ทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat Lawyer

ทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat Lawyer ทนาย, ทนายความ, คดีอาญา, คดีหย่า, คดีแพ่ง, คดีมรดก
lawyer, lawyers, divorce, criminal, civil, heritage

สวัสดีครับ ผมทนายภูวงษ์ แอดมินเพจนี้ครับ ปรึกษาทนายความ ฝากข้อความไว้ ผมจะมาตอบให้
หรือถ้าต้องการปรึกษาด่วน โทรหาผมได้เลย
(คนจังหวัดนี้ปรึกษาฟรีครับ)
โทร. 081-803-4097
ไลน์ ไอดี.

คืนรถแล้ว หนี้เช่าซื้อจบไหม?ไม่ควรสรุปว่าหนี้จบทันทีค่ะ ต้องตรวจว่าคืนรถในขั้นตอนไหน มีข้อตกลงยุติหนี้หรือไม่ และขายรถได...
13/09/2026

คืนรถแล้ว หนี้เช่าซื้อจบไหม?

ไม่ควรสรุปว่าหนี้จบทันทีค่ะ ต้องตรวจว่าคืนรถในขั้นตอนไหน มีข้อตกลงยุติหนี้หรือไม่ และขายรถได้ราคาเท่าใด

การส่งรถคืนอาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น

* คืนรถโดยสมัครใจและทำข้อตกลงเลิกสัญญา
* ผู้ให้เช่าซื้อติดตามยึดรถหลังผิดนัด
* คู่สัญญาตกลงรับรถคืนเพื่อยุติหนี้ทั้งหมด
* รับรถคืนแล้วนำไปขายทอดตลาดและเรียกมูลหนี้ส่วนที่ขาด

ผลทางกฎหมายจึงขึ้นอยู่กับข้อความในสัญญา หนังสือส่งมอบรถ หนังสือบอกเลิกสัญญา และพฤติการณ์ที่ผู้ให้เช่าซื้อรับรถไว้ ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงว่ารถถูกนำกลับไปแล้ว

สำหรับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของบุคคลธรรมดาที่นำไปใช้ส่วนตัว ซึ่งทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ประกาศควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 กำหนดความคุ้มครองสำคัญ เช่น

* ก่อนนำรถออกประมูลหรือขายทอดตลาด ต้องแจ้งสิทธิปิดบัญชีแก่ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่า 30 วัน
* ต้องแจ้งราคาเปิดประมูลหรือขายทอดตลาดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
* หากขายได้เกินกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาด ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินคืน
* หากขายได้ไม่พอ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดมูลหนี้ส่วนที่ขาด
* หลังบอกเลิกสัญญา ห้ามนำดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดมารวมเรียกเป็นหนี้ส่วนขาด

เมื่อส่งมอบรถควรทำดังนี้

1. ถ่ายภาพรถ เลขไมล์ อุปกรณ์ และความเสียหายทุกด้าน
2. ขอใบรับรถที่ระบุวัน เวลา และสภาพรถ
3. อ่านว่าหนังสือระบุ “ยุติหนี้ทั้งหมด” หรือเพียง “รับรถคืน”
4. ขอรายละเอียดเงินต้น ค่างวดค้าง และค่าใช้จ่าย
5. เก็บหนังสือแจ้งการประมูลและราคาเปิดขาย
6. ขอหลักฐานราคาที่ขายได้และตารางคำนวณหนี้ส่วนขาด
7. ตรวจว่าสัญญาทำเมื่อใดและอยู่ในขอบเขตประกาศฉบับใด

⚠️ อย่าเซ็นเอกสารเปล่าหรือเอกสารที่ยอมรับยอดหนี้โดยยังไม่เห็นรายละเอียด การที่พนักงานพูดว่า “คืนรถแล้วจบ” ควรยืนยันเป็นหนังสือ เพราะอาจตีความต่างจากเอกสารรับมอบรถ

