ทนายความอำเภอสะเดา Lawyer at Sadao District

ทนายความอำเภอสะเดา Lawyer at Sadao District เครือข่ายทนายความ บริการ ให้คำปรึกษา
จัดหาทนายความทั่วประเทศ
โทร 089-226-8899

สวัสดีครับ ผมทนายภูวงษ์ แอดมินเพจนี้ ปรึกษาทนายความ ฝากข้อความไว้ ผมจะมาตอบให้ครับ
หรือถ้าต้องการปรึกษาด่วน โทรหาผมได้เลย
(คนอำเภอนี้ปรึกษาฟรีครับ)
โทร. 081-803-4097
ไลน์ ไอดี.

⚖️ เลือกทนาย อย่าดูแค่ว่าใครรับทำคดีเลือกให้เหมาะกับ “เรื่อง” และ “พื้นที่” ของคุณเมื่อมีปัญหากฎหมาย การเลือกทนายความเป็...
17/09/2026

⚖️ เลือกทนาย อย่าดูแค่ว่าใครรับทำคดี
เลือกให้เหมาะกับ “เรื่อง” และ “พื้นที่” ของคุณ

เมื่อมีปัญหากฎหมาย การเลือกทนายความเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละคดีมีข้อเท็จจริง พื้นที่ดำเนินการ และลักษณะงานแตกต่างกัน

ก่อนตัดสินใจ ลองพิจารณา

🔎 ดูข้อมูลและประสบการณ์ของทนาย
⚖️ เลือกตามประเภทคดีที่ต้องการ
📍 ค้นหาตามจังหวัดและพื้นที่
📞 ดูช่องทางโทรศัพท์/LINE
🤝 ติดต่อพูดคุยรายละเอียดก่อนตกลงว่าจ้าง

ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว มรดกและที่ดิน ธุรกิจและสัญญา อุบัติเหตุ แรงงาน หนี้สิน หรือเรื่องกฎหมายอื่น ๆ

⚠️ ก่อนตกลงว่าจ้างทนายความ
ควรตรวจสอบใบอนุญาตทนายความ บัตรประชาชน และชื่อบัญชีธนาคารให้ตรงกัน พร้อมทำสัญญาจ้างและตกลงขอบเขตงานกับค่าจ้างให้ชัดเจนก่อนชำระเงิน

🌐 กำลังเลือกทนายอยู่ใช่ไหม?
ไม่ต้องค้นหาหลายที่ กดเข้าไปดูข้อมูลและเลือกทนายที่เหมาะกับเรื่องของคุณได้เลย

👇 คลิกเพื่อค้นหาและเลือกทนาย 👇
👉 https://www.เลือกทนาย.com

ทนายภูวงษ์ โพธิ์ไทร
ประธานเครือข่ายทนายความ
มือถือ/LINE: 081-803-4097

ทดลองงานครบ 120 วัน มีสิทธิอะไร?แม้สัญญาจะเรียกว่า “ทดลองงาน” แต่หากทำงานต่อเนื่องครบ 120 วันแล้วถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างอาจม...
16/09/2026

ทดลองงานครบ 120 วัน มีสิทธิอะไร?

แม้สัญญาจะเรียกว่า “ทดลองงาน” แต่หากทำงานต่อเนื่องครบ 120 วันแล้วถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้าง 30 วัน

ลูกจ้างทดลองงานมีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายตั้งแต่วันเริ่มทำงาน ไม่ได้เริ่มมีสิทธิเฉพาะวันที่บริษัทประกาศว่าผ่านทดลองงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดว่า ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบหนึ่งปี หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เข้าเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน

การนับระยะเวลาต้องดูวันเริ่มงานถึงวันที่การเลิกจ้างมีผลจริง รวมวันหยุด วันลา และช่วงเวลาที่นับเป็นการจ้างต่อเนื่อง ไม่ได้ดูเฉพาะจำนวนวันที่มาปฏิบัติงาน

