สำนักกฎหมายชมทรรศน์ สมบุตร

สำนักกฎหมายชมทรรศน์ สมบุตร ปรึกษากฎหมาย คดีความต่างๆ คดีอาญา คดีแพ่ง คดีมรดก คดีปกครอง และอื่นๆ
โทร : 086-5589695
LineID : cmtlaw
เว็บไซต์ : www.cmtlawyers.com

“เราไม่ได้แค่สู้คดี — เราปกป้องชื่อเสียง ทรัพย์สิน และอนาคตของคุณ” ปรึกษากฎหมาย คดีแพ่งและคดีอาญา คดีปกครอง ประกันตัว สู้คดีปรึกษา ติดต่อโทร.0865589695 Line :
www.cmtlawyers.com 02-236-5721 , 02-6300-334

29/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๔๘/๒๕๑๒
แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายแต่คดีนี้ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมา เพราะไม่ใช่คดีที่อุทธรณ์ได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายตามมาตรา ๒๓๘ ศาลอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายตามมาตรา ๒๓๘ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเสียใหม่ได้
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

29/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑๗๕-๖๑๗๗/๒๕๕๘
คดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงและไม่มีการรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานสำนวนตามมาตรา ๒๓๘ ประกอบมาตรา ๒๔๗
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

29/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๒๐/๒๕๔๑
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ และริบวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง รับลดหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี แต่ไม่ได้มีคำสั่งในเรื่องของกลางที่โจทก์ขอให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียวขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาเป็นว่าริบของกลาง จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาให้ริบของกลางเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยต้องห้ามตามมาตรา ๒๑๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การริบของกลางเป็นโทษทางอาญาก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ริบวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนของกลาง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘๖ (๙) ก็บัญญัติให้ศาลจะต้องมีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางในคำพิพากษาหรือคำสั่งด้วย ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยไม่มีคำสั่งเรื่องของกลางจึงไม่ชอบ เมื่อจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในเรื่องของกลางด้วยศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจทำคำวินิจฉัยในเรื่องของกลางนี้เป็นให้ริบได้ เพราะมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยและไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

28/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๓/๒๕๕๓
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ วรรคสอง จำคุก ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียวขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์แต่เมื่อศาลฎีกาพิจารณาได้ความว่า จำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม ซึ่งมีโทษหนักขึ้น ศาลฎีกามีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย แต่จะกำหนดโทษจำเลยสูงกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๒ ประกอบมาตรา ๒๒๕ พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม จำคุก ๑๐ ปี
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

28/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๔๖/๒๕๖๓ (ประชุมใหญ่)
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุกกระทงละ ๑ ปีรวม ๒ กระทงเป็นจำคุก ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นลดโทษให้จำเลยที่ ๒ กระทงละหนึ่งในสี่คงจำคุกจำเลยที่ ๒ กระทงละ ๘ เดือน รวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๑๖ เดือน เป็นการคำนวณโทษผิดพลาด ที่ถูกเป็นจำคุกกระทงละ ๙ เดือนรวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๑๘ เดือน จำเลยที่ ๒ ฎีกาแต่ฝ่ายเดียว แต่โจทก์มิได้ฎีกาขอให้ลงโทษให้ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขโทษจำเลยที่ ๒ ให้ถูกต้องได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ประกอบมาตรา ๒๒๕
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

"เมื่อกฎหมายคือภาษาโลก การเรียนรู้ไม่มีพรมแดน"United States Court of Appeals for the ArmedForces ศาลนี้เป็น ศาลอุทธรณ์สู...
28/04/2026

"เมื่อกฎหมายคือภาษาโลก การเรียนรู้ไม่มีพรมแดน"
United States Court of Appeals for the Armed
Forces ศาลนี้เป็น ศาลอุทธรณ์สูงสุดของระบบศาลทหารสหรัฐฯ ทำหน้าที่พิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ คนสายกฎหมายจะรู้ว่า นี่คือสถานที่จริงจังมาก

28/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๒๓/๒๕๖๒
แม้อุทธรณ์ของจำเลยมิใช่อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นความผิด แต่เป็นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาแก่จำเลยก็ตาม ก็ต้องอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ วรรคสาม ดังนี้การที่จำเลยต้องคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้รับโทษจำคุกและไม่ได้ถูกคุมขังยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาโดยไม่ได้แสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลจึงเป็นการไม่ชอบ
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

27/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๕๘๘/๒๕๕๘
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงได้งดไต่สวนมูลฟ้องคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ บัญญัติว่า คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย เมื่อโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นต้องอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นด้วย แต่อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองที่อุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในส่วนที่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยทั้งสองแจ้งต่อพนักงานสอบสวนไม่เป็นข้อความเท็จว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองเป็นเพียงการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

27/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๒๘/๒๕๖๑
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค ๔ วินิจฉัยปัญหาตามข้ออุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

27/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๒/๒๕๔๘
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำคดีเสร็จสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ ซึ่งมิใช่ได้บัญญัติให้คู่ความต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นนั้นได้โดยไม่ต้องโต้แย้งคำสั่งนั้น
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

26/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๓/๒๕๒๑
ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วไม่เชื่อว่าจำเลยถึงแก่ความตายจริง มีคำสั่งปรับนายกระกันฐานผิดสัญญาประกัน นายประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ คำสั่งดังกล่าวมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ และเมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ของนายประกัน นายประกันมีสิทธิอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ ทวิ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของนายประกันคำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

26/04/2026

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙๐/๒๕๖๔
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องในวันเดียวกัน คำสั่งยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของผู้ร้องย่อมมีผลทำให้คำร้องของผู้ร้องนั้นเสร็จสำนวนไปจากศาลจึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ ผู้ร้องชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ทันทีแต่ต้องอุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดจึงต้องถือว่าเป็นอันยุติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าผู้ร้องไม่อยู่ในฐานะเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผู้ร้องจึงไม่อยู่ในฐานะเป็นโจทก์ในคดีอาญา ผู้ร้องจึงไม่อาจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้
📌สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 👇
www.cmtlawyers.com
☎️ 02-161-0155
☎️ 02-116-1310
📲 086 558 9695
ไอดี🆔:

ที่อยู่

919/541 อาคารจิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ชั้น 49ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก
Bangkok
10500

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักกฎหมายชมทรรศน์ สมบุตรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักกฎหมายชมทรรศน์ สมบุตร:

แชร์