ประกาศ พ.ศ. 2565 ไม่ได้ครอบคลุมสัญญาทุกประเภท เช่น สัญญาเก่าก่อนวันที่มีผลใช้บังคับ หรือรถที่นำไปประกอบธุรกิจ จึงต้องตรวจวันทำสัญญาและวัตถุประสงค์การใช้รถด้วย

สรุป: คืนรถไม่ได้ทำให้หนี้สิ้นสุดอัตโนมัติ ต้องตรวจข้อตกลง ขั้นตอนขายรถ ราคาที่ขายได้ และวิธีคำนวณยอดส่วนขาด

หากคืนรถแล้วได้รับหนังสือเรียกค่าส่วนต่าง สามารถนำสัญญา ใบรับรถ หนังสือขายทอดตลาด และตารางหนี้มาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจว่ามีหน้าที่ชำระเพียงใดได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ของเสียหาย หักเงินเดือนได้เลยไหม?นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้างเพียงเพราะเห็นว่าลูกจ้างเป็นผู้ทำของเสียหายพ.ร.บ.คุ้มครองแรง...
13/09/2026

ของเสียหาย หักเงินเดือนได้เลยไหม?

นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้างเพียงเพราะเห็นว่าลูกจ้างเป็นผู้ทำของเสียหาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด เว้นแต่เข้าเหตุที่กฎหมายอนุญาต

กรณีหักเพื่อชดใช้ความเสียหายแก่นายจ้าง ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ

* ความเสียหายเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้าง และ
* ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

มาตรา 77 ยังกำหนดให้ความยินยอมเกี่ยวกับการหักเงินต้องทำเป็นหนังสือ มีลายมือชื่อลูกจ้าง และระบุไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ

ตัวอย่างเช่น พนักงานทำแท็บเล็ตของบริษัทตกแตกจากอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน นายจ้างยังไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแล้วหักค่าจ้างเต็มจำนวน แต่ควรสอบสวนสาเหตุ วิธีเก็บรักษา สภาพอุปกรณ์ และคำสั่งการทำงานก่อน

ก่อนดำเนินการ นายจ้างควร

1. บันทึกเหตุและถ่ายภาพความเสียหาย
2. ตรวจราคาทรัพย์ อายุการใช้งาน และค่าซ่อมจริง
3. เปิดโอกาสให้ลูกจ้างชี้แจง
4. ตรวจว่ากระทำโดยจงใจหรือประมาทร้ายแรงหรือไม่
5. แยกความเสียหายจริงออกจากราคาซื้อของใหม่
6. จัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือโดยสมัครใจ
7. แสดงรายการหักในเอกสารการจ่ายค่าจ้าง

การหักตามมาตรา 76 (2)–(5) โดยหลักแต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างให้ความยินยอมเป็นอย่างอื่น

⚠️ ข้อความกว้าง ๆ ในสัญญาจ้างว่า “นายจ้างหักเงินได้ทุกกรณี” อาจไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายกำหนดให้ความยินยอมต้องชัดเจนเป็นการเฉพาะ การบังคับให้เซ็นหลังเกิดเหตุยังอาจมีข้อโต้แย้งเรื่องความสมัครใจ

แม้หักจากค่าจ้างไม่ได้ นายจ้างอาจยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายผ่านการเจรจาหรือดำเนินคดี หากพิสูจน์ความรับผิดและจำนวนความเสียหายได้

ซ่อนทรัพย์มรดก อาจหมดสิทธิรับมรดกจริงหรือ?จริงในบางกรณีค่ะ หากทายาทยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์โดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าทำให้ทา...
13/09/2026

ซ่อนทรัพย์มรดก อาจหมดสิทธิรับมรดกจริงหรือ?