ตัวอย่างเช่น บริษัทกำหนดทดลองงาน 119 วัน แต่ปล่อยให้พนักงานทำงานต่อและแจ้งเลิกจ้างให้มีผลในวันที่ 125 หากไม่มีความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย พนักงานอาจมีสิทธิค่าชดเชยตามอายุงานจริง

นายจ้างควรตรวจสอบก่อนเลิกจ้างว่า

1. วันเริ่มงานจริงคือวันใด
2. หนังสือเลิกจ้างให้มีผลวันใด
3. มีการทำงานต่อเนื่องหรือเคยขาดช่วงหรือไม่
4. ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเท่าใด
5. มีเหตุเลิกจ้างตามมาตรา 119 หรือไม่
6. ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายแทนการบอกกล่าวหรือไม่
7. มีค่าจ้าง วันหยุดพักผ่อน หรือเงินอื่นค้างชำระหรือไม่
8. หนังสือเลิกจ้างระบุเหตุไว้ชัดเจนหรือไม่

⚠️ การเขียนในสัญญาว่า “ทดลองงานไม่เกิน 119 วัน” ไม่ได้ทำให้นายจ้างเลิกจ้างวันใดก็ได้โดยไม่ต้องตรวจสิทธิอื่น เช่น การบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างค้างจ่าย และค่าชดเชยตามอายุงานจริง

ในทางกลับกัน หากเลิกจ้างมีผลก่อนครบ 120 วัน ลูกจ้างอาจยังไม่มีสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ยังต้องตรวจสิทธิเรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินที่ค้างชำระแยกต่างหาก

สรุป: ชื่อว่า “ทดลองงาน” ไม่ตัดสิทธิลูกจ้าง ต้องดูอายุงานจริง วันที่เลิกจ้างมีผล และเหตุเลิกจ้างตามกฎหมาย

บริษัทที่กำลังประเมินหรือเลิกจ้างพนักงานทดลองงาน สามารถให้ทนายจอยตรวจสัญญา วันเริ่มงาน และเอกสารเลิกจ้างก่อนดำเนินการ เพื่อลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงานได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ตกลงซื้อที่ดินทางแชต บังคับได้ไหม?แชตอาจใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ไม่ได้ทำให้การซื้อขายที่ดินเสร็จสมบูรณ์ทันที และต้องตรวจว่า...
16/09/2026

ตกลงซื้อที่ดินทางแชต บังคับได้ไหม?

แชตอาจใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ไม่ได้ทำให้การซื้อขายที่ดินเสร็จสมบูรณ์ทันที และต้องตรวจว่าข้อความมีรายละเอียดเพียงพอหรือไม่

ป.พ.พ. มาตรา 456 แยกผลทางกฎหมายออกเป็นสองเรื่องสำคัญ

* การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบเสร็จเด็ดขาด ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
* สัญญาจะซื้อจะขายหรือคำมั่นเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จะฟ้องบังคับได้เมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มีการวางมัดจำ หรือมีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว

ข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์อาจถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ หากสามารถระบุตัวผู้ส่งและแสดงเจตนายอมรับข้อความอย่างน่าเชื่อถือ แต่ต้องพิจารณารายละเอียดเป็นรายกรณี

ตัวอย่างเช่น เจ้าของที่ดินส่งข้อความยืนยันเลขโฉนด ราคาขาย เงินมัดจำ วันที่นัดโอน และตกลงชัดว่าจะไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน พร้อมมีหลักฐานรับมัดจำ ข้อความเหล่านี้อาจมีน้ำหนักเป็นหลักฐานของสัญญาจะซื้อจะขายได้มากกว่าแชตสั้น ๆ ว่า “ตกลงขายครับ”

