ทนายสู้คดี

ทนายสู้คดี ปรึกษากฎหมาย สู้คดี ทนายความว่าความคดีทุกประเภททั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ทั่วประเทศไทย โทร. 098-453-2263

27/09/2026

พาไปดูคดีเมื่อน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ลูกบ้านฟ้องเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร ศาลสั่งจ่าย 1.5 ล้าน เพราะอะไรไปดู

26/09/2026

ไปดูคดี รถเช่าซื้อถูกขโมย โดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ธนาคารฟ้องเรียกราคารถและค่าขาดประโยชน์ แต่ #ศาลยกฟ้อง เพราะอะไรไปดู

ตอนมัธยม วิ่งขึ้นภูเขาทองสบายมากตัดภาพมาตอนนี้ ก้าวไปได้แต่ละก้าวหอบใจจะขาด  #ทนายสู้คดี #ทนายพีรดา
24/09/2026

ตอนมัธยม วิ่งขึ้นภูเขาทองสบายมาก
ตัดภาพมาตอนนี้ ก้าวไปได้แต่ละก้าวหอบใจจะขาด
#ทนายสู้คดี
#ทนายพีรดา

24/09/2026

พาไปดู 3 คดี ศาล #ยกฟ้อง ค่าขาดราคาคนค้ำ เพราะ บอกกล่าวเกิน 60 วัน

23/09/2026

พาไปดูคดีนี้ คืนรถตามคำพิพากษาไปแล้ว ไฟแนนซ์เอารถไปขาดทอดตลาดขาดทุน แล้วมาฟ้องอีกรอบเรียกค่าขาดราคา สุดท้ายศาล #ยกฟ้อง เพราะอะไรไปดู

22/09/2026

ไปดูคดีนี้ ขาดอายุความแล้ว แต่เจ้าหนี้อ้างว่ามีคนชำระหนี้มาบางส่วนไม่รู้ว่าใครจ่าย เพื่อให้อายุความสะดุดหยุดลง สุดท้ายศาลไม่เชื่อพิพากษา #ยกฟ้อง

21/09/2026

ถ้าให้อภัยเขาไปแล้วจะเอาเหตุนั้นกลับมาฟ้องหย่าไม่ได้ แต่การที่ทนอยู่ด้วยกันอีกหลายปี เพื่อให้โอกาสอีกฝ่ายปรับปรุงตัว แล้วยังถูกด่าเหยียดหยามและขู่ทำร้าย แบบนี้ #ไม่ใช่การให้อภัย ศาลพิพากษาให้หย่าได้ 👇

 #อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่เซ็นต้องติดอยู่ในชีวิตคู่แบบนี้ตลอดไปหรืออีกฝ่ายไม่เซ็น  #ไม่ได้แปลว่าเราหย่าไม่ได้ เพราะ ป.พ.พ. ...
20/09/2026

#อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่เซ็นต้องติดอยู่ในชีวิตคู่แบบนี้ตลอดไปหรือ

อีกฝ่ายไม่เซ็น #ไม่ได้แปลว่าเราหย่าไม่ได้ เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1514 เปิดทางให้หย่าโดยคำพิพากษาของศาลได้ แต่ต้องมีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายและมีหลักฐานพิสูจน์ แค่หมดรักหรืออยากเลิกเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

🔸 เหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 มีอะไรบ้าง
สรุปครบทั้ง 12 อนุมาตรา พร้อมตัวอย่างสมมติให้เห็นภาพ โดยแต่ละกรณีต้องพิจารณาเงื่อนไขและหลักฐานประกอบ

1. #มีชู้ หรือมีความสัมพันธ์กับคนอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือกระทำหรือยอมรับการกระทำกับผู้อื่นเพื่อสนองความใคร่เป็นอาจิณ
▶️ เช่น ไปอยู่กินกับคนอื่นและเปิดเผยว่าเป็นคู่ชีวิตอีกคน

2. #ประพฤติชั่วจนกระทบอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง
ไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดอาญา แต่ต้องทำให้อีกฝ่ายอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชังเพราะยังเป็นคู่สมรสกัน หรือเสียหายเดือดร้อนเกินควร โดยดูสภาพ ฐานะ และชีวิตคู่ประกอบ
▶️ เช่น เล่นการพนันจนหมดตัวซ้ำ ๆ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเกินควร

3. #ทำร้าย ทรมาน หรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรง
ทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามคู่สมรสหรือบุพการีของอีกฝ่าย โดยต้องร้ายแรง
▶️ เช่น ทุบตีคู่สมรสจนบาดเจ็บสาหัส หรือด่าทอเหยียดหยามพ่อแม่ของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง

4. #จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี
▶️ เช่น ย้ายออกไปโดยตั้งใจเลิกอยู่กิน ไม่กลับมาใช้ชีวิตคู่ตลอดมาเกิน 1 ปี

5. #ถูกจำคุกเกิน 1 ปีตามคำพิพากษาถึงที่สุด
อีกฝ่ายต้องไม่ได้มีส่วนก่อ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจในความผิด และการเป็นคู่สมรสต่อไปทำให้เสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร
▶️ เช่น คู่สมรสถูกจำคุกจริงเกิน 1 ปีในคดีปล้นทรัพย์ โดยเราไม่เกี่ยวข้อง และการคงชีวิตคู่ทำให้เดือดร้อนเกินควร

6. #แยกกันอยู่เกิน 3 ปีตามเงื่อนไขกฎหมาย
ทั้งสองฝ่ายสมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสโดยปกติสุขไม่ได้ตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี
▶️ เช่น ตกลงแยกบ้านเพราะอยู่ด้วยกันไม่ได้ และต่างคนต่างอยู่ต่อเนื่องเกิน 3 ปี

7. #สาบสูญ หรือหายไปเกิน 3 ปีโดยไม่รู้ชะตากรรม
ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญแล้ว หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เกิน 3 ปี โดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
▶️ เช่น ออกจากบ้านแล้วหายไปเกิน 3 ปี ไม่มีใครรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

8. #ไม่ช่วยเหลือเลี้ยงดู หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อชีวิตคู่อย่างร้ายแรง
ต้องถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร โดยดูสภาพ ฐานะ และความเป็นอยู่ร่วมกันประกอบ
▶️ เช่น มีรายได้แต่จงใจไม่ช่วยเหลือคู่สมรสที่เจ็บป่วยจนขาดปัจจัยจำเป็นและเดือดร้อนเกินควร

9. #วิกลจริตต่อเนื่องเกิน 3 ปี
ต้องมีลักษณะยากจะหาย และถึงขั้นทนอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสต่อไปไม่ได้
▶️ เช่น มีอาการวิกลจริตต่อเนื่องเกิน 3 ปี มีหลักฐานทางการแพทย์ว่ายากจะหาย และอาการรุนแรงจนอยู่ร่วมกันต่อไม่ได้ ไม่ใช่เพียงมีโรคทางจิตเวชก็ฟ้องหย่าได้ทันที

10. #ผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติที่ทำไว้เป็นหนังสือ
▶️ เช่น ทำหนังสือทัณฑ์บนว่าจะไม่ทำร้ายคู่สมรสอีก แต่กลับทำซ้ำ ทั้งนี้ หากเรื่องที่ทำทัณฑ์บนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่สำคัญต่อชีวิตคู่ ศาลอาจไม่ให้หย่าตามมาตรา 1517

11. #เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เรื้อรัง และไม่มีทางหาย
ต้องเป็นโรคที่อาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายด้วย
▶️ เช่น มีหลักฐานแพทย์ยืนยันครบว่าโรคนั้นติดต่อร้ายแรง เรื้อรัง ไม่มีทางหาย และอาจเป็นอันตรายต่อคู่สมรส แค่ป่วยเป็นโรคติดต่อยังไม่พอ

12. #สภาพร่างกายทำให้มีความสัมพันธ์ทางเพศไม่ได้ตลอดกาล
ไม่อาจร่วมประเวณี หรือไม่อาจกระทำหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้ตลอดกาล
▶️ เช่น บาดเจ็บถาวรจนไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศตามที่กฎหมายระบุได้ โดยมีหลักฐานแพทย์รองรับ หากผู้ฟ้องเป็นคนทำให้เกิดสภาพนั้นเอง จะยกเหตุนั้นมาฟ้องไม่ได้ตามมาตรา 1517