จริงในบางกรณีค่ะ หากทายาทยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์โดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าทำให้ทายาทคนอื่นเสียประโยชน์

ป.พ.พ. มาตรา 1605 กำหนดผลไว้ตามมูลค่าทรัพย์ที่ถูกยักย้ายหรือปิดบัง ดังนี้

* หากทรัพย์มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าส่วนมรดกที่ทายาทคนนั้นควรได้รับ อาจถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลย
* หากทรัพย์มีมูลค่าน้อยกว่าส่วนที่ควรได้รับ อาจถูกกำจัดเฉพาะส่วนที่ยักย้ายหรือปิดบังไว้

ตัวอย่างเช่น ทายาททราบว่าผู้ตายมีบัญชีเงินฝากหรือเงินปันผลจำนวนมาก แต่ถอนเงินหรือเก็บเอกสารไว้โดยตั้งใจไม่แจ้งผู้จัดการมรดกและทายาทคนอื่น เพื่อให้ตนได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว อาจมีประเด็นตามมาตรา 1605

อย่างไรก็ตาม การพบทรัพย์เพิ่มเติมภายหลัง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของ หรือการจัดทำบัญชีตกหล่นโดยไม่มีเจตนาฉ้อฉล ไม่ได้ทำให้ถูกกำจัดจากมรดกโดยอัตโนมัติ ผู้กล่าวอ้างต้องพิสูจน์พฤติการณ์และเจตนาให้ได้
มีปัญหาปรึกษาทนายความ0991524195

ค้างค่าส่วนกลางคอนโด นิติบุคคลคิดเงินเพิ่มได้เท่าไรก็ได้หรือไม่?ไม่ได้ค่ะ เงินเพิ่มมีเพดานตามกฎหมายและห้ามนำมาคิดทบต้นพ....
12/09/2026

ค้างค่าส่วนกลางคอนโด นิติบุคคลคิดเงินเพิ่มได้เท่าไรก็ได้หรือไม่?

ไม่ได้ค่ะ เงินเพิ่มมีเพดานตามกฎหมายและห้ามนำมาคิดทบต้น

พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18/1 กำหนดว่า เมื่อเจ้าของร่วมไม่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางภายในกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปีของจำนวนเงินที่ค้าง โดยไม่คิดทบต้น

หากค้างชำระตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป อัตราเงินเพิ่มอาจเพิ่มเป็นไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี และเจ้าของร่วมอาจ

* ถูกระงับบริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตามข้อบังคับ
* ไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญ่

ตัวอย่างเช่น เจ้าของห้องค้างค่าส่วนกลางสี่เดือน นิติบุคคลไม่ควรกำหนดเงินเพิ่มเกินเพดานร้อยละ 12 ต่อปี หรือคิดเงินเพิ่มทบลงบนเงินเพิ่มเดิมจนยอดสูงขึ้นแบบดอกเบี้ยทบต้น

หากค้างเกินหกเดือน ก่อนใช้อัตราที่สูงขึ้นหรือจำกัดบริการ นิติบุคคลควรตรวจข้อบังคับ มติที่เกี่ยวข้อง วันเริ่มผิดนัด และวิธีคำนวณให้ชัดเจน พร้อมออกใบแจ้งหนี้ที่แยกเงินต้นกับเงินเพิ่ม

เจ้าของร่วมควรตรวจสอบ

1. อัตราค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์
2. วันครบกำหนดชำระแต่ละงวด
3. เงินต้นค้างชำระ
4. อัตราและช่วงเวลาที่คิดเงินเพิ่ม
5. มีการคิดทบต้นหรือไม่
6. ข้อบังคับเรื่องการใช้ทรัพย์ส่วนกลาง
7. ใบเสร็จและยอดที่เคยชำระ
8. หนังสือทวงถามและมติประชุมที่เกี่ยวข้อง

⚠️ มาตรา 18/1 ไม่ควรถูกตีความว่าให้นิติบุคคลตัดบริการจำเป็นหรือจำกัดสิทธิใดก็ได้ตามใจ การระงับบริการต้องตรวจขอบเขตข้อบังคับ ลักษณะบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

เจ้าของห้องไม่ควรหยุดจ่ายทั้งหมดเพียงเพราะโต้แย้งเงินเพิ่ม เพราะเงินต้นค่าส่วนกลางยังอาจค้างอยู่ ควรขอรายละเอียดการคำนวณและชำระส่วนที่ไม่โต้แย้งโดยมีหลักฐาน

