บก.ปทส. Greencop -Thailand

บก.ปทส. Greencop -Thailand ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สายด่วน 1136

🐒🐒🐒🐒
23/05/2026

🐒🐒🐒🐒

🌳 “ป่าไม้” ไม่ได้หายไปเองแต่กำลังถูกทำลายทีละพื้นที่จากการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติการแผ้วถางเผาป่ายึดครองพื้นที่ป่...
22/05/2026

🌳 “ป่าไม้” ไม่ได้หายไปเอง
แต่กำลังถูกทำลายทีละพื้นที่จากการบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

การแผ้วถาง
เผาป่า
ยึดครองพื้นที่ป่าโดยผิดกฎหมาย
ไม่เพียงทำลายต้นไม้
แต่ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่า แหล่งน้ำ และคุณภาพชีวิตของทุกคน

🚨 เมื่อป่าลดลง
🌧️ น้ำท่วมรุนแรงขึ้น
🔥 ไฟป่าและหมอกควันเพิ่มขึ้น
🌱 ดินเสื่อมโทรม
🐘 สัตว์ป่าสูญเสียถิ่นอาศัย

📌 สิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม
ป่าไม้ไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียว
แต่คือ “ต้นน้ำ” และ “สมดุลของธรรมชาติ”

🌿 ทุกการช่วยกันรักษาป่า
คือการรักษาอนาคตของคนรุ่นต่อไป

หยุดบุกรุกป่า
หยุดทำลายธรรมชาติ
เพราะเมื่อป่าหายไป
ผลกระทบจะย้อนกลับมาสู่ทุกคน

#หยุดบุกรุกป่า #รักษาป่าไม้ #อนุรักษ์ธรรมชาติ #สิ่งแวดล้อม

22/05/2026

รวมลิ้งค์ข่าว นกปรอดหัวโขน เชียงใหม่ ใต้คอมเม้นต์ 🐦🐦

🏭 “น้ำเสียจากโรงงาน”อาจไม่ได้ไหลแค่ลงคลอง…แต่กำลังไหลเข้าสู่ชีวิตของคนทั้งชุมชนสารเคมีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตรวมถึงของเส...
22/05/2026

🏭 “น้ำเสียจากโรงงาน”
อาจไม่ได้ไหลแค่ลงคลอง…
แต่กำลังไหลเข้าสู่ชีวิตของคนทั้งชุมชน

สารเคมี
น้ำเสียจากกระบวนการผลิต
รวมถึงของเสียอุตสาหกรรม
หากถูกปล่อยลงแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัด
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ “น้ำขุ่น” หรือ “กลิ่นเหม็น”

🚨 แต่หมายถึง
🐟 สัตว์น้ำตาย
🌿 ระบบนิเวศเสียหาย
🚱 แหล่งน้ำชุมชนปนเปื้อน
👨‍👩‍👧‍👦 และสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

📌 หลายพื้นที่เคยเผชิญปัญหา
น้ำเปลี่ยนสี
ปลาลอยตาย
ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำได้ตามปกติ
เพราะมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงธรรมชาติ

⚖️ การปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านระบบบำบัด
หรือปล่อยเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และมีโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง

🌱 การพัฒนาอุตสาหกรรม
ไม่ควรแลกมาด้วยการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

💧 เพราะ “น้ำสะอาด”
คือสิทธิพื้นฐานของทุกชีวิต

ร่วมกันเฝ้าระวัง
หยุดปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ
ก่อนที่ผลกระทบจะสายเกินแก้

#น้ำเสียโรงงาน #รักษาสิ่งแวดล้อม #หยุดปล่อยน้ำเสีย #สิ่งแวดล้อม #รักษาแหล่งน้ำ

ปทส. ลุยค้นร้านอะไหล่ดังกลางเมืองเชียงใหม่! ขยายผลจับ “นกกรงหัวจุก” ผิดกฎหมาย คาร้าน​ต่อเนื่องจากเคสบ้านจัดสรร! เจ้าหน้า...
21/05/2026

