Preston Legal Services Thailand

Preston Legal Services Thailand "Providing legal advice and representing you in courts of law throughout the Kingdom of Thailand"

14/07/2025

14/07/2025

✅ กฎหมายแก้ไขล่าสุด เมื่อไร? และเรื่องอะไร? 🤓🤓🤓

14/07/2025

📣 อันนี้สะดวกมาก กรมที่ดิน เปิดบริการใหม่! 📑 ให้ทุกคนได้ใช้บริการ ขอหนังสือรับรองราคาประเมินผ่านระบบออนไลน์ สะดวกและรวดเร็ว ทำที่ไหนก็ได้ไม่ต้องเดินทาง มาอัปเดตบริการใหม่เพื่อความสะดวกในการดำเนินการกับที่ดินและทรัพย์สินของคุณ 💻✨

📝 ขั้นตอนง่ายๆ
1️⃣ เข้าสู่ระบบออนไลน์
2️⃣ กรอกข้อมูลและยืนยันคำขอ
3️⃣ ชำระค่าธรรมเนียม
4️⃣ รับหนังสือรับรองทันที!

📍 ที่ เว็บไซต์กรมที่ดินหรือ แอปฯ SmartLands

🙇🏻‍♀️ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ

#เซลเฮียร์ #กรมที่ดิน #ราคาประเมิน #บริการออนไลน์ #สะดวกสบาย #ขั้นตอนง่าย

25/04/2022

ชวนแสดงความคิดเห็น! คุณคิดว่าศาลควรเปิดเผยชื่อจริงของผู้พิพากษาที่ออกคำสั่ง/คำพิพากษาในแต่ละคดีหรือไม่
กด 😡 เพื่อโหวต ไม่ควร กรณีเห็นว่ากระทบสิทธิความเป็นส่วนตัว
กด 💖 เพื่อโหวต ควร กรณีเห็นว่าต้องโปร่งใสต่อสาธารณะ
กด 🥲 เพื่อโหวต ไม่แน่ใจ กรณีเห็นว่าควรจะแล้วแต่กรณี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 ในการนัดไต่สวนเงื่อนไขประกันตัวของลูกเกด ชลธิชา นักกิจกรรมที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีดังกล่าวได้ตักเตือนว่าศาลและผู้บริหารทุกคนถูกคุกคามจากโพสต์สาธารณะที่มีการระบุถึงชื่อผู้พิพากษา ทั้งนี้ศาลได้มีแนวทางในการจัดการในกรณีที่ทนายความเป็นคนโพสต์ โดยจะแจ้งให้สภาทนายความทราบ ส่วนถ้าเป็นประชาชนเป็นคนทำทางสำนักงานของศาลจะดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพิจารณาคดีของศาลเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องเที่ยงธรรม และเพื่อรับประกันว่าจำเลยจะได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเท่าเทียม มีหลักกฎหมายสำคัญอย่างหนึ่งที่เรียกว่า การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย (Public Trial) เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Right to Fair Trial)
หมายความว่า ระหว่างการพิจารณาคดีไม่ว่าในข้อหาใดก็ตาม ครอบครัว ญาติ เพื่อนฝูง องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน หรือประชาชนคนทั่วไปที่สนใจอยากทราบรายละเอียดในการพิจารณาคดี ต้องสามารถเข้าไปร่วมรับฟังกระบวนการไต่สวนในศาลได้ การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย จะช่วยรับรองว่า หากมีการใช้กฎหมาย หรือกระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างไม่ถูกต้อง หรือมีการดำเนินคดีที่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างโจ่งแจ้ง ความไม่ถูกต้องนั้นจะปรากฏต่อสายตาสาธารณะ อาจจะเป็นข่าวหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปได้
อย่างไรก็ดี ในกรณีพิเศษศาลอาจสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับก็ได้ แต่จะทำได้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายให้อำนาจไว้ โดยหลักการดังกล่าวต่างก็ถูกรับรองไว้ทั้งในกฎหมายไทยและเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกใช้ https://ilaw.or.th/node/5881
เมื่อการพิจารณาคดีของศาลจะต้องเป็นไปอย่างเปิดเผยแล้ว จึงเกิดข้อสงสัยว่า เมื่อสังคมต้องการรับรู้ ศาลก็ควรจะเปิดเผยรายชื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาและออกคำสั่งต่างๆ นั้นหรือไม่ เพื่อให้ทั้งกระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปราศจากข้อครหาใดๆจากสังคม
คุณมีความเห็นว่าอย่างไร ร่วมแสดงความเห็นกับเราได้เลย!

