เจนไพศิษฐ์ ทนายความ JP LAW

เจนไพศิษฐ์ ทนายความ  JP LAW บริการงานทนาย ทั้งในชั้นศาล และ ก่อนชั้นศาล,ร่างสัญญาต่ ,ยื่นจดทะเบียน,ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

(ร่างกฎหมายอาญา เรื่องเพศ และ การบูลลี่ )เรียนเชิญท่านผู้มีความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นที่มีต่อการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎห...
01/03/2026

(ร่างกฎหมายอาญา เรื่องเพศ และ การบูลลี่ )

เรียนเชิญท่านผู้มีความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นที่มีต่อการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นเพิ่มความผิดใหม่ในหมวดความผิดเกี่ยวกับเพศและเสรีภาพ เพื่อคุ้มครองเด็กและบุคคลจากการถูกล่วงละเมิดในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการกระทำผ่านสื่อออนไลน์

📍 ความผิดหลักที่เพิ่มขึ้นใหม่มีดังนี้
• ความผิดฐานล่อล่วงเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ (grooming)
• ความผิดฐานสื่อสารเรื่องทางเพศที่ไม่เหมาะสม (sexting)
• ความผิดฐานข่มขู่เรื่องทางเพศเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ (sextortion)
• ความผิดฐานคุกคามโดยการเฝ้าติดตาม (stalking)
• ความผิดฐานการคุกคามโดยการกลั่นแกล้งรังแก (bullying)

อ่านร่างและร่วมแสดงความเห็นได้ที่

ระบบกลางทางกฎหมาย

https://www.facebook.com/share/p/17wjj8wLFP/
24/02/2026

https://www.facebook.com/share/p/17wjj8wLFP/

สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้ทนายตั้มคดีฉ้อโกง

1. ผู้ร้องมีภาระหน้าที่ในการนำพยานหลักฐานมาไต่สวนจนมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดมูลฐานตามคำร้องจริง หรือมีความผิดมูลฐานตามคำร้องเกิดขึ้นจริง

2. ผู้ร้องมีพันตำรวจตรีธนภัทร กังรวมบุตร ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าไต่สวนเป็นพยานเพียงปากเดียว แต่พยานปากนี้ไม่ใช่ประจักษ์พยาน พยานบอกเล่า หรือพยานแวดล้อมที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้อง คงเป็นเพียงผู้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่ได้รับจากเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นสอบสวน ข้อเท็จจริงที่เบิกความมาจึงเป็นเพียงการสรุปความจากเอกสารในชั้นสอบสวนที่ได้รับมาจากเจ้าพนักงานตำรวจ มิใช่เป็นผู้สืบสวนและสอบสวนด้วยตัวเอง แม้ทางนำสืบของผู้ร้องจะอ้างว่ามีการดำเนินคดีอาญากับผู้คัดค้านทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกงและฐานฟอกเงินจนกระทั่งศาลออกหมายจับผู้คัดค้านทั้งสอง จากนั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองในข้อหาดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่จะให้รับเป็นที่ยุติทันทีว่าผู้คัดค้านทั้งสองกระทำความผิดมูลฐานแล้วหาได้ไม่ เนื่องจากผู้คัดค้านทั้งสองให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และการสอบสวนดำเนินคดีในชั้นสอบสวนดังกล่าวกระทำการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ปรากฏว่าก่อนที่จะดำเนินการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ หรือก่อนพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านทั้งสองหรือผู้ถูกกล่าวหาอื่น ๆ โต้แย้งคัดค้านหรือได้รับพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้คัดค้านทั้งสองครบถ้วนแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสโต้แย้งคัดค้านหรือให้นำพยานหลักฐานมาแสดงหักล้างข้ออ้างหรือข้อกล่าวหาของอีกฝ่ายหนึ่ง ศาลจึงไม่อาจรับฟังเพียงแต่พยานเอกสารในชั้นสอบสวนซึ่งไม่มีบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำพยานเอกสารมาเบิกความรับรองไปฝ่ายเดียวได้

3. ผู้ร้องไม่นำนางสาวจตุพร อุบลเลิศ ผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความเป็นพยานเพื่อให้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาล หรือนำพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำมาเบิกความรับรองคำให้การชั้นสอบสวนของนางสาวจตุพรและพยานเอกสารในชั้นสอบสวนต่อศาล เพื่อให้มีน้ำหนักมากกว่าพยานเอกสารซึ่งผู้ร้องอ้างรวมส่งศาลไว้พร้อมกับพยานเอกสารอื่น ๆ

4. ผู้คัดค้านนำสืบนำสืบว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เคยชักชวนหรือหลอกลวงให้นางสาวจตุพรร่วมลงทุนทำแอฟพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในประเทศไทย ส่วนเงินจำนวน 71,076,764.70 บาท นั้น นางสาวจตุพรส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 โดยเสน่หาและด้วยความสมัครใจเพื่อต้องการช่วยเหลือผู้คัดค้านที่ 1 และครอบครัวด้วยความรักใคร่ชอบพอเป็นการส่วนตัว ผู้คัดค้านทั้งสองจึงมิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงนางสาวจตุพรอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พร้อมอ้างข้อความการสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างนางสาวจตุพรกับผู้คัดค้านที่ 1 และนางสาวปัทมพร แสงฤทธิ์ คนสนิทของนางสาวจตุพรเป็นพยานสนับสนุนคำคัดค้านและทางนำสืบ ส่วนผู้ร้องมิได้นำสืบหักล้างหรือถามค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น

