28/01/2022
คุณก็ทำได้ ผ่อนน้อยลง ชีวิตง่ายขึ้น ด้วยการรีไฟแนนซ์บ้าน 🏠🏡
คำแนะนำในการซื้อบ้านสำหรับปัจจุบันโดยเฉพาะกับผู้ที่ซื้อบ้านด้วยสินเชื่อ คือ การรีไฟแนนซ์บ้านเมื่อเวลาผ่านไปซักระยะหนึ่ง ข้อสงสัยค้างคาใจสำหรับหลายคนคือการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร การรีไฟแนนซ์บ้านมีข้อดีอย่างไร บ้านของพวกเขาจำเป็นต้องทำรีไฟแนนซ์บ้านจริงๆ หรือไม่ และหากจะรีไฟแนนซ์บ้านต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง บทความนี้จะมาชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์ต่อสุขภาพทางการเงิน รวมไปถึงคลายข้อสงสัยให้คุณเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านตั้งแต่ต้นจนจบ
รีไฟแนนซ์คืออะไร
การรีไฟแนนซ์ หมายถึง การยื่นขอสินเชื่อก้อนใหม่เพื่อทำให้ภาระสินเชื่อของเราลดลง หรือถ้าพูดเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนเงินกู้ก้อนเก่าเป็นเงินกู้ก้อนใหม่โดยได้อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา หรือเงินต้นที่ต้องจ่ายลดลงนั่นเอง ซึ่งการรีไฟแนนซ์ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ชิ้นใหญ่อย่างรถยนต์หรือบ้าน
สำหรับสินเชื่อบ้านในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่ในช่วง 3 ปีแรกมักกำหนดดอกเบี้ยตายตัวในอัตราที่ต่ำราว 2% - 3% ต่อปี ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งมักสูงกว่าเดิม ซึ่งปกติดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) ของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 6% - 7% ต่อปี ทำให้ภาระในการผ่อนต่อเดือนดีดตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และอาจทำให้ภาระทางการเงินของคุณหนักขึ้นกว่าเดิมโดยไม่จำเป็น การรีไฟแนนซ์บ้านในที่นี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้ง่ายขึ้นและบริหารจัดการการเงินของคุณได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ทำไมถึงต้องรีไฟแนนซ์บ้าน?
การรีไฟแนนซ์บ้านให้ประโยชน์ทางการเงินใหญ่ๆ สี่อย่างด้วยกัน คือ
1. ช่วยลดอัตราดอกเบี้ย
จุดประสงค์หลักของการรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลง ด้วยเหตุที่อัตราดอกเบี้ยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในช่วงจังหวะที่คุณกู้สินเชื่อนั้นดอกเบี้ยอาจจะต่ำแล้ว แต่เมื่อผ่านไปอีกซักระยะดอกเบี้ยอาจจะลงต่ำกว่านั้นไปอีก การรีไฟแนนซ์จะช่วยให้สินเชื่อของคุณอยู่ในอัตราที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อัตราดอกเบี้ยนั้นสำคัญกับภาระการผ่อนขนาดไหน? สมมติว่า นาย A ทำสัญญาเงินกู้บ้าน 30 ปี โดยผ่อนชำระมาแล้วเป็นเวลา 3 ปีแบบลดต้นลดดอก (Effective Interest Rate) จนเหลือเงินต้นที่ 3,000,000 บาท และผ่อนชำระเดือนละ 30,000 บาทต่อเดือน โดยหากเปรียบเทียบระหว่างสัญญาเงินกู้เดิม ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 กับสัญญาเงินกู้ใหม่ ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 จะเป็นไปตามภาพ
คุณก็ทำได้ ผ่อนน้อยลง ชีวิตง่ายขึ้น ด้วยการรีไฟแนนซ์บ้าน
จะเห็นได้ว่า แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยจะน้อยเพียง 1.5% แต่ด้วยระยะเวลาที่นานของสินเชื่อบ้าน ส่วนต่างเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คุณประหยัดไปได้นับหลายแสนบาทเลยทีเดียว ยิ่งจำนวนเงินต้นหรือระยะเวลาคุณยิ่งมากเท่าไหร่ ส่วนต่างของดอกเบี้ยก็ยิ่งจะมีผลมากขึ้นตามตัว นอกจากนี้ ดอกเบี้ยที่ลดลงเท่ากับว่าเวลาผ่อนชำระของคุณก็จะลดลงตามไปด้วย
2. เปลี่ยนจากดอกเบี้ยลอยตัวเป็นดอกเบี้ยคงที่
อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า อัตราดอกเบี้ยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดอกเบี้ยจึงอาจปรับตัวทั้งลดลงหรือสูงขึ้นได้เช่นกัน หากสัญญาเงินกู้ของคุณเป็นแบบดอกเบี้ยลอยตัว แม้ว่าภาระการผ่อนของคุณจะลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง แต่หากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ภาระการผ่อนก็จะสูงตามไปด้วย
การรีไฟแนนซ์บ้านมาเป็นสัญญาเงินกู้แบบดอกเบี้ยคงที่จะทำให้คุณลดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนอยู่เสมอ รวมไปถึงช่วยให้คุณคำนวนภาระเงินผ่อนในรายเดือนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
3. ช่วยเปลี่ยนระยะเวลากู้
การรีไฟแนนซ์บ้านมีประโยชน์ในการเปลี่ยนระยะเวลาของสัญญาเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อระยะเวลาสัญญาในนานขึ้น ซึ่งจะทำให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง แลกกับระยะเวลาและดอกเบี้ยที่คุณต้องเสียเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือในทางกลับกัน หากคุณมีความสามารถที่จะผ่อนชำระเพิ่มขึ้น คุณก็อาจเลือกสัญญาใหม่ที่เพิ่มอัตราผ่อนชำระแลกกับการลดระยะเวลาผ่อนเพื่อโปะสินเชื่อบ้านให้เร็วขึ้นได้เช่นกัน
4. เพื่อนำส่วนต่างของภาระหนี้ไปใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ซ่อมหรือปรับปรุงบ้าน
หากบ้านของคุณมีมูลค่าที่สูงกว่าภาระหนี้เดิม เช่น บ้านของคุณมีมูลค่าอยู่ที่ 5,000,000 บาท แต่มูลค่าหนี้ที่คุณเหลืออยู่อยู่ที่ 3,000,000 บาท คุณสามารถขอกู้เพิ่มอีก 1 วงเงินสินเชื่อ จากส่วนต่างของมูลค่าหนี้คงเหลือกับมูลค่าบ้าน เรียกว่าเงินกู้อเนกประสงค์ หรือโฮมฟอร์แคช เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น เช่น การปรับปรุง ต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน หรือใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์อื่นๆ