26/01/2022

"โอนลอยรถ" อย่างไร ไม่ต้องคดี "อาญา" โดยไม่รู้ตัว!! หากท่านอยากจะขายรถเก่า ไม่ว่าจะขายให้กับ "เต้นท์รถ" หรือบุคคลทั่วไป หรืออยากจะซื้อรถเก่าก็ตาม ถ้าท่านเป็นมือใหม่ในการซื้อ-ขายรถ คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก็คือการ "โอนลอย" ดีหรือไม่??!!

ท่านที่มีความชำนาญ หรือมีประสบการณ์ในการขายรถมาแล้ว อาจจะเห็นว่าคำถามเรื่องการ "โอนลอย" ไม่เห็นที่จะต้องเป็นประเด็นใหญ่โต แต่ไม่น่าเชื่อว่า จากการเปิดข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์กระดานสนทนาชื่อดังอย่าง "พันธุ์ทิพย์" เว็บไซต์กฎหมาย หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการซื้อขายรถมือสอง ทุกอันจะมีคำถามเรื่องการ "โอนลอย" อยู่เต็มไปหมด

หลายคนมักจะเกิดคำถามเช่นว่า "โอนลอย" เป็นอย่างไร? ดีหรือไม่? จะทำอย่างไร? จะมีผลอะไรตามมาหรือเปล่ากรณีที่เจ้าของรถใหม่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อ แล้วไปก่ออุบัติเหตุ หรือแม้แต่เหตุอาชญากรรม? หรือ รถที่เราซื้อมาไปมีปัญหาอะไรมาก่อนหน้านี้หรือไม่? ต่างๆ นานาล้วนเป็นคำถามที่พัวพันกับการ "โอนลอย"

จึงอยากจะถือโอกาสรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับการโอนลอย ให้ผู้ที่สนใจจะดำเนินการธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องรถได้รับทราบกัน ทั้งในแง่ของวิธีการปฏิบัติ และในแง่กฎหมาย เพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูล

"การโอนลอย" ตามความหมายของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า "คือการที่เจ้าของรถได้ขายรถของตนแล้ว และทำการลงนามในเอกสารการโอนรถ และใบมอบอำนาจให้แก่ผู้ซื้อ โดยมิได้มีการดำเนินการทางทะเบียนที่สำนักงานขนส่งฯ"

สำหรับเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ในการโอนรถนั้น ประกอบไปด้วย
1.สมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ โดยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องดังต่อไปนี้
1.1 เลขทะเบียนรถ จะต้องตรงกับป้ายทะเบียนรถยนต์ (ของแท้ต้องมีคำว่า "ขส.") ป้ายทะเบียน และพ.ร.บ.
1.2 ปีที่จดทะเบียน
1.3 สี, หมายเลขเครื่อง, หมายเลขตัวถัง, ต้องตรงกับตัวถังรถยนต์และหมายเลขเครื่องยนต์ที่ติดอยู่กับตัวรถ
1.4 ชื่อเจ้าของรถต้องตรวจดูชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์, เลขที่บัตร, ที่อยู่ ให้ตรงกับบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
1.5 รายการเสียภาษี หน้า 16-17 ตรวจดูว่ามีการเสียภาษีครบทุกปีหรือไม่ ไม่ขาดต่อทะเบียน หรือแจ้งจอด ยกเลิกการใช้งาน
1.6 รายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ หน้า 18-19 ตรวจดูว่ามีรายการบันทึกในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลรถอย่างไร เช่น การแจ้งย้าย แจ้งเปลี่ยนสี เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง หรือขอใช้ทะเบียนบ้านในเขตไหน ต้องมีรายการบันทึกครบถ้วน
1.7 ลายมือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ต้องเซ็นให้ถูกต้องชัดเจน ตรงกับลายเซ็นในหนังสือต่างๆ
2.หนังสือสัญญาซื้อ-ขายรถ
เป็นหนังสือสัญญานิติกรรม ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันต้องกรอกทุกรายละเอียด เช่น วันที่, รายละเอียดผู้ขาย, รายละเอียดผู้ซื้อ, ราคาซื้อขาย, กำหนดการมัดจำและรับรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการโอนว่าผู้ใดเป็นผู้ออกค่าโอน, ลงชื่อผู้ซื้อผู้ขายและพยาน, ระบุวันเวลาที่ขาย และที่ได้รับรถไปแล้ว,

หนังสือตัวนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างสูง ต้องถือไว้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ใช้แสดงประกอบการโอน มีผลทางกฎหมาย กรณีที่ผู้ซื้อนำรถไปเกิดอุบัติเหตุ หรือใช้รถในการกระทำความผิดกฎหมาย หรือผู้ขายอาจนำไปแจ้งรถหายหรือนำเอกสารไปทำอย่างอื่น ต้องมีการตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย

3.แบบคำขอโอนและรับโอน
เป็นหนังสือของทางกรมขนส่งทางบก ต้องใช้เมื่อต้องยื่นประกอบเอกสารการโอนรถยนต์ ต้องระบุวันที่ ชื่อรายละเอียดผู้โอน ผู้รับโอน เลขทะเบียน รายละเอียดเกี่ยวกับรถที่โอน ราคาซื้อขาย และต้องลงรายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน ที่ระบุไว้ครบทุกช่อง

4.สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ขาย
จะต้องไม่หมดอายุ บัตรประชาชนต้องตรงกับทะเบียนบ้าน มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง หรือกำหนดไว้ว่าใช้ในการโอนรถ, แจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, เปลี่ยนเครื่อง, และหากมีการแจ้งย้าย, เปลี่ยนสี, หมายเลขเครื่อง, หรืออื่นๆ ต้องเพิ่มจำนวนสำเนาไว้อีกอย่างละชุด

5.หนังสือมอบอำนาจ
เป็นหนังสือที่มอบหมายการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับทะเบียนรถ ซึ่งเจ้าของรถไม่สามารถดำเนินการเองได้ ต้องมีรายละเอียดดังนี้ วันที่, ชื่อผู้มอบและรับมอบ, ระบุรายการที่ผู้มอบอำนาจทำการแทน และลงลายมือชื่อให้ถูกต้องทั้งชื่อผู้มอบ, ชื่อผู้รับมอบ, พยาน และปิดอาการแสตมป์

6.หนังสืออื่นๆ เกี่ยวกับผู้ขาย
เช่น หนังสือเปลี่ยนชื่อและนามสกุล หนังสือหย่า, ใบมอบมรดก หรืออื่นๆ ที่ต้องใช้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเอกสารสำคัญทางราชการ ในกรณีที่เป็นรถบริษัทไฟแนนซ์, ประกันภัย, หรือมอบมรดก ต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือรับรองบริษัท, ใบเสร็จรับเงิน, ใบเสียภาษี, และอื่นๆ ที่ใช้ต้องตรวจดูรายชื่อ ให้ถูกต้องและครบถ้วน

7.หนังสือยินยอม
ในกรณีที่ขอใช้ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดเดิมในทะเบียนรถ ต้องเตรียมหนังสือยินยอมให้ทางเจ้าของรถเดิมเซ็นยินยอมขอใช้รถในทะเบียนบ้านเดิมหรือหาเจ้าบ้านที่มีชื่อ ที่อยู่ในเขตที่ต้องการขอใช้ทะเบียนรถและเซ็นลายมือชื่อ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนอีกชุดหนึ่ง

8.ใบเสร็จต่างๆ เช่น ใบเสร็จซื้อเครื่องยนต์ในกรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนหมายเลขเครื่อง ใบเสร็จค่าเปลี่ยนสีรถยนต์ที่ถูกต้องมีใบรับรองเสียภาษี หรือใบวิศวกรรองรับการดัดแปลงรถยนต์ใช้กับรถที่ยังไม่ได้แจ้งการดัดแปลง เช่น ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรค การเปลี่ยนหลังคา หรือการซ่อมจากอู่ที่ต้องมีการตัดต่อ หรืออะไหล่ตัวถังรถ

คำถามที่ต้องรู้
1.การซื้อขายได้ทำสัญญาสัญญาจะซื้อจะขายและได้มีการชำระเงินส่งมอบและตรวจสภาพรถแล้ว ถือว่า กรรมสิทธิ์เป็นของใครเพราะยังไม่มีการโอนเล่มทะเบียน

ตอบ กรรมสิทธิ์เป็นของคนซื้อ เพราะสัญญาซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทะเบียนรถไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์ ถึงยังไม่เปลี่ยนแปลงทะเบียนก็โอนกันได้

2.ถ้าสมมุติว่า ผู้ซื้อทราบภายหลังว่ารถยนต์มีการชนมา ก่อนหน้าที่ข้าพเจ้าซื้อต่อมือที่1 โดยที่ข้าพเจ้าไม่ทราบ จะต้องรับผิดชอบรับคืนรถหรือไม่

