สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย VISION เป็นองค์กรแรกทางวิชาชีพของทนายความ VISION เป็นองค์กรแรกทางวิชาชีพของทนายความ เพื่อร่วมสร้างความเสมอภาค และการยุติธรรมในสังคม

ในวันนี้ นายพงศ์พันธ์ เทสสิริ เลขาธิการสมาคมทนายความฯ และคณะกรรมการสมาคมทนายความฯ เป็นตัวแทนสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เ...
11/05/2026

ในวันนี้ นายพงศ์พันธ์ เทสสิริ เลขาธิการสมาคมทนายความฯ และคณะกรรมการสมาคมทนายความฯ เป็นตัวแทนสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่ม เพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ เนื่องในวันปรีดี พนมยงค์ ทุกวันที่ 11 พฤษภาคม ของทุกปี ณ บริเวณลานปรีดี พนมยงค์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯตามที่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม นี้ อันเนื่องมาจากคณะอนุกรร...
08/05/2026

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ

ตามที่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม นี้ อันเนื่องมาจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เห็นว่าอดีตนายกทักษิณ มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด และได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด แต่มีเงื่อนไขว่า อดีตนายกทักษิณจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการพักโทษ นั้น

จากกรณีดังกล่าว แม้ว่าการติดกำไล EM นั้น เป็นหลักเกณฑ์ของการคุมประพฤติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี หรือจะไปก่อภยันอันตรายประการอื่นใด เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของสังคม ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับผู้ต้องหาหรือนักโทษในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูง และเกรงว่าจะออกมาทำความผิดซ้ำอีก แต่ในกรณีอดีตนายกทักษิณจะเห็นได้ว่า ตามพฤติการณ์ไม่มีเหตุให้ต้องหลบหนีแต่อย่างใด เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษตามคำพิพากษาจำคุกเพียง 1 ปี และได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 คงเหลือเพียง 4 เดือน โดยการพักโทษ ประกอบกับมีเป็นผู้สูงอายุ 76 ปี มีโรคประจำตัว เมื่อพิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหา ไม่มีเหตุออกมาให้กระทำความผิดซ้ำ และข้อสำคัญการถูกดำเนินคดีนี้เกิดจากผลพวงของการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อปี 2549 อีกทั้งคดีดังกล่าวไม่ใช่คดีร้ายแรงที่เป็นภยันอันตรายต่อประชาชน ประกอบกับในอดีตท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำประโยชน์และคุณงามความดีให้กับประเทศชาติจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่มาโดยตลอด

จากเหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามติของคณะอนุกรรมการฯ น่าจะขัดกับหลักเจตนารมย์ของกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์นักโทษเด็ดขาด ตามข้อ 44 เพราะคณะกรรมการฯ มิได้นำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือ ผลกระทบด้านความปลอดภัย มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งหากคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาถึงหลักเกณฑ์อย่างเสมอภาพและยุติธรรมแล้ว ก็จะมีเหตุเชื่อได้ว่าอดีตนายกทักษิณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดกำไล EM ตลอดระยะเวลาการพักโทษ แต่อย่างใด

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
8 พฤษภาคม 2569

ขอบคุณภาพข่าวจาก : Thai PBS

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับอดีต ส.ส. ของพรรคก้าวไกลรวม 44 คน ซ...
22/04/2026

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ

มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับอดีต ส.ส. ของพรรคก้าวไกลรวม 44 คน ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งที่ทั้งสองเรื่องมีที่มาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มากยิ่งขึ้น

กรณีของนายศักดิ์สยามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะยังคงเป็นเจ้าของหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 แต่ ป.ป.ช. กลับเห็นว่านายศักดิ์สยามไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน จึงไม่เป็นการละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ส่วนกรณีของอดีต 44 ส.ส. ป.ป.ช. กลับยึดถือตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 (1) สำหรับความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่าการกระทำของอดีต ส.ส. 44 คน ของพรรคก้าวไกล ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 (2) อีกทั้งยังคงเป็นเพียงร่างพระราชบัญญัติซึ่งอาจถูกสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบทำให้ตกไป การเสนอร่างกฎหมายจึงไม่อาจเป็นการใช้สิทธิเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจเป็นความผิดตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่สร้างความเสื่อมศรัทธาของประชาชนยังมีอีกหลายกรณี เช่น การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไม่อาจเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ทั้งที่ไม่มีผู้ใดสอบถามไป หรือกรณีที่ กกต. จัดการเลือก ส.ว. ที่ประชาชนเห็นว่าเกิดจากการฮั้วซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่กกต. กลับมีพฤติการณ์ช่วยเหลือหรือถ่วงเวลาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ล่าสุดคือการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประชาชนเห็นว่ามิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงได้ตรวจสอบการทำงานของกกต. แต่กกต. กลับแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน

การกระทำขององค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ขัดหรือแย้งต่อความรู้สึกของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่ประชาชนก็ไม่อาจถอดถอนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรดังกล่าวได้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ปกป้ององค์กรเหล่านี้ไว้โดยเลือกตัดอำนาจของประชาชนออกไป ทางของประเทศจึงเหลือเพียงทางเดียวคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อล้มล้างองค์กรเหล่านี้และเลือกกันใหม่ คืนอำนาจให้กับประชาชนที่ถูกบิดเบือนไปอันเป็นไปตามความต้องการของประชาชนที่แสดงออกอย่างชัดแจ้งตามผลการออกเสียงประชามติ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 2 ใน 3 ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมจึงขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาเคารพและปฏิบัติตามความต้องการของประชาชน รีบดำเนินการให้ประชาชนมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วที่สุดก่อนที่จะเกิดวิกฤติทางการเมืองเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
22 เมษายน 2569

ขอบคุณภาพข่าวจาก : ช่อง 7HD

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมทนายความฯ ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 25...
29/03/2026

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมทนายความฯ ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2568 (ครั้งที่ 57) เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอรีน กรุงเทพ (Golden Tulip Sovereign Bangkok)

ซึ่งการประชุมใหญ่สามัญฯ ครั้งนี้ มี ดร.คำนวณ ชโลปถัมภ์ ประธานที่ปรึกษาสมาคมทนายความฯ เป็นประธานในที่ประชุม และที่ประชุมมีวาระการประชุมสำคัญ คือการแถลงผลงานของสมาคมทนายความฯ ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย รวมถึงการทำหน้าที่สื่อสารสาธารณะของนายกสมาคมฯ เพื่อเสนอข้อกฎหมาย ลดความขัดแย้งของคนในชาติ

โดยมีสมาชิกของสมาคมทนายความเข้าร่วมประชุมกว่า 250 คน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี , ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , ดร.วรวีร์ มะกูดี , ดร.องอาจ ก่อสินค้า , ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแกรนด์สปอร์ตฯ , พลตำรวจโทธวัชชัย จุลสุคนธ์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าวัดสระเกศ , ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ , โอฬาร เชื้อบาง และ สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) , ดร.โสภิต ภาโนมัย , วิสุทธิ์ ตั้งวาริธร นายกสมาคมกีฬามวยปล้ำแห่งประเทศไทยและคณะ , สุดา ชื่นบาน นายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ , ดร.องอาจ ก่อสินค้า วรวิทย์ วุฒินภาวัฒน์ วราธร เทวอักษร ที่ปรึกษาสมาคมทนายความฯ , คุณวีรศักดิ์ นิลกลัด , คุณฉิน เหมย จือ (ชมพู่) ประธานบริษัท ซีไอจี กรุ๊ป จำกัด และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอีกเป็นจำนวนมาก

แถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน...
28/02/2026

แถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ที่ติดตามตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร กล่าวหาว่าประชาชนทั้งหกขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นอั้งยี่ เปิดเผยความลับของผู้อื่น และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นั้น

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วมีความเห็น ดังนี้

1. การกระทำของประชาชนทั้งหกมิได้เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) อันเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้กระทำตกลงใจกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาหากแต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงขาดเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา อีกทั้งการกระทำยังไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามข้อกล่าวหา การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดต่อกฎหมายใด ดังนี้

(1) การติดตาม ตรวจสอบ และสังเกตการเลือกตั้ง โดยมีการบันทึกภาพและถ่ายภาพมิได้เป็นการขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฏหมาย ประกอบกับไม่มีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดร้องทุกข์กล่าวหาว่าบุคคลทั้งหกขัดขวางการเลือกตั้ง การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงไม่เป็นความผิดฐานขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตาม มาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

(2) การตรวจสอบการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหกมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นกระกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ทั้งยังเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมิได้มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฏหมาย จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นอั้งยี่ตาม มาตรา 209 และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะมิได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงไม่เป็นความผิดฐานเปิดเผยความลับตาม มาตรา 322

(3) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง กระทำไปเพื่อให้เกิดการตรวจสอบโดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ จึงไม่ใช่การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือต่อความมั่นคงด้านต่างๆ ของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

2. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า การกระทำของประชาชนทั้งหกมีลักษณะเป็นการตรวจสอบการจัดการการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐ โดยมีเจตนาเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมิได้มีการกระทำใดที่เอนเอียงหรือเข้าข้างผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นไปตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ทั้งนี้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือในกฎหมายอื่น ประชาชนจึงมีสิทธิและเสรีภาพที่จะกระทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง การที่ กกต. นำเอาการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และอาจเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นตาม มาตรา 172 และ 173 แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำดังกล่าวจึงเป็นที่น่าละอาย และสมควรถูกถอดถอน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้โกงอำนาจของประชาชนที่จะถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจึงขอท้วงติงและตำหนิการแจ้งความร้องทุกข์ของ กกต.และเรียกร้องให้ กกต. ได้ไปถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าว พร้อมกับออกมาขอโทษประชาชนที่จัดการเลือกตั้งได้ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือจนตกเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องออกมาติดตามตรวจสอบ ทั้งที่เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของ กกต. ซึ่งทำงานโดยได้รับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรของประชาชน กกต. จึงควรสำนึกในบุญคุณของประชาชน สำนึกว่าประชาชนเป็นเจ้านายและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายให้ หากเสร็จการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้แล้วก็ควรลาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป

อนึ่ง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยินดีให้บริการทางกฎหมายกับประชาชนที่ถูกกกต. ร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยินดีจะเป็นทนายความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ กกต. ในเรื่องดังกล่าว

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
28 กุมภาพันธ์ 2569

ขอบคุณภาพข่าวจาก : PPTV HD

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ รัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มคร...
27/02/2026

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ

รัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยเปิดเผยและโปร่งใส ยกเว้นการออกเสียงลงคะแนนเท่านั้นที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นไปโดยลับ การที่ประชาชนติดตั้งกล้องหรือถ่ายภาพเพื่อติดตามการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ของ กกต. จึงเป็นการตรวจสอบการทำงานอันเป็นการใช้อำนาจรัฐของ กกต.
ประชาชนมิได้ตรวจสอบการออกเสียงลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบดังกล่าวโดยประชาชนจึงไม่ถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทั้งมิได้เป็นการขัดขวางการจัดการเลือกตั้งหรือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของ กกต. และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง

การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่นอกจากจะเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ความว่า “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ฯลฯ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” การกระทำของประชาชนที่ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. จึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อกฎหมาย

ดังนั้น การที่ กกต. ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต. จึงเป็นการกระทำที่น่าละอาย เพราะประชาชนมิได้ขัดขวางการเลือกตั้งซึ่งพยานหลักฐานที่ยืนยันความข้อนี้คือ ไม่มีประชาชนผู้ใดไปร้องทุกข์เพราะถูกขัดขวางการเลือกตั้งแต่อย่างใด การกระทำของ กกต. จึงไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังเป็นผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายให้ กกต. ทำงาน

ฉะนั้นการกระทำของ กกต. จึงเข้าข่ายลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งและข่มขู่ประชาชนให้เกิดความกลัวและหวาดระแวงในการใช้สิทธิในการตรวจสอบดังกล่าว ตลอดจนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 78 แต่ประชาชนกลับไม่มีอำนาจถอดถอน กกต. เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โกงเอาอำนาจของประชาชนไป

จึงขอประณามการกระทำของ กกต. และขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาได้ปกป้องสิทธิและเสรีภาพพร้อมกับคืนอำนาจให้กับประชาชน ด้วยการเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อันเป็นเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลการประชามติ ให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
27 กุมภาพันธ์ 2569

ขอบคุณภาพข่าวจาก : ไทยรัฐออนไลน์

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรม นางจรินทร์ อรุณรัตน...
23/02/2026

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรม นางจรินทร์ อรุณรัตน์ (มารดาของนายอนุพร อรุณรัตน์ อดีตนายกสมาคมทนายความฯ) ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร (ศาลา 2) โดยมีนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมทนายความฯ ร่วมงาน

ด้วยวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันทนายความนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคม...
20/02/2026

ด้วยวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันทนายความ

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมฯ จึงได้จัดพิธีทำบุญและเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยและสมาชิก รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยมีพระครูวิมลบุญโสภณ (หลวงปู่บุญจันทร์) เป็นองค์ประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จำนวน 9 รูป

โดยงานทำบุญดังกล่าว มีจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี , พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , พลวัฒน์ ก่อเกียรติตระกูล ประธานบริษัท ร็อคเก็ตซาวด์ จำกัด , บารเมษฐ์ ฐิตรัตนพล , พันตำรวจโท ปราโมทย์ ตระกูลโชคเสถียร , พลตำรวจตรี ปรารถนา แผ่นผา ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการศึกษา , ดร.องอาจ ก่อสินค้า , พลตำรวจตรี จิรเดช พระสว่าง ผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และแขกผู้มีเกียรติรวมถึงทนายความประจำสมาคม เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ณ อาคารที่ทำการสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ กรุงเทพมหานคร

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯความวุ่นวายสับสนและความบกพร่องผิดพลาดของการเลือก ส.ว. ที่เกิดจากการฮั้ว  และการจัดการเลือกตั้...
12/02/2026

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ

ความวุ่นวายสับสนและความบกพร่องผิดพลาดของการเลือก ส.ว. ที่เกิดจากการฮั้ว และการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีปัญหาทั้งการควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการนับคะแนนเพื่อประกาศผลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นความรับผิดชอบของ กกต. ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจหน้าที่ของ กกต.

การที่ กกต. เห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการนับคะแนนเพื่อประกาศผลการเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจที่จะสั่งให้มีการแก้ไขด้วยการนับคะแนนใหม่ โดยไม่ต้องให้ผู้ใดร้องขอ อันเป็นอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ตาม มาตรา 224 (3) การที่กกต. มิได้สั่งให้มีการแก้ไขโดยพลันหรือโดยทันที ทั้งที่ปรากฏพยานหลักฐานอย่างชัดแจ้งและการนับคะแนนเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ กกต. ถือเป็นการไม่เป็นการปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ มิได้ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเต็มใจ ด้วยความรวดเร็ว และมิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ทั้งนี้เนื่องจากความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม (justice delay is justice deny) อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 13, 21, และ 23 อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ผลงานของ กกต. ชุดนี้ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชนเป็นการได้มาตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่โฆษณาว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่ผู้ดำรงตำแหน่งขององค์กรที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลับเต็มไปด้วยข้อครหาของการโกง ตั้งแต่ ส.ว. ที่ได้มาจากการฮั้ว ตามมาด้วย ป.ป.ช. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจำนวนมากเห็นว่ามีคุณสมบัติด้อยกว่าผู้ที่ถูก ส.ว. ลงมติไม่เห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง แต่ประชาชนก็ไม่สามารถตรวจสอบหรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งที่สร้างความเสียหายได้ อันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง การแก้ไขทำได้ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน กำหนดหน้าที่และอำนาจรวมทั้งที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญใหม่ ให้ประชาชนสามารถเป็นได้ รวมทั้งมีอำนาจที่จะตรวจสอบและถอดถอน อันเป็นหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ผู้แต่งตั้งย่อมมีอำนาจถอดถอนตัวแทนของตนได้

อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสียงส่วนใหญ่จำนวนประมาณร้อยละ 65 จะออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็มิได้เป็นหลักประกันว่าประชาชนจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจ ส.ว. ส่วนใหญ่ที่มาจากการฮั้ว ใหญ่กว่าเจตนารมย์ของประชาชน หาก ส.ว. จำนวนหนึ่งในสามหรือไม่น้อยกว่า 67 คน ไม่เคารพผลการประชามติโดยไม่ลงมติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การแก้ไขโดยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีเสียงของส.ว. ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ประชาชนจึงควรร่วมกันเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะ ส.ว. เคารพเจตนารมย์ของประชาชนที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลของการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
12 กุมภาพันธ์ 2569