ปทส. ลุยค้นร้านอะไหล่ดังกลางเมืองเชียงใหม่! ขยายผลจับ “นกกรงหัวจุก” ผิดกฎหมาย คาร้าน
​ต่อเนื่องจากเคสบ้านจัดสรร! เจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลบุกค้นอาคารพาณิชย์ย่านถนนช้างเผือก ตรวจยึดนกป่าคุ้มครองไร้การขึ้นทะเบียนเพียบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำ จว.เชียงใหม่ ไม่นิ่งนอนใจ หลังเข้าตรวจสอบเคสลักลอบเพาะพันธุ์นกป่าในหมู่บ้านจัดสรร ได้ทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมมายังอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นสถานประกอบการร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ย่านถนนช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่
โดยบูรณาการกำลังร่วมกับ ตำรวจ บก.ป., บก.สส.ภ.5, สภ.ช้างเผือก และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบทันที หลังพบเบาะแสการเลี้ยงนกป่าคุ้มครองจำนวนมากบริเวณหน้าร้านและภายในอาคาร
🔍 ผลการตรวจค้นและของกลางที่ตรวจยึด:
​จากการเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ดังกล่าว พบสัตว์ป่าคุ้มครองถูกกักขังอยู่ภายในกรงไม้ และได้ทำการตรวจยึด:
​นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก) จำนวน 11 ตัว
​กรงไม้ (กรงนก) ของกลางจำนวน 11 กรง
💡 ข้อเท็จจริงจากการขยายผล: จากการตรวจสอบนกของกลางทั้งหมด 11 ตัว "มีเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่มีห่วงขาแสดงเครื่องหมายถูกต้อง" ส่วนอีก 10 ตัวที่เหลือ ไม่พบหลักฐานการขึ้นทะเบียนหรือการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับตัวเจ้าของยอมรับว่าใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองเดิมของตนนั้นสิ้นอายุไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดทันที
⚖️ การดำเนินคดีทางกฎหมาย
​เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในฐานความผิด:
​มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
​พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาและนำของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดีและจัดการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
.
บก.ปทส. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองไม่ว่าจะเลี้ยงไว้ดูเล่นที่บ้าน หรือเลี้ยงไว้ตามสถานประกอบการ/ร้านค้า ต้องมีเอกสารสิทธิ์และการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากใบอนุญาตเดิมหมดอายุต้องรีบดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ต้องถูกดำเนินคดีตัดตอนเช่นนี้
📞 ร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า แจ้งเบาะแสสายด่วน บก.ปทส. 1136
​ #บกปทส #ปทส #ตำรวจสอบสวนกลาง #คุ้มครองสัตว์ป่า #ขยายผลจับกุม #นกกรงหัวจุก #เชียงใหม่

🦅 บก.ปทส. บุกหมู่บ้านดังเชียงใหม่! ทลายแหล่งลักลอบเพาะพันธุ์ “นกป่าคุ้มครอง” ไร้ใบอนุญาตชาวบ้านสุดทนร้องเรียน เสียงนกดัง...
21/05/2026

🦅 บก.ปทส. บุกหมู่บ้านดังเชียงใหม่! ทลายแหล่งลักลอบเพาะพันธุ์ “นกป่าคุ้มครอง” ไร้ใบอนุญาต
ชาวบ้านสุดทนร้องเรียน เสียงนกดังก้องหมู่บ้าน ตรวจสอบพบเพาะพันธุ์ขยายพันธุ์ ของกลางเพียบ โดนข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำ จว.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังร่วมกับ ตำรวจ บก.ป., บก.สส.ภ.5, สภ.แม่โจ้ และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบบ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย หลังพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่ามีการเลี้ยงนกจำนวนมากส่งเสียงดังรบกวน และสงสัยว่าจะมีการครอบครองสัตว์ป่าโดยผิดกฎหมาย
🔍 ผลการตรวจค้นและของกลางที่ตรวจยึด:
จากการเข้าตรวจสอบ พบกรงเพาะพันธุ์ขนาดใหญ่ มีการแบ่งคอก จับคู่เลี้ยง และพบไข่นก อันมีลักษณะเป็นการเพาะพันธุ์เพื่อการค้า โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลาง:
นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก) จำนวน 40 ตัว
นกปรอดคอลาย จำนวน 2 ตัว
นกกะรางคอดำ (นกซอฮู้) จำนวน 3 ตัว
กรงนก ของกลางจำนวน 45 กรง
> 💡 ข้อเตือนใจสำหรับผู้เลี้ยงนก: จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเคยมีใบอนุญาตเพาะพันธุ์และค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ "ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วและมิได้ยื่นขอต่ออายุตามกฎหมาย"ประกอบกับสัตว์ป่าส่วนใหญ่ไม่มีห่วงขาหรือเครื่องหมายแสดงการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง จึงถือเป็นความผิดทันที

⚖️ การดำเนินคดีทางกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในฐานความผิด:
1. มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่**
2. ประกอบกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่**
พร้อมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
บก.ปทส. ขอเน้นย้ำว่า การครอบครองหรือประกอบกิจการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง จะต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และต้องคอยตรวจสอบไม่ให้ใบอนุญาตหมดอายุ หากฝ่าฝืนจะมีโทษหนักทั้งจำและปรับ
📞 พบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย แจ้งสายด่วน บก.ปทส. 1136
#บกปทส #ปทส #ตำรวจสอบสวนกลาง #คุ้มครองสัตว์ป่า #ปราบปรามอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม #เชียงใหม่

20/05/2026

#บก.ปทส #กก.3 บก.ปทส
การเปลี่ยนทางน้ำ กีดขวาง หรือถมลำรางสาธารณะ เป็นความผิดตามกฎหมาย ทั้งทางแพ่งและอาญา โดยผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดี ปรับเงิน หรือสั่งรื้อถอน

กฎหมายที่เกี่ยวข้องและบทลงโทษ:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 1339 - 1340): เจ้าของที่ดินจะสร้างคันกั้นน้ำ หรือทำสิ่งใดๆ ที่ทำให้น้ำไหลไปท่วมที่ดินแปลงอื่น หรือทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตามธรรมชาติต้องเปลี่ยนทิศทางจนเกิดความเสียหายไม่ได้ หากฝ่าฝืนเจ้าของที่ดินข้างเคียงสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
กฎหมายอาญา (มาตรา 360 และ 385): หากเป็นการทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ (เช่น ทางน้ำ ทางระบายน้ำ) มีโทษจำคุกและปรับ
พ.ร.บ. ทางหลวง (กรณีทางน้ำอยู่ในเขตทางหลวง): ผู้ใดเปลี่ยนทางน้ำ ทำนบกั้น หรือกั้นทางน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต อันอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวง มีความผิดฐานบุกรุกและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย: ห้ามมิให้ผู้ใดขุดลอก แก้ไข หรือทำประการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

เรื่องเสร็จ
ผลกระทบทางกฎหมาย
ถูกดำเนินคดี: ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น น้ำท่วมที่ดินแปลงอื่น
การรื้อถอน: หน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนหรือทำลายสิ่งกีดขวางนั้นๆ โดยผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนเองทั้งหมด

หากท่านพบเห็นการกระทำดังกล่าวสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1136 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระงับเหตุและดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที
#สายด่วน 1136

 #บก.ปทส  #กก.3 ปทส #ตรวจสอบการบุกรุกป่า #ตรวจสอบการเข้าไปหาประโยชน์ ยึดถือครอบครอง ก่นสร้าง แผ้วถางฯ ในที่ดินภายในเขตนิ...
20/05/2026

#บก.ปทส #กก.3 ปทส
#ตรวจสอบการบุกรุกป่า
#ตรวจสอบการเข้าไปหาประโยชน์ ยึดถือครอบครอง ก่นสร้าง แผ้วถางฯ ในที่ดินภายในเขตนิคมโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง
#ตรวจยึดพื้นที่ป่า

กก.2 บก.ปทส.(ระยอง)---------------------ชุดปฏิบัติการ ที่ 3 ( ระยอง )ได้ร่วมกับเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านฉา...
19/05/2026

