สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ

สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร

ผู้รับเหมาฉ้อโกง รับเงินแล้วหนี เอาผิดทางอาญาได้อย่างไรเมื่อวานมีลูกความท่านหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้าเครียด เล่าว่...
29/04/2026

ผู้รับเหมาฉ้อโกง รับเงินแล้วหนี เอาผิดทางอาญาได้อย่างไร
เมื่อวานมีลูกความท่านหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้าเครียด เล่าว่าจ่ายเงินค่าสร้างบ้านไปแล้วเกือบ 8 แสนบาท ผู้รับเหมาทำงานได้แค่ตอกเสาเข็มกับเทพื้นชั้นล่าง จากนั้นก็หายเงียบ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ ไปที่บ้านก็ไม่เจอ
คำถามแรกที่ลูกความถามคือ "แบบนี้เอาผิดอาญาได้ไหมครับ หรือต้องฟ้องแพ่งอย่างเดียว"
ผมอยากใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะ
ผิดสัญญาธรรมดา ไม่ใช่คดีอาญาเสมอไป
หลักกฎหมายสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ การที่ผู้รับเหมาทำงานไม่เสร็จ หรือทิ้งงานกลางคัน โดยตัวมันเองยังไม่ใช่ความผิดอาญา เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
แต่เมื่อไหร่ที่พิสูจน์ได้ว่าผู้รับเหมา "มีเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้น" คือตั้งใจหลอกเอาเงินโดยไม่คิดจะทำงานให้เสร็จจริง อันนี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ทันที โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายฉ้อโกง
จากประสบการณ์ทำคดีลักษณะนี้มาหลายปี ผมสังเกตเห็นรูปแบบที่ศาลมักจะรับฟังว่าเป็นการฉ้อโกง ได้แก่
หนึ่ง ผู้รับเหมาแสดงตัวเป็นบริษัทใหญ่ มีผลงาน มีทีมงาน แต่ความจริงไม่มีอะไรเลย ใช้รูปผลงานคนอื่นมาหลอก
สอง รับงานหลายเจ้าพร้อมกัน เก็บเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำลังจะทำงานให้เสร็จได้จริง
สาม หลังรับเงินแล้วเปลี่ยนเบอร์ ย้ายที่อยู่ ปิดเฟซบุ๊ก ตัดการติดต่อทุกช่องทาง
สี่ ใช้ชื่อปลอม เลขบัตรประชาชนปลอม หรือใช้ชื่อคนอื่นมาทำสัญญา
ห้า เก็บเงินค่าวัสดุไปแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อวัสดุเข้าหน้างานจริง
ถ้าพฤติการณ์เข้าหลายข้อแบบนี้ โอกาสที่จะดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงสำเร็จมีสูงมาก
ความผิดอื่นที่พ่วงไปด้วยได้
นอกจากฉ้อโกงทั่วไปแล้ว ในหลายคดียังเข้าข่ายความผิดอื่นด้วย เช่น
ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) กรณีหลอกลวงคนหลายคนด้วยการแสดงข้อความเท็จต่อสาธารณะ เช่น โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก โทษจะหนักกว่าฉ้อโกงธรรมดามาก จำคุกไม่เกิน 5 ปี
ปลอมเอกสาร (มาตรา 264) กรณีปลอมใบเสนอราคา ปลอมใบรับรองวิศวกร ปลอมเอกสารบริษัท
ใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) เมื่อนำเอกสารปลอมเหล่านั้นมาใช้ในการทำสัญญา