5. พยานผู้ร้องปากพันตำรวจตรีธนภัทรเพียงปากเดียวจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้ว่า พฤติการณ์ของผู้คัดค้านทั้งสองตามคำร้องและทางนำสืบของผู้ร้องครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน

6. อีกทั้ง การร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของผู้ร้องเป็นมาตรการในทางแพ่งเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เป็นคนละส่วนกับการดำเนินการทางอาญา มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงไม่ผูกพันในคดีอาญา

**ข้อกำหนดของศาลแพ่ง (Ai กับกระบวนการในชั้นศาล)***  ➡️  ในการจัดทำคำคู่ความหรือเอกสารหรือนำเนื้อส่วนใดที่ได้มาจากAi มายื...
19/11/2025

**ข้อกำหนดของศาลแพ่ง (Ai กับกระบวนการในชั้นศาล)***
➡️ ในการจัดทำคำคู่ความหรือเอกสารหรือนำเนื้อส่วนใดที่ได้มาจากAi มายื่นต่อศาล #ต้องเปิดเผยให้ศาลทราบว่าใช้Ai
คำคู่ความหรือเอกสารที่มีเนื้อหาซึ่งจัดทำโดย Ai หรือนำเนื้อหาส่วนใดที่ได้มาจากการใช้ Ai
ในส่วนท้ายของคำคู่ความหรือเอกสารดังกล่าวนั้นๆ #คู่ความต้องรับรองเนื้อหาโดยระบุข้อความ ดังต่อไปนี้
"ข้อความบางส่วนใน (ชื่อเอกสาร) ฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และข้าพเจ้าได้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนยื่นต่อศาลแล้ว"

➡️ และคู่ความต้องรับผิดชอบทางกฎหมายและจริยธรรมต่อเนื้อหาที่จัดทำหรือได้มาจาก Ai ในคำคู่ความและเอกสารทุกส่วนที่ยื่นต่อศาล เสมือนหนึ่งจัดทำและเรียบเรียงด้วยตนเอง และถือว่าคู่ความตรวจสอบแล้วว่าเนื้อหาดังกล่าวไม่เป็นข้อมูลบิดเบือน ข้อมูลเท็จ และไม่มือคติในการใช้ข้อมูล โดยไม่สามารถอ้างความผิดพลาดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อหลีกเลียงความรับผิดชอบได้

➡️ กรณีพบการผ้าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้ ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้พิพากษารายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อพิจารณาสังต่อไป และการผ้าฝืนดังกล่าวอาจถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (ละเมิดอำนาจศาล)

*** ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2568**

07/11/2025

🙏

07/11/2025

ปปง. ประกาศเดินหน้าเชิงรุก! เชิญสมาคมธนาคาร หลักทรัพย์ ค้าทอง ประชุมยกระดับการกำกับและตรวจสอบ ขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เต็มกำลัง
*****
จากสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ "สแกมเมอร์" ที่ทวีความรุนแรงและสร้าง ความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เห็นชอบให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น "วาระแห่งชาติ" พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีขึ้น เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และได้มีการลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการประกาศสงครามกับสแกมเมอร์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำการใช้บทบาทของรัฐบาลในทุกเวที ทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ในวันนี้ (7 พฤศจิกายน 2568) สำนักงาน ปปง. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยเชิญสมาคมและชมรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมค้าทองคำ สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมการค้า ผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย ฯลฯ มาประชุม โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นประธานการประชุมเพื่อสั่งการและกำชับให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องดำเนินการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยต้องดำเนินการจัดให้ลูกค้าแสดงตนทุกครั้งก่อนสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือก่อนการทำธุรกรรม (Know Your Customer - KYC) และดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhanced Due Diligence - EDD) และเฝ้าระวังรายชื่อของบุคคลและนิติบุคคลหรือประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ ซึ่งสำนักงาน ปปง. ได้แจ้งรายชื่อให้ผู้มีหน้าที่รายงานแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเพื่อให้มีข้อมูลเส้นทางการเงินสำหรับดำเนินการสกัดกั้นเส้นทางการเงินของอาชญากรเป็นไปอย่างทันท่วงที

การยกระดับมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการต่อสู้กับภัยคุกคามทางการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็ว แม่นยำ และบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อตัดวงจรการฟอกเงิน ปกป้องทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินของประเทศต่อไป
*****
"สำนักงาน ปปง. มุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนา”

🔹สายด่วน ปปง. 1710
🔹เว็บไซต์ : www.amlo.go.th
🔹Facebook : www.facebook.com/AMLOTHAILAND
🔹Instagram : www.instagram.com/amlo_channel
🔹X : https://x.com/amlochannel
🔹Line Official Account : https://lin.ee/AV8KTyH
🔹TikTok : www.tiktok.com/
🔹Youtube : www.youtube.com/

#ปปง #ยึดทรัพย์ #ฟอกเงิน #กฎหมายฟอกเงิน #สายด่วน1710 #นโยบายรัฐบาล

📌
05/11/2025

📌

ทนายความ X e-Filing v.4
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน e-Filing v.4
สำหรับทนายความ

📌เตรียมอบรมการใช้งาน (สำหรับทนายความ)
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568

ที่อยู่

293/47 ซอยร่มเกล้า 6/1 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66882878963

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เจนไพศิษฐ์ ทนายความ JP LAWผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เจนไพศิษฐ์ ทนายความ JP LAW:

แชร์