🔸 #มีเหตุแล้วต้องตรวจสิทธิฟ้องด้วย
#การยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในเหตุบางข้อ การให้อภัย และระยะเวลาฟ้อง อาจกระทบสิทธิได้ โดยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) และ (6) อยู่ภายใต้กำหนด 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ความจริงตามมาตรา 1529 จึงต้องตรวจวันเกิดเหตุและพฤติการณ์ต่อเนื่องให้ชัด ตามป.พ.พ. มาตรา 1517–1518 และ 1529

🔸 #ศาลให้หย่าแล้วไม่ต้องรออีกฝ่ายเซ็น
เมื่อคำพิพากษาให้หย่าถึงที่สุด การหย่ามีผลตามและนำไปดำเนินการทางทะเบียนได้ ส่วนการอ้างการหย่าให้กระทบสิทธิบุคคลภายนอกผู้สุจริต ต้องจดทะเบียนหย่าแล้ว

#ทนายสู้คดี #ทนายพีรดา
┏━━━━━━━━━━━━┓
ติดต่อทนายความ
☎️ โทร. 0984532263
🔵in box เพจเฟสบุ๊ค “ทนายสู้คดี”
: m.me/Thebestlawyer11
🟢Line
: https://lin.ee/ErS50Cf
⚪️ tikkok
: https://www.tiktok.com/?
🔴Website www.ทนายสู้คดี.com
: https://xn--42c6ahi9b8byc2a7a2m.com/
ช่องทางอื่นปลอม
┗━━━━━━━━━━━━┛

20/09/2026

ไปดูคดีนี้ สามีทิ้งภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพาต สุดท้ายถูกฟ้องหย่า ศาลตัดสินให้หย่าแถมต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ภรรยาเป็นรายเดือนอีก

 #ดอกเบี้ยเงินกู้เกินกฎหมาย ผลไม่ได้มีแค่ลดดอกเบี้ย แต่ข้อตกลงดอกเบี้ยอาจเป็น  #โมฆะทั้งหมดเรื่องกู้ยืมเงิน ถ้าผู้ให้กู้...
19/09/2026

#ดอกเบี้ยเงินกู้เกินกฎหมาย ผลไม่ได้มีแค่ลดดอกเบี้ย แต่ข้อตกลงดอกเบี้ยอาจเป็น #โมฆะทั้งหมด

เรื่องกู้ยืมเงิน ถ้าผู้ให้กู้ตกลงเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายอนุญาต ผลไม่ได้เป็นเพียงการลดดอกเบี้ยลงมาเหลือเท่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยอาจตกเป็นโมฆะทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ดอกเบี้ยตามสัญญา ต้นเงินกู้ และดอกเบี้ยภายหลังผิดนัด เพราะแต่ละส่วนมีผลทางกฎหมายแตกต่างกัน ดังนี้

1. #เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ข้อตกลงดอกเบี้ยเป็น #โมฆะทั้งหมด

หากตกลงเรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือประมาณร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยย่อมฝ่าฝืนกฎหมายและพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ผลคือข้อตกลงเรื่อง #ดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะทั้งหมด ไม่ใช่เพียงตัดเฉพาะส่วนที่เกินแล้วลดลงมาเหลืออัตราที่กฎหมายอนุญาต กล่าวคือ เมื่อข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ ผู้ให้กู้ย่อมไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามข้อตกลงนั้น

2. ดอกเบี้ยเป็นโมฆะ แต่ #ต้นเงินกู้ยังเรียกคืนได้

แม้ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ แต่โดยหลัก #ไม่ได้ทำให้สัญญากู้และหนี้เงินต้นเป็นโมฆะตามไปด้วย หากสามารถแยกต้นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายออกจากดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 ผู้ให้กู้จึงยังมีสิทธิเรียกคืนต้นเงินที่ผู้กู้ได้รับไปจริง หากมีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราล่วงหน้าแล้วนำไปรวมเป็นต้นเงินในสัญญา ศาลสามารถแยกดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะออก และให้ลูกหนี้รับผิดเฉพาะต้นเงินที่ค้างชำระจริง แต่หากนำต้นเงินและดอกเบี้ยเกินอัตราไปรวมเป็นนิติกรรมอื่นในลักษณะที่เป็นสาระสำคัญจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ผลอาจทำให้นิติกรรมนั้นตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ

3. ดอกเบี้ยเกินอัตราที่จ่ายไปแล้ว #อาจนำมาหักออกจากต้นเงิน

หากลูกหนี้เคยจ่ายดอกเบี้ยเกินอัตราให้ผู้ให้กู้ไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้กู้จะมีสิทธิเก็บเงินส่วนนั้นไว้เสมอไป แนวคำพิพากษาศาลฎีกา รวมถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ประชุมใหญ่ วินิจฉัยว่า การชำระดอกเบี้ยเกินอัตราในลักษณะดังกล่าวไม่ถือเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจโดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 เนื่องจากต้องคำนึงถึงสภาพของลูกหนี้ซึ่งอาจอยู่ในภาวะจำยอมและไม่มีอำนาจต่อรอง เมื่อข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ ผู้ให้กู้ย่อมไม่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามข้อตกลงนั้น เงินดอกเบี้ยเกินอัตราที่ลูกหนี้จ่ายไปแล้วจึง #อาจนำมาหักออกจากต้นเงินกู้ที่ยังค้างชำระได้ ซึ่งอาจทำให้ยอดต้นเงินที่ต้องชำระลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

4. ดอกเบี้ยตามสัญญาเป็นโมฆะ #แต่หลังผิดนัดยังอาจมีดอกเบี้ย

ต้องแยกให้ชัดระหว่าง ดอกเบี้ยตามสัญญา กับ #ดอกเบี้ยผิดนัด แม้ข้อตกลงเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจะเป็นโมฆะ ทำให้ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามข้อตกลงนั้น แต่เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระและลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด ผู้ให้กู้ยังมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัดจากต้นเงินที่ค้างชำระได้ตามกฎหมาย โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี และมาตรา 224 กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดเป็นอัตราตามมาตรา 7 บวกเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อปี #ปัจจุบันจึงเท่ากับร้อยละ 5 ต่อปี

#สรุป

การเรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตรา ต้องแยกผลทางกฎหมายออกเป็นแต่ละส่วน
- ข้อตกลง #ดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายอาจเป็นโมฆะทั้งหมด
- แต่ #ต้นเงินกู้ที่แท้จริงยังเรียกคืนได้ หากนำดอกเบี้ยเกินอัตราไปรวมเป็นต้นเงิน ต้องแยกดอกเบี้ยส่วนนั้นออก และ
- หากลูกหนี้เคยจ่ายดอกเบี้ยเกินอัตราไปแล้ว #เงินดังกล่าวอาจนำมาหักจากต้นเงินที่ยังค้างชำระได้
- ส่วนเมื่อหนี้ถึงกำหนดและลูกหนี้ผิดนัด ผู้ให้กู้ยังอาจเรียกดอกเบี้ยผิดนัดตามอัตราที่กฎหมายกำหนดได้

ดังนั้น คดีลักษณะนี้จึงไม่ควรดูเพียงยอดหนี้ที่เขียนไว้ในสัญญา แต่ต้องตรวจสอบตั้งแต่ ได้เงินกู้จริงเท่าใด ตกลงดอกเบี้ยเท่าใด จ่ายไปแล้วเท่าใด และเหลือต้นเงินจริงเท่าใด

#ทนายสู้คดี #ทนายพีรดา
┏━━━━━━━━━━━━┓
ติดต่อทนายความ
☎️ โทร. 0984532263
🔵in box เพจเฟสบุ๊ค “ทนายสู้คดี”
: m.me/Thebestlawyer11
🟢Line
: https://lin.ee/ErS50Cf
⚪️ tikkok
: https://www.tiktok.com/?
🔴Website www.ทนายสู้คดี.com
: https://xn--42c6ahi9b8byc2a7a2m.com/
ช่องทางอื่นปลอม
┗━━━━━━━━━━━━┛

ที่อยู่

Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66984532263

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายสู้คดีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายสู้คดี:

ทางลัด

แชร์

ประเภท