กก.2 บก.ปทส.(ระยอง)
---------------------
ชุดปฏิบัติการ ที่ 3 ( ระยอง )
ได้ร่วมกับ
เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านฉาง ,หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รย.2 (บ้านค่าย)
รายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. ร่วมกันออกสืบสวนปราบปรามการกรทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป่าไม้และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวเนื่อง ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จังหวัดระยอง ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุร้องเรียนร้องทุกข์เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า มีการดูดทราย ล้างทราย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตที่บริเวณบ้านชากหมาก หมู่ที่ 2 ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางมาทำการตรวจสอบ เมื่อเดินทางมาถึงบ่อทรายไม่มีเลขที่ ได้พบ นายบี นามสมมุติ อายุ 43ปี เป็นผู้นำพาเจ้าหน้าที่เข้ามายังสถานที่ดังกล่าว ซึ่งได้ทราบภายหลังว่า สถานที่แห่งนี้ประกอบกิจการ นำมูลดินทรายไปล้าง เพื่อนำไปจำหน่ายบุคคลทั่วไป ทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นว่า มีรถแบคโฮลและมีการใช้เรือดูดทรายมีการดำเนินการประกอบกิจการเป็นปกติอยู่ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้พบ นายเอ นามสมมุติ อายุ 46 ปี
ได้แสดงตนเป็นผู้ดูแลการประกอบกิจการดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสถานที่พบบ่อดูดล้าง และนำทรายมากองไว้เพื่อทำการล้าง จำนวน 3 บ่อ สอบถาม นายเอ เกี่ยวกับการได้รับอนุญาตการประกอบกิจการโรงงาน ตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ2535ซึ่งนายชัชวินฯไม่สามารถแสดงเอกสารการได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้ทางเจ้าหน้าที่ดูได้แต่อย่างใดทางเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าว ของนายเอฯ เป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 การใช้รถแบคโฮล และเครื่องจักรในการประกอบกิจการขุดหรือลอก กรวด ทรายหรือดิน โดยมีกำลังของเครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไปหรือใช้แรงงานคนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปในการประกอบกิจการขุดหรือลอก กรวด ทรายหรือดิน เป็นการประกอบโรงงานจำพวกที่ 3 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง(พ.ศ.2535) ออกตามความใน พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535ประเภทหรือชนิดของโรงงาน ลำดับที่ 3(2) การขุดหรือลอก กรวด ทรายหรือดิน สำหรับใช้ในการก่อสร้าง จัดเป็นโรงงานจำพวกที่ 3
ทุกขนาด ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 16(พ.ศ.2545) ออกตามความใน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535มาตรา 12ประกอบมาตรา 50ฐาน “ร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3โดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพงส.สภ.บ้านฉาง เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 เวลา 19.30 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียนหมวดจังหวัดนครปฐม ได้ขับ...
19/05/2026

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 เวลา 19.30 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียนหมวดจังหวัดนครปฐม ได้ขับขี่บรรทุกเเบตเตอรี่ลิเธียมออกจากโรงงานเเห่งหนึ่งอยู่เเถว อ.เเปลงยาว จว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกคันดังกล่าว เกิดจากการบรรทุกเเบตเตอรี่ลิเธียมอย่างไม่ถูกต้องก่อให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ เหตุเกิดที่บริเวณ ถ.บางนา-ตราด หลัก กม.ที่ 40 ขาเข้าฝั่ง กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในเขต อ.บางปะกง จว.ฉะเชิงเทรา ตามที่ปรากฎในภาพข่าวและสื่อสังคมออนไลน์นั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำโดย พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.2 บก.ปทส.,พ.ต.ท.นัธทวัฒน์ สุรนารถ สว.กก.2 บก.ปทส.,พ.ต.ต.บัญชา ศรีตัญญู สว.กก.2 บก.ปทส.พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ กก.2 บก.ปทส.
ได้ร่วมกับ
-เจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
-เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร
-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร
ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรสาครเลขที่ 292/2569 เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ตรวจค้นพบการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยมิได้รับอนุญาต พร้อมทั้งภายในสถานที่ตรวจค้นพบการครอบครองวัตถุอันตรายซึ่งมิได้ขออนุญาต จึงได้จับกุมตัว
น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 42 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าว
โดยแจ้งข้อหา “ตั้งโรงงาน และประกอบกิจการโรงงานโดยมิได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2562 , ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมิได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535”
นำส่ง พงส.สภ.เมืองสมุทรสาคร
เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

15/05/2026

#บกปทส

ที่อยู่

พหลโยธิน
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บก.ปทส. Greencop -Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท