J&N Lawtel Professional Law office

J&N Lawtel Professional Law office All Legal Service

ฎีกาเก่าๆ
18/04/2026

ฎีกาเก่าๆ

23/03/2026
08/11/2025

ทนายความ X e-Filing v.4
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน e-Filing v.4
สำหรับทนายความ

📌เตรียมอบรมการใช้งาน (สำหรับทนายความ)
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568

29/10/2025

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2568
กรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวของบริษัทต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มิใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลง แต่เมื่อไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ จึงต้องอาศัย ป.พ.พ. มาตรา 73 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาวินิจฉัยตาม มาตรา 4 วรรคสอง

—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 620/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
24/10/2025

ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

08/10/2025
08/10/2025

ฎีกาที่ 3230/2568 #เช่าซื้อรถ #โยงจำนำ #โยงติดตามเอาคืนทรัพย์ #โยงอำนาจฟ้องเรียกคืนฯ น่าสนใจมาก 🌟🌟🌟🌟 [มีข้อสังเกต]
🔥ปัญหามีว่า : ผู้เช่าซื้อรถยนต์ #มอบการครอบครองและการใช้รถให้มารดา (ซึ่งมารดาได้ร่วมผ่อนรถฯด้วย)
ต่อมา มารดานำรถ #ไปจำนำ ** #โดยผู้เช่าซื้อไม่ทราบเรื่อง
🔸ถามว่า : ผู้เช่าซื้อ #จะมีอำนาจมาฟ้องให้ผู้รับจำนำคืนรถหรือใช้ราคา ได้หรือไม่ ?

1. มารดาโจทก์ #เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์ รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน

2. มารดาโจทก์ **นำรถยนต์พิพาท #ไปจำนำกับจำเลย [✨เพื่อประกันหนี้กู้ยืมกับจำเลย] 💥 #โดยที่โจทก์ไม่ทราบเรือง

3. 🌟🌟เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาท #จึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลย

4. 🔑เมื่อ #โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท ❌ โจทก์ #ไม่อาจอ้างสิทธิใดๆตามสัญญาจำนำ ระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยได้

5. ทั้งการที่โจทก์ #จะขอไถ่ถอนจำนำแทนมารดา โจทก์ **ก็ได้ความว่า #มารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจททก็ไถ่ถอนแทน
👉🌟 #ในการฟ้องคดีนี้ **มารดาโจทก์ #ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนเช่นกัน ❌

6. **โจทก์ #เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น.✅
👉 #โดยบริษัทผู้ให้เช่าซื้อเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท

7. การที่โจทก์ #ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาท ❌ ประกอบกับโจทก์ได้ #มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของมารดาโจทก์ ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาท🔥

8. โจทก์ #จึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ❌
👉 ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพิพาทหรือใช้ราคา ❌
[คดีนี้ (ในย่อยาว) 🧑🏻‍⚖️ศาลอุทธรณ์ภาคฯ พิพากษาให้จำเลย(ผู้รับจำนำ) ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์(ผู้เช่าซื้อ) ในสภาพเรียบร้อยฯ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน…
👨🏻‍⚖️ศาลฎีกา พิพากษากลับ “ให้ยกฟ้อง” โจทก์./]

[✨สรุปสั้น ๆ [ #สรรหาฎีกาเด็ด] : โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาท ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทแก่มารดา มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลย โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำ ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ได้ครอบครองและไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากมารดาโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพาทหรือใช้ราคาได้]

[💥ข้อสังเกต โยง : ถ้าในกลุ่มฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานยักยอก มีคนร้ายเอารถไป **ก็ถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นผู้เสียหายที่อาจจะ “ร้องทุกข์ฯ” ได้ เพราะยังไม่หลุดพ้นจากหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ + จะต้องมีหน้าที่ส่งมอบรถคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อหากมีกรณีที่ต้องส่งมอบคืน (เทียบฎีกาประมาณปี 2552)
แต่ถ้าเป็นเรื่อง ผู้เช่าซื้อ 2 คนพิพาทกันเอง เช่น คนแรกซึ่งมีชื่อเป็นผู้เช่าซื้อ ไม่มีสิทธิครอบครองรถที่เช่าซื้อ เพราะว่าได้มอบการครอบครองเด็กขาดไปให้อีกคนแล้ว หากจำเลย(ผู้เช่าซื้อคนแรก) มาเอารถที่เช่าซื้อไปจากคนที่สองซึ่งเขาครอบครองฯ อยู่ เพื่อเรียกให้ปฏิบัติตามข้อตกลง **อย่างนี้ เป็นการแย่งการครอบครองฯ เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้ (เทียบเคียง ฎ.6117/2562) ]