ในคดีของลูกความที่เล่าให้ฟังตอนต้น เราตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมาใช้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรปลอม คดีนี้จึงไม่ใช่แค่ฉ้อโกงธรรมดา แต่พ่วงปลอมและใช้เอกสารปลอมไปด้วย
ขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา
เมื่อตัดสินใจจะเอาผิดอาญา สิ่งที่ต้องทำมีลำดับดังนี้
ขั้นแรก รวบรวมหลักฐานให้ครบ ทั้งสัญญาว่าจ้าง สลิปโอนเงินทุกครั้ง ข้อความแชทไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ รูปถ่ายหน้างาน คลิปวิดีโอ พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ และที่สำคัญคือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับเหมามีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น
ขั้นที่สอง เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปคือท้องที่ที่ทำสัญญาหรือที่ตั้งของไซต์ก่อสร้าง ผมมักแนะนำให้ลูกความเตรียมเอกสารสรุปเรื่องราวมาเป็นไทม์ไลน์ชัดเจน จะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานง่ายขึ้นและรับคดีไว้พิจารณาเร็วขึ้น
ขั้นที่สาม ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพราะคดีฉ้อโกงในไทยมีจำนวนมาก ถ้าไม่ติดตามคดีอาจนิ่งได้ การมีทนายช่วยติดตามจะทำให้คดีคืบหน้าเร็วกว่ามาก
ขั้นที่สี่ พิจารณาฟ้องคดีอาญาเองโดยตรง (ฟ้องอาญาราษฎร) ในกรณีที่คดีล่าช้าหรือพนักงานสอบสวนไม่รับเรื่อง ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหาย
สิ่งที่หลายคนพลาดคืออายุความ
ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด เกินกว่านี้คดีอาญาขาดอายุความ ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้อีก
ผมเจอลูกความที่มาช้าหลายราย รอเจรจากันเองอยู่ 4-5 เดือน พอเห็นว่าไม่ไหวค่อยมาปรึกษา ก็หมดสิทธิ์ดำเนินคดีอาญาไปแล้ว เหลือแค่ฟ้องแพ่งซึ่งอำนาจต่อรองน้อยกว่ามาก
แพ่งกับอาญา ฟ้องพร้อมกันได้ไหม
คำถามนี้เจอบ่อยมาก คำตอบคือฟ้องได้ทั้งสองคดี และผมแนะนำให้ทำควบคู่กันไปเลย
คดีอาญาเอาไว้สร้างแรงกดดันและให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ ส่วนคดีแพ่งเอาไว้เรียกเงินคืนพร้อมค่าเสียหาย หรือถ้าจะให้สะดวกขึ้นก็ใช้วิธีฟ้องคดีอาญาแล้วขอให้ศาลพิจารณาเรียกค่าเสียหายในคดีส่วนแพ่งไปในคดีเดียวกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ข้อคิดส่งท้าย
คดีผู้รับเหมาฉ้อโกงไม่ใช่เรื่องเล็ก เงินที่หลายคนเก็บออมมาทั้งชีวิตเพื่อสร้างบ้าน หายไปเพียงข้ามคืน ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
แต่อยากให้รู้ไว้ว่ากฎหมายไทยมีเครื่องมือเพียงพอที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นและเริ่มดำเนินการให้เร็ว อย่ามัวแต่รอ อย่ามัวแต่เจรจา อย่าคิดว่าเดี๋ยวเขาคงทำให้เสร็จเอง เพราะเวลาที่เสียไป คือโอกาสที่หลุดมือไปทุกวัน
ใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้ อยากปรึกษาเบื้องต้น ทักมาคุยกันได้ครับ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