สรุป: เงินเพิ่มค่าส่วนกลางมีเพดาน ไม่คิดทบต้น และมาตรการจำกัดบริการต้องมีฐานตามข้อบังคับและกฎหมาย

หากยอดค่าส่วนกลางหรือเงินเพิ่มไม่ชัดเจน สามารถนำใบแจ้งหนี้ ข้อบังคับ และประวัติการชำระมาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจการคำนวณหรือจัดทำหนังสือโต้แย้งได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

สงสัยว่าพนักงานทุจริต นายจ้างสั่งพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างได้หรือไม่?โดยหลักทำไม่ได้ตามใจค่ะ การพักงานระหว่างสอบสวนต้องมีฐ...
12/09/2026

สงสัยว่าพนักงานทุจริต นายจ้างสั่งพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างได้หรือไม่?

โดยหลักทำไม่ได้ตามใจค่ะ การพักงานระหว่างสอบสวนต้องมีฐานตามข้อบังคับหรือข้อตกลง และต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 กำหนดว่า นายจ้างจะสั่งพักงานลูกจ้างระหว่างสอบสวนได้ เมื่อมีอำนาจตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

คำสั่งพักงานต้อง

* ทำเป็นหนังสือ
* ระบุความผิดที่ถูกกล่าวหา
* กำหนดระยะเวลาพักงานไม่เกินเจ็ดวัน
* แจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มพักงาน

ระหว่างพักงาน มาตรา 117 กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกพักงาน

หากสอบสวนแล้วปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือให้ครบ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

ตัวอย่างเช่น บริษัทพบว่าสินค้าหายและสงสัยพนักงานคลังสินค้า บริษัทไม่ควรสั่งให้พนักงานหยุดงานหนึ่งเดือนโดยไม่จ่ายเงินทันที แต่ควรตรวจข้อบังคับ ออกคำสั่งเป็นหนังสือ กำหนดข้อกล่าวหาและระยะเวลาตามกฎหมาย พร้อมดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นธรรม

เอกสารที่นายจ้างควรเตรียม ได้แก่

1. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
2. รายงานเหตุและหลักฐานเบื้องต้น
3. หนังสือแจ้งข้อกล่าวหา
4. คำสั่งพักงานที่ระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุด
5. หลักฐานการจ่ายเงินระหว่างพักงาน
6. บันทึกคำชี้แจงของลูกจ้างและพยาน
7. รายงานผลสอบสวนและคำสั่งภายหลัง

⚠️ การพักงานระหว่างสอบสวนไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าลูกจ้างผิดแล้ว นายจ้างควรเปิดโอกาสให้ชี้แจงและไม่ควรประกาศข้อกล่าวหาเกินความจำเป็นจนกระทบชื่อเสียง

หากต้องสอบสวนต่อเกินเจ็ดวัน นายจ้างต้องพิจารณาวิธีดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ควรต่อคำสั่งพักงานซ้ำเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาและค่าจ้าง

สรุป: พักงานระหว่างสอบสวนได้เฉพาะเมื่อมีฐานรองรับ ต้องออกคำสั่งเป็นหนังสือ ไม่เกินเจ็ดวัน และจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

บริษัทที่พบเหตุทุจริตหรือความผิดทางวินัยสามารถให้ทนายจอยตรวจข้อบังคับ คำสั่งพักงาน และกระบวนการสอบสวนก่อนดำเนินการ เพื่อลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงานได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานเองได้หรือไม่?ไม่ควรทำค่ะ เพราะผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดั...
12/09/2026

ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานเองได้หรือไม่?

ไม่ควรทำค่ะ เพราะผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นได้

ป.พ.พ. มาตรา 1653 กำหนดข้อห้ามไว้ชัดเจนว่า

* ผู้เขียนพินัยกรรม
* พยานในพินัยกรรม
* คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยาน

จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้

ตัวอย่างเช่น มารดาทำพินัยกรรมยกบ้านให้บุตรสาว แล้วให้บุตรสาวคนเดียวกันลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม แม้บุตรสาวจะไม่ได้บังคับหรือหลอกลวงมารดา ก็ยังมีปัญหาตามมาตรา 1653 ในส่วนสิทธิรับทรัพย์ของบุตรสาว

ในทางปฏิบัติควรเลือกพยานที่เป็นบุคคลกลาง ซึ่งไม่ได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมและคู่สมรสของพยานก็ไม่ได้รับประโยชน์ด้วย เช่น เพื่อนบ้าน ผู้รู้จัก หรือบุคคลที่เชื่อถือได้และมีคุณสมบัติเป็นพยานตามกฎหมาย

ก่อนลงนามควรตรวจสอบ

1. ใครเป็นผู้เขียนหรือจัดทำข้อความในพินัยกรรม
2. ใครเป็นผู้รับทรัพย์แต่ละรายการ
3. ผู้รับทรัพย์เกี่ยวข้องเป็นคู่สมรสกับผู้เขียนหรือพยานหรือไม่
4. พินัยกรรมประเภทนั้นต้องใช้พยานกี่คน
5. ผู้ทำและพยานลงนามต่อหน้ากันครบหรือไม่
6. มีการขีดฆ่า แก้ไข หรือเติมข้อความหรือไม่
7. วันที่และลายมือชื่อครบถ้วนหรือไม่
8. ผู้ทำพินัยกรรมมีความสามารถและเข้าใจเนื้อหาในวันทำหรือไม่

⚠️ พินัยกรรมมีหลายแบบและแต่ละแบบมีขั้นตอนต่างกัน เช่น พินัยกรรมแบบธรรมดากับพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ จึงไม่ควรนำเงื่อนไขของแบบหนึ่งไปใช้กับอีกแบบโดยไม่ตรวจสอบ

การที่ผู้รับทรัพย์เป็นพยานไม่ได้ควรถูกสรุปทันทีว่าพินัยกรรมทุกข้อเสียไปทั้งหมด ผลต่อทรัพย์รายการอื่นและผู้รับรายอื่นต้องตรวจถ้อยคำ แบบพินัยกรรม และข้อเท็จจริงแยกกัน

สรุป: อย่าให้ผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ทำหน้าที่เป็นผู้เขียนหรือพยาน ควรใช้บุคคลกลางเพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อกำหนดพินัยกรรมจะใช้บังคับไม่ได้

หากกำลังทำพินัยกรรมหรือพบว่าผู้รับทรัพย์ลงชื่อเป็นพยาน สามารถนำต้นฉบับมาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจแบบ คุณสมบัติของพยาน และผลของข้อกำหนดแต่ละรายการได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ซื้อคอนโดแล้ว อยากต่อเติมระเบียงหรือเปลี่ยนหน้าตาอาคาร ทำเองได้หรือไม่?แม้อยู่ภายในพื้นที่ห้องของตนเอง หากกระทบโครงสร้าง...
06/09/2026

ซื้อคอนโดแล้ว อยากต่อเติมระเบียงหรือเปลี่ยนหน้าตาอาคาร ทำเองได้หรือไม่?

แม้อยู่ภายในพื้นที่ห้องของตนเอง หากกระทบโครงสร้าง ทรัพย์ส่วนกลาง หรือลักษณะภายนอกอาคาร ก็อาจทำเองไม่ได้

พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 13 ให้เจ้าของห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล แต่ห้ามกระทำการต่อทรัพย์ของตนซึ่งอาจกระทบโครงสร้าง ความมั่นคง การป้องกันความเสียหายต่อตัวอาคาร หรือการอื่นตามข้อบังคับ

ส่วนประกอบบางอย่างที่เจ้าของเข้าใจว่าอยู่ติดกับห้องของตนอาจเป็นทรัพย์ส่วนกลางหรือเกี่ยวข้องกับระบบส่วนกลาง เช่น

* โครงสร้าง เสา คาน และพื้นบางส่วน
* ผนังหรือส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง
* ระบบป้องกันอัคคีภัยและระบายอากาศ
* ท่อระบายน้ำและระบบอาคาร
* ผิวภายนอกและรูปแบบของอาคาร
* พื้นที่หรืออุปกรณ์ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

มาตรา 48 กำหนดว่า การอนุญาตให้เจ้าของร่วมก่อสร้าง ตกแต่ง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมห้องชุดซึ่งมีผลกระทบต่อทรัพย์ส่วนกลางหรือลักษณะภายนอกอาคาร ต้องได้รับมติที่ประชุมใหญ่ตามคะแนนเสียงที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างเช่น การติดกระจกปิดระเบียง เปลี่ยนสีหรือรูปแบบราวระเบียง เจาะผนังเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรือเดินท่อออกนอกอาคาร แม้เจ้าของเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายเอง ก็ยังต้องตรวจว่ากระทบส่วนกลางและต้องขอมติหรือใบอนุญาตอื่นหรือไม่

ก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบ

1. หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดและแผนผัง
2. ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด
3. ระเบียบการตกแต่งและช่วงเวลาทำงาน
4. แบบก่อสร้างและความเห็นวิศวกร
5. ระบบไฟฟ้า ประปา และป้องกันอัคคีภัย
6. หนังสืออนุญาตจากนิติบุคคลหรือมติที่ประชุม
7. ใบอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร หากจำเป็น
8. ประกันภัยและความรับผิดของผู้รับเหมา

⚠️ หนังสืออนุญาตจากผู้จัดการนิติบุคคลเพียงคนเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากเป็นเรื่องที่มาตรา 48 กำหนดให้ต้องผ่านมติของเจ้าของร่วม และการอนุญาตจากนิติบุคคลก็ไม่ได้ใช้แทนใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐในกรณีที่กฎหมายกำหนด

หากต่อเติมโดยไม่ถูกต้อง เจ้าของอาจถูกเรียกให้หยุดงาน รื้อถอน คืนสภาพ หรือรับผิดในความเสียหายที่เกิดแก่ห้องอื่นและระบบส่วนกลางได้

สรุป: กรรมสิทธิ์ในห้องชุดมีขอบเขต การต่อเติมที่เปลี่ยนหน้าตาอาคารหรือกระทบส่วนกลางต้องตรวจข้อบังคับ มติ และกฎหมายอาคารก่อนเริ่มงาน

ก่อนรีโนเวตห้องหรือติดตั้งสิ่งของที่กระทบภายนอกอาคาร สามารถนำแบบและข้อบังคับมาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจขั้นตอนอนุมัติและความรับผิดก่อนว่าจ้างผู้รับเหมาได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ออกค่าจัดงานศพไปก่อน ขอคืนจากกองมรดกได้หรือไม่?โดยหลักอาจขอให้กองมรดกชำระคืนได้ หากเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพที่มีหลัก...
06/09/2026

ออกค่าจัดงานศพไปก่อน ขอคืนจากกองมรดกได้หรือไม่?

โดยหลักอาจขอให้กองมรดกชำระคืนได้ หากเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานศพที่มีหลักฐานและเหมาะสม

กฎหมายไม่ได้ถือว่าทายาทคนที่ออกเงินจัดงานศพต้องรับภาระนั้นเพียงคนเดียวเสมอไป เพราะค่าใช้จ่ายในการทำศพเจ้ามรดกเป็นหนี้หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนแบ่งทรัพย์แก่ทายาท

ป.พ.พ. มาตรา 1740 กำหนดลำดับการจัดสรรทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้ โดยให้ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของกองมรดกมาก่อน และให้ค่าใช้จ่ายในการทำศพเจ้ามรดกอยู่ในลำดับถัดมา ก่อนภาษี ค่าจ้างค้างชำระ หนี้สามัญ และบำเหน็จผู้จัดการมรดก

ตัวอย่างเช่น พี่สาวออกค่าศาลา โลงศพ พิธีทางศาสนา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นไปก่อน เมื่อรวบรวมทรัพย์มรดกแล้ว พี่สาวอาจยื่นรายการพร้อมหลักฐานขอให้ชำระคืนจากกองมรดกก่อนนำทรัพย์ส่วนที่เหลือมาแบ่ง

