สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ

สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร

17/09/2026

วิศวกรตามกฎหมาย ทำอะไรได้บ้าง และมีเรื่องอะไรที่ต้องระวัง?

🏗️ ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางคัน ต้องทำอย่างไร?จ่ายเงินไปแล้ว 70%แต่งานเสร็จจริงประมาณ 40%จากนั้นผู้รับเหมาก็เงียบหายไปคำถามท...
08/09/2026

🏗️ ผู้รับเหมาทิ้งงานกลางคัน ต้องทำอย่างไร?
จ่ายเงินไปแล้ว 70%
แต่งานเสร็จจริงประมาณ 40%
จากนั้นผู้รับเหมาก็เงียบหายไป
คำถามที่ตามมาคือ
“ตอนนี้ผู้ว่าจ้างทำอะไรได้บ้าง?”
เรื่องสำคัญคือ กฎหมายไม่ได้บังคับให้คุณต้องรออย่างเดียว
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถจ้างคนใหม่ รื้อของเดิม หรือหยุดจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ทำอะไรให้ถูกขั้นตอน
เพราะถ้าดำเนินการผิดลำดับ จากฝ่ายที่เสียหาย อาจกลายเป็นฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าผิดสัญญาเสียเอง
⚠️ 3 อย่างที่ไม่ควรรีบทำ
1. อย่าเพิ่งจ้างผู้รับเหมารายใหม่ทันที
หากยังไม่มีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้รับเหมาเดิมกลับเข้าทำงานหรือแก้ไขภายในกำหนดเวลา การให้คนใหม่เข้าหน้างานทันที อาจเปิดช่องให้อีกฝ่ายโต้แย้งว่า ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้ทำงานต่อ
2. อย่าหยุดจ่ายเงินโดยไม่แจ้งเหตุผล
หากมีเงินงวดที่ถึงกำหนดชำระ ควรตรวจสอบก่อนว่าตามสัญญาและสภาพงาน ผู้รับเหมามีสิทธิได้รับเงินงวดนั้นแล้วหรือไม่
หากจะยึดหน่วงหรือปฏิเสธการชำระ ควรแจ้งเหตุเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน
3. อย่ารีบรื้อหรือซ่อมงานที่มีปัญหา
ก่อนแก้ไข ควรถ่ายภาพ วิดีโอ และบันทึกสภาพเดิมไว้ให้ครบ
หากความเสียหายมีมูลค่าสูงหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อน เพราะเมื่อรื้อไปแล้ว หลักฐานเดิมอาจไม่สามารถเรียกกลับมาได้
📌 7 ขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับ
1. เปิดสัญญาแล้วตรวจ 3 เรื่องก่อน
ดูให้ชัดว่า
• กำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด
• มีเงื่อนไขบอกเลิกสัญญาอย่างไร
• มีค่าปรับความล่าช้าหรือไม่
สามเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณมีทางเลือกใดบ้าง
2. เก็บหลักฐานสภาพหน้างาน
ถ่ายทั้ง
• ภาพรวม
• งานที่ทำเสร็จแล้ว
• งานที่ยังไม่เสร็จ
• งานที่ชำรุด
• วัสดุที่ยังค้างอยู่ในหน้างาน
ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับที่มีข้อมูลวันและเวลาไว้ด้วย
3. ประเมินมูลค่างานที่ทำจริง
นำเนื้องานที่ทำเสร็จมาเทียบกับเงินที่จ่ายไปแล้ว
ตัวอย่างเช่น
จ่ายไป 70%
แต่งานทำจริงเพียงประมาณ 40%
ส่วนต่างดังกล่าวอาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการเรียกร้องเงินคืน
หากมูลค่าโครงการสูง ควรมีวิศวกรหรือผู้ประเมินอิสระจัดทำรายงาน เพื่อให้ตัวเลขมีหลักฐานรองรับ
4. ส่งหนังสือบอกกล่าว
ควรมีหนังสือให้ผู้รับเหมา
• กลับเข้าทำงาน
• แก้ไขงาน
• หรือปฏิบัติตามสัญญา
ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยระบุ วันสุดท้ายให้ชัดเจน
ส่งไปยังที่อยู่ตามสัญญา และเก็บหลักฐานการส่งไว้ทุกครั้ง
5. พ้นกำหนดแล้วไม่แก้ไข จึงพิจารณาจ้างคนอื่น
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 594 ในบางกรณี ผู้ว่าจ้างสามารถให้บุคคลภายนอกเข้ามาแก้ไขหรือทำงานต่อ โดยเรียกค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายจากผู้รับจ้างเดิมได้
แต่ควรมีหลักฐานชัดเจนว่า ได้ให้โอกาสผู้รับจ้างเดิมดำเนินการแล้ว และอีกฝ่ายไม่ดำเนินการภายในกำหนด
6. ตรวจสอบว่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือไม่
หากผู้รับจ้างล่าช้าจนเห็นได้ว่า งานจะไม่เสร็จตามกำหนด อาจต้องพิจารณาสิทธิตาม มาตรา 593
ส่วน มาตรา 605 เปิดทางให้ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาจ้างทำของได้ตราบใดที่งานยังไม่เสร็จ แต่กรณีนี้อาจมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รับจ้าง
ดังนั้น คำว่า “บอกเลิกสัญญาได้” ไม่ได้หมายความว่าใช้ฐานใดก็เหมือนกัน
ควรตรวจสอบให้ชัดว่า เลิกเพราะอีกฝ่ายผิดสัญญา หรือ เลิกเพราะผู้ว่าจ้างไม่ต้องการทำต่อแล้ว
ผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
7. เช็กเงินประกันและหนังสือค้ำประกัน
ดูว่าสัญญามี
• เงินประกันผลงาน
• เงินที่หักไว้จากแต่ละงวด
• หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร
• หลักประกันอื่น
หรือไม่
เพราะสิทธิในหลักประกันเหล่านี้อาจมีเงื่อนไขและกำหนดเวลาในการเรียกใช้ จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน
💰 ผู้ว่าจ้างอาจเรียกอะไรได้บ้าง?
ขึ้นอยู่กับสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น
• เงินที่จ่ายไปเกินกว่ามูลค่างานที่ทำจริง
• ส่วนต่างค่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ที่ต้องเข้ามาทำงานต่อ
• ค่าซ่อมแซมหรือแก้ไขงานชำรุด
• ค่าปรับความล่าช้าตามสัญญา
• ค่าเสียหายอื่นที่พิสูจน์ได้ เช่น ค่าเช่าที่พัก หรือรายได้ที่ขาดไป
• เงินประกันผลงาน หรือสิทธิตามหนังสือค้ำประกัน
📂 เอกสารที่ควรเตรียมไว้
• สัญญาและเอกสารแนบท้าย
• BOQ และแบบก่อสร้าง
• หลักฐานการโอนเงินทุกงวด
• ภาพถ่ายและวิดีโอหน้างาน
• แชต LINE / อีเมล / หนังสือโต้ตอบ
• หนังสือบอกกล่าว
• รายงานวิศวกรหรือผู้ควบคุมงาน
• ใบเสนอราคาจากผู้รับเหมารายใหม่
📌 สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อผู้รับเหมาทิ้งงาน คือ “อย่ารีบทำทุกอย่างพร้อมกัน”
ควรเก็บหลักฐาน → ตรวจสัญญา → บอกกล่าว → ประเมินงาน → แล้วจึงตัดสินใจว่าจะให้คนใหม่ทำต่อ บอกเลิกสัญญา หรือเรียกร้องค่าเสียหาย
เพราะลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง อาจมีผลต่อสิทธิของคุณในภายหลัง
หากกำลังเจอปัญหา ผู้รับเหมาหยุดงาน ติดต่อไม่ได้ หรือจ่ายเงินไปมากกว่างานที่ทำจริง
📩 สามารถทักแชทมาเล่ารายละเอียดเบื้องต้น เพื่อช่วยประเมินเอกสารและแนวทางดำเนินการก่อนได้
#คดีก่อสร้าง #ผู้รับเหมาทิ้งงาน #ผิดสัญญาก่อสร้าง #สร้างบ้าน #ผู้ว่าจ้าง #ผู้รับเหมา #กฎหมายก่อสร้าง #ทนายความคดีก่อสร้าง #สำนักงานกฎหมาย #กฎหมายน่ารู้

