สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทย

สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทย Able to achieve business goals

Help businesses to solve problems&find new opportunities in business/consulting in various management ex.finance,law,labor,human resources, contact,education.within the organization to help businesses. Legal services[法律服务], Business Contract[商务合同] , Company/ School registrations, Work Permit/Visa[工作许可/签证], The registration of intellectual property rights such as trademarks[知识产权,如商标的注册], patents, L

and Survey , Construction Survey, Do litigation practice, Labor litigation services[劳动诉讼服务], DBS Registered, DBS Verified, Notarial Services Attorney, Contract Agreement Notary public, Letter of Authorization for Travel /*Custodianship declaration- parents/guardians notary public, etc.

19/03/2026

เมื่อราคาน้ำมันมีขึ้นลง คู่สัญญาขนส่งสินค้าจะต้องทำอย่างไร?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2561
สัญญารถขนส่งสินค้ามีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นเวลา 3 ปี โดยอัตราค่าขนส่งยึดตามตารางกำหนดราคาน้ำมันแนบท้ายสัญญา ซึ่งเป็นสาระสำคัญและเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งของสัญญา การที่จำเลยปรับเปลี่ยนอัตราค่าขนส่งโดยจัดทำช่วงราคาน้ำมันขึ้นใหม่จากเดิมปรับทุกช่วงราคา 2 บาท ต่อลิตร เป็นปรับทุกช่วงราคา 3.50 บาท ต่อลิตร ย่อมทำให้โจทก์เสียหาย และข้อตกลงในสัญญาก็ไม่ปรากฏว่า มีข้อตกลงใดให้จำเลยปรับเปลี่ยนอัตราค่าขนส่งให้แตกต่างจากอัตราค่าขนส่งแนบท้ายสัญญาได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย การที่จำเลยขอยุติสัญญารถขนส่งสินค้า จึงไม่สามารถกระทำได้ ถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

19/03/2026

วิกฤติน้ำมันโลก จำเป็นต้องเลิกจ้างลูกจ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1773/2564 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1757 - 1772/2564 วินิจฉัยและพิพากษาทำนองเดียวกัน)
การเลิกจ้างลูกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น ต้องพิเคราะห์ถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเหตุจำเป็นหรือเหตุสมควรในการเลิกจ้างหรือไม่ เมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมันทั่วโลกส่งผลกระทบให้จำเลยมีปริมาณงานลดลงและมีจำนวนพนักงานมากเกินกว่าความต้องการของงาน จำเลยจึงเลิกจ้างลูกจ้างทั้งก่อนและหลังเลิกจ้างโจทก์กับพวกอีกหลายคนโดยไม่ได้กลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติในการเลิกจ้างลูกจ้างคนใดคนหนึ่ง แม้ปี 2557 ถึงปี 2559 จำเลยมีผลกำไรสุทธิจากการประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ผลประกอบการทั่วโลกของจำเลยประสบปัญหาขาดทุนสูงกว่าผลกำไรที่ได้จากผลประกอบกิจการในประเทศไทยหลายเท่าตัว จำเลยพยายามหาทางแก้ไขปัญหาก่อนเลิกจ้างโจทก์กับพวก ตั้งแต่การไม่ปรับเงินเดือน การปลดผู้บริหาร การโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานสาขาอื่นในต่างประเทศ การยุบสำนักงานบางส่วน และการปรับลดลูกจ้าง ด้วยเหตุเช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุจำเป็นและสมควรเพียงพอ ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49
#วิกฤติน้ำม้นโลก #เลิกจ้าง #คดีแรงงาน #คุ้มครองแรงงาน #เลิกจ้างไม่เป็นธรรม