ก่อนจ่ายเงินควรตรวจสอบ

1. ชื่อเจ้าของในโฉนดและตัวตนของผู้สนทนา
2. เลขโฉนด ตำบล อำเภอ และเนื้อที่
3. ราคาซื้อขายและวิธีชำระ
4. จำนวนและสถานะของเงินมัดจำ
5. วันนัดโอนและสำนักงานที่ดิน
6. ผู้รับผิดชอบภาษีและค่าธรรมเนียม
7. ภาระจำนอง อายัด หรือสิทธิของบุคคลอื่น
8. เงื่อนไขคืนหรือริบมัดจำ
9. ความยินยอมของคู่สมรสหรือเจ้าของร่วม หากจำเป็น

⚠️ สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวอาจพิสูจน์ได้เพียงว่ามีการโอนเงิน แต่ยังไม่ตอบว่าเป็นมัดจำค่าที่ดิน ค่าจอง เงินกู้ หรือเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น จึงควรมีข้อความหรือเอกสารระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

ควรเก็บบทสนทนาแบบต่อเนื่อง ไม่ตัดเฉพาะบางประโยค พร้อมข้อมูลบัญชีผู้ใช้ วัน เวลา ไฟล์ต้นฉบับ และอุปกรณ์ที่ใช้สนทนา เพราะคู่กรณีอาจโต้แย้งว่าไม่ได้เป็นผู้ส่งหรือข้อความถูกแก้ไข

สรุป: แชตอาจช่วยบังคับสัญญาจะซื้อจะขายได้เมื่อพิสูจน์คู่สัญญา ที่ดิน ราคา และเจตนาผูกพันได้ แต่กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนเมื่อจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินเท่านั้น

หากตกลงซื้อขายที่ดินทางแชตหรือวางมัดจำแล้วอีกฝ่ายไม่ไปโอน สามารถนำบทสนทนา สลิป และเอกสารที่ดินมาปรึกษาทนายจอย เพื่อประเมินว่าสามารถบังคับโอนหรือเรียกเงินคืนได้หรือไม่คะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ลูกในครรภ์ มีสิทธิรับมรดกไหม?มีสิทธิได้ค่ะ หากเด็กอยู่ในครรภ์ขณะเจ้ามรดกเสียชีวิตและต่อมาเกิดมามีชีวิตรอดป.พ.พ. มาตรา 16...
16/09/2026

ลูกในครรภ์ มีสิทธิรับมรดกไหม?

มีสิทธิได้ค่ะ หากเด็กอยู่ในครรภ์ขณะเจ้ามรดกเสียชีวิตและต่อมาเกิดมามีชีวิตรอด

ป.พ.พ. มาตรา 1604 กำหนดว่า บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้เมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ตามมาตรา 15 ในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

เพื่อประโยชน์ของกฎหมายมรดก เด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วันนับแต่วันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต ให้ถือว่าเป็นทารกในครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้ามรดกเสียชีวิต

ตัวอย่างเช่น สามีเสียชีวิตระหว่างที่ภรรยาตั้งครรภ์ หากต่อมาเด็กคลอดและมีชีวิตรอดภายในกรอบเวลาตามกฎหมาย เด็กอาจมีสิทธิรับมรดกของบิดาเช่นเดียวกับทายาทคนอื่น โดยยังต้องตรวจสถานะความเป็นบุตรตามกฎหมายประกอบด้วย

ผู้จัดการมรดกและทายาทจึงไม่ควรรีบแบ่งหรือโอนทรัพย์ทั้งหมดโดยไม่กันส่วนที่อาจเป็นของเด็กไว้ เพราะภายหลังอาจต้องแก้ไขการแบ่งหรือคืนทรัพย์ให้แก่ทายาทที่เกิดใหม่

เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม ได้แก่

1. มรณบัตรของเจ้ามรดก
2. สมุดฝากครรภ์และประวัติการตรวจครรภ์
3. สูติบัตรของเด็กเมื่อคลอด
4. ทะเบียนสมรสหรือหลักฐานสถานะความเป็นบุตร
5. พินัยกรรม หากมี
6. บัญชีทรัพย์และหนี้ของกองมรดก
7. รายชื่อทายาททั้งหมด
8. เอกสารเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

⚠️ กรอบ 310 วันเป็นข้อสันนิษฐานเรื่องการอยู่ในครรภ์ในขณะที่เจ้ามรดกเสียชีวิต ไม่ได้ทำให้เด็กเป็นทายาทโดยอัตโนมัติทุกกรณี ยังต้องตรวจลำดับทายาท พินัยกรรม และความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับผู้ตาย

หากผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา ประเด็นว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายหรือมีพฤติการณ์รับรองบุตรหรือไม่ อาจเป็นข้อสำคัญที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก

สรุป: เด็กที่ยังอยู่ในครรภ์มีสิทธิรับมรดกได้เมื่อเกิดมารอดอยู่ตามเงื่อนไขกฎหมาย ผู้จัดการมรดกควรกันส่วนและตรวจสถานะของเด็กก่อนแบ่งทรัพย์

หากเจ้ามรดกเสียชีวิตระหว่างมีทายาทอยู่ในครรภ์ สามารถนำเอกสารครอบครัวและรายการทรัพย์มาปรึกษาทนายจอย เพื่อจัดลำดับทายาทและรักษาส่วนมรดกของเด็กได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

คืนรถแล้ว หนี้เช่าซื้อจบไหม?ไม่ควรสรุปว่าหนี้จบทันทีค่ะ ต้องตรวจว่าคืนรถในขั้นตอนไหน มีข้อตกลงยุติหนี้หรือไม่ และขายรถได...
13/09/2026

คืนรถแล้ว หนี้เช่าซื้อจบไหม?

ไม่ควรสรุปว่าหนี้จบทันทีค่ะ ต้องตรวจว่าคืนรถในขั้นตอนไหน มีข้อตกลงยุติหนี้หรือไม่ และขายรถได้ราคาเท่าใด

การส่งรถคืนอาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น

* คืนรถโดยสมัครใจและทำข้อตกลงเลิกสัญญา
* ผู้ให้เช่าซื้อติดตามยึดรถหลังผิดนัด
* คู่สัญญาตกลงรับรถคืนเพื่อยุติหนี้ทั้งหมด
* รับรถคืนแล้วนำไปขายทอดตลาดและเรียกมูลหนี้ส่วนที่ขาด

ผลทางกฎหมายจึงขึ้นอยู่กับข้อความในสัญญา หนังสือส่งมอบรถ หนังสือบอกเลิกสัญญา และพฤติการณ์ที่ผู้ให้เช่าซื้อรับรถไว้ ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงว่ารถถูกนำกลับไปแล้ว

สำหรับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของบุคคลธรรมดาที่นำไปใช้ส่วนตัว ซึ่งทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ประกาศควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 กำหนดความคุ้มครองสำคัญ เช่น

* ก่อนนำรถออกประมูลหรือขายทอดตลาด ต้องแจ้งสิทธิปิดบัญชีแก่ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่า 30 วัน
* ต้องแจ้งราคาเปิดประมูลหรือขายทอดตลาดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
* หากขายได้เกินกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาด ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับเงินส่วนเกินคืน
* หากขายได้ไม่พอ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดมูลหนี้ส่วนที่ขาด
* หลังบอกเลิกสัญญา ห้ามนำดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดมารวมเรียกเป็นหนี้ส่วนขาด

เมื่อส่งมอบรถควรทำดังนี้

1. ถ่ายภาพรถ เลขไมล์ อุปกรณ์ และความเสียหายทุกด้าน
2. ขอใบรับรถที่ระบุวัน เวลา และสภาพรถ
3. อ่านว่าหนังสือระบุ “ยุติหนี้ทั้งหมด” หรือเพียง “รับรถคืน”
4. ขอรายละเอียดเงินต้น ค่างวดค้าง และค่าใช้จ่าย
5. เก็บหนังสือแจ้งการประมูลและราคาเปิดขาย
6. ขอหลักฐานราคาที่ขายได้และตารางคำนวณหนี้ส่วนขาด
7. ตรวจว่าสัญญาทำเมื่อใดและอยู่ในขอบเขตประกาศฉบับใด

⚠️ อย่าเซ็นเอกสารเปล่าหรือเอกสารที่ยอมรับยอดหนี้โดยยังไม่เห็นรายละเอียด การที่พนักงานพูดว่า “คืนรถแล้วจบ” ควรยืนยันเป็นหนังสือ เพราะอาจตีความต่างจากเอกสารรับมอบรถ

ประกาศ พ.ศ. 2565 ไม่ได้ครอบคลุมสัญญาทุกประเภท เช่น สัญญาเก่าก่อนวันที่มีผลใช้บังคับ หรือรถที่นำไปประกอบธุรกิจ จึงต้องตรวจวันทำสัญญาและวัตถุประสงค์การใช้รถด้วย

สรุป: คืนรถไม่ได้ทำให้หนี้สิ้นสุดอัตโนมัติ ต้องตรวจข้อตกลง ขั้นตอนขายรถ ราคาที่ขายได้ และวิธีคำนวณยอดส่วนขาด

หากคืนรถแล้วได้รับหนังสือเรียกค่าส่วนต่าง สามารถนำสัญญา ใบรับรถ หนังสือขายทอดตลาด และตารางหนี้มาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจว่ามีหน้าที่ชำระเพียงใดได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ของเสียหาย หักเงินเดือนได้เลยไหม?นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้างเพียงเพราะเห็นว่าลูกจ้างเป็นผู้ทำของเสียหายพ.ร.บ.คุ้มครองแรง...
13/09/2026

ของเสียหาย หักเงินเดือนได้เลยไหม?

นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้างเพียงเพราะเห็นว่าลูกจ้างเป็นผู้ทำของเสียหาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด เว้นแต่เข้าเหตุที่กฎหมายอนุญาต

กรณีหักเพื่อชดใช้ความเสียหายแก่นายจ้าง ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ

* ความเสียหายเกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้าง และ
* ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

มาตรา 77 ยังกำหนดให้ความยินยอมเกี่ยวกับการหักเงินต้องทำเป็นหนังสือ มีลายมือชื่อลูกจ้าง และระบุไว้ชัดเจนเป็นการเฉพาะ

ตัวอย่างเช่น พนักงานทำแท็บเล็ตของบริษัทตกแตกจากอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน นายจ้างยังไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแล้วหักค่าจ้างเต็มจำนวน แต่ควรสอบสวนสาเหตุ วิธีเก็บรักษา สภาพอุปกรณ์ และคำสั่งการทำงานก่อน

ก่อนดำเนินการ นายจ้างควร

1. บันทึกเหตุและถ่ายภาพความเสียหาย
2. ตรวจราคาทรัพย์ อายุการใช้งาน และค่าซ่อมจริง
3. เปิดโอกาสให้ลูกจ้างชี้แจง
4. ตรวจว่ากระทำโดยจงใจหรือประมาทร้ายแรงหรือไม่
5. แยกความเสียหายจริงออกจากราคาซื้อของใหม่
6. จัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือโดยสมัครใจ
7. แสดงรายการหักในเอกสารการจ่ายค่าจ้าง

การหักตามมาตรา 76 (2)–(5) โดยหลักแต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 และรวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับในงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างให้ความยินยอมเป็นอย่างอื่น

⚠️ ข้อความกว้าง ๆ ในสัญญาจ้างว่า “นายจ้างหักเงินได้ทุกกรณี” อาจไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายกำหนดให้ความยินยอมต้องชัดเจนเป็นการเฉพาะ การบังคับให้เซ็นหลังเกิดเหตุยังอาจมีข้อโต้แย้งเรื่องความสมัครใจ

แม้หักจากค่าจ้างไม่ได้ นายจ้างอาจยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายผ่านการเจรจาหรือดำเนินคดี หากพิสูจน์ความรับผิดและจำนวนความเสียหายได้

ซ่อนทรัพย์มรดก อาจหมดสิทธิรับมรดกจริงหรือ?จริงในบางกรณีค่ะ หากทายาทยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์โดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าทำให้ทา...
13/09/2026

ซ่อนทรัพย์มรดก อาจหมดสิทธิรับมรดกจริงหรือ?

จริงในบางกรณีค่ะ หากทายาทยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์โดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าทำให้ทายาทคนอื่นเสียประโยชน์

ป.พ.พ. มาตรา 1605 กำหนดผลไว้ตามมูลค่าทรัพย์ที่ถูกยักย้ายหรือปิดบัง ดังนี้

* หากทรัพย์มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าส่วนมรดกที่ทายาทคนนั้นควรได้รับ อาจถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลย
* หากทรัพย์มีมูลค่าน้อยกว่าส่วนที่ควรได้รับ อาจถูกกำจัดเฉพาะส่วนที่ยักย้ายหรือปิดบังไว้

ตัวอย่างเช่น ทายาททราบว่าผู้ตายมีบัญชีเงินฝากหรือเงินปันผลจำนวนมาก แต่ถอนเงินหรือเก็บเอกสารไว้โดยตั้งใจไม่แจ้งผู้จัดการมรดกและทายาทคนอื่น เพื่อให้ตนได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว อาจมีประเด็นตามมาตรา 1605

อย่างไรก็ตาม การพบทรัพย์เพิ่มเติมภายหลัง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของ หรือการจัดทำบัญชีตกหล่นโดยไม่มีเจตนาฉ้อฉล ไม่ได้ทำให้ถูกกำจัดจากมรดกโดยอัตโนมัติ ผู้กล่าวอ้างต้องพิสูจน์พฤติการณ์และเจตนาให้ได้
มีปัญหาปรึกษาทนายความ0991524195

ค้างค่าส่วนกลางคอนโด นิติบุคคลคิดเงินเพิ่มได้เท่าไรก็ได้หรือไม่?ไม่ได้ค่ะ เงินเพิ่มมีเพดานตามกฎหมายและห้ามนำมาคิดทบต้นพ....
12/09/2026

ค้างค่าส่วนกลางคอนโด นิติบุคคลคิดเงินเพิ่มได้เท่าไรก็ได้หรือไม่?

ไม่ได้ค่ะ เงินเพิ่มมีเพดานตามกฎหมายและห้ามนำมาคิดทบต้น

พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18/1 กำหนดว่า เมื่อเจ้าของร่วมไม่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางภายในกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปีของจำนวนเงินที่ค้าง โดยไม่คิดทบต้น

หากค้างชำระตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป อัตราเงินเพิ่มอาจเพิ่มเป็นไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี และเจ้าของร่วมอาจ

* ถูกระงับบริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตามข้อบังคับ
* ไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญ่

ตัวอย่างเช่น เจ้าของห้องค้างค่าส่วนกลางสี่เดือน นิติบุคคลไม่ควรกำหนดเงินเพิ่มเกินเพดานร้อยละ 12 ต่อปี หรือคิดเงินเพิ่มทบลงบนเงินเพิ่มเดิมจนยอดสูงขึ้นแบบดอกเบี้ยทบต้น

หากค้างเกินหกเดือน ก่อนใช้อัตราที่สูงขึ้นหรือจำกัดบริการ นิติบุคคลควรตรวจข้อบังคับ มติที่เกี่ยวข้อง วันเริ่มผิดนัด และวิธีคำนวณให้ชัดเจน พร้อมออกใบแจ้งหนี้ที่แยกเงินต้นกับเงินเพิ่ม

เจ้าของร่วมควรตรวจสอบ

1. อัตราค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์
2. วันครบกำหนดชำระแต่ละงวด
3. เงินต้นค้างชำระ
4. อัตราและช่วงเวลาที่คิดเงินเพิ่ม
5. มีการคิดทบต้นหรือไม่
6. ข้อบังคับเรื่องการใช้ทรัพย์ส่วนกลาง
7. ใบเสร็จและยอดที่เคยชำระ
8. หนังสือทวงถามและมติประชุมที่เกี่ยวข้อง

