เพื่อนทนาย Legal 9 Office

เพื่อนทนาย Legal 9 Office โทรปรึกษาฟรี โทร 0955499143 บริการดุจญาติมิตร คิดราคายุติธรรม เรายินดีรับใช้ทุกท่าน
โทรเลย 095 549 9143

 #ปรึกษาทนาย  #ปรึกษาคดีความโทร . 0955499143 , 0805534162
23/03/2019

#ปรึกษาทนาย #ปรึกษาคดีความ
โทร . 0955499143 , 0805534162

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา คดีที่มีโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 10 ปี ให้ศาลใช้ดุลพินิจปล่อยต.....

หลักฐานการยืมเงินผ่านแชท ปัจจุบันได้รับการรับรองจากศาลแล้วว่า สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ แต่ถ้ายอดเงินยืมไม่ถึง 30,000 บ...
09/03/2019

หลักฐานการยืมเงินผ่านแชท ปัจจุบันได้รับการรับรองจากศาลแล้วว่า สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ แต่ถ้ายอดเงินยืมไม่ถึง 30,000 บาท ไม่คุ้มกับค่าดำเนินการสักเท่าไหร่นะครับ

Cr.ภาพประกอบ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

#ปรึกษาคดีความ #ปรึกษาทนาย
โทร . 0955499143 , 0805534162

10/02/2019

#ฎีกาน่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8293/2559

การใช้ถนนสาธารณะเป็นที่จอดรถ หากไม่มีข้อห้ามตามกฎหมายเป็นอย่างอื่น เจ้าของที่ดินที่มีอาคารติดกับถนนสาธารณะ ก็อาจใช้ทางสาธารณะเป็นที่จอดรถของตนได้ แต่จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นหลักก่อน โดยต้องเว้นทางสำหรับรถยนต์ให้เข้าออกได้เป็นลำดับแรก แล้วเจ้าของอาคารทั้งสองฝั่งถนนรวมถึงบุคคลทั่วไปจึงจะมีสิทธิใช้ทางส่วนที่เหลือเป็นที่จอดรถบนหลักของความเสมอภาค โดยไม่จำต้องคำนึงว่าใครจะเป็นผู้มาใช้สิทธิจอดรถก่อนหลังกัน ประกอบกับกฎกระทรวงที่กำหนดให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะ มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจรด้วย การที่จำเลยทั้งสี่ใช้พื้นที่ถนนสาธารณะซึ่งมีความกว้างเพียง 4 เมตร จอดรถของตนทั้งคันในลักษณะหวงกันการใช้ประโยชน์ของผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่ควรจะใช้แนวร่นอาคาร 1 เมตร ที่อยู่ติดกับถนนสาธารณะดังกล่าวของตนประกอบการจอดรถด้วย แต่กลับใช้เป็นที่วางกระถางต้นไม้ ซึ่งมิใช่เหตุจำเป็นที่จะใช้แนวร่นอาคารเพื่อการนั้น ย่อมเป็นการกระทำที่เกินสิทธิของตนและคำนึงถึงประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงสิทธิในการใช้ทางสาธารณประโยชน์ของผู้อื่นที่มีอยู่ร่วมกัน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเกินควร ไม่สามารถใช้พื้นที่ถนนส่วนที่เหลือในการจอดรถของตนได้ จึงรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่ เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นอันมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และมาตรา 421 และถือว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่จอดรถในแนวร่นอาคารอันเป็นแดนกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสี่ได้

#ปรึกษากฎหมาย #ปรึกษาคดี #ปรึกษาทนาย
โทร . 0955499143 , 0805534162

23/01/2019

ฎีกากลับหลัก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2560

แม้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (4) วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินสามแสนบาทก็ตาม แต่ ป.วิ.อ. มาตรา 40 บัญญัติว่า "การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง" การที่บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาโดยกำหนดให้รัฐ (พนักงานอัยการ) และผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีส่วนแพ่งรวมไปกับคดีอาญาและให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งไปในคราวเดียวกัน โดยไม่ต้องไปฟ้องร้องกันใหม่ ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมให้ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้น ถึงแม้ว่าในบางกรณีเขตอำนาจปกติของศาลที่พิจารณาคดีอาญาไม่อาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้นได้ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นกรณีที่กฎหมายประสงค์จะยกเว้นให้ทำได้ ดังเช่นพนักงานอัยการร้องขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 หรือผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 กรณีจึงไม่จำต้องคำนึงว่าศาลที่พิจารณาคดีอาญาจะเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) วรรคหนึ่งหรือไม่ และผู้เสียหายที่ยื่นฟ้องจะขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ดังนี้ แม้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำนวนเงินที่ขอเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนแพ่งได้