📝 8 ข้อต้องเช็กก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้างสัญญาก่อสร้างที่ผู้รับเหมาเตรียมมาให้เซ็นเขียนขึ้นเพื่อคุ้มครองใครเป็นหลัก?คำถามนี้ไ...
05/09/2026

📝 8 ข้อต้องเช็กก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้าง
สัญญาก่อสร้างที่ผู้รับเหมาเตรียมมาให้เซ็น
เขียนขึ้นเพื่อคุ้มครองใครเป็นหลัก?
คำถามนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้รับเหมาจะเอาเปรียบเสมอไป แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่คนร่างสัญญามักร่างจากมุมของตัวเอง
ดังนั้น ก่อนเซ็น ผู้ว่าจ้างควรอ่านให้ครบ และตรวจดูว่า สิ่งสำคัญที่ควรมีในสัญญาถูกเขียนไว้ชัดเจนแล้วหรือยัง
เซฟโพสต์นี้ไว้เปิดดูก่อนเซ็นสัญญาครั้งหน้า 👇
✅ 1. งวดเงินต้องผูกกับ “เนื้องาน” ไม่ใช่แค่วันที่
ควรกำหนดให้ชัดว่าแต่ละงวดจ่ายเมื่อทำงานอะไรเสร็จ เช่น
งวดที่ 3 จ่ายเมื่อเทพื้นชั้น 2 แล้วเสร็จ และผ่านการตรวจรับ
ไม่ควรกำหนดเพียงว่า
“จ่ายทุกวันที่ 30 ของเดือน”
เพราะหากจ่ายเงินตามเวลาโดยไม่สัมพันธ์กับความคืบหน้าของงาน อาจเกิดปัญหา จ่ายเงินไปมากกว่างานที่ทำจริง
✅ 2. ค่าปรับความล่าช้าต้องระบุให้ชัด
อย่าเขียนเพียงว่า
“หากผู้รับจ้างล่าช้า ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย”
ควรกำหนดให้ชัดว่า
• ปรับวันละเท่าไร
• หรือคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
• เริ่มนับค่าปรับตั้งแต่วันไหน
• มีเหตุใดบ้างที่สามารถขยายเวลาได้
ยิ่งเขียนชัด เวลามีข้อพิพาทก็ยิ่งพิสูจน์ง่าย
✅ 3. ควรมีเงินประกันผลงาน
อาจตกลงหักเงินจากแต่ละงวดไว้บางส่วน เช่น 5–10% แล้วคืนเมื่อพ้นระยะรับประกันตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
เงินส่วนนี้ช่วยให้ผู้ว่าจ้างยังมีเครื่องมือในการติดตามให้ผู้รับเหมานำงานกลับมาแก้ไข หากพบข้อบกพร่องภายหลังส่งมอบ
อย่างไรก็ตาม อัตราและเงื่อนไขการคืนควรกำหนดให้เหมาะสมกับโครงการ
✅ 4. ระยะรับประกันต้องระบุทั้ง “ระยะเวลา” และ “ขอบเขต”
อย่าเขียนเพียงว่า
“รับประกันงาน 1 ปี”
ควรระบุด้วยว่า
• งานโครงสร้างรับประกันเท่าไร
• งานระบบรับประกันเท่าไร
• งานตกแต่งรับประกันเท่าไร
• เริ่มนับตั้งแต่วันใด
• มีกรณีใดที่ไม่อยู่ในความรับผิด
เพราะคำว่า “รับประกันงาน” เพียงอย่างเดียว อาจตีความกันคนละแบบในภายหลัง
✅ 5. แบบก่อสร้างและรายการวัสดุต้องแนบท้ายสัญญา
สัญญาควรระบุให้ชัดว่าใช้
• แบบก่อสร้างฉบับใด
• BOQ ฉบับใด
• วัสดุยี่ห้อ รุ่น หรือคุณสมบัติใด
และควรกำหนดว่า หากจะเปลี่ยนวัสดุหรือเปลี่ยนแบบ ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย เป็นลายลักษณ์อักษร
เพราะข้อตกลงที่พูดกันหน้างานเพียงอย่างเดียว อาจพิสูจน์ได้ยากเมื่อเกิดข้อพิพาท
✅ 6. งานเพิ่ม-งานลด ต้องมีขั้นตอนชัดเจน
ก่อนเริ่มทำงานเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงงาน ควรมีเอกสารระบุว่า
• เพิ่มหรือลดงานอะไร
• ราคาเท่าไร
• ใช้เวลาเพิ่มกี่วัน
• กระทบกำหนดส่งมอบหรือไม่
• ใครเป็นผู้อนุมัติ
ข้อพิพาทเรื่อง “งานเพิ่ม ใครสั่ง และตกลงราคาเท่าไร” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในงานก่อสร้าง
✅ 7. กำหนดวิธีรับมอบงานไว้ตั้งแต่ในสัญญา
ควรระบุว่าเมื่อส่งมอบงาน จะต้องมี
• การตรวจงานร่วมกัน
• เอกสารส่งมอบงาน
• รายการงานค้างหรือข้อบกพร่อง
• ระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องกลับมาแก้ไข
หากพบข้อบกพร่องในวันตรวจรับ ควรบันทึกไว้ในเอกสารให้ครบ
เพราะการรับมอบงานโดยไม่ทักท้วง อาจมีผลต่อสิทธิเรียกร้องของผู้ว่าจ้างในภายหลังได้
✅ 8. ผู้รับเหมาช่วงและผู้รับผิดชอบหน้างานต้องระบุให้ชัด
หากผู้รับจ้างนำงานบางส่วนไปจ้างช่วง ควรกำหนดไว้ว่า
ผู้รับจ้างตามสัญญายังคงต้องรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้าง
และควรมีข้อมูลของผู้รับผิดชอบหน้างาน เช่น
• ชื่อผู้ควบคุมงาน
• เบอร์โทรศัพท์
• ช่องทางติดต่อ
• ผู้มีอำนาจสั่งการหรือรับหนังสือ
เพื่อป้องกันปัญหาเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่ทราบว่าจะติดต่อใคร
📌 สรุปก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้าง
อย่างน้อยควรตรวจให้ครบเรื่อง
1. งวดงาน
2. ค่าปรับ
3. เงินประกันผลงาน
4. ระยะรับประกัน
5. แบบและวัสดุ
6. งานเพิ่ม-งานลด
7. การตรวจรับงาน
8. ผู้รับเหมาช่วงและผู้รับผิดชอบ
สัญญาที่ดีไม่ได้มีไว้ใช้ตอนเกิดคดีเท่านั้น
แต่ควรช่วยให้ ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างรู้หน้าที่ของตัวเองตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
มีสัญญาก่อสร้างอยู่ในมือแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าข้อไหนยังขาด?
📩 สามารถทักแชทมาปรึกษาหรือตรวจสัญญาเบื้องต้นก่อนเซ็นได้
#สัญญาก่อสร้าง #สร้างบ้าน #รีโนเวท #ผู้รับเหมา #ผู้ว่าจ้าง #กฎหมายก่อสร้าง #ตรวจสัญญา #คดีก่อสร้าง #ทนายความ #สำนักงานกฎหมาย #เช็กลิสต์ก่อนเซ็น