ขอบคุณภาพข่าวจาก : สำนักข่าวทูเดย์

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ คำกล่าวที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อหรือ    วาทะกรรมหลอกล...
30/01/2026

บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ

คำกล่าวที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อหรือ วาทะกรรมหลอกลวงที่เผด็จการอนุรักษ์นิยมประดิษฐ์ขึ้นเพื่อหลอกต้มประชาชนที่ไม่รู้เท่าทัน ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้ประชาชนได้เห็นความจริง ดังนี้

ตัวอย่างแรกคือการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยก่อนหน้านี้ ส.ว. ที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และพ.ศ. 2550 ไม่เคยมีข้อครหาว่าเป็น ส.ว. ที่ได้มาจากการฮั้วหรือการโกง แต่ ส.ว. ที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับปรากฏหลักฐานทั้งจาก ดีเอสไอ และองค์กรภาคประชาชนว่าส.ว. ส่วนใหญ่ได้มาด้วยการฮั้วหรือการโกง โดยมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง แต่กลับทำอะไร ส.ว. และผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้

ตัวอย่างต่อมาคือการได้มาซึ่ง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบการโกง ทั้งยังให้คุณให้โทษแก่ฝ่ายการเมืองที่มาจากประชาชนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2540 และพ.ศ. 2550 ไม่เคยถูกครหาว่าได้มาด้วยการโกงหรือได้มาโดยมิชอบ แต่ ป.ป.ช. ที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับเต็มไปด้วยข้อครหามากมาย เช่น ป.ป.ช. คนหนึ่งได้เป็นเพราะมีอดีตนายตำรวจใหญ่พาไปพบผู้มีอำนาจท่านหนึ่ง เพื่อขอให้ช่วยเหลือและต่อมาก็ได้เป็น ป.ป.ช.

หรืออีกกรณีที่มีหลักฐานปรากฎว่า ป.ป.ช. คนหนึ่งขอให้อดีตนายตำรวจใหญ่พาไปพบประธานสภาและอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน

หรือแม้กระทั่ง ป.ป.ช. อีกคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเป็นทองคำแท่ง แต่ผู้ที่ถูกครหาหรือถูกกล่าวหาดังกล่าวยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการตัดอำนาจของประชาชน ในการเข้าชื่อตรวจสอบองค์กรอิสระดังกล่าวออกไป จึงทำให้ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมการได้มาซึ่งองค์กรอิสระอีกหลายหน่วยงานที่มีข้อครหาเช่นกัน หรือกรณีตึกสตง. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินของทุกหน่วยงาน ได้พังถล่มลงมาเพราะเกิดการทุจริตในกระบวนการออกแบบและจัดซื้อจัดจ้าง

แต่จนบัดนี้ยังหาผู้ที่รับผิดชอบมาลงโทษไม่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะต่อต้านการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทุกรูปแบบ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประโยชน์กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการโกงอำนาจของประชาชนไปเป็นอำนาจของกลุ่มตน ทำให้บ้านเมืองเสียหายสร้างความขัดแย้งให้กับคนในชาติอย่างไม่รู้จบ

ทางออกของบ้านเมืองจึงมีเพียงทางเดียวคือการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อนำประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมกลับคืนสู่ประเทศ คืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้อำนาจในการบริหาร รวมทั้งตรวจสอบหรือลงโทษทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

ผมจึงเรียกร้องให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ออกมาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติให้ความ “เห็นชอบ” กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะไม่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียหาย เพราะจะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่มาให้ประชาชนให้ความเห็นชอบอีกครั้ง

แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือมีเนื้อหาสาระแย่ไปกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะออกเสียงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ทำขึ้นใหม่ตกไป ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ยังคงใช้บังคับต่อไป จึงไม่มีอะไรเสียหายกับการให้ความ “เห็นชอบ”

นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
31 มกราคม 2569

23/01/2026

สมาคมทนายความฯ รณรงค์เห็นชอบ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ที่อยู่

240 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622822485

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย:

แชร์