13/09/2026
ของเสียหาย หักเงินเดือนได้เลยไหม?
นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้างเพียงเพราะเห็นว่าลูกจ้างเป็นผู้ทำของเสียหาย
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด เว้นแต่เข้าเหตุที่กฎหมายอนุญาต
กรณีหักเพื่อชดใช้ความเสียหายแก่นายจ้าง ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ
* ความเสียหายเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้าง และ
* ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
มาตรา 77 ยังกำหนดให้ความยินยอมเกี่ยวกับการหักเงินต้องทำเป็นหนังสือ มีลายมือชื่อลูกจ้าง และระบุไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น พนักงานทำแท็บเล็ตของบริษัทตกแตกจากอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน นายจ้างยังไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแล้วหักค่าจ้างเต็มจำนวน แต่ควรสอบสวนสาเหตุ วิธีเก็บรักษา สภาพอุปกรณ์ และคำสั่งการทำงานก่อน
ก่อนดำเนินการ นายจ้างควร
1. บันทึกเหตุและถ่ายภาพความเสียหาย
2. ตรวจราคาทรัพย์ อายุการใช้งาน และค่าซ่อมจริง
3. เปิดโอกาสให้ลูกจ้างชี้แจง
4. ตรวจว่ากระทำโดยจงใจหรือประมาทร้ายแรงหรือไม่
5. แยกความเสียหายจริงออกจากราคาซื้อของใหม่
6. จัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือโดยสมัครใจ
7. แสดงรายการหักในเอกสารการจ่ายค่าจ้าง
การหักตามมาตรา 76 (2)–(5) โดยหลักแต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างให้ความยินยอมเป็นอย่างอื่น
⚠️ ข้อความกว้าง ๆ ในสัญญาจ้างว่า “นายจ้างหักเงินได้ทุกกรณี” อาจไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายกำหนดให้ความยินยอมต้องชัดเจนเป็นการเฉพาะ การบังคับให้เซ็นหลังเกิดเหตุยังอาจมีข้อโต้แย้งเรื่องความสมัครใจ
แม้หักจากค่าจ้างไม่ได้ นายจ้างอาจยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายผ่านการเจรจาหรือดำเนินคดี หากพิสูจน์ความรับผิดและจำนวนความเสียหายได้