🏠 บ้านชำรุดหลังรับมอบ ยังฟ้องทันไหม?รับมอบบ้านมาแล้ว 3 ปีอยู่ ๆ พบว่า ผนังร้าว พื้นทรุด หรือมีน้ำรั่วซึมพอติดต่อผู้รับเห...
04/09/2026

🏠 บ้านชำรุดหลังรับมอบ ยังฟ้องทันไหม?
รับมอบบ้านมาแล้ว 3 ปี
อยู่ ๆ พบว่า ผนังร้าว พื้นทรุด หรือมีน้ำรั่วซึม
พอติดต่อผู้รับเหมา กลับได้รับคำตอบว่า
“หมดประกันแล้ว”
คำตอบนี้ถูกหรือไม่ ต้องดูอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ
• ในสัญญากำหนดระยะรับประกันไว้อย่างไร
• ความชำรุดบกพร่องนั้น “ปรากฏขึ้น” เมื่อใด
เพราะเรื่องความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้าง มีกรอบเวลาหลายชุดที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัด
⏳ ต้องแยก “นาฬิกา” 3 เรือนออกจากกัน
1. ความชำรุดต้องปรากฏภายในกี่ปี?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600
หากสัญญาไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน
• 1 ปี นับแต่วันส่งมอบ สำหรับงานทั่วไป
• 5 ปี นับแต่วันส่งมอบ หากเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน
ดังนั้น งานก่อสร้างบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง อาจอยู่ในกรอบ 5 ปีตามกฎหมาย
แต่ต้องเข้าใจว่า…
⚠️ “5 ปี” ไม่ได้หมายความว่ามีเวลาฟ้อง 5 ปี
2. เมื่อพบความชำรุดแล้ว มีเวลาฟ้องเท่าไร?
ตาม มาตรา 601 กฎหมายกำหนดว่า ห้ามฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้น 1 ปี นับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้น
ตัวอย่างเช่น
รับมอบบ้านปีที่ 1
พบรอยร้าวในปีที่ 2
แต่เจรจากับผู้รับเหมาเรื่อยมาจนถึงปีที่ 4
แม้รอยร้าวจะปรากฏภายในกรอบ 5 ปี แต่สิทธิฟ้องอาจมีปัญหาเรื่องอายุความแล้ว เพราะระยะเวลา 1 ปีอาจเริ่มนับตั้งแต่วันที่ความชำรุดนั้นปรากฏขึ้น
📌 นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดมากที่สุด
5 ปี = ระยะที่ความชำรุดต้องปรากฏ
ไม่ใช่
5 ปี = ระยะเวลาที่จะฟ้องเมื่อไรก็ได้
3. ระยะรับประกันตามสัญญา
นอกจากระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ต้องกลับไปดูในสัญญาด้วยว่า คู่สัญญากำหนดเรื่องรับประกันงานไว้อย่างไร
เช่น
• รับประกันงานทั่วไป 1 ปี
• รับประกันงานระบบ 2 ปี
• รับประกันโครงสร้าง 5 ปี
ข้อกำหนดในสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีจึงต้องนำมาพิจารณาประกอบกัน ไม่ควรดูเพียงคำว่า “หมดประกัน” อย่างเดียว
⚠️ อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือ “รับมอบงานโดยไม่ทักท้วง”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 598
หากผู้ว่าจ้างรับมอบงานที่มีความชำรุดบกพร่องไปโดยไม่อิดเอื้อน ผู้รับจ้างอาจไม่ต้องรับผิด
เว้นแต่เป็น
• ความชำรุดที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในขณะรับมอบ
• หรือเป็นความชำรุดที่ผู้รับจ้างปิดบังไว้
ดังนั้น วันตรวจรับงาน จึงเป็นหนึ่งในวันที่สำคัญที่สุดของโครงการ
หากพบว่า
• งานแตกร้าว
• งานไม่เรียบร้อย
• มีงานค้าง
• วัสดุไม่ตรงตามแบบ
• ระบบยังใช้งานไม่ได้
ควรระบุไว้ในเอกสารตรวจรับให้ครบ และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ไม่ควรเซ็นรับมอบงานโดยไม่มีข้อสังเกต เพียงเพราะได้รับคำรับปากว่า
“เดี๋ยวกลับมาแก้ให้”
💰 งานชำรุดหรือส่งมอบล่าช้า ยึดเงินงวดสุดท้ายไว้ได้ไหม?
ตาม มาตรา 599 ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้ หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า หรือส่งมอบงานที่มีความชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ผู้รับจ้างจะให้ประกันตามสมควร
อย่างไรก็ตาม การยึดหน่วงเงินควรทำอย่างมีเหตุผล
ควรมีหนังสือแจ้งให้ชัดเจนว่า
• งานส่วนใดมีปัญหา
• ต้องการให้แก้ไขอะไร
• ยึดหน่วงเงินจำนวนเท่าใด
• เพราะเหตุใดจึงยึดเงินจำนวนดังกล่าว
ไม่ควรหยุดจ่ายเงินทั้งหมดโดยไม่มีคำอธิบาย เพราะอาจทำให้เกิดข้อพิพาทกลับมาอีกด้านหนึ่งได้
📸 พบความเสียหายแล้ว ควรทำอะไรทันที?
1. ถ่ายภาพและวิดีโอ
ถ่ายทั้งภาพรวมและภาพระยะใกล้ ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับที่มีข้อมูลวันและเวลาไว้
2. แจ้งผู้รับเหมาเป็นลายลักษณ์อักษร
ระบุให้ชัดว่า
• พบความเสียหายอะไร
• พบตรงจุดไหน
• พบเมื่อวันที่เท่าใด
• ต้องการให้ดำเนินการอย่างไร
ไม่ควรแจ้งทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
3. เก็บหลักฐานการส่งหนังสือ
หากส่งทางไปรษณีย์ ควรเก็บหลักฐานการส่งและใบตอบรับไว้ เพราะอาจมีความสำคัญในการพิสูจน์ลำดับเหตุการณ์
4. หากเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ให้รีบปรึกษาวิศวกร
โดยเฉพาะปัญหา เช่น
• พื้นทรุด
• เสาหรือคานแตกร้าว
• อาคารเอียง
• รอยร้าวที่มีแนวโน้มขยายตัว
ควรให้วิศวกรตรวจสอบและจัดทำรายงานไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสภาพหน้างาน
📌 สรุปสั้น ๆ
บ้านรับมอบมาเกิน 1 ปี หรือหมดระยะรับประกันตามสัญญาแล้ว ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิเรียกร้องเสมอไป
แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องรีบตรวจสอบว่า
• ความเสียหายเกิดขึ้นหรือปรากฏขึ้นเมื่อใด
• เป็นความชำรุดประเภทใด
• สัญญากำหนดเรื่องรับประกันไว้อย่างไร
• และอายุความในการดำเนินคดีเหลืออยู่เท่าใด
หากเพิ่งพบ รอยร้าว รอยรั่ว พื้นทรุด หรือความเสียหายหลังรับมอบบ้าน
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเพราะมัวแต่รอผู้รับเหมานัดเข้าซ่อม
📩 สามารถทักแชทมาปรึกษาเบื้องต้น เพื่อช่วยตรวจสอบกรอบเวลาและเอกสารที่มีอยู่ได้
#ความชำรุดบกพร่อง #บ้านร้าว #บ้านทรุด #คดีก่อสร้าง #อายุความ #รับประกันงานก่อสร้าง #ผู้รับเหมา #สร้างบ้าน #กฎหมายก่อสร้าง #ทนายความคดีก่อสร้าง #สำนักงานกฎหมาย

👉 ให้ภาพบรรยาย (ลูกความให้โพสต์โดยไม่ต้องปิดหน้า)⚖️ สืบพยานโจทก์ได้ 3 ปาก มีโจทก์ 1 ปากและ  #วุฒิวิศวกร 1 ปาก และ  #สามั...
03/09/2026

👉 ให้ภาพบรรยาย (ลูกความให้โพสต์โดยไม่ต้องปิดหน้า)
⚖️ สืบพยานโจทก์ได้ 3 ปาก มีโจทก์ 1 ปากและ #วุฒิวิศวกร 1 ปาก และ #สามัญวิศวกร 1 ปาก สืบพยานฝ่ายโจทก์ยังไม่แล้วเสร็จ จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 1,000,000 บาท โอนชำระในทันที และมีกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ อีกบางส่วน คดีเป็นอันตกลงกันได้โจทก์ ยอมถอนฟ้อง #คดีก่อสร้าง #คดีอาญามาตรา227 #ทนายโจทก์ #ทนายเจ้าของบ้าน
⚖️👷‍♂️⚖️
#ทนายวิศวะ0868075928

8  ก่อสร้างข้างบ้านทำบ้านเราร้าว ทำอย่างไรข้างบ้านตอกเสาเข็มอยู่สามสัปดาห์ พอเดินกลับเข้าบ้าน พบรอยร้าวพาดยาวกลางผนังห้อ...
03/09/2026