⚠️ มาตรา 18/1 ไม่ควรถูกตีความว่าให้นิติบุคคลตัดบริการจำเป็นหรือจำกัดสิทธิใดก็ได้ตามใจ การระงับบริการต้องตรวจขอบเขตข้อบังคับ ลักษณะบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

เจ้าของห้องไม่ควรหยุดจ่ายทั้งหมดเพียงเพราะโต้แย้งเงินเพิ่ม เพราะเงินต้นค่าส่วนกลางยังอาจค้างอยู่ ควรขอรายละเอียดการคำนวณและชำระส่วนที่ไม่โต้แย้งโดยมีหลักฐาน

สรุป: เงินเพิ่มค่าส่วนกลางมีเพดาน ไม่คิดทบต้น และมาตรการจำกัดบริการต้องมีฐานตามข้อบังคับและกฎหมาย

หากยอดค่าส่วนกลางหรือเงินเพิ่มไม่ชัดเจน สามารถนำใบแจ้งหนี้ ข้อบังคับ และประวัติการชำระมาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจการคำนวณหรือจัดทำหนังสือโต้แย้งได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

สงสัยว่าพนักงานทุจริต นายจ้างสั่งพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างได้หรือไม่?โดยหลักทำไม่ได้ตามใจค่ะ การพักงานระหว่างสอบสวนต้องมีฐ...
12/09/2026

สงสัยว่าพนักงานทุจริต นายจ้างสั่งพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างได้หรือไม่?

โดยหลักทำไม่ได้ตามใจค่ะ การพักงานระหว่างสอบสวนต้องมีฐานตามข้อบังคับหรือข้อตกลง และต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 กำหนดว่า นายจ้างจะสั่งพักงานลูกจ้างระหว่างสอบสวนได้ เมื่อมีอำนาจตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

คำสั่งพักงานต้อง

* ทำเป็นหนังสือ
* ระบุความผิดที่ถูกกล่าวหา
* กำหนดระยะเวลาพักงานไม่เกินเจ็ดวัน
* แจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มพักงาน

ระหว่างพักงาน มาตรา 117 กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกพักงาน

หากสอบสวนแล้วปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือให้ครบ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

ตัวอย่างเช่น บริษัทพบว่าสินค้าหายและสงสัยพนักงานคลังสินค้า บริษัทไม่ควรสั่งให้พนักงานหยุดงานหนึ่งเดือนโดยไม่จ่ายเงินทันที แต่ควรตรวจข้อบังคับ ออกคำสั่งเป็นหนังสือ กำหนดข้อกล่าวหาและระยะเวลาตามกฎหมาย พร้อมดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นธรรม

เอกสารที่นายจ้างควรเตรียม ได้แก่

1. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
2. รายงานเหตุและหลักฐานเบื้องต้น
3. หนังสือแจ้งข้อกล่าวหา
4. คำสั่งพักงานที่ระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุด
5. หลักฐานการจ่ายเงินระหว่างพักงาน
6. บันทึกคำชี้แจงของลูกจ้างและพยาน
7. รายงานผลสอบสวนและคำสั่งภายหลัง

⚠️ การพักงานระหว่างสอบสวนไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าลูกจ้างผิดแล้ว นายจ้างควรเปิดโอกาสให้ชี้แจงและไม่ควรประกาศข้อกล่าวหาเกินความจำเป็นจนกระทบชื่อเสียง

หากต้องสอบสวนต่อเกินเจ็ดวัน นายจ้างต้องพิจารณาวิธีดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ควรต่อคำสั่งพักงานซ้ำเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาและค่าจ้าง

สรุป: พักงานระหว่างสอบสวนได้เฉพาะเมื่อมีฐานรองรับ ต้องออกคำสั่งเป็นหนังสือ ไม่เกินเจ็ดวัน และจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

บริษัทที่พบเหตุทุจริตหรือความผิดทางวินัยสามารถให้ทนายจอยตรวจข้อบังคับ คำสั่งพักงาน และกระบวนการสอบสวนก่อนดำเนินการ เพื่อลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงานได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานเองได้หรือไม่?ไม่ควรทำค่ะ เพราะผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดั...
12/09/2026

ผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมลงชื่อเป็นพยานเองได้หรือไม่?