[💡ข้อสังเกต ต่อยอดเพิ่มเติม **ตามฎีกาปี 68 ฉบับนี้ มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาท #ไปจำนำ กับจำเลย #เพื่อประกันหนี้กู้ยืมกับจำเลย ชัดเจน
 สมมติ ถ้าจะต่อยอด โยงอาญาประเด็นยักยอก กับ รับของโจร
ถามว่า : หากผู้รับจำนำ รับจำนำรถจากผู้เช่าซื้อ #โดยไม่มีการทำสัญญากู้ยืมเงินและไม่ตรวจสอบทางทะเบียนเลย จะมีความผิดในทางอาญา ฐานรับของโจร ได้หรือไม่ ?
ตอบ : 👨🏻‍⚖️เคยมีฎีกาที่ 113/2566 วินิจฉัยว่า หากการรับจำนำของจำเลยในวันเกิดเหตุ **หากจำเลย #ไม่ได้ขอดูเอกสารเกี่ยวกับรถ และ #ไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกัน ***การ “ไม่ตรวจสอบทางทะเบียน” เพื่อทราบถึงบุคคลผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงก่อน #เป็นการผิดปกติวิสัยการรับจำนำ หรือซื้อขายโดยสุจริตทั่วไป **ตามพฤติการณ์ แสดงว่า จำเลยต้องรู้ดีว่ารถที่จำเลยรับจำนำไว้นั้น เป็นทรัพย์ที่เช่าชื้อมา และอยู่ระหว่างระยะเวลาตามสัญญา ซึ่ง ผู้เช่าซื้อไม่มีสิทธินำไป “แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย” เข้าลักษณะกระทำความผิดฐานยักยอก **ส่วนจำเลยผู้รับจำนำ มีความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคหนึ่ง./

08/10/2025

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568
โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาท ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทแก่มารดา มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง
เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำ ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ได้ครอบครองและไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากมารดาโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลย
คืนรถยนต์พิพาทหรือใช้ราคาได้

—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 3230/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

07/10/2025

ฎีกาที่ 1643/2568 #อาญา #หมิ่นประมาท #โยงวิอาญาคดีที่ต้องห้ามฎีกา สามประเด็นสวย ๆ 🌟🌟🌟🌟
🔥ปัญหามีว่า :
🔶 การที่โจทก์ [ราษฎร] บรรยายฟ้องว่า “ #จำเลยได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่อผู้อื่น” **จะถือเป็นการทำให้แพร่หลาย หรือเผยแพร่ หรือป่าวประกาศไปยังสาธารณชน ในความหมายของการหมิ่นประมาทโดยโฆษณา ตาม ป.อ. มาตรา 328 หรือไม่ ?
🔶ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล #พิพากษายกฟ้อง **ศาลอุทธรณ์ #พิพากษายกอุทธรณ์ เนื่องจากเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามฯ **ดังนี้ โจทก์จะต้องห้ามมิให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 220 หรือไม่ ?
🔶 #ฎีกาของโจทก์กล่าวอ้าง ** #โดยโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า #มีน้ำหนักและมีมูลเพียงพอที่จะประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามา **ดังนี้ ฎีกาของโจทก์ชอบหรือไม่ ? ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไว้ได้หรือไม่?

1. 🌟**คำฟ้องโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง *** #โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณา ❌ [เป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ป.อ.มาตรา 328 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5) ]
👉 ส่วนการที่โจทก์บรรยายว่า “ #จำเลยได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่อผู้อื่น” ** #ก็มิใช่การทำให้ แพร่หลาย หรือเผยแพร่ หรือป่าวประกาศ “ไปยังสาธารณชน” #ในความหมายของการโฆษณา ตามมาตรา 328❌

2. 🧑🏻‍⚖️ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล #พิพากษายกฟ้อง
👨🏻‍⚖️ ศาลอุทธรณ์ #พิพากษายกอุทธรณ์เพราะเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามฯ
👉***จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ #พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองศาล 🔑 จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ✅ [มี ฎีกาที่ 126/2566 วินิจฉัยในทำนองเดียวกัน]

3. ❤️‍🔥อย่างไรก็ดี **เมื่อโจทก์ #ไม่ได้โต้แย้งไว้ในฎีกาว่า #คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง ที่ถูกต้องเป็นเช่นไร** **และ #ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะเหตุใด 💥🔥 #คงมีแต่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ว่า พยานที่นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีน้ำหนักและมีมูลเพียงพอที่จะประทับฟ้อง
👉***ฎีกาของโจทก์ #จึงเป็นฎีกาที่ไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ❌ [มี ฎีกาที่ 126/2566 วินิจฉัยในทำนองเดียวกัน]
แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย./

06/10/2025
06/10/2025

พบกับสาระความรู้ทางภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และศาลยุติธรรม "English for the Bench and Bar" ep.1

ที่อยู่

อำเภอบางกรวย
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66870060111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ J&N Lawtel Professional Law officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง J&N Lawtel Professional Law office:

แชร์