8 ก่อสร้างข้างบ้านทำบ้านเราร้าว ทำอย่างไร

ข้างบ้านตอกเสาเข็มอยู่สามสัปดาห์ พอเดินกลับเข้าบ้าน พบรอยร้าวพาดยาวกลางผนังห้องนอน
คำถามแรกที่ทุกคนถามคือ จะเรียกร้องจากใคร คำตอบคืออาจเรียกได้จากหลายฝ่ายพร้อมกัน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ตอนนี้คุณพิสูจน์ได้หรือยังว่ารอยร้าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากเขาเริ่มก่อสร้าง

‼️ สิ่งที่ต้องทำทันที เรียงตามลำดับความสำคัญ
1. ถ่ายภาพและวิดีโอความเสียหายทั้งหมดในวันที่พบ ถ่ายให้เห็นทั้งรอยร้าวระยะใกล้ และภาพกว้างที่เห็นตำแหน่งของรอยร้าวในบ้าน พร้อมถ่ายไซต์ก่อสร้างข้างเคียงไว้ด้วย
2.วัดขนาดรอยร้าวและทำเครื่องหมายไว้พร้อมวันที่ แล้วถ่ายซ้ำทุกสัปดาห์ เพื่อแสดงว่ารอยร้าวขยายตัวขึ้นตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากในคดีลักษณะนี้
3.แจ้งผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เอกสารนี้ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือแจ้งให้เขาทราบ และตรึงวันที่ที่คุณรู้ถึงความเสียหายไว้
4. แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่น คือสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ ให้เข้าตรวจสอบว่าการก่อสร้างมีมาตรการป้องกันความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดหรือไม่ การมีบันทึกของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลักฐานที่แข็งแรงมาก
5. ให้วิศวกรอิสระตรวจและออกรายงาน ระบุสาเหตุของความเสียหายและประเมินค่าซ่อมแซม เอกสารฉบับนี้คือหัวใจของคดี เพราะประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือความสัมพันธ์ระหว่างการก่อสร้างกับความเสียหาย

📍เรียกร้องจากใครได้บ้าง
โดยทั่วไปอาจเรียกร้องได้จากหลายฝ่ายในลักษณะร่วมกันรับผิด ได้แก่ เจ้าของโครงการหรือเจ้าของที่ดินที่ก่อสร้าง ผู้รับเหมาที่ลงมือทำงาน และในบางกรณีรวมถึงผู้ควบคุมงานหรือผู้ออกแบบ ขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายเกิดจากความบกพร่องในขั้นตอนใด

การระบุผู้รับผิดให้ครบตั้งแต่ต้นสำคัญมาก เพราะหากฟ้องเฉพาะผู้รับเหมารายเล็กที่ไม่มีทรัพย์สิน ชนะคดีแล้วก็อาจเก็บเงินไม่ได้

⚖️ ฐานกฎหมายที่ใช้
• การกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ซึ่งเป็นฐานหลักในการเรียกค่าเสียหาย
• ความรับผิดของผู้ครองหรือเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ในกรณีที่ความเสียหายเกิดเพราะการก่อสร้างไม่บริบูรณ์หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ ตามมาตรา 434
• สิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่จะปัดป้องความเดือดร้อนรำคาญเกินกว่าที่ควรคิด ตามมาตรา 1337
• ในบางกรณี ความเดือดร้อนจากฝุ่น เสียง หรือการสั่นสะเทือน อาจเข้าข่ายเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ซึ่งร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง
จุดที่ทำให้คนแพ้คดีบ่อยที่สุด คืออายุความ
อายุความเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดตามมาตรา 448 คือ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะต้องชดใช้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด
หนึ่งปีสั้นกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้เวลาไปกับการเจรจา รอให้เขาซ่อม รอให้โครงการสร้างเสร็จ แล้วค่อยมาคิดเรื่องฟ้อง หลายคดีที่มีหลักฐานแน่นหนาต้องยุติเพราะเหตุนี้
ถ้าข้างบ้านยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่กำลังจะเริ่ม
สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่ทำได้คือ บันทึกสภาพบ้านของตัวเองไว้ก่อนเริ่มก่อสร้าง ถ่ายภาพผนังทุกด้าน พื้น ฝ้า และรอยร้าวเดิมที่มีอยู่แล้วให้ครบ พร้อมวันที่ หากทำได้ควรให้วิศวกรทำรายงานสำรวจสภาพก่อนการก่อสร้างไว้
เอกสารชุดนี้เปลี่ยนคดีจากการเถียงกันว่ารอยร้าวมีมาก่อนหรือไม่ ให้กลายเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ทันที และในหลายกรณีทำให้อีกฝ่ายยอมชดใช้โดยไม่ต้องขึ้นศาลเลย
บ้านเริ่มมีรอยร้าวจากไซต์ข้างเคียง อย่ารอให้เขาสร้างเสร็จ ทักแชทมาให้ช่วยวางลำดับการเก็บหลักฐานก่อนได้
#บ้านร้าว #ก่อสร้างข้างบ้าน #ละเมิด #เพื่อนบ้าน #คดีก่อสร้าง #ทนายความ

📁 เก็บหลักฐานอย่างไร ให้ใช้ได้จริงในศาล?คดีก่อสร้างจำนวนมากไม่ได้แพ้เพราะฝ่ายที่เสียหาย “ไม่มีเหตุผล”แต่แพ้เพราะ พิสูจน์...
03/09/2026

📁 เก็บหลักฐานอย่างไร ให้ใช้ได้จริงในศาล?
คดีก่อสร้างจำนวนมากไม่ได้แพ้เพราะฝ่ายที่เสียหาย “ไม่มีเหตุผล”
แต่แพ้เพราะ พิสูจน์สิ่งที่พูดไม่ได้
ในชั้นศาล คำว่า
“เขารับปากไว้แล้ว”
อาจมีน้ำหนักน้อยกว่าข้อความในแชตเพียงไม่กี่บรรทัดที่มีวันและเวลาชัดเจน
ถ้างานก่อสร้างของคุณเริ่มมีสัญญาณไม่ดี ควรเริ่มเก็บหลักฐานตั้งแต่วันนี้
🔹 8 อย่างที่ควรเก็บไว้
1. ภาพถ่ายหน้างาน พร้อมวันเวลา
ควรถ่ายความคืบหน้าเป็นระยะ เช่น ทุกสัปดาห์ และพยายามถ่ายจากมุมเดิม
ภาพที่ต่อเนื่องตามช่วงเวลา ช่วยแสดงให้เห็นได้ชัดว่า งานคืบหน้าเพียงใด หยุดอยู่ช่วงไหน หรือความเสียหายเกิดขึ้นเมื่อใด
2. แชตและการติดต่อทั้งหมด
อย่าลบประวัติการสนทนา โดยเฉพาะ LINE อีเมล หรือข้อความที่พูดถึง
• กำหนดส่งงาน
• การเลื่อนงาน
• การรับปากแก้ไข
• งานเพิ่ม-งานลด
• การทวงถามเงิน
• การยอมรับปัญหา
และควรสำรองข้อมูลไว้อีกชุดหนึ่ง เผื่อโทรศัพท์เสีย สูญหาย หรือเปลี่ยนเครื่อง
3. หลักฐานการชำระเงินทุกงวด
เก็บสลิป ใบเสร็จ และหลักฐานการโอนเงินให้ครบ
ที่สำคัญ ควรระบุให้ได้ว่า เงินแต่ละก้อนจ่ายสำหรับงานงวดไหน ตามสัญญา
4. หนังสือแจ้งเตือนและหลักฐานการส่ง
เมื่อพบปัญหา ควรมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น
• หนังสือให้แก้ไขงาน
• หนังสือทวงถาม
• หนังสือให้เร่งงาน
• หนังสือบอกกล่าวผิดนัด
หากส่งทางไปรษณีย์ ควรเก็บหลักฐานการส่งและหลักฐานการรับไว้ด้วย
5. สัญญา แบบก่อสร้าง และ BOQ
ต้องเก็บฉบับที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น รวมถึงฉบับที่มีการแก้ไขภายหลัง
หากมีการเปลี่ยนแบบหลายครั้ง ควรเก็บ ทุกเวอร์ชันพร้อมวันที่ เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าแต่ละช่วงตกลงอะไรกันไว้
6. เอกสารงานเพิ่ม-งานลด
ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงงาน ควรมีหลักฐานว่า
• เปลี่ยนอะไร
• ราคาเพิ่มหรือลดเท่าใด
• กระทบกำหนดเวลาก่อสร้างหรือไม่
• ใครเป็นผู้สั่งเปลี่ยนงาน
เพราะปัญหา “ทำงานเพิ่มแล้วค่อยมาเรียกเงินทีหลัง” เป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่พบได้บ่อย
7. รายงานผู้ควบคุมงาน / วิศวกร
หากมีวิศวกร สถาปนิก หรือผู้ควบคุมงาน ควรขอสำเนารายงานเก็บไว้เองทุกครั้ง
โดยเฉพาะรายงานความคืบหน้า รายงานตรวจงาน และเอกสารที่ระบุปัญหาหรือข้อบกพร่อง
8. เอกสารตรวจรับและรายการข้อบกพร่อง
วันตรวจรับงาน หากพบงานที่ยังไม่เรียบร้อย ควรบันทึกให้ชัดว่า
• จุดใดมีปัญหา
• ต้องแก้อะไร
• กำหนดแก้เสร็จเมื่อใด
และควรถ่ายภาพประกอบไว้ด้วย
⚠️ 4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ทวงถามทางโทรศัพท์อย่างเดียว
หลายคนไม่อยากทำหนังสือเพราะกลัวเสียความสัมพันธ์ จึงโทรคุยกันอย่างเดียว
แต่เมื่อเกิดคดีขึ้น อาจไม่มีหลักฐานว่าพูดหรือตกลงอะไรกันไว้
หลังจากโทรคุยเรื่องสำคัญ จึงควรมีข้อความหรือหนังสือยืนยันอีกครั้ง
2. ลบแชตเก่า
โดยเฉพาะแชตช่วงต้นโครงการ เพราะมักเป็นช่วงที่มีข้อตกลงสำคัญ เช่น ราคา ระยะเวลา และขอบเขตงาน
3. รีบซ่อมหรือรื้อก่อนเก็บหลักฐาน
หากพบความเสียหาย อย่าเพิ่งรีบแก้ทั้งหมดโดยไม่มีการบันทึกสภาพเดิม
ควรถ่ายภาพ วิดีโอ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน เพื่อยืนยันว่าความเสียหายเดิมเป็นอย่างไร
4. เซ็นรับมอบงานทั้งที่งานยังไม่เรียบร้อย
อย่าเซ็นเพียงเพราะอีกฝ่ายรับปากว่า
“เดี๋ยวจะกลับมาแก้ให้”
หากยังมีงานค้างหรือข้อบกพร่อง ควรระบุไว้ในเอกสารรับมอบงานให้ชัดเจน
🗂️ จัดเอกสารอย่างไรให้หาง่าย?
แนะนำให้สร้างโฟลเดอร์หลักของโครงการ แล้วแบ่งเป็น
1. สัญญา / แบบ / BOQ
2. การเงินและการชำระเงิน
3. ภาพถ่ายและวิดีโอ
4. การติดต่อและหนังสือโต้ตอบ
5. เอกสารวิศวกรรมและการตรวจรับ
ตั้งชื่อไฟล์โดยขึ้นต้นด้วยวันที่ เช่น
2569-03-15_หนังสือแจ้งแก้ไขงาน
2569-03-20_ภาพหน้างานครั้งที่05
2569-03-25_หลักฐานโอนเงินงวดที่4
วิธีนี้ช่วยให้เอกสารเรียงตามลำดับเวลาโดยอัตโนมัติ และทำให้ตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังได้ง่ายมากขึ้น
📌 หลักฐานไม่จำเป็นต้องครบทุกอย่าง ถึงจะมีสิทธิดำเนินคดี
แต่ยิ่งเริ่มเก็บเร็วเท่าไร ก็ยิ่งช่วยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่ายขึ้น และประเมินจุดแข็ง-จุดอ่อนของคดีได้ชัดขึ้น
หากตอนนี้งานก่อสร้างเริ่มมีปัญหา แต่ไม่แน่ใจว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่
📩 สามารถทักแชทมาให้ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้
#คดีก่อสร้าง #หลักฐาน #ผิดสัญญาก่อสร้าง #สร้างบ้าน #ผู้รับเหมา #ผู้ว่าจ้าง #กฎหมายก่อสร้าง #ทนายความ #สำนักงานกฎหมาย #เรื่องต้องรู้ก่อนสร้างบ้าน