จำเลยยักยอกทรัพย์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นละเมิดต่อโจทก์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 206 ถือว่าจำเลยผิดนัดนับแต่เวลาที่ทำละเมิด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินโดยไม่ให้ดอกเบี้ยก่อนฟ้องจึงไม่ชอบ

หมายเหตุ : ก่อนที่จะมีฎีกาที่ 8192/2560 ในเรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กรณี ระหว่างพนักงานอัยการเป็นโจทก์ กับ ราษฎรเป็นโจทก์ ถ้ากรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ผู้พิพากษานายเดียวสามารถพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกินสามแสนบาทได้ ทั้งนี้เป็นไปตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 10197/2556 ที่วินิจฉัยว่า ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้" การที่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาทุกประเภทที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ แสดงว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ให้ผู้เสียหายซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลยและต้องไปดำเนินคดีในส่วนแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ดำเนินคดีส่วนแพ่งในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ต่อเนื่องกันไปได้ เพื่อให้การพิจารณาคดีส่วนแพ่งเป็นไปโดยรวดเร็ว ดังเช่นพนักงานอัยการร้องขอให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย กรณีไม่จำต้องคำนึงว่าศาลที่จะพิจารณาคดีอาญาจะเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 2 (1) และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) วรรคหนึ่ง และผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ดังนี้แม้โจทก์ร่วมที่ 4 ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำนวนเงินที่ขอเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น แต่ผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนแพ่งได้

ส่วนกรณีราษฎรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาเอง ผู้พิพากษานายเดียวไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกินสามแสนบาท ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 6630/2556 ที่วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 362 และมีคำขอในส่วนแพ่งซึ่งมีทุนทรัพย์ที่พิพาทเกินกว่า 300,000 บาท ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงย่อมไม่มีอำนาจรับคดีส่วนแพ่งไว้พิจารณา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (4) การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงเป็นการไม่ชอบและไม่ก่อสิทธิให้จำเลยอุทธรณ์ฎีกาได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบเช่นกัน ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4

ดังนั้น โดยผลของฎีกาที่ 8192/2560 จึงต้องถือว่ากลับฎีกาที่ 6630/2556 แล้ว

#ปรึกษากฎหมาย #ปรึกษาทนายความ #ปรึกษาคดีความ
โทร . 0955499143 , 0805534162

 #ร่างกฎหมายใหม่ #ปรึกษาทนาย  #ปรึกษาคดี  #ปรึกษากฎหมายโทร . 0955499143 , 0805534162
04/12/2018

#ร่างกฎหมายใหม่

#ปรึกษาทนาย #ปรึกษาคดี #ปรึกษากฎหมาย
โทร . 0955499143 , 0805534162

อ่านให้ดีก่อน!! กฎหมายภาษีที่สนช.ผ่านคืออะไร?
ไม่ใช่เก็บภาษีแค่คนขายของออนไลน์
ไม่ใช่รับโอนเกิน 8 ครั้งต่อวันจะถูกตรวจสอบ
ไม่ใช่แค่จุดจบคนหนีภาษี แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น

---

คืองี้.. วันนี้มีคนแชร์เรื่องผ่านกฎหมายภาษีออนไลน์มากมาย บ้างว่าจะเก็บแล้ว บ้างว่าโดนแน่นอน บ้างก็ตกใจกันจนทักเข้ามาถามพรี่หนอมกันมากมาย อยากให้ช่วยอ่านดีๆกันอีกทีนะครับ และ #ฝากแชร์ บอกคนอื่นด้วย

1. ตัวกฎหมายที่ผ่าน สนช. คือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ที่หนึ่งในนั้นมีเรื่องการตรวจสอบข้อมูลของคนทีมี "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ตามกฎหมาย โดยมอบอำนาจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตรวจสอบ

2. ร่างฉบับนี้ มีจำนวนครั้งที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น และมีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมตามรูป (สีแดง) ซึ่งสรุปได้ตามนี้

จำนวนครั้งและจำนวนโอนที่จะต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร คือ
🏧 มียอดรับโอน ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป
🏧 มียอดรับโอน ตั้งแต่ 400 ครั้งและยอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป

เน้นว่า!! ไม่ได้แค่คนขายของออนไลน์ แต่ถ้าใครมีธุรกรรมตามนี้ก็จะถูกส่งข้อมูลทั้งหมดนะครับ

ส่วนคำว่า "ตั้งแต่" นี่ไม่ใช่ "เกิน" นะครับ ถ้า 3,000 ครั้งพอดี หรือ 400 ครั้งพอดีและยอดเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาท ก็จะถูกส่งข้อมูลแล้วนะครับ

โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีแก้ไขเพิ่มเติมจากทางสนช.ให้เพิ่มจาก 200 ครั้งเป็น 400 ครั้ง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีของการทำธุรกรรมนะครับ เพราะถือว่าเป็นการลดความเข้มงวดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจ

จำนวนครั้งนับรวมทั้งปี ไม่ใช่นับเฉลี่ยในแต่ละวัน ดังนั้นไม่ใช่การนับว่า 8 ครั้งต่อวันแล้วจะโดนตรวจสอบนะครับ มันคนละเรื่องกัน

นอกจากนั้น ร่างฉบับนี้ยังบอกอีกว่า จำนวนครั้งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง "เพิ่มขึ้น" ได้โดยกฎกระทรวง ซึ่งแปลว่าอนาคตอาจจะมีการปรับเพิ่มได้อีก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจอีกต่อหนึ่ง

3. ถ้าไม่ส่งข้อมูลจะโดนอะไร แน่นอนว่าโดนปรับไง เพราะร่างกฎหมายนี้เขาบังคับให้ส่ง ถ้าไม่ส่งจะโดนปรับหนึ่งแสนและปรับต่อวันละหมื่นจ้า

โดยคนที่ส่งข้อมูลไม่ใช่แค่ "ธนาคาร" แต่หมายรวมถึงคนทุกกลุ่มตามรูปที่พรี่หนอมสรุปมา นั่นคือ ธนาคาร สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง และผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิคส์ที่เกี่ยวกับเรื่องเงิน

4. การส่งข้อมูลไม่ได้ให้สรรพากรมาตรวจสอบเจ้าของบัญชี แต่ให้ได้ข้อมูลไปใช้เพื่อตรวจสอบกับข้อมูลการยื่นภาษีของเรา โดยการส่งข้อมูลจะส่งเป็นรายปี และกำหนดให้ส่งภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป ซึ่งตรงกับช่วงเวลาการยื่นภาษีพอดี

นั่นแปลว่าถ้าเรายื่นภาษีถูกต้องแล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร แต่ถ้าหากยื่นไม่ถูกต้อง ก็แปลว่าเราควรยื่นภาษีให้ถูกต้อง เพราะการเสียภาษีมันเป็นหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้วครับ

โดยส่วนตัวพรี่หนอมมองว่ามันคือจุดเริ่มต้นในการที่เราจะใส่ใจและทำให้ถูกต้องที่สุด เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองครับ

5. ทีนี้ ถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้จริงๆ เราจะรับมืออย่างไร?
1⃣ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย สรุปข้อมูลไว้ เพื่อให้มียอดอ้างอิงตอนยื่นภาษี และถ้าถูกตรวจสอบขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหา

2⃣ เก็บเอกสารหลักฐานให้ดี เพราะกฎหมายว่าด้วยหลักฐาน ดังนั้นถ้าเรายอมจัดการหลักฐานดีเราก็จะไม่มีปัญหาครับผม

3⃣ ยื่นภาษีตรงเวลา จะได้ไม่มีปัญหาในการตรวจสอบ เพราะถ้าไม่ยื่นภาษีรับรองว่ามีปัญหาแน่นอนจ้า

มีคำถามอะไรเม้นท์ถามไว้ได้ครับ เดี๋ยวพรี่หนอมมาตอบให้ฟรี ๆ อยากรู้อะไรมาคุยกันได้เลยจ้า ถ้าคอมเม้นท์เยอะพอ พรี่หนอมจะแปะลิงค์โหลดอีบุ๊ก กับ Podcast และบทความให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันครับ

อย่าลืมกดติดตาม TaxBugnoms พร้อมกับแอดไลน์ที่ https://line.me/ti/p/ ไว้ด้วยนะครับผม

 #ทำร้ายร่างกาย ไม่จบง่าย ๆ แค่ 500 #ปรึกษาคดีความ  #ปรึกษากฎหมาย  #ปรึกษาทนายโทร . 0955499143 , 0805534162
21/11/2018

#ทำร้ายร่างกาย ไม่จบง่าย ๆ แค่ 500

#ปรึกษาคดีความ #ปรึกษากฎหมาย #ปรึกษาทนาย
โทร . 0955499143 , 0805534162

ทำร้ายร่างกายจ่าย 500 ใครว่าจบ #ทำร้ายร่างกาย #สังคมเคารพกฎหมาย #กฎหมายน่ารู้ #สำนักงานกิจการยุติธรรม #กระทรวงยุติธรรม #ข่าววันนี้ #ชื่นใจคนไทยรู้กฎหมาย #ถักเปีย

ร่างภาษีสรรพากร ฉบับใหม่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไรลองอ่านกันดูครับ #ปรึกษาทนาย  #ปรึกษากฎหมาย  #ปรึกษาคดีความโทร. 095549...
27/09/2018

ร่างภาษีสรรพากร ฉบับใหม่

เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไรลองอ่านกันดูครับ

#ปรึกษาทนาย #ปรึกษากฎหมาย #ปรึกษาคดีความ

โทร. 0955499413 , 0805534162

เสนอปฏิรูประบบภาษีสรรพากรใหม่ ลดภาษีบุคคลธรรมดาใกล้เคียงนิติบุคคล และขยายวงเงินขึ้นทะเบียนแวตเป็น 10 ล้า...

 #กฎหมายใหม่ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิ...
09/08/2018

#กฎหมายใหม่

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกับมีการประกาศเก็บภาษีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง ใครสนใจก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ

#ปรึกษากฎหมาย #ปรึกษาทนายความ #ปรึกษาคดีความ
โทร . 0955499143 , 0805534162

ประกาศใช้แล้ว! “พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561” ซึ่งมี 2 ฉบับด้วยกัน ฉบับนึงเกี่ยวกับ “แน...

 #ฎีกาที่น่าสนใจ การไม่ติดต่อหากันเลยโดยไม่สนใจตลอดสามปีอาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2549          "แ...
08/07/2018

#ฎีกาที่น่าสนใจ การไม่ติดต่อหากันเลยโดยไม่สนใจตลอดสามปีอาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2549

"แม้ในปี 2517 โจทก์เป็นฝ่ายละทิ้งร้างจำเลยโดยออกจากบ้านที่โจทก์จำเลยเคยอยู่กินด้วยกันไปอยู่กินฉันสามีภริยากับนาง ม.ก็ตาม แต่ในปี 2519 จำเลยก็มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนาย ส. จนมีบุตรด้วยกัน 1 คน แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์อีกต่อไปเช่นเดียวกัน และระหว่างที่แยกกันอยู่ไม่ปรากฏว่า โจทก์กลับไปอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยอีก ฝ่ายจำเลยซึ่งทราบดีว่าโจทก์พักอาศัยอยู่ที่ใดก็มิได้สนใจหรือหาทางที่จะอยู่ร่วมกับโจทก์ฉันสามีภริยาต่อไป พฤติการณ์ของโจทก์จำเลยที่ต่างคนต่างอยู่เป็นเวลานานถึง 25 ปีนั้น ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี อันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ.มาตรา 1516 (4/2) โจทก์จึงฟ้องหย่าจำเลยได้"

#ปรึกษาทนาย #ปรึกษาคดีความ
โทร . 0955499143 , 0805534162

ที่อยู่

7 ซอยนวมินทร์ 74 แยก 3 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 22:00
อังคาร 08:00 - 22:00
พุธ 08:00 - 22:00
พฤหัสบดี 08:00 - 22:00
ศุกร์ 08:00 - 22:00
เสาร์ 08:00 - 22:00
อาทิตย์ 08:00 - 22:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพื่อนทนาย Legal 9 Officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์