ไม่ควรทำค่ะ เพราะผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม รวมถึงคู่สมรสของบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นได้

ป.พ.พ. มาตรา 1653 กำหนดข้อห้ามไว้ชัดเจนว่า

* ผู้เขียนพินัยกรรม
* พยานในพินัยกรรม
* คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยาน

จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้

ตัวอย่างเช่น มารดาทำพินัยกรรมยกบ้านให้บุตรสาว แล้วให้บุตรสาวคนเดียวกันลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม แม้บุตรสาวจะไม่ได้บังคับหรือหลอกลวงมารดา ก็ยังมีปัญหาตามมาตรา 1653 ในส่วนสิทธิรับทรัพย์ของบุตรสาว

ในทางปฏิบัติควรเลือกพยานที่เป็นบุคคลกลาง ซึ่งไม่ได้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมและคู่สมรสของพยานก็ไม่ได้รับประโยชน์ด้วย เช่น เพื่อนบ้าน ผู้รู้จัก หรือบุคคลที่เชื่อถือได้และมีคุณสมบัติเป็นพยานตามกฎหมาย

ก่อนลงนามควรตรวจสอบ

1. ใครเป็นผู้เขียนหรือจัดทำข้อความในพินัยกรรม
2. ใครเป็นผู้รับทรัพย์แต่ละรายการ
3. ผู้รับทรัพย์เกี่ยวข้องเป็นคู่สมรสกับผู้เขียนหรือพยานหรือไม่
4. พินัยกรรมประเภทนั้นต้องใช้พยานกี่คน
5. ผู้ทำและพยานลงนามต่อหน้ากันครบหรือไม่
6. มีการขีดฆ่า แก้ไข หรือเติมข้อความหรือไม่
7. วันที่และลายมือชื่อครบถ้วนหรือไม่
8. ผู้ทำพินัยกรรมมีความสามารถและเข้าใจเนื้อหาในวันทำหรือไม่

⚠️ พินัยกรรมมีหลายแบบและแต่ละแบบมีขั้นตอนต่างกัน เช่น พินัยกรรมแบบธรรมดากับพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ จึงไม่ควรนำเงื่อนไขของแบบหนึ่งไปใช้กับอีกแบบโดยไม่ตรวจสอบ

การที่ผู้รับทรัพย์เป็นพยานไม่ได้ควรถูกสรุปทันทีว่าพินัยกรรมทุกข้อเสียไปทั้งหมด ผลต่อทรัพย์รายการอื่นและผู้รับรายอื่นต้องตรวจถ้อยคำ แบบพินัยกรรม และข้อเท็จจริงแยกกัน

สรุป: อย่าให้ผู้รับทรัพย์หรือคู่สมรสของผู้รับทรัพย์ทำหน้าที่เป็นผู้เขียนหรือพยาน ควรใช้บุคคลกลางเพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อกำหนดพินัยกรรมจะใช้บังคับไม่ได้

หากกำลังทำพินัยกรรมหรือพบว่าผู้รับทรัพย์ลงชื่อเป็นพยาน สามารถนำต้นฉบับมาปรึกษาทนายจอย เพื่อตรวจแบบ คุณสมบัติของพยาน และผลของข้อกำหนดแต่ละรายการได้ค่ะ

ปรึกษาทนายจอย โทรหรือแอด LINE: 0991524195

ที่อยู่

สำนักงานใหญ่ เลขที่ 22 อาคารเค ซอยสุขุมวิท 35 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
Bangkok
10110

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายความอำเภอสะเดา Lawyer at Sadao Districtผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายความอำเภอสะเดา Lawyer at Sadao District:

ทางลัด

แชร์