🏗️ เรียกเงินอะไรได้บ้าง และเหลือเวลาเท่าไร?สมมติผู้รับเหมาทำงานช้ากว่ากำหนด 8 เดือนในสัญญากำหนดค่าปรับวันละ 3,000 บาทรวม...
02/09/2026

🏗️ เรียกเงินอะไรได้บ้าง และเหลือเวลาเท่าไร?
สมมติผู้รับเหมาทำงานช้ากว่ากำหนด 8 เดือน
ในสัญญากำหนดค่าปรับวันละ 3,000 บาท
รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 700,000 บาท
คำถามคือ… ผู้ว่าจ้างเรียกได้เต็มจำนวนหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่แน่เสมอไป เพราะคดีลักษณะนี้มีอย่างน้อย 3 เรื่องที่ต้องแยกพิจารณาให้ชัด
⚖️ 1. ค่าปรับตามสัญญา ศาลอาจลดได้
ค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า โดยหลักมีลักษณะเป็น เบี้ยปรับ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 หากศาลเห็นว่าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนที่เหมาะสมได้
ดังนั้น แม้ในสัญญาจะเขียนไว้วันละ 3,000 บาท ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลจะให้เต็มจำนวนทุกกรณี
ศาลอาจพิจารณาประกอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและพฤติการณ์ของคดี
ในทางกลับกัน หากความเสียหายจริงสูงกว่าค่าปรับตามสัญญา เช่น
• ต้องเช่าที่พักเพิ่มเพราะบ้านสร้างไม่เสร็จ
• สูญเสียรายได้จากการให้เช่าอาคาร
• มีค่าใช้จ่ายอื่นจากความล่าช้า
ผู้เรียกร้องก็ควรมี เอกสารและหลักฐานรองรับความเสียหาย ให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงประมาณตัวเลขขึ้นมาเอง
💰 2. แล้วผู้ว่าจ้างสามารถเรียกเงินอะไรได้บ้าง?
ในข้อพิพาทงานก่อสร้าง ความเสียหายที่อาจเรียกร้องได้ โดยทั่วไป เช่น
• เงินที่จ่ายไปเกินกว่ามูลค่างานที่ผู้รับเหมาทำจริง
• ส่วนต่างค่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ เพื่อเข้ามาทำงานที่เหลือ
• ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือแก้ไขงานที่ชำรุดบกพร่อง
• ค่าปรับจากความล่าช้าตามสัญญา
• ค่าเสียหายอื่นที่พิสูจน์ได้ เช่น ค่าเช่าที่พัก รายได้ที่ขาดไป และดอกเบี้ย
แต่คดีก่อสร้างไม่ได้มีเพียงฝ่ายผู้ว่าจ้างที่มีสิทธิเรียกร้อง
หากผู้รับเหมาทำงานไปแล้วแต่ไม่ได้รับค่าจ้าง ก็อาจมีสิทธิเรียก
• ค่างานตามส่วนที่ทำเสร็จจริง
• ค่าวัสดุหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
• ค่าเสียหายจากการที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย
จึงต้องพิจารณาสิทธิและหน้าที่ของ ทั้งสองฝ่าย จากสัญญาและหลักฐานประกอบกัน
⏳ 3. เรื่องสำคัญที่สุด คือ “อายุความ”
สิทธิเรียกร้องจากสัญญาจ้างทำของบางประเภทมีกรอบอายุความที่ค่อนข้างสั้น จึงไม่ควรปล่อยเรื่องไว้นานโดยคิดว่ายังมีเวลา
โดยเฉพาะกรณีความชำรุดบกพร่องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601 กฎหมายกำหนดระยะเวลาการฟ้องไว้โดยเฉพาะ
ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายจากการผิดสัญญา ต้องพิจารณาว่าสิทธิเรียกร้องนั้นอยู่ภายใต้อายุความประเภทใด และเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด
📌 จุดที่มักเป็นปัญหาคือ “วันเริ่มนับอายุความ”
เพราะแต่ละคดีอาจไม่เหมือนกัน เช่น
• วันส่งมอบงาน
• วันที่ผิดนัด
• วันที่บอกเลิกสัญญา
• วันที่พบความชำรุดเสียหาย
• หรือวันที่สิทธิเรียกร้องสามารถบังคับได้
จึงไม่ควรคำนวณอายุความจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบจาก สัญญา หนังสือบอกกล่าว หลักฐานการส่งมอบ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
🤝 ยังไม่อยากฟ้อง มีทางเลือกอะไรบ้าง?
ไม่ใช่ทุกข้อพิพาทต้องจบด้วยการฟ้องคดีทันที
ทางเลือกก่อนฟ้องที่ควรพิจารณา เช่น
1. เจรจาโดยมีหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร
การแจ้งข้อเรียกร้องให้ชัดเจน พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อาจช่วยให้การเจรจามีน้ำหนักมากขึ้น
2. อนุญาโตตุลาการ
หากสัญญามีข้อกำหนดเรื่องอนุญาโตตุลาการ ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนดำเนินคดี เพราะข้อสัญญาบางฉบับกำหนดขั้นตอนการระงับข้อพิพาทไว้โดยเฉพาะ
3. ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 20 ตรี คู่กรณีสามารถยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้
หากตกลงกันได้และมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามกระบวนการของศาล ก็สามารถดำเนินการให้มีผลบังคับตามกฎหมายได้
📌 ปัญหาที่พบได้บ่อย
หลายกรณีคู่กรณีเจรจากันเองเป็นเวลานานกว่าจะเข้ามาปรึกษา เมื่อถึงตอนนั้นอาจเหลือเวลาในการใช้สิทธิน้อยลง และทางเลือกในการแก้ปัญหาก็น้อยตามไปด้วย
การเข้ามาปรึกษาตั้งแต่ต้น ไม่ได้หมายความว่าต้องฟ้องคดีทันที
แต่ช่วยให้ทราบว่า
• มีสิทธิเรียกร้องอะไรบ้าง
• หลักฐานที่มีเพียงพอหรือไม่
• อายุความเหลืออีกเท่าใด
• ควรเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือดำเนินคดี
📂 เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อเข้าปรึกษา
• สัญญาจ้างก่อสร้างและเอกสารแนบท้าย
• แบบก่อสร้าง / BOQ หากมี
• หลักฐานการชำระเงินทุกงวด
• ภาพถ่ายและวิดีโอหน้างาน
• หนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือทวงถาม
• แชต LINE อีเมล หรือประวัติการติดต่อระหว่างคู่สัญญา
หากงานก่อสร้างของคุณกำลังมีข้อพิพาท ควรตรวจสอบ สิทธิ หลักฐาน และอายุความ ให้ชัดก่อนตัดสินใจว่าจะเดินต่ออย่างไร
📩 สามารถทักแชทมาปรึกษาเบื้องต้นได้
#กฎหมายก่อสร้าง #ผู้รับเหมา #ผิดสัญญาก่อสร้าง #ค่าปรับงานล่าช้า #อายุความ #เบี้ยปรับ #ผู้ว่าจ้าง #สำนักงานกฎหมาย #ทนายความ

รับโอนบ้านหรือคอนโดแล้วเจอปัญหา ยังเรียกร้องได้ไหม❓โอนคอนโดมาได้เจ็ดเดือน ห้องน้ำรั่วซึมลงห้องชั้นล่าง โครงการบอกให้ติดต...
01/09/2026

รับโอนบ้านหรือคอนโดแล้วเจอปัญหา ยังเรียกร้องได้ไหม❓

โอนคอนโดมาได้เจ็ดเดือน ห้องน้ำรั่วซึมลงห้องชั้นล่าง โครงการบอกให้ติดต่อนิติบุคคล นิติบุคคลบอกว่าเป็นความรับผิดชอบของโครงการ
การถูกโยนไปมาแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน และมักจบลงด้วยการที่เจ้าของห้องยอมจ่ายค่าซ่อมเอง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น

วันตรวจรับคือวันที่สำคัญที่สุด
ก่อนพูดถึงสิ่งที่ทำได้หลังโอน ต้องย้ำเรื่องนี้ก่อน‼️ เพราะเป็นจุดที่ประหยัดเวลาและเงินได้มากที่สุด
การตรวจรับก่อนโอนเป็นสิทธิของผู้ซื้อ และควรใช้อย่างเต็มที่ ให้บันทึกข้อบกพร่องทุกจุดลงในใบตรวจรับ ถ่ายภาพเก็บไว้ทุกจุด และเก็บสำเนาใบตรวจรับที่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่โครงการไว้เอง หากมีจุดที่ยังไม่แก้ ควรระบุไว้ในเอกสารก่อนรับโอน อย่ารับปากด้วยวาจาว่าเดี๋ยวค่อยตามแก้
การรับประกันหลังโอน

- สำหรับห้องชุด สัญญาจะซื้อจะขายที่ทำตามแบบมาตรฐานซึ่งกำหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติอาคารชุด โดยทั่วไปกำหนดให้ผู้ประกอบการรับประกันความชำรุดบกพร่องของโครงสร้างอาคารเป็นเวลา 5 ปี และส่วนควบอุปกรณ์เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โดยผู้ซื้อต้องแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบภายในระยะเวลาดังกล่าว
ให้เปิดสัญญาจะซื้อจะขายฉบับของตัวเองดูข้อนี้โดยตรง เพราะรายละเอียดของแต่ละโครงการอาจต่างกัน และเป็นเอกสารที่ใช้อ้างอิงได้จริงที่สุด

- สำหรับบ้านจัดสรร ให้ดูข้อกำหนดการรับประกันในสัญญาจะซื้อจะขายเช่นเดียวกัน และดูเพิ่มเติมเรื่องหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคของโครงการ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการรับประกันตัวบ้าน
อีกฐานหนึ่งที่ใช้ได้ คือความรับผิดของผู้ขาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 วางหลักว่าผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขาย ซึ่งทำให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่การใช้งาน
แต่มาตรา 473 มีข้อยกเว้นสำคัญ คือผู้ขายไม่ต้องรับผิดหากผู้ซื้อรู้อยู่แล้วในเวลาซื้อขาย หรือควรจะได้รู้ถ้าใช้ความระมัดระวังตรวจดูตามปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การตรวจรับอย่างละเอียดสำคัญมาก
และมาตรา 474 กำหนดอายุความไว้เพียง 1 ปีนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง ตัวเลขนี้สั้นกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดคิด

‼️ สิ่งที่ควรทำเมื่อพบปัญหาหลังโอน
1. ถ่ายภาพและวิดีโอทันที ให้เห็นทั้งจุดเสียหายและภาพรวมของห้องหรือบ้าน พร้อมข้อมูลวันที่
2. แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้ประกอบการโดยตรง ไม่ใช่แจ้งเฉพาะช่างหรือเจ้าหน้าที่หน้างาน ระบุวันที่พบและรายละเอียดความเสียหาย ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับพร้อมส่งสำเนาทางอีเมล
3. แจ้งนิติบุคคลอาคารชุดหรือนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรด้วย หากความเสียหายเกี่ยวข้องกับทรัพย์ส่วนกลาง เช่น ท่อร่วม ผนังร่วม หรือหลังคาส่วนกลาง
4. หากเป็นความเสียหายที่กระทบต่อความปลอดภัยหรือโครงสร้าง ให้วิศวกรตรวจและออกรายงานไว้
5. หากเจรจาแล้วไม่คืบหน้า สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ ซึ่งเป็นช่องทางที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและมักทำให้ผู้ประกอบการตอบสนองเร็วขึ้น
ข้อควรระวังที่สุดคือ อย่าปล่อยให้การเจรจายืดเยื้อโดยไม่มีเอกสารกำกับ เพราะช่วงเวลาที่ใช้เจรจานั้นอายุความเดินอยู่ตลอด

เพิ่งรับโอนแล้วเจอปัญหา ส่งภาพและสัญญาจะซื้อจะขายเข้ามาในแชท ประเมินให้ว่ายังอยู่ในกรอบเวลาหรือไม่
#รับโอนบ้าน #คอนโด #บ้านจัดสรร #ตรวจรับบ้าน #รับประกันโครงสร้าง #ทนายความ

ที่อยู่

98 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอ
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

0865698220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ:

ทางลัด

แชร์