10/03/2022
คดียาเสพติดเป็นคดีที่มีจำนวนมากที่สุดในศาลยุติธรรมขณะนี้ ด้วยจำนวนผู้กระทำความผิดทวีจำนวนมากขึ้น และจำเลยส่วนใหญ่ก็หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก
ภาครัฐพยายามบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ผู้กระทำความผิดเหล่านี้ได้รับการบำบัดฟื้นฟู เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และ ผู้กระทำความผิดสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูอีกด้วย
“เมื่อท่านหรือคนรู้จัก ถูกจับในคดียาเสพติด ข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ เพื่อเสพ เช่น ยาบ้า เมทแอมเฟตามีน แอมเฟตามีน ยาไอซ์ เฮโรอีน อาจไม่ต้องติดคุก.....”
มาตรา ๑๖๒ ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และมิใช่กรณีตามมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(กรณีมียาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด หรือไม่เกิน 500 มิลลิกรัม / หรือเฮโรอีน ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม)
มาตรา ๑๖๔ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
(กรณีมียาบ้าเกิน 5 เม็ด หรือเกิน 500 มิลลิกรัม / หรือเฮโรอีน เกิน 100 มิลลิกรัม)
มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตรวจพบผู้ที่มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดตามมาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๔ ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคมที่เกิดจากโรคทางจิตและประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้ และสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ส่งตัวผู้นั้นไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองต่อไป
เมื่อผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามวรรคหนึ่งเข้ารับการบำบัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ผู้นั้นไม่มีความผิดในมาตราดังกล่าว…….
อย่างไรก็ตามในสายตากฎหมายมองผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติด โดยเฉพาะในข้อหาเสพยาเสพติดนั้น เป็นผู้ป่วยควรได้รับการบำบัดรักษา ฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สังคม พวกเขาเหล่านั้นมิใช่อาชญากร แต่เพียงพวกเขาหลงผิดไปยุ่งเกี่ยว เพราะพวกเขามีความเชื่อที่ผิดๆว่า ยาเสพติดจะช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับพวกเขาแต่ความจริงกลับเป็นสิ่งที่หวนกลับมาทำร้าย และทำลายครอบครัว ความสงบสุขของสังคมต่างหาก สังคมควรให้โอกาสพวกเขาเหล่านั้น ให้พวกเขาได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง กลับตัวเป็นพลเมืองดี ไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ให้โอกาส ให้อภัย ให้อาชีพ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดผู้หนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนครับ
มีปัญหาคดียาเสพติด หรือคดีความอื่นปรึกษาได้ครับ ทุกข์ของท่านคือทุกข์ของเรา