ผู้ที่สำรองจ่ายควรเก็บ

1. ใบเสร็จและหลักฐานการโอนเงิน
2. ใบเสนอราคาและรายการค่าใช้จ่าย
3. หลักฐานว่าตนเป็นผู้ชำระจริง
4. บัญชีเงินช่วยงานศพหรือเงินสวัสดิการที่ได้รับ
5. ข้อตกลงของทายาทเกี่ยวกับรูปแบบงาน
6. หลักฐานการรับเงินคืนบางส่วน หากมี
7. รายการทรัพย์และหนี้ของกองมรดก

⚠️ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทุกประเภทหรือทุกจำนวนจะเรียกจากกองมรดกได้เต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ รายการที่ฟุ่มเฟือย ไม่เกี่ยวกับการจัดงาน หรือไม่มีหลักฐาน อาจถูกทายาทคนอื่นโต้แย้งได้

ควรนำเงินช่วยงานศพ เงินประกัน หรือสวัสดิการที่ได้รับมาจัดทำบัญชีอย่างโปร่งใสด้วย เพื่อป้องกันข้อพิพาทว่ามีการขอเบิกค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

ผู้จัดการมรดกไม่ควรรีบแบ่งบ้าน ที่ดิน หรือเงินฝากทั้งหมดก่อนตรวจหนี้และค่าใช้จ่ายของกองมรดก เพราะอาจทำให้ไม่มีทรัพย์เพียงพอสำหรับชำระรายการที่ต้องชำระก่อน

สรุป: ผู้ที่ออกค่าศพไปก่อนไม่จำเป็นต้องแบกรับคนเดียว แต่ควรมีหลักฐาน แยกรายการให้ชัด และขอชำระจากกองมรดกก่อนแบ่งทรัพย์

หากทายาทโต้แย้งค่าใช้จ่ายหรือกองมรดกถูกแบ่งไปแล้ว สามารถนำใบเสร็จ บัญชีงานศพ และรายการทรัพย์มาปรึกษาทนายจอย เพื่อประเมินสิทธิเรียกคืนและจัดทำบัญชีให้ตรวจสอบได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

เซ็นเช่าร้านห้าปี แต่ไม่จดทะเบียน มั่นใจได้หรือว่าจะอยู่ครบห้าปี?สำหรับสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป การเซ็นสัญญาอย่างเ...
31/08/2026

เซ็นเช่าร้านห้าปี แต่ไม่จดทะเบียน มั่นใจได้หรือว่าจะอยู่ครบห้าปี?

สำหรับสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป การเซ็นสัญญาอย่างเดียวอาจยังไม่พอ

ป.พ.พ. มาตรา 538 กำหนดว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับการเช่าได้เพียงสามปี

จึงต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน คือ “ระยะเวลาที่เขียนในสัญญา” กับ “ระยะเวลาที่สามารถฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย”

ตัวอย่างสมมติ: ผู้เช่าเซ็นเช่าร้านห้าปีและลงทุนตกแต่งจำนวนมาก แต่ไม่ได้จดทะเบียน เมื่อครบสามปีเกิดข้อพิพาท ผู้เช่าอาจไม่สามารถอาศัยข้อความว่าห้าปีเพียงอย่างเดียวเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายยอมให้เช่าต่อจนครบได้

ก่อนลงทุนกับพื้นที่เช่าระยะยาว ควรตรวจว่า

1. ผู้ให้เช่ามีสิทธิและอำนาจให้เช่าหรือไม่
2. ทรัพย์มีเจ้าของร่วม จำนอง หรือภาระอื่นหรือไม่
3. คู่สัญญาตกลงวันจดทะเบียนและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายไว้หรือยัง
4. หากจดทะเบียนไม่ได้ จะคืนเงินหรือรับผิดอย่างไร
5. สิ่งตกแต่งและสิ่งปลูกสร้างจะเป็นของใครเมื่อสิ้นสัญญา
6. เงื่อนไขต่อสัญญากำหนดไว้ชัดเจนเพียงใด