#ทนายความ #คดีก่อสร้าง #ผู้รับเหมาฉ้อโกง #กฎหมายน่ารู้ #ปรึกษากฎหมาย

29/04/2026
อย่าเพิ่งฟ้อง! 4 เรื่องต้องเช็กก่อนเดินขึ้นศาลในคดีก่อสร้างเช็กสัญญาให้ชัดก่อนดูว่าสัญญาระบุงานอะไรไว้บ้าง ใครมีหน้าที่อ...
28/04/2026

อย่าเพิ่งฟ้อง! 4 เรื่องต้องเช็กก่อนเดินขึ้นศาลในคดีก่อสร้าง

เช็กสัญญาให้ชัดก่อน
ดูว่าสัญญาระบุงานอะไรไว้บ้าง ใครมีหน้าที่อะไร งวดเงินสัมพันธ์กับงวดงานหรือไม่ และมีเงื่อนไขเลิกสัญญาหรือค่าปรับล่าช้าไว้หรือเปล่า เพราะถ้าสัญญาเขียนไม่ชัด คดีอาจเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เช็กหลักฐานการจ่ายเงิน
รวบรวมสลิปโอนเงิน ใบเสร็จ ใบสำคัญรับเงิน แชตยืนยันการรับเงิน และรายการบัญชีให้ครบ โดยแยกให้ได้ว่าเงินแต่ละงวดจ่ายเพื่ออะไร จ่ายเมื่อใด และเกี่ยวกับงานส่วนไหน
เช็กสภาพงานและความเสียหาย
ถ่ายภาพ คลิป รายงานวิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญไว้ให้พร้อม ต้องแยกให้ชัดว่างานล่าช้า งานชำรุด งานผิดแบบ หรือผู้รับเหมาทิ้งงาน เพราะคำว่า “งานไม่ดี” อย่างเดียว ยังไม่พอในศาล
เช็กหนังสือทวงถามหรือบอกเลิกสัญญา
ก่อนฟ้องควรมีหนังสือแจ้งให้แก้ไข ทวงถาม หรือบอกเลิกสัญญาให้ถูกต้อง เพื่อให้เห็นว่าเราให้โอกาสอีกฝ่ายแล้ว แต่เขายังไม่ปฏิบัติ มิฉะนั้นจากฝ่ายเสียหาย อาจกลายเป็นฝ่ายใจร้อนในสายตาคดีได้

สรุปสั้น ๆ

คดีก่อสร้างไม่ได้ชนะด้วยความโมโห แต่ชนะด้วยเอกสาร หลักฐาน และลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจน

กรณี ผู้ว่าจ้างไม่ยอมจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้รับเหมาไม่ได้เสียเปรียบเสมอไป—กฎหมายให้เครื่องมือไว้ค่อนข้างครบ ถ้าใช้ถูกขั้น...
27/04/2026

กรณี ผู้ว่าจ้างไม่ยอมจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้รับเหมาไม่ได้เสียเปรียบเสมอไป—กฎหมายให้เครื่องมือไว้ค่อนข้างครบ ถ้าใช้ถูกขั้นตอนสามารถ “บังคับจ่าย + เรียกดอกเบี้ย/ค่าเสียหาย” ได้

⚖️ ฐานกฎหมายที่ใช้

ความสัมพันธ์เป็น “สัญญาจ้างทำของ” ตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

และสิทธิเรียกร้องเมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญา
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386

🧭 สิทธิของผู้รับเหมาเมื่อถูกค้างงวดสุดท้าย
🟢 1. สิทธิเรียกร้อง “ค่าจ้างตามสัญญา”
ถ้างานเสร็จ “ตามแบบและเงื่อนไข”
👉 ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายงวดสุดท้าย
👉 ไม่จ่าย = ผิดสัญญา
🟢 2. สิทธิเรียก “ดอกเบี้ย”
ค้างชำระ → มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัด
เริ่มนับตั้งแต่วันที่ถึงกำหนดชำระ
🟢 3. สิทธิเรียก “ค่าเสียหายเพิ่มเติม”

เช่น

ค่าเสียโอกาส
ค่าใช้จ่ายติดตามทวงถาม
ความเสียหายจากการไม่ส่งมอบงาน (ถ้ามีผลต่อธุรกิจ)
🟢 4. สิทธิ “ยึดหน่วงงาน” (บางกรณี)
หากยังไม่ได้ส่งมอบงาน
👉 อาจใช้สิทธิ ไม่ส่งมอบจนกว่าจะได้รับเงิน

📌 แต่ต้องดูข้อสัญญาให้ดี (บางสัญญาห้ามไว้)

📂 สิ่งที่ต้องพิสูจน์ในศาล (สำคัญมาก)
✔️ 1. งานเสร็จจริง
ภาพถ่าย / วิดีโอ
รายงานความคืบหน้า
พยานวิศวกร (ถ้ามี)
✔️ 2. งานตรงตามสัญญา
แบบก่อสร้าง (Drawing)
BOQ
รายการงวดงาน
✔️ 3. ถึงกำหนดชำระแล้ว
สัญญาระบุงวดสุดท้าย
หนังสือแจ้งเรียกเก็บเงิน
🪜 ขั้นตอนแนะนำ (เอาเงินให้ได้จริง)
STEP 1: ทำหนังสือทวงถาม
ระบุยอดเงิน
อ้างอิงสัญญา
กำหนดเวลา (เช่น 7–15 วัน)
STEP 2: เจรจา / ไกล่เกลี่ย
เสนอทางออก เช่น ตรวจรับงานร่วม
แก้ไขงานเล็กน้อย (ถ้ามีข้อทักท้วงจริง)
STEP 3: ฟ้องคดี

หากไม่จ่าย → ฟ้องเรียก

เงินงวดสุดท้าย
ดอกเบี้ย
ค่าเสียหาย
⚠️ ข้อควรระวัง (แพ้คดีบ่อย)
❌ งานยังไม่เสร็จจริง → เรียกไม่ได้
❌ งานไม่ตรงแบบ → ผู้ว่าจ้างมีสิทธิปฏิเสธ
❌ ไม่มีหลักฐานความคืบหน้า
❌ ไม่เคยแจ้งเรียกเก็บเงินอย่างเป็นทางการ
💡 กลยุทธ์ให้ได้เงินเร็ว (มุมทนาย)
ทำ “หนังสือทวงถามทางกฎหมาย” ให้ชัด
ใช้ภาพงาน + เอกสารกดดันให้จ่าย
ถ้างานมีข้อบกพร่องเล็กน้อย → เสนอ “แก้ไขแทนการถูกค้างเงิน”
📌 สรุป

“ถ้างานเสร็จตามสัญญา ผู้รับเหมามีสิทธิเรียกเงินงวดสุดท้าย + ดอกเบี้ย + ค่าเสียหาย และสามารถฟ้องบังคับได้”

ผู้รับเหมาฉ้อโกง รับเงินแล้วหนี เอาผิดทางอาญาได้อย่างไรเมื่อวานมีลูกความท่านหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้าเครียด เล่าว่...
27/04/2026

ผู้รับเหมาฉ้อโกง รับเงินแล้วหนี เอาผิดทางอาญาได้อย่างไร
เมื่อวานมีลูกความท่านหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้าเครียด เล่าว่าจ่ายเงินค่าสร้างบ้านไปแล้วเกือบ 8 แสนบาท ผู้รับเหมาทำงานได้แค่ตอกเสาเข็มกับเทพื้นชั้นล่าง จากนั้นก็หายเงียบ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ ไปที่บ้านก็ไม่เจอ
คำถามแรกที่ลูกความถามคือ "แบบนี้เอาผิดอาญาได้ไหมครับ หรือต้องฟ้องแพ่งอย่างเดียว"
ผมอยากใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะ
ผิดสัญญาธรรมดา ไม่ใช่คดีอาญาเสมอไป
หลักกฎหมายสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ การที่ผู้รับเหมาทำงานไม่เสร็จ หรือทิ้งงานกลางคัน โดยตัวมันเองยังไม่ใช่ความผิดอาญา เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
แต่เมื่อไหร่ที่พิสูจน์ได้ว่าผู้รับเหมา "มีเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้น" คือตั้งใจหลอกเอาเงินโดยไม่คิดจะทำงานให้เสร็จจริง อันนี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ทันที โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายฉ้อโกง
จากประสบการณ์ทำคดีลักษณะนี้มาหลายปี ผมสังเกตเห็นรูปแบบที่ศาลมักจะรับฟังว่าเป็นการฉ้อโกง ได้แก่
หนึ่ง ผู้รับเหมาแสดงตัวเป็นบริษัทใหญ่ มีผลงาน มีทีมงาน แต่ความจริงไม่มีอะไรเลย ใช้รูปผลงานคนอื่นมาหลอก
สอง รับงานหลายเจ้าพร้อมกัน เก็บเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำลังจะทำงานให้เสร็จได้จริง
สาม หลังรับเงินแล้วเปลี่ยนเบอร์ ย้ายที่อยู่ ปิดเฟซบุ๊ก ตัดการติดต่อทุกช่องทาง
สี่ ใช้ชื่อปลอม เลขบัตรประชาชนปลอม หรือใช้ชื่อคนอื่นมาทำสัญญา
ห้า เก็บเงินค่าวัสดุไปแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อวัสดุเข้าหน้างานจริง
ถ้าพฤติการณ์เข้าหลายข้อแบบนี้ โอกาสที่จะดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงสำเร็จมีสูงมาก
ความผิดอื่นที่พ่วงไปด้วยได้
นอกจากฉ้อโกงทั่วไปแล้ว ในหลายคดียังเข้าข่ายความผิดอื่นด้วย เช่น
ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) กรณีหลอกลวงคนหลายคนด้วยการแสดงข้อความเท็จต่อสาธารณะ เช่น โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก โทษจะหนักกว่าฉ้อโกงธรรมดามาก จำคุกไม่เกิน 5 ปี
ปลอมเอกสาร (มาตรา 264) กรณีปลอมใบเสนอราคา ปลอมใบรับรองวิศวกร ปลอมเอกสารบริษัท
ใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) เมื่อนำเอกสารปลอมเหล่านั้นมาใช้ในการทำสัญญา
ในคดีของลูกความที่เล่าให้ฟังตอนต้น เราตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมาใช้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรปลอม คดีนี้จึงไม่ใช่แค่ฉ้อโกงธรรมดา แต่พ่วงปลอมและใช้เอกสารปลอมไปด้วย
ขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา
เมื่อตัดสินใจจะเอาผิดอาญา สิ่งที่ต้องทำมีลำดับดังนี้
ขั้นแรก รวบรวมหลักฐานให้ครบ ทั้งสัญญาว่าจ้าง สลิปโอนเงินทุกครั้ง ข้อความแชทไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ รูปถ่ายหน้างาน คลิปวิดีโอ พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ และที่สำคัญคือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับเหมามีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น
ขั้นที่สอง เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปคือท้องที่ที่ทำสัญญาหรือที่ตั้งของไซต์ก่อสร้าง ผมมักแนะนำให้ลูกความเตรียมเอกสารสรุปเรื่องราวมาเป็นไทม์ไลน์ชัดเจน จะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานง่ายขึ้นและรับคดีไว้พิจารณาเร็วขึ้น
ขั้นที่สาม ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพราะคดีฉ้อโกงในไทยมีจำนวนมาก ถ้าไม่ติดตามคดีอาจนิ่งได้ การมีทนายช่วยติดตามจะทำให้คดีคืบหน้าเร็วกว่ามาก
ขั้นที่สี่ พิจารณาฟ้องคดีอาญาเองโดยตรง (ฟ้องอาญาราษฎร) ในกรณีที่คดีล่าช้าหรือพนักงานสอบสวนไม่รับเรื่อง ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหาย
สิ่งที่หลายคนพลาดคืออายุความ
ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด เกินกว่านี้คดีอาญาขาดอายุความ ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้อีก
ผมเจอลูกความที่มาช้าหลายราย รอเจรจากันเองอยู่ 4-5 เดือน พอเห็นว่าไม่ไหวค่อยมาปรึกษา ก็หมดสิทธิ์ดำเนินคดีอาญาไปแล้ว เหลือแค่ฟ้องแพ่งซึ่งอำนาจต่อรองน้อยกว่ามาก
แพ่งกับอาญา ฟ้องพร้อมกันได้ไหม
คำถามนี้เจอบ่อยมาก คำตอบคือฟ้องได้ทั้งสองคดี และผมแนะนำให้ทำควบคู่กันไปเลย
คดีอาญาเอาไว้สร้างแรงกดดันและให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ ส่วนคดีแพ่งเอาไว้เรียกเงินคืนพร้อมค่าเสียหาย หรือถ้าจะให้สะดวกขึ้นก็ใช้วิธีฟ้องคดีอาญาแล้วขอให้ศาลพิจารณาเรียกค่าเสียหายในคดีส่วนแพ่งไปในคดีเดียวกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ข้อคิดส่งท้าย
คดีผู้รับเหมาฉ้อโกงไม่ใช่เรื่องเล็ก เงินที่หลายคนเก็บออมมาทั้งชีวิตเพื่อสร้างบ้าน หายไปเพียงข้ามคืน ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
แต่อยากให้รู้ไว้ว่ากฎหมายไทยมีเครื่องมือเพียงพอที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นและเริ่มดำเนินการให้เร็ว อย่ามัวแต่รอ อย่ามัวแต่เจรจา อย่าคิดว่าเดี๋ยวเขาคงทำให้เสร็จเอง เพราะเวลาที่เสียไป คือโอกาสที่หลุดมือไปทุกวัน
ใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้ อยากปรึกษาเบื้องต้น ทักมาคุยกันได้ครับ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย

#ทนายความ #คดีก่อสร้าง #ผู้รับเหมาฉ้อโกง #กฎหมายน่ารู้ #ปรึกษากฎหมาย

กรณี บ้านสร้างเสร็จแล้วแต่มีความชำรุดบกพร่อง เจ้าของบ้านยังมีสิทธิฟ้องผู้รับเหมาได้ แต่ต้องระวัง “ระยะเวลา” ตามกฎหมายให้...
26/04/2026

กรณี บ้านสร้างเสร็จแล้วแต่มีความชำรุดบกพร่อง เจ้าของบ้านยังมีสิทธิฟ้องผู้รับเหมาได้ แต่ต้องระวัง “ระยะเวลา” ตามกฎหมายให้ดี เพราะถ้าพ้นกำหนดจะเสียสิทธิทันที

⚖️ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เป็นเรื่อง “สัญญาจ้างทำของ” ตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

และสิทธิเรียกร้องความชำรุดบกพร่องตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600

⏱️ ฟ้องได้ภายในกี่ปี?
🟢 หลักสำคัญ: 1 ปี นับแต่ “รู้ความชำรุด”
ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่
👉 “รู้หรือควรรู้ว่าบ้านมีปัญหา”

📌 เช่น

บ้านร้าวเดือน ม.ค. 2568
👉 ต้องฟ้องภายใน ม.ค. 2569
🔴 แต่มีเงื่อนไขสำคัญอีกข้อ

ต้องอยู่ภายใน “อายุความรวม” คือ

ไม่เกิน 10 ปีนับแต่ส่งมอบงาน

📌 ต่อให้เพิ่งรู้ปัญหา
👉 ถ้าเกิน 10 ปีแล้ว = ฟ้องไม่ได้

🏠 ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย
✅ ฟ้องได้
ส่งมอบบ้านปี 2566
พบปัญหาปี 2568
ฟ้องปี 2568 → ยังทัน
❌ ฟ้องไม่ได้ (ขาดอายุความ)
ส่งมอบบ้านปี 2555
พบปัญหาปี 2568
👉 เกิน 10 ปีแล้ว → ฟ้องไม่ได้
⚠️ สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อพบปัญหา
1. แจ้งผู้รับเหมา
แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
ให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด
2. เก็บหลักฐาน
รูปถ่าย/วิดีโอความเสียหาย
รายงานวิศวกร (ถ้ามี)
สัญญา / แบบก่อสร้าง
3. ประเมินความเสียหาย
ค่าซ่อม
ค่าเสียหายอื่น ๆ (เช่น อยู่ไม่ได้)
4. ฟ้องคดี (ถ้าไม่แก้ไข)

สามารถเรียกได้ เช่น

ค่าซ่อมแซม
ค่าเสียหาย
หรือให้ผู้รับเหมามาแก้ไข
❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ปล่อยเวลานาน → เกิน 1 ปี
ไม่แจ้งผู้รับเหมาก่อน
ไม่มีหลักฐานความชำรุด
ซ่อมไปแล้วแต่ไม่เก็บหลักฐาน → ฟ้องยาก
💡 มุมทนาย (สำคัญมาก)
ถ้าเป็น “โครงสร้างใหญ่” เช่น เสา คาน
👉 ควรรีบดำเนินการทันที (น้ำหนักคดีสูง)
ใช้ “ผู้เชี่ยวชาญวิศวกร” เป็นพยาน
👉 เพิ่มโอกาสชนะคดีอย่างมาก
📌 สรุปสั้นที่สุด

“บ้านชำรุด ฟ้องได้ภายใน 1 ปีนับแต่รู้ปัญหา และไม่เกิน 10 ปีนับแต่รับงาน”

กรณี จ่ายเงินงวดไปแล้วแต่งานไม่คืบ คุณไม่ได้เสียเปรียบทันที—กฎหมายให้ “สิทธิแก้เกม” กับเจ้าของงานค่อนข้างมาก เพราะเป็นสั...
26/04/2026

กรณี จ่ายเงินงวดไปแล้วแต่งานไม่คืบ คุณไม่ได้เสียเปรียบทันที—กฎหมายให้ “สิทธิแก้เกม” กับเจ้าของงานค่อนข้างมาก เพราะเป็นสัญญาจ้างทำของตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

