18/08/2026
มีโอกาสอ่านเจอหน้าโฆษณาบ้านโครงการใหม่
ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2526
หรือเมื่อ 43 ปีที่แล้ว
เห็นบ้านเดี่ยว ที่ดิน 70 ตร.วา ราคา 385,000 บาท
ส่วนทาวน์เฮาส์ ที่ดิน 14 ตร.วา ราคา 275,000 บาท
ซึ่งถ้าคุณซื้อวันนั้น ราคาจะต่างกันแค่แสนเดียว
แต่ถ้าคุณถือมา 43 ปี แล้วเอามาประกาศขายในปี 2569
บ้านเดี่ยวหลังนั้น ราคาจะกระโดดไปอยู่ที่ 11,350,000 บาท
แต่ทาวน์เฮาส์หลังนั้น ราคากลับทำได้แค่ 1,500,000 บาท
จากราคาที่แพงกว่ากันแค่แสนเดียว
43 ปีผ่านไป มูลค่าห่างกันเกือบ 10 ล้าน
หลายคนอาจคิดว่า ถ้ารู้แบบนี้เอาเงินไปซื้อ "ทองคำ" ดีกว่า
เพราะทองคำปี 2526 บาทละ 4,000 ถือมาวันนี้ได้บาทละ 70,000
โตขึ้นมา 17.5 เท่า ชนะทาวน์เฮาส์ ที่โตได้แค่ 5 เท่า แบบขาดลอย
แต่ทำไมทองคำถึงยังแพ้บ้านเดี่ยวที่โตถึง 29 เท่าได้ล่ะ?---.---.---.---
ตรงนี้แหละที่น่าสนใจค่ะ---.---.---.---
บ้าน 2 หลังนี้อยู่ในโครงการเดียวกัน
เจ้าของโครงการรายเดียวกัน
ลงโฆษณาหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน
ผ่านทุกยุค ทุกวิกฤติเศรษฐกิจมาเท่ากันทุกรอบ
แปลว่าจะโทษทำเลก็ไม่ได้
โทษจังหวะเวลาก็ไม่ได้
เพราะทุกตัวแปรเกือบเหมือนกันหมด
สิ่งที่อธิบายช่องว่างเกือบ 10 ล้านนี้ได้
คือ "สิ่งที่คุณมองไม่เห็น" ตอนเซ็นสัญญาต่างหากค่ะ---.---.---.---
เคล็ดไม่ลับอยู่ตรงนี้ค่ะ---.---.---.---
เวลาเราซื้อบ้าน เราจ่ายเงินก้อนเดียว
แต่สิ่งที่ได้ จะกลับมา 2 อย่าง
* อย่างแรกคือ "ตัวบ้าน" = อิฐ + ปูน + หลังคา
* อย่างที่สองคือ "ที่ดิน" ที่บ้านตั้งอยู่
ตัวบ้านเสื่อมทุกปี ปูนแตก หลังคารั่ว ท่อตัน
ผ่านไป 43 ปี ตัวบ้านแทบไม่เหลือมูลค่า
สิ่งที่ดันราคาให้บ้านเดี่ยวชนะทองคำได้
คือ "ที่ดิน" ที่อยู่ใต้ตัวบ้านต่างหาก
จากการเทียบบ้าน 2 หลังด้านบน
จะเห็นว่าต่างกันแค่ขนาดเนื้อที่ดิน
ที่ห่างกัน 5 เท่าพอดี คือ 70 กับ 14 ตร.วา
คนที่ซื้อทาวน์เฮาส์วันนั้น
จ่ายเงินส่วนใหญ่ไปกับค่า "ตัวบ้าน 2 ชั้น"
แปลว่าเงินที่คุณจ่าย
ไปกองอยู่ใน "ส่วนที่เสื่อม" ตั้งแต่วันแรก
ส่วนที่ดิน 14 ตร.วา ที่ได้มา
เลยออกแรงดึงราคาขึ้นไม่ไหว
ต่างกับคนที่ซื้อบ้านเดี่ยว
เขาได้จ่ายเงินไปกับ "ส่วนที่โต" มากกว่า
อย่าง "ที่ดิน" ที่อยู่ใต้บ้านนั่นเอง---.---.---.---
มาถึงของฝากของวันนี้
อาวุธชิ้นเดียว
ที่อยากให้คุณเอาไปใช้พรุ่งนี้เลย---.---.---.---
ก่อนซื้ออสังหาฯ ทุกครั้ง ให้ถามตัวเองว่า
"เงินก้อนนี้ เรากำลังจ่ายให้ ส่วนที่โต
หรือ ส่วนที่เสื่อม มากกว่ากัน?"
ลองเอาราคาขาย หารด้วยจำนวนตารางวา
แล้วเทียบกับราคาที่ดินเปล่าในละแวกนั้นดูค่ะ
ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าราคาที่ดินเปล่ามากๆ
แปลว่าเรากำลังจ่ายค่า "ตัวบ้าน" ในสัดส่วนที่สูง
ถ้าจะซื้ออยู่เอง ไม่ผิดค่ะ ความสุขประเมินค่าไม่ได้
แต่ถ้าซื้อเก็บเพื่อลงทุน ต้องรู้ตัวว่า
ส่วนไหนที่ทำกำไรให้กับเรามากกว่าในอนาคต
อยากรู้จัง ถ้าย้อนกลับไปปี 2526 ได้
คุณจะเลือกซื้อแบบไหนคะ
พิมพ์เลขไว้ในคอมเมนต์ทีค่ะ
พิมพ์ 1 = บ้านเดี่ยว 70 ตร.วา 385,000 บาท
พิมพ์ 2 = ทาวน์เฮาส์ 14 ตร.วา 275,000 บาท
พิมพ์ 3 = ไม่ซื้อบ้าน เอาเงินไปซื้อทองเก็บไว้
ตอบแล้วบอกเหตุผลด้วยนะคะ เรารออ่านอยู่ค่ะ
ถ้าชอบข้อมูลวิเคราะห์แบบนี้ กดติดตามเพจไว้ได้เลยค่ะ
แถมท้ายอีกนิด จะได้ดูไม่ผิดเพจเกินไป
วิธีคิดเรื่อง "จ่ายไปที่ส่วนที่โต หรือส่วนที่เสื่อม" นี่แหละค่ะ
คือหัวใจของการดูทรัพย์ NPA
(บ้านมือสองที่หลุดมาอยู่กับธนาคาร)
เพราะของกลุ่มนี้ตัวบ้านมักทรุดโทรม
แต่ "ที่ดิน" ยังอยู่ครบ
ใครอยากเรียนวิธีประเมินทรัพย์พวกนี้แบบเป็นระบบ
DVP มี "NPA Playbook Vol.1"
กับคอร์ส "1-Day NPA" บน SkillLane อยู่
และตอนนี้เรากำลังรับทีมงานเพิ่มด้วยค่ะ
ทักอินบ็อกซ์มาคุยกันได้
เรียบเรียงข้อมูลโดย
— บีม ภาวิณีย์ | Beam Pavini
📌 Line :
📌 FB : m.me/darvidprop
ที่มา
ภาพโฆษณาหมู่บ้านเสนาฯ นิเวศน์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 2 ต.ค. 2526