⚠️ การมีพยาน การชำระค่าเช่าล่วงหน้า หรือการติดอากรแสตมป์ ไม่ใช่การจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

และไม่ควรสรุปกลับกันว่าสัญญาที่ไม่จดทะเบียนเป็นโมฆะทั้งฉบับ กฎหมายกำหนดข้อจำกัดในการฟ้องบังคับไว้ ส่วนการเช่าที่อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะหรือมีข้อตกลงพิเศษต้องตรวจเพิ่มเติม

สรุป: ก่อนทุ่มเงินแต่งร้าน อย่าตรวจเพียงค่าเช่ารายเดือน ต้องตรวจด้วยว่าสิทธิใช้พื้นที่ระยะยาวได้รับการจัดทำให้บังคับได้ครบถ้วนแล้วหรือไม่

ก่อนลงนามเช่าร้าน อาคาร หรือที่ดินระยะยาว สามารถนำร่างสัญญามาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจเรื่องการจดทะเบียนและความเสี่ยงก่อนลงทุนได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

หนังสือเตือนลูกจ้างมีอายุหนึ่งปี นับจากวันออกหนังสือจริงหรือ?ไม่ใช่ค่ะ กฎหมายให้นับจากวันที่ลูกจ้างกระทำผิดพ.ร.บ.คุ้มครอ...
31/08/2026

หนังสือเตือนลูกจ้างมีอายุหนึ่งปี นับจากวันออกหนังสือจริงหรือ?

ไม่ใช่ค่ะ กฎหมายให้นับจากวันที่ลูกจ้างกระทำผิด

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) กำหนดเรื่องการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยกรณีไม่ร้ายแรง นายจ้างต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน หากจะอาศัยการทำผิดซ้ำคำเตือนเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

หนังสือเตือนมีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่วันที่ฝ่ายบุคคลออกเอกสาร

ตัวอย่างสมมติ: ลูกจ้างทำผิดวันที่ 10 มกราคม แต่บริษัทออกหนังสือเตือนวันที่ 1 มีนาคม การออกหนังสือล่าช้าไม่ได้ทำให้บริษัทเริ่มนับอายุคำเตือนใหม่จากวันที่ 1 มีนาคม

หนังสือเตือนที่รอบคอบควรระบุ

* การกระทำผิด วันเวลา และเหตุการณ์ให้ชัดเจน
* ข้อบังคับหรือคำสั่งที่ถูกฝ่าฝืน
* สิ่งที่ลูกจ้างต้องแก้ไขหรือไม่กระทำซ้ำ
* ผลทางวินัยหากทำผิดซ้ำ
* หลักฐานว่าลูกจ้างได้รับทราบคำเตือน

ก่อนเลิกจ้างต้องตรวจด้วยว่าความผิดครั้งใหม่เป็นการผิดซ้ำคำเตือนเดิมจริงหรือไม่ และข้อบังคับบริษัทกำหนดขั้นตอนลงโทษไว้เพิ่มเติมอย่างไร

⚠️ การมีหนังสือเตือนสะสมหลายฉบับไม่ได้แปลว่าจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้เสมอไป หากคำเตือนไม่ชอบ หมดผล หรือเป็นความผิดคนละเรื่อง การอ้างมาตรา 119 (4) อาจมีปัญหา

แม้มีเหตุไม่จ่ายค่าชดเชย ก็ยังต้องตรวจค่าจ้างค้างจ่ายและสิทธิประเภทอื่นแยกต่างหาก

สรุป: หนังสือเตือนต้องถูกทั้งเนื้อหา ขั้นตอน และการนับเวลา ไม่ใช่เพียงมีเอกสารครบจำนวนฉบับ

บริษัทที่กำลังออกหนังสือเตือนหรือพิจารณาเลิกจ้าง สามารถให้ทนายจอยตรวจข้อบังคับ หลักฐาน และลำดับเหตุการณ์ก่อนดำเนินการได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ที่อยู่

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 22 อาคารเค ซอยสุขุมวิท 35 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
Bangkok
10110

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat Lawyerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์