ทนายสาย HR

ทนายสาย HR บริษัท ตรีบุญลอว์ จำกัด
ให้คำปรึกษากฎหมาย
รับว่าความทุกประเภทคดี
อบรมบรรยายกฎหมายแรงงานและการบริหารงานบุคคล (HR)
รับบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านโดยทีมทนายความ

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม   ต้องรู้ hr มืออาชีพ
29/01/2026

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ต้องรู้ hr มืออาชีพ

3 อันดับ ปัญหาแรงงาน ประจำปี 2568 สไตล์ทนายสาย HR 😎🙏 สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว HR ทุกท่านวันนี้ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนร...
31/12/2025

3 อันดับ ปัญหาแรงงาน ประจำปี 2568 สไตล์ทนายสาย HR 😎

🙏 สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว HR ทุกท่าน

วันนี้ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 31 ธันวาคม 2568 ❤️

ทนายสาย HR ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดดลบันดาลให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีความสุขความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ร่ำรวยเงินทอง ตลอดปี 2569 และตลอดไปครับ 🥰

ทนายสาย HR ได้รับการสอบถามเข้ามามากมาย เลยอยากจะจัดอันดับ 3 ปัญหาแรงงานประจำปี 2568 สไตล์ทนายสาย HR

อันดับที่ 3 การมาสาย ขาดงาน

ในเรื่องการมาสาย ขาดงาน เป็นปัญหาไม้เบื่อไม้เมาของ HR มาโดยตลอด ลูกจ้างหลายรายมาสายเป็นประจำ บ่อยครั้ง การลงโทษทางวินัยบางครั้งก็จะมีความกังวลว่าถ้าจะเลิกจ้างผิดซ้ำคำเตือน นายจ้างจะโดนค่าชดเชยมั้ย พิจารณาเรื่องนี้อย่างไรดี

ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับบริษัทหลายแห่ง ทนายมักจะแนะนำว่า การมาสายควรดูเป็นสถิติทั้งเดือน เช่น เดือนมกราคม 2569 พนักงานมีการมาสาย 5 ครั้ง ในวันที่ เวลาที่มาสายกี่นาที กี่ชั่วโมง ในเดือนกุมภาพันธ์ ก็มาทำเป็นหนังสือตักเตือนลงโทษทางวินัย และหากเดือนถัดๆ ไปมาสายอีก ก็ควรลงโทษวินัยด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือและพักงาน โดยควรลงโทษวินัยแรงขึ้น

อีกทั้งถือเป็นการให้โอกาสครั้งสุดท้ายในเรื่องการมาสาย และหากทำผิดวินัยเรื่องนี้อีกครั้ง ก็ลงโทษวินัยเลิกจ้างโดยผิดซ้ำคำเตือน เมื่อนำสืบพยานหลักฐาน จะมีประเด็นหนึ่งที่นายจ้างได้เปรียบตรงไม่สามารถลงโทษทางวินัยโทษอื่นได้อีกแล้ว นอกจากการเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1823/2564

“มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรม และต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด

เห็นว่า การที่จะพิจารณาว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น

จะต้องพิจารณาถึงสาเหตุแห่งการเลิกจ้างอันแท้จริงของนายจ้างว่า มีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ และเหตุดังกล่าวเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ

แม้จำเลยจะมีข้อบังคับการทำงานระบุว่า หากพนักงานกระทำผิดเกี่ยวกับการทำงานจะมีวินัยและโทษก็ตาม แต่การมาทำงานสายของโจทก์ ปรากฏชัดอยู่ในประวัติการทำงานของโจทก์ซึ่งเป็นผู้บันทึกเวลาทำงานด้วยตนเอง

นอกจากนี้รายงานประวัติการทำงานของโจทก์ การมาทำงานสายของโจทก์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนมีนาคม 2560 โจทก์จะมาทำงานสายอยู่ในช่วงเวลา 9 นาฬิกา ถึง 10 นาฬิกา แต่ช่วงเดือนเมษายน 2560 โจทก์มาทำงานสายมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 10 นาฬิกา จนถึง 13 นาฬิกา เป็นพฤติการณ์ที่ทำงานสายอย่างต่อเนื่องและมาสายมากขึ้นเรื่อย ๆ เกือบทุกวันในแต่ละเดือน

ทั้งเมื่อโจทก์ได้รับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายต่างประเทศแล้วซึ่งโจทก์ควรมาทำงานให้เร็วกว่านี้เพื่อไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานการปกครอง การบังคับบัญชา เป็นแบบอย่างแก่พนักงานคนอื่น

จากพฤติการณ์ของโจทก์ดังกล่าว เป็นการไม่เคารพเวลาทำงาน เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่ลูกจ้างรายอื่น อันอาจส่งผลถึงการปกครองบังคับบัญชาลูกจ้างคนอื่นของจำเลย มิใช่วิสัยของลูกจ้างที่ดีที่พึงปฏิบัติ อันเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต การที่จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์จึงมีเหตุอันสมควรและเพียงพอ มิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49

แต่อย่างไรก็ตาม โจทก์ทำงานกับจำเลยมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 ต่อเนื่องมาโดยตลอดจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ติดต่อกันครบ 10 ปี การที่จำเลยปล่อยปละละเลยเพิกเฉยให้โจทก์มาทำงานสายต่อเนื่องมาโดยตลอดเป็นเวลานานถึง 3 ปี โดยมิได้ดำเนินมาตรการลงโทษทางวินัยตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับการทำงาน การมาทำงานสายของโจทก์จึงไม่ใช่กรณีร้ายแรง จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์”

ในส่วนของเรื่องการขาดงาน สิ่งที่น่าปวดกบาลที่สุดของ HR คือ ชอบมีใบรับรองแพทย์มาแสดงเสมอ ทนายเคยเจอเคสขาดงานไป 1 เดือน HR เราก็คัดชื่อออกเพราะติดต่อไม่ได้ ปรากฏว่าลูกจ้างกลับมาแล้วบอกว่าขับมอเตอร์ไซค์ล้มไม่ได้สติเกือบเดือน มาพร้อมใบรับรองแพทย์ แต่ตำแหน่งงานของน้องเขา นายจ้างรับคนอื่นเข้ามาทำงานไปแล้ว จะรับน้องคนนี้กลับเข้าทำงานอีกก็ไม่มีอัตราจ้าง สุดท้ายพูดคุยกันแล้วน้องขอให้ตนเองลาออก เพื่อให้นายจ้างเปลี่ยนแปลงการแจ้งสิ้นสุดการเป็นพนักงานไปที่ทางประกันสังคมใหม่ เพื่อให้ได้สิทธิการว่างงาน ทางนายจ้างก็ยินดีเปลี่ยนให้ เพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ในเรื่องขาดงานความน่ากลัวที่สุดคือ ถ้าขาดงานแต่มีเหตุอันควร ไม่ถือเป็นความผิดตามมาตรา 119 (5) ที่จะเลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