ตอบ ถ้าคุณไม่ได้ให้คำรับรองแก่เขาว่ารถไม่เคยถูกชน และเขารู้อยู่แล้วว่าคุณเองก็เป็นมือที่ 2 คุณก็ไม่ต้องรับผิดชอบ

3.หากในการตรวจสภาพรถยนต์ใช้ได้ปกติแต่ถ้าคนซื้อขับออกไป 1-2 วันแล้วมีปัญหา ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบหรือไม่
ตอบเหมือนข้อ 2

4.หากผู้ซื้อมิได้ไปทำการโอนเป็นชื่อของตนเอง และหากรถเกิดคดีความทางเเพ่งและอาญา ผู้ขายจะมีส่วนหรือไม่ จะอ้างหลักฐานการซื้อขายได้หรือไม่
ตอบ อ้างได้

5.ผมและภรรยาอยู่กินกันถูกต้องตามกฎหมายโดยการจดทะเบียนสมรส และในระหว่างที่อยู่กินกันนั้นผมได้ทำการเช่าซื้อรถยนต์ไว้กับไฟแนนซ์แห่งหนึ่งโดยในสัญญาเช่าซื้อนั้นผมเป็นผู้เช่าซื้อ แต่ปัจจุบันผมและภรรยาต้องการที่จะหย่าร้างกัน โดยตกลงกันว่ารถยนต์คันดังกล่าวผมจะโอนลอยเป็นชื่อเค้า ผมจึงต้องการเรียนถามอาจารย์ ดังนี้
1. การโอนลอยรถยนต์ในขณะที่ยังผ่อนชำระไม่หมดทำได้หรือไม่ครับ
ตอบ ได้
2. ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวผมต้องเป็นคนรับผิดชอบใช่หรือไม่ครับ
ตอบ แม่นเเล้ว
3. ผมสามารถทำหนังสือสัญญาอะไรได้บ้างครับเพื่อเป็นการยืนยันและป้องการหากเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์คันดังกล่าวแล้วจะไม่เดือดร้อนถึงผม
ตอบ ถ้าอยากทำ ก็ทำหนังสือง่ายๆ ว่าภรรยาได้รับรถจากการโอนลอยไปแล้ว และลงชื่อภรรยา"

นอกจากนี้ ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยยกตัวอย่างผู้ขายรายหนึ่ง ซึ่งใช้วิธีการโอนลอยในการซื้อขายรถ ปรากฎว่าจู่ๆ ก็มีจดหมายจากบริษัทประกันแห่งหนึ่ง แจ้งว่าให้ชำระค่าเสียหายจำนวน 12,000 บาท เหตุเพราะถูกรถของผู้ขายรายนี้ชนแล้วหลบหนี ซึ่งเป็นรถคันเก่าที่เคยขายไปให้กับเต้นท์รถเจ้าหนึ่งนานแล้ว โดยใช้วิธีการ "โอนลอย" พร้อมกับมอบหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ทางเต้นท์ไปจัดการเรื่องทะเบียน

ทำให้ผู้ขายรายนี้ เกิดข้อข้องใจว่าเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อไม่ใช่ผู้กระทำความผิดเลยแม้แต่น้อย

ทางศูนย์ฯ จึงแนะนำไปว่า ให้ทำหนังสือถึงบริษัทประกันภัย เพื่อบอกกล่าวว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถ พร้อมส่งหลักฐานการขายและส่งมอบรถแนบไปด้วย ทั้งนี้ ในทางกฎหมายการซื้อขายรถยนต์โดยการ"โอนลอย" กรรมสิทธิในรถยนต์ก็เป็นของผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงชื่อผู้เป็นเจ้าของในทางทะเบียน

ปัจจุบันในการซื้อขายรถยนต์กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ มักจะใช้วิธีการ "โอนลอย" คือให้ผู้ที่นำรถมาขายเซ็นหนังสือในหลักฐานต่างๆ ไว้ในลักษณะที่พร้อมจะเปลี่ยนชื่อในทางทะเบียนให้กับใครก็ได้ที่มาซื้อรถยนต์กับทางเต้นท์ ทั้งที่โดยปกติผู้ประกอบการจะต้องรับโอนรถมาเป็นชื่อของตัวเองก่อน เมื่อมีคนมาซื้อแล้วจึงค่อยโอนทะเบียนให้กับผู้ซื้อรายใหม่ต่อไป

การที่เต้นท์รถส่วนใหญ่ซื้อขายรถยนต์ด้วยการโอนลอย เพราะไม่อยากรับภาระเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ซึ่งจะต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย จึงผลักภาระนี้มาให้กับผู้บริโภค ดังนั้น ไม่ว่าในกรณีใดก็แล้วแต่ หากยังไม่ได้ไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของในทางทะเบียน โอกาสที่จะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิด กฎหมายก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้มีชื่อในทางทะเบียนเป็นผู้ที่ขับรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อบุคคลอื่น

แต่หากถามว่าถึงที่สุดแล้วผู้ขายรถจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายหรือไม่นั้น คำตอบคือ "ไม่" เพราะในข้อเท็จจริงไม่ใช่ผู้ขับรถยนต์ ไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย

คำแนะนำ สำหรับทนายครับ+++
การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้คือ เมื่อซื้อขายรถยนต์ผู้บริโภคควรจะไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครอบครองรถในทางทะเบียนให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะขายรถให้กับผู้ประกอบการเต้นท์รถ หรือใครก็ตาม แม้ว่าวิธีนี้ท่านอาจจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการโอน เพราะเต้นท์รถคงผลักภาระในการโอนนี้มาให้กับผู้บริโภคแน่ๆ แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ที่ไม่ต้องมาผจญกับปัญหาคดีอาญาแบบไม่รู้ตัว

ป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก้ อนึ่ง หากมีข้อข้องใจกห้ปรึกษามาได้เลยครับ

สำนักงานกิจการยุติธรรม : ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ Legal Services Professional Thailand ที่นำเรื่องมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการโอนลอยที่มีปัญหาที่ตามมาหลายประการ !!! สุดท้ายแล้วการป้องกันปัญหาเสียตั้งแต่ต้นดีที่สุดนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก #สำนักงานกิจการยุติธรรม

#กฎหมายน่ารู้ #ขายรถ #โอนรถ #โอนลอย #ทะเบียนรถ #ชื่นใจคนไทยรู้กฎหมาย #รู้กฎหมายไว้ใช้กฎหมายเป็น

24/08/2021

การทรมานตามความหมายของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีนั้น ถือเป็นการกระทำความผิดที่มีลักษณะพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของผู้กระทำความผิดซึ่งกำหนดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เนื่องจากปัญหาของการซ้อมทรมาน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสนเทศหรือคำรับสารภาพนั้น ถือเป็นปัญหาที่บรรดาประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นสูงโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ดังนั้น การที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีต่ออนุสัญญาดังกล่าวนี้แล้ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษากลไก และกระบวนการต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามการทรมานมาปรับใช้เพื่อให้การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาดังกล่าวด้วย

วิทยาิพนธ์ เรื่อง "การดำเนินคดีทรมาน: ศึกษารูปแบบการสอบสวนที่เหมาะสม"
โดย ปรเมศวร์ สุขกมลอนันต์
อาจารย์ที่ปรึกษา ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล

วิทยานิพนธ์ สาขากฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อ่านฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/2UITO5T
นักศึกษาและบุคลากร มธ. Login ด้วยรหัส TU Wi-Fi account บุคคลทั่วไปสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

[1] สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท
https://bit.ly/3B4VJkQ

[2] ความหมาย "การทรมาน และการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี"
โดย คนธ์ธร เลิศนภาวงศ์
https://bit.ly/2WiFPV1

-------
ติดต่อห้องสมุด Line

07/06/2021
25/05/2021

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำวินิจฉัย ที่ 6/2564 (ฉบับเต็ม) กรณีคุณสมบัติผู้ดำรงตำ.....

15/05/2021

บทความนี้นําเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการประพฤติผิดและการคุ้มครองสงฆ์ 3 ประเด็น คือ
1) การคุ้มครองพระพุทธศาสนาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
2) กฎหมายสงฆ์ที่ใช้บังคับกรณีการประพฤติผิดและการคุ้มครองสงฆ์ และ
3) ความรับผิดของพระภิกษุสงฆ์ตามประมวลกฎหมายอาญา

สิทธิและเสรีภาพของพระภิกษุสงฆ์ในกฎหมายไทย
โดย พระมหาประพันธ์ สิริปญฺโญ พระครูปริยัติคุณรังสี พระมหาสุภวิชญ์ ปภสฺสโร และพระมหาสังเวช จนฺทโสภี

ใน วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2563 หน้า 409-423

อ่านได้ที่ https://bit.ly/3buR1Cr

Photo by Ryutaro Tsukata from Pexels

ที่อยู่

Bangkok
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Preston Legal Services Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์