29/04/2026
ผู้รับเหมาฉ้อโกง รับเงินแล้วหนี เอาผิดทางอาญาได้อย่างไร
เมื่อวานมีลูกความท่านหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยสีหน้าเครียด เล่าว่าจ่ายเงินค่าสร้างบ้านไปแล้วเกือบ 8 แสนบาท ผู้รับเหมาทำงานได้แค่ตอกเสาเข็มกับเทพื้นชั้นล่าง จากนั้นก็หายเงียบ โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ ไปที่บ้านก็ไม่เจอ
คำถามแรกที่ลูกความถามคือ "แบบนี้เอาผิดอาญาได้ไหมครับ หรือต้องฟ้องแพ่งอย่างเดียว"
ผมอยากใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะ
ผิดสัญญาธรรมดา ไม่ใช่คดีอาญาเสมอไป
หลักกฎหมายสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ การที่ผู้รับเหมาทำงานไม่เสร็จ หรือทิ้งงานกลางคัน โดยตัวมันเองยังไม่ใช่ความผิดอาญา เป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
แต่เมื่อไหร่ที่พิสูจน์ได้ว่าผู้รับเหมา "มีเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้น" คือตั้งใจหลอกเอาเงินโดยไม่คิดจะทำงานให้เสร็จจริง อันนี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ทันที โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายฉ้อโกง
จากประสบการณ์ทำคดีลักษณะนี้มาหลายปี ผมสังเกตเห็นรูปแบบที่ศาลมักจะรับฟังว่าเป็นการฉ้อโกง ได้แก่
หนึ่ง ผู้รับเหมาแสดงตัวเป็นบริษัทใหญ่ มีผลงาน มีทีมงาน แต่ความจริงไม่มีอะไรเลย ใช้รูปผลงานคนอื่นมาหลอก
สอง รับงานหลายเจ้าพร้อมกัน เก็บเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำลังจะทำงานให้เสร็จได้จริง
สาม หลังรับเงินแล้วเปลี่ยนเบอร์ ย้ายที่อยู่ ปิดเฟซบุ๊ก ตัดการติดต่อทุกช่องทาง
สี่ ใช้ชื่อปลอม เลขบัตรประชาชนปลอม หรือใช้ชื่อคนอื่นมาทำสัญญา
ห้า เก็บเงินค่าวัสดุไปแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อวัสดุเข้าหน้างานจริง
ถ้าพฤติการณ์เข้าหลายข้อแบบนี้ โอกาสที่จะดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงสำเร็จมีสูงมาก
ความผิดอื่นที่พ่วงไปด้วยได้
นอกจากฉ้อโกงทั่วไปแล้ว ในหลายคดียังเข้าข่ายความผิดอื่นด้วย เช่น
ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) กรณีหลอกลวงคนหลายคนด้วยการแสดงข้อความเท็จต่อสาธารณะ เช่น โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก โทษจะหนักกว่าฉ้อโกงธรรมดามาก จำคุกไม่เกิน 5 ปี
ปลอมเอกสาร (มาตรา 264) กรณีปลอมใบเสนอราคา ปลอมใบรับรองวิศวกร ปลอมเอกสารบริษัท
ใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268) เมื่อนำเอกสารปลอมเหล่านั้นมาใช้ในการทำสัญญา
ในคดีของลูกความที่เล่าให้ฟังตอนต้น เราตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมาใช้ใบประกอบวิชาชีพวิศวกรปลอม คดีนี้จึงไม่ใช่แค่ฉ้อโกงธรรมดา แต่พ่วงปลอมและใช้เอกสารปลอมไปด้วย
ขั้นตอนการดำเนินคดีอาญา
เมื่อตัดสินใจจะเอาผิดอาญา สิ่งที่ต้องทำมีลำดับดังนี้
ขั้นแรก รวบรวมหลักฐานให้ครบ ทั้งสัญญาว่าจ้าง สลิปโอนเงินทุกครั้ง ข้อความแชทไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ รูปถ่ายหน้างาน คลิปวิดีโอ พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ และที่สำคัญคือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับเหมามีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น
ขั้นที่สอง เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปคือท้องที่ที่ทำสัญญาหรือที่ตั้งของไซต์ก่อสร้าง ผมมักแนะนำให้ลูกความเตรียมเอกสารสรุปเรื่องราวมาเป็นไทม์ไลน์ชัดเจน จะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานง่ายขึ้นและรับคดีไว้พิจารณาเร็วขึ้น
ขั้นที่สาม ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพราะคดีฉ้อโกงในไทยมีจำนวนมาก ถ้าไม่ติดตามคดีอาจนิ่งได้ การมีทนายช่วยติดตามจะทำให้คดีคืบหน้าเร็วกว่ามาก
ขั้นที่สี่ พิจารณาฟ้องคดีอาญาเองโดยตรง (ฟ้องอาญาราษฎร) ในกรณีที่คดีล่าช้าหรือพนักงานสอบสวนไม่รับเรื่อง ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้เสียหาย
สิ่งที่หลายคนพลาดคืออายุความ
ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด เกินกว่านี้คดีอาญาขาดอายุความ ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาได้อีก
ผมเจอลูกความที่มาช้าหลายราย รอเจรจากันเองอยู่ 4-5 เดือน พอเห็นว่าไม่ไหวค่อยมาปรึกษา ก็หมดสิทธิ์ดำเนินคดีอาญาไปแล้ว เหลือแค่ฟ้องแพ่งซึ่งอำนาจต่อรองน้อยกว่ามาก
แพ่งกับอาญา ฟ้องพร้อมกันได้ไหม
คำถามนี้เจอบ่อยมาก คำตอบคือฟ้องได้ทั้งสองคดี และผมแนะนำให้ทำควบคู่กันไปเลย
คดีอาญาเอาไว้สร้างแรงกดดันและให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ ส่วนคดีแพ่งเอาไว้เรียกเงินคืนพร้อมค่าเสียหาย หรือถ้าจะให้สะดวกขึ้นก็ใช้วิธีฟ้องคดีอาญาแล้วขอให้ศาลพิจารณาเรียกค่าเสียหายในคดีส่วนแพ่งไปในคดีเดียวกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ข้อคิดส่งท้าย
คดีผู้รับเหมาฉ้อโกงไม่ใช่เรื่องเล็ก เงินที่หลายคนเก็บออมมาทั้งชีวิตเพื่อสร้างบ้าน หายไปเพียงข้ามคืน ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
แต่อยากให้รู้ไว้ว่ากฎหมายไทยมีเครื่องมือเพียงพอที่จะเอาผิดคนเหล่านี้ได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็นและเริ่มดำเนินการให้เร็ว อย่ามัวแต่รอ อย่ามัวแต่เจรจา อย่าคิดว่าเดี๋ยวเขาคงทำให้เสร็จเอง เพราะเวลาที่เสียไป คือโอกาสที่หลุดมือไปทุกวัน
ใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้ อยากปรึกษาเบื้องต้น ทักมาคุยกันได้ครับ ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย
#ทนายความ #คดีก่อสร้าง #ผู้รับเหมาฉ้อโกง #กฎหมายน่ารู้ #ปรึกษากฎหมาย