17/03/2026

เหตุแห่งการฟ้องหย่า
1. คู่สมรสไปอุปการะเลี้ยงดู ยกย่องเชิดชูผู้อื่นฉันสามีภรรยา เป็นชู้หรือมีชู้ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นประจำ หรือกระทำหรือยอมรับการกระทำกับผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่ของตนหรือผู้อื่นเป็นประจำ
ในการฟ้องร้องอาจเรียกร้องขอให้ศาลพิพากษาให้หย่า และพิพากษาว่า
– คู่สมรสมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่าย และจากผู้ที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ยกย่อง หรือเป็นเหตุแห่งการหย่า
– คู่สมรสมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากผู้ล่วงเกินคู่สมรสทำนองชู้ หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสในทำนองชู้
**แต่ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจไม่ห้าม ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนไม่ได้**
2. คู่สมรสประพฤติชั่ว จนเป็นเหตุให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง /ถูกดูถูกเกลียดชัง /ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร *
แต่ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ฟ้องหย่าไม่ได้
3. โดนทำร้าย/ทรมานร่างกายหรือจิตใจ/เหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีอย่างร้ายแรง
4. จงใจทิ้งร้างไปเกิน 1 ปี เช่น ถูกจำคุกเกิน 1 ปี โดยอีกฝ่ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในความผิด, สมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันแบบปกติสุขไม่ได้ตลอด 3 ปี, แยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกิน 3 ปี
5. ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เกิน 3 ปี โดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
6. ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง
7. เป็นคนวิกลจริตตลอดมาเกิน 3 ปี และยากจะหายและถึงขนาดทนอยู่ร่วมกันแบบคู่สมรสต่อไปไม่ได้
8. ผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ
แต่ถ้าการผิดทัณฑ์บนมาจากความประพฤติของคู่สมรส แต่เป็นเหตุเล็กน้อยหรือไม่เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน ศาลอาจมีคำสั่งไม่ให้หย่าได้
9. เป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงที่เป็นภัยและไม่มีทางที่จะหายได้
10. มีสภาพร่างกายที่ทำให้ร่วมประเวณีไม่ได้ หรือสนองความใคร่ไม่ได้ตลอดกาล
แต่ถ้าสภาพร่างกายของคู่สมสมดังกล่าว เกิดจากการกระทำของคู่สมรสอีกฝ่าย ไม่สามารถฟ้องหย่าได้

#ฟ้องหย่า #เหตุแห่งการหย่า #ชู้ #แยกกันอยู่ #ประพฤติชั่ว #ร่วมประเวณีไม่ได้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยุติการให้บริการ ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 6 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตั้งแต่วัน...
05/03/2026

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยุติการให้บริการ ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 6 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ปรับใช้งาน dbd e-service

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการหนังสือรับรอง นิติบุคคล รับรองสำเนาเอกสารและถ่ายเอกสารผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Service) โดยใช้ลา...
05/03/2026

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการหนังสือรับรอง นิติบุคคล รับรองสำเนาเอกสารและถ่ายเอกสาร
ผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Service) โดยใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ลงนามรับรองเอกสาร

ประเภทบริการ
1. หนังสือรับรองนิติบุคคล
:คำอธิบาย
หนังสือรับรองรายการทางทะเบียน รายการใดรายการหนึ่งหรือหลายรายการ ที่เป็นรายการปัจจุบัน
2. คัดสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง
:คำอธิบาย
เอกสารที่ได้จดทะเบียนจัดตั้ง เปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติม หรือนำส่งภายหลังการจดทะเบียนจัดตั้ง เช่น บอจ.2 หรือหนังสือบริคณห์สนธิ บอจ.3 บอจ.5 งบการเงินการ และเอกสารอื่นๆ ที่ได้ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยมีนายทะเบียนลงนามรับรองเอกสาร
3. ถ่ายเอกสาร(ไม่รับรอง)
:คำอธิบาย
เอกสารที่นายทะเบียนไม่ลงลายมือชื่อรับรอง

------------------------------------
สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทย
------------------------------------
The law firm office core expertise:
-Family & Inheritance Law
-Civil & Public Law
-Business & Startup Law
-Digital & Technology Law
-Medical Law
-Custom Law
-Intellectual Property Law
-Personal Data & Protection Act
-Legal and Stem advisors.
#กฎหมาย #ที่ปรึกษา
#สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทย

cr.dbd

ระบบ cios ของศาล ⚖️ https://cios.coj.go.th #กฎหมาย  #ที่ปรึกษา         cr.ศาลยุติธรรม
03/03/2026

ระบบ cios ของศาล ⚖️ https://cios.coj.go.th
#กฎหมาย #ที่ปรึกษา

cr.ศาลยุติธรรม

ความเชี่ยวชาญของสำนักงาน
28/02/2026

ความเชี่ยวชาญของสำนักงาน

07/08/2025

นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อลูกจ้างร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงานและมีคำสั่งแล้ว ไม่พอใจจะต้องฟ้องพนักงานตรวจแรงงานเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งต่อศาล มิใช่ฟ้องนายจ้างคนเดียว หากฟ้องไม่ถูกต้องศาลยกฟ้องได้ กรณีนี้แม้นักกฎหมายก็ยังผิดพลาดได้ จึงต้องระมัดระวังให้มาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3871/2561

แม้จะไม่มีบทกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าเมื่อลูกจ้างได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้วจะไม่มีสิทธิยื่นฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานอีก แต่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 ถึง มาตรา 125 เป็นกระบวนการทางเลือกซึ่งเมื่อลูกจ้างเลือกดำเนินการโดยยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้วจะต้องดำเนินการไปจนเสร็จสิ้น บทบัญญัติดังกล่าวมีลักษณะกำหนดให้ลูกจ้างเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่งแต่เพียงทางเดียว ดังนั้น เมื่อโจทก์ในฐานะลูกจ้างเลือกใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย หากโจทก์ไม่พอใจคำสั่ง โจทก์ต้องนำคดีไปสู่ศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน

แต่โจทก์ยื่นฟ้องนายจ้างเป็นจำเลยคดีนี้โดยอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งแม้จะอ้างคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานมาด้วย แต่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามากกว่าที่ได้รับตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน แสดงว่า โจทก์ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน

คำฟ้องโจทก์จึงมิใช่การฟ้องเพื่อขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน และมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125

เช่นนี้ สภาพคำฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องโดยอาศัยสิทธิเดิม ทั้งจำเลยคดีนี้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเพื่อจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโดยอาศัยสิทธิเดียวกับที่ไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งในเงินดังกล่าวอีก

หลักกฎหมาย
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม. 123, 124, 125

07/08/2025

เหตุหย่าตามมาตรา 1516 (3)

แม้โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการร่วมประเวณีกันบ้าง แต่การร่วมประเวณีต้องเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมก็ไม่อาจบังคับได้ หากขืนใจถือเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 276

การที่จำเลยเรียกบุตรผู้เยาว์มาฟังคำด่าจนโจทก์ยอมให้จำเลยร่วมประเวณีเพื่อให้บุตรผู้เยาว์ไปพักผ่อน เช่นนี้จะถือว่าโจทก์ยอมให้จำเลยร่วมประเวณีไม่ได้ และการที่โจทก์มดลูกอักเสบจากการร่วมประเวณีของจำเลย จำเลยทราบแต่ไม่หยุดร่วมประเวณีกับโจทก์ จนโจทก์ต้องหนีออกจากบ้าน พฤติกรรมของจำเลยถือเป็นการทำร้ายหรือทรมานจิตใจโจทก์อย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (3) และยังถือเป็นพฤติการณ์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (6) ด้วย
จึงมีเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (3)

ที่มา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2559
ประมวลกฎหมายอาญา ม. 276
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 1516 (3), 1516 (6)

28/11/2024

07/10/2024

หลักฐานกู้ยืมเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566

แม้ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์และจําเลยที่ 1 เป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจําเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จําเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม และไม่อาจถือเป็นหลักฐานกู้ยืมเงินเป็นหนังสือที่จําเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้แล้วหรือเป็นหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ยืมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 อันจะนํามาฟ้องร้องให้จําเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมตามข้อวินิจฉัยตามพิพากษานี้

"ข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์อันเป็นเอกสารที่คู่ความทั้งสองฝ่ายอ้างส่งศาล แม้ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่ข้อมูลดังกล่าวจะรับฟังเป็นยุติได้หรือไม่นั้นต้องพิเคราะห์ข้อความสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ประกอบกัน"

ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์เป็นข้อความสนทนาระหว่างกันเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง โดยโจทก์อ้างเพียงฝ่ายเดียวว่าจำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ 7,800,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 คงส่งข้อความตอบรับโดยใช้ถ้อยคำแต่เพียงว่าจะติดตามเงินจำนวนดังกล่าวให้ มิได้ยอมรับโดยชัดแจ้งว่ามีการกู้ยืมเงินกัน จำเลยที่ 1 ยังส่งข้อความสนทนาในลักษณะว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเรื่องการวางรถยนต์ที่ร่วมลงทุนกัน แต่รถยนต์ถูกอายัด จำเลยที่ 1 พยายามติดตามให้นาย บ. ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ ฯลฯ ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จำเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม และไม่อาจถือเป็นหลักฐานกู้ยืมเงินเป็นหนังสือที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้แล้วหรือเป็นหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ยืมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 ตามที่โจทก์ฎีกา อันจะนำมาฟ้องร้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

07/10/2024

เงินโบนัสต้องจ่ายทุกคนหรือไม่?
คำพิพากษาฎีกาที่ 7942-7988/2560
(นายจ้างไม่จ่ายโบนัส เพราะลูกจ้างไม่ผ่านประเมินผลงาน ตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้าง ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิได้รับโบนัส)
เงินโบนัสเป็นเงินที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างนอกเหนือไปจากที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด นายจ้างจะจ่ายโบนัสให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ และถ้าจ่ายจะจ่ายด้วยวิธีการและหลักเกณฑ์อย่างใดก็ต้องแล้วแต่นายจ้างจะกำหนด หรือตามสัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วแต่กรณี เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ศาลแรงงานภาค 5 จึงไม่อาจกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสแทนจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง หรือนอกเหนือจากสัญญาระหว่างจำเลยกับโจทก์ทั้งเก้าสิบเจ็ด หรือนอกเหนือจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างได้ เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดเงื่อนไขการจ่ายโบนัสประจำปี 2556 ไว้เพียงให้จำเลยประเมินผลงานของลูกจ้างก่อนสิ้นปี 2 สัปดาห์ และให้จำเลยจ่ายตั้งแต่ 0 ถึง 3 เท่าของรายได้แสดงได้ว่าหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสดังกล่าวขึ้นอยู่กับผลการประเมินผลงานที่จำเลยได้จัดทำไว้ และเป็นอำนาจของจำเลยในการใช้ดุลพินิจพิจารณาจ่ายโบนัส โดยคำนึงถึงผลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง เมื่อแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของโจทก์แต่ละคนและหนังสือเตือนที่จำเลยใช้เป็นเหตุสำคัญในการไม่จ่ายโบนัสประจำปี 2556 โจทก์แต่ละคนต่างมีวันลา วันขาดงาน วันมาทำงานสายและถูกจำเลยตักเตือนเป็นหนังสือซึ่งเป็นโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานย่อมแสดงให้เห็นว่าโจทก์ดังกล่าวปฏิบัติงานไม่เต็มกำลังความสามารถหรือบกพร่องไม่สมดังที่จำเลยคาดหวังไว้ จำเลยย่อมมีอำนาจตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะใช้ดุลพินิจไม่จ่ายโบนัสประจำปี 2556 แก่โจทก์ดังกล่าวได้ การที่ศาลแรงงานภาค 5 เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสประจำปี 2556 และให้จำเลยจ่ายโบนัสแก่โจทก์แต่ละคนนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์อื่นของจำเลยไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับโจทก์ที่เหลือทั้งสี่สิบเจ็ดเสียทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 5

ที่อยู่

6/154 ซอยสวนสยาม 12 แยก 2 แขวง/เขตคันนายาว
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 18:00
อังคาร 08:00 - 18:00
พุธ 08:00 - 18:00
พฤหัสบดี 08:00 - 18:00
ศุกร์ 08:00 - 18:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมายเชษฐคุณธุรกิจไทย:

แชร์

ประเภท

Our Story

1)ให้บริการด้านส่งเสริมการลงทุนBOI และให้คำปรึกษาการเริ่มต้นธุรกิจ

2)จดทะเบียนบริษัทจำกัด มหาชน จดบริษัทต่างด้าว จดภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบอนุญาตต่าง ๆ

3)รับทำวีซ่า / การต่ออายุวีซ่า / ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน /รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตทำงาน