โดยชอบแล้ว เท่านั้น
ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทั้งสองโจทก์และจำเลยไม่ได้กล่าวอ้างเพื่อที่จะไป “ #แย่งเอา” ที่ดินของอีกฝ่ายมาเป็นของตน ต่างคนก็ต่างประสงค์จะได้ที่ดินที่ตนครอบครองอยู่ตามความเป็นจริงเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเกริ่นนำมาว่า “ #โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์กัน” นั่นเองครับ )

• ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างมีเจตนาครอบครองที่ดินที่ตนครอบครองอยู่มาแต่ต้น แต่เมื่อความปรากฏในภายหลังว่าโจทก์และจำเลยทั้งสอง มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินสับกัน โจทก์จึงประสงค์ให้เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินให้ถูกต้องตามความจริงนั้น

• มิใช่เป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยทั้งสองโต้แย้งหรือแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินกัน แม้โจทก์จะอ้างมาในคำฟ้องว่าเป็นกรณีที่โจทก์ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของจำเลยทั้งสองจนได้กรรมสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ก็มิใช่เป็นคดีโต้แย้งหรือแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่อย่างใด เพราะโจทก์และจำเลยทั้งสองต่างครอบครองที่ดินของตนเอง

• ทั้งการจดทะเบียนรับโอนที่ดินก็มีเจตนารับโอนที่ดินที่ตนได้ครอบครองอยู่เท่านั้น กรณีเป็นเรื่องความผิดพลาดในการจดทะเบียนรับโอน โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องตามความจริงได้

• ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่ากรณีตามฟ้องเป็นเรื่องการครอบครองปรปักษ์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

(✎ #จุดนี้ให้สังเกตให้ดีว่า แม้โจทก์จะอ้างว่า “ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์” ก็ตาม #แต่เมื่อรูปเรื่องที่แท้จริงคือ โจทก์อ้างว่าเป็นการโอนที่ดินสลับแปลงกันและต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อในทะเบียนให้ถูกต้องเท่านั้น ดังนั้น ศาลฎีกาจึงมีอำนาจปรับข้อกฎหมายให้ถูกต้องตามรูปเรื่องของโจทก์ได้ พูดง่าย ๆ คือ คดีนี้โจทก์ต้องการ “ #แก้ไขชื่อในทะเบียน” มิใช่ต้องการ “ #กรรมสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยทั้งสอง”
ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยคดีว่าเป็นเรื่องของการ “ #ครอบครองปรปักษ์” จึงไม่ถูกต้องตามรูปเรื่อง ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วยนั่นเองครับ)

#ในส่วนประเด็นเรื่องคดีมีทุนทรัพย์นั้น ศาลฎีกาได้วินิจฉัยต่อไปว่า

• (เมื่อ) ได้วินิจฉัยแล้วว่า คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนแก้ไขชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินให้ถูกต้องตามความจริง มิใช่คดีโต้แย้งหรือแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินกัน #จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

🧠 #สรุป ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 314 จากชื่อจำเลยทั้งสองเป็นชื่อโจทก์แล้วส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์
กับให้โจทก์ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 306 จากชื่อโจทก์เป็นชื่อจำเลยทั้งสองแล้วส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสอง
หากจำเลยทั้งสองหรือโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองและโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลที่เสียเกินมาทั้งสามศาลแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

🤍

10/10/2025

🔰🔰การฟ้องขอให้การสมรสเป็นโมฆะ🔰🔰
🍁คดีนี้เกี่ยวข้องกับ การฟ้องให้การสมรสเป็น
โมฆะเพราะถูกฉ้อฉล, การนับอายุความใน
การใช้สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรม, และสิทธิ
ในการฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพหลังจาก
คู่สมรสแยกกันอยู่เป็นเวลานาน ศาลฎีกา
วินิจฉัยว่า เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งแก้ไขคำฟ้อง
ใหม่แทนฟ้องเดิม ถือเป็นการสละข้อหาเดิม
ทำให้สิทธิฟ้องตามฟ้องเดิมสิ้นสุดลง และการ
ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของอีกฝ่าย ไม่
ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เมื่อรู้เหตุฉ้อฉล
แล้วไม่ฟ้องภายใน 90 วัน สิทธิบอกล้าง
โมฆียะกรรมย่อมขาดอายุความ
ขณะเดียวกัน ศาลยังชี้ว่า เมื่อคำพิพากษา
ศาลล่างถูกยกเล็ก การสมรสยังคงมีผลตาม
กฎหมาย คู่สมรสฝ่ายหญิงจึงมีสิทธิฟ้องหย่า
ได้ แต่ไม่สามารถเรียกค่าเลี้ยงชีพได้ เพราะ
การแยกกันอยู่เป็นไปโดยสมัครใจและไม่มี
ฝ่ายใดผิดฝ่ายเดียว
🍀 มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้ในคดี
1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1508
- กำหนดสิทธิในการเพิกถอนการสมรสที่
เกิดจากการฉ้อฉล การข่มขู่ หรือสำคัญผิด
ตัว ภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่รู้เหตุ
(เป็นมาตราหลักในการวินิจฉัยอายุความของ
สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรม)
2. มาตรา 1516 (1)
- เหตุฟ้องหย่า เมื่อสามีภริยาอยู่กินกันไม่ได้
โดยปกติสุข หรือแยกกันอยู่เกิน 3 ปี
(ใช้พิจารณาสิทธิในการหย่าและพฤติการณ์
การแยกกันอยู่)
3. มาตรา 1526
- การเรียกค่าเลี้ยงชีพทำได้เฉพาะเมื่อการ
หย่าเกิดจากความผิดของอีกฝ่ายฝ่ายเดียว
(เป็นหลักในการวินิจฉัยปฏิเสธสิทธิเรียกค่า
เลี้ยงชีพของจำเลย)
4. มาตรา 1529 วรรคหนึ่ง
- การฟ้องหย่าต้องทำภายในระยะเวลาที่
กำหนด หากปล่อยไว้นานเกินไปสิทธิดัง
กล่าวอาจขาดอายุความ
(ใช้ยืนยันว่าการกระทำของโจทก์เป็นเหตุต่อ
เนื่อง จึงไม่ขาดอายุความในส่วนการฟ้อง
หย่า)
5. หลักทั่วไปเรื่องอายุความและการสะดุด
หยุดลง
- การยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ทำให้
อายุความสะดุด หากคู่กรณีได้สละข้อหาเดิม
และตั้งฟ้องใหม่
(ศาลใช้หลักนี้อธิบายว่าการฟ้องแก้ไขใหม่
ไม่ต่ออายุสิทธิเดิม)
#ฟ้องหย่า #สินสมรส #สมรสโมฆะ #การฟ้องหย่า #ครอบครัว #