ด้านล่างคือ “สิทธิหลัก + วิธีใช้สิทธิให้ได้ผลจริง”

⚖️ สิทธิทางกฎหมายของเจ้าของโครงการ
🟢 1. สิทธิ “ระงับการจ่ายเงินงวดถัดไป”
ถ้างานไม่เป็นไปตามงวด/ไม่คืบ → หยุดจ่ายได้ทันที
ถือเป็นการป้องกันความเสียหาย ไม่ใช่การผิดสัญญา
🟢 2. สิทธิ “เรียกให้แก้ไข/เร่งงาน”
มีสิทธิ กำหนดระยะเวลา ให้ผู้รับเหมาปรับปรุงงาน
ควรทำเป็นหนังสือ (เช่น ให้เวลา 7–15 วัน)
🟢 3. สิทธิ “บอกเลิกสัญญา”

ถ้าอีกฝ่ายยังไม่แก้ไขภายในกำหนด
👉 คุณมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาได้ ตามหลักผิดสัญญา
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386

📌 ผลคือ

ยุติสัญญา
เปิดทางเรียกเงินคืนและค่าเสียหาย
🟢 4. สิทธิ “เรียกเงินคืน”
กรณีจ่ายเกินกว่างานที่ทำจริง
👉 สามารถเรียกคืน “ส่วนเกิน” ได้

📌 ตัวอย่าง
จ่าย 60% แต่งานเสร็จจริง 30% → เรียกคืน 30%

🟢 5. สิทธิ “เรียกค่าเสียหาย”

เรียกได้หลายรายการ เช่น

💸 ค่าเสียหายจากงานล่าช้า
🏠 ค่าเช่าที่พักระหว่างรอ
🏗️ ค่าส่วนต่างผู้รับเหมารายใหม่
📉 ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ
🟢 6. สิทธิ “จ้างรายใหม่แล้วไปเรียกส่วนต่าง”
สามารถจ้างผู้รับเหมาคนใหม่มาทำต่อ
แล้วเอาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไปเรียกจากรายเดิมได้
📂 สิ่งที่ต้องทำทันที (สำคัญมาก)
1. เก็บหลักฐาน
สัญญา / BOQ
หลักฐานการจ่ายเงิน
ภาพถ่ายหน้างาน (ลำดับเวลา)
แชท / การติดต่อ
2. ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร
แจ้งผิดสัญญา
กำหนดเวลาแก้ไข
ระบุว่าจะบอกเลิกหากไม่ดำเนินการ
3. ประเมินมูลค่าความเสียหาย
เทียบ “เงินที่จ่าย” vs “งานที่ได้จริง”
ขอใบเสนอราคาผู้รับเหมารายใหม่ไว้เป็นหลักฐาน
❌ ข้อผิดพลาดที่ต้องเลี่ยง
ยังจ่ายเงินต่อทั้งที่งานไม่คืบ
ไม่มีหนังสือแจ้ง → เสียเปรียบในศาล
ไม่มีหลักฐานความคืบหน้างาน
ไม่กำหนดงวดงานชัดในสัญญา
💡 กลยุทธ์ให้ได้เงินคืนเร็ว
เริ่มจาก “หนังสือทวงถาม + บอกเลิก” อย่างเป็นทางการ
ใช้หลักฐานกดดันให้เจรจาคืนเงิน
ถ้าไม่จบ → ฟ้องเรียกเงิน + ค่าเสียหายพร้อมกัน
📌 สรุป

“จ่ายเงินไปแล้วแต่งานไม่คืบ = คุณมีสิทธิหยุดจ่าย บอกเลิก เรียกเงินคืน และฟ้องค่าเสียหายได้ครบ”

ปัญหา “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ถ้าจัดการถูกทาง คุณสามารถ เอาเงินคืน + ทำให้งานเสร็จ ได้จริง แต่ต้องเดินเป็นขั้นตอนและมีหลักฐา...
26/04/2026

ปัญหา “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ถ้าจัดการถูกทาง คุณสามารถ เอาเงินคืน + ทำให้งานเสร็จ ได้จริง แต่ต้องเดินเป็นขั้นตอนและมีหลักฐานครบตั้งแต่ต้น

⚠️ ก่อนอื่นต้องเข้าใจสถานะทางกฎหมาย

ความสัมพันธ์นี้เป็น “สัญญาจ้างทำของ” ตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

ผู้รับเหมามีหน้าที่ “ทำงานให้เสร็จตามแบบและเวลา”
ถ้าทิ้งงาน = ผิดสัญญา

🧭 แผนจัดการแบบมืออาชีพ (เอาเงิน + เอางานให้จบ)
🟢 STEP 1: หยุดจ่ายเงินทันที
ถ้างานยังไม่เสร็จ → อย่าจ่ายงวดต่อไป
ป้องกันความเสียหายเพิ่ม
🟢 STEP 2: เก็บหลักฐานให้ครบ (สำคัญที่สุด)
📂 ต้องมี
สัญญาก่อสร้าง / BOQ
หลักฐานการโอนเงิน
ภาพถ่ายความคืบหน้างาน (ก่อน-หลัง)
แชท / การติดต่อ
ใบเสนอราคา / แบบแปลน

👉 ถ้าหลักฐานแน่น = โอกาสได้เงินคืนสูง

🟢 STEP 3: ส่ง “หนังสือบอกเลิกสัญญา”
แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
กำหนดเวลาให้กลับมาทำงาน (เช่น 7–15 วัน)
ถ้าไม่กลับ → บอกเลิกสัญญา

📌 ตรงนี้สำคัญมาก เพราะใช้เป็น “หลักฐานในศาล”

🟢 STEP 4: จ้างผู้รับเหมารายใหม่
ประเมินงานคงเหลือ
เก็บใบเสนอราคาผู้รับเหมารายใหม่ไว้

👉 ใช้เป็นหลักฐานเรียก “ส่วนต่างค่าเสียหาย”

🟢 STEP 5: ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

สามารถเรียกได้ เช่น

💰 1. เงินที่จ่ายเกินงาน
จ่ายไป 70% แต่งานทำแค่ 40%
👉 เรียกคืนส่วนเกินได้
💸 2. ค่าเสียหายจากความล่าช้า
ค่าเช่าบ้าน
ค่าเสียโอกาส
ค่าปรับตามสัญญา (ถ้ามี)
🏗️ 3. ค่าส่วนต่างผู้รับเหมารายใหม่
ของใหม่แพงกว่า → เรียกจากรายเดิมได้
⚖️ ฟ้องคดีต้องอ้างกฎหมายอะไร

โดยหลักใช้เรื่อง “ผิดสัญญา” ตาม
👉 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386

❌ ความผิดพลาดที่เจอบ่อย
ไม่มีสัญญา → ฟ้องยาก
จ่ายเงินล่วงหน้าเยอะเกิน
ไม่ส่งหนังสือบอกเลิก → เสียเปรียบ
ไม่มีหลักฐานความคืบหน้างาน
💡 เทคนิคเอาชนะคดี (มุมทนาย)
ทำ “timeline งาน” ชัดเจน (งวดงาน vs เงิน)
ใช้ผู้เชี่ยวชาญประเมินงาน (ถ้าคดีใหญ่)
ฟ้องทั้ง “ผิดสัญญา + เรียกเงินคืน + ค่าเสียหาย”
📌 สรุปสั้นที่สุด

“หยุดจ่าย → เก็บหลักฐาน → บอกเลิกสัญญา → จ้างใหม่ → ฟ้องเอาคืน”

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569ขอให้ชีวิตสดชื่นเหมือนสายน้ำหัวใจเบิกบานตลอดปีใหม่ไทย #ทนายวิศวะ  #สำนักงานกฎหมายทนายวิศวะ
13/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569
ขอให้ชีวิตสดชื่นเหมือนสายน้ำ
หัวใจเบิกบานตลอดปีใหม่ไทย
#ทนายวิศวะ #สำนักงานกฎหมายทนายวิศวะ

วันที่ 2 เมษายน 2569 วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระอ...
02/04/2026

วันที่ 2 เมษายน 2569
วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน
สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ

ที่อยู่

98 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอ
Bangkok
10250

เบอร์โทรศัพท์

0865698220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมาย ทนายวิศวะ:

แชร์