23/09/2025

🔰🔰สำนักงานกฎหมายรอเฟิร์ม (Law Firm) คือสำนักงานที่ให้บริการทางกฎหมายโดยมีทนายความตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไปเป็นผู้ดำเนินกิจการ โดยปกติแล้วสำนักงานกฎหมายจะมีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา กฎหมายธุรกิจ หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น
รูปแบบของสำนักงานกฎหมาย
สำนักงานกฎหมายมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจำนวนทนายความและโครงสร้างขององค์กร:
• สำนักงานทนายความคนเดียว (Solo Practice): เป็นรูปแบบที่ทนายความคนเดียวเปิดสำนักงานเพื่อให้บริการทางกฎหมายด้วยตนเอง
• สำนักงานหุ้นส่วน (Partnership): เป็นรูปแบบที่ทนายความหลายคนมารวมตัวกันเพื่อดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยแบ่งปันกำไรและความรับผิดชอบ
• สำนักงานขนาดใหญ่ (Large Law Firm): เป็นสำนักงานที่มีทนายความจำนวนมากและมีโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน มักจะแบ่งเป็นแผนกต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญ
🔰🔰การคิดค่าใช้จ่าย
สำนักงานกฎหมายคิดค่าบริการได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะของคดีและข้อตกลงกับลูกความ
• คิดตามชั่วโมง (Hourly Rate): เป็นการคิดค่าบริการตามจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการทำงานในคดีนั้นๆ โดยทนายความแต่ละคนจะมีอัตราค่าบริการต่อชั่วโมงที่แตกต่างกัน
• คิดแบบเหมาจ่าย (Flat Fee): เป็นการตกลงค่าบริการแบบรวมทั้งหมดสำหรับคดีนั้นๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนชั่วโมงที่ใช้ทำงาน
• คิดตามผลสำเร็จของคดี (Contingency Fee): เป็นการคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินหรือทรัพย์สินที่ลูกความได้รับจากการชนะคดี หากแพ้คดีก็อาจจะไม่ต้องจ่ายค่าทนายความ วิธีนี้มักใช้กับคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าเสียหาย
• ค่าที่ปรึกษา (Retainer Fee): เป็นการจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับสำนักงานกฎหมายเพื่อจองเวลาหรือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานเบื้องต้น โดยเงินส่วนนี้จะถูกหักออกจากค่าบริการรวมทั้งหมดในภายหลัง
การเลือกสำนักงานกฎหมายและรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมควรพิจารณาจากความซับซ้อนของคดี งบประมาณ และความเชี่ยวชาญของทนายความเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวลูกความเอง ⚖️.
#ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย #ปัญหากฎหมาย

งานศาลปกครอง
03/09/2025

งานศาลปกครอง

ยินดีให้บริการครับ
03/09/2025

ยินดีให้บริการครับ

ผู้ชายทะเลาะกัน แล้วขอมีภริยาน้อย สุดท้ายตายเพราะเหตุบันดาลโทสะ ฎีกาที่ 1437/2565
17/07/2025

ผู้ชายทะเลาะกัน แล้วขอมีภริยาน้อย สุดท้ายตายเพราะเหตุบันดาลโทสะ
ฎีกาที่ 1437/2565

ขอฉลองให้กับวันครบรอบปีที่ 12 บน Facebook ของฉัน ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนฉันมาโดยตลอด ฉันคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่มีพวกคุณท...
10/05/2025

ขอฉลองให้กับวันครบรอบปีที่ 12 บน Facebook ของฉัน ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนฉันมาโดยตลอด ฉันคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่มีพวกคุณทุกคน 🙏🤗🎉

การแต่งกายตามเพศสภาพ ทำได้นะ
24/03/2025

การแต่งกายตามเพศสภาพ ทำได้นะ

สัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ฟ้องต่อไม่ได้นะทุกคน ....
19/03/2025

สัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ฟ้องต่อไม่ได้นะทุกคน ....

17/03/2025
ริบรถบนต์ ใช้ทำผิด ...
17/03/2025

ริบรถบนต์ ใช้ทำผิด ...

ที่อยู่

สุขุมวิท 101
Bangkok
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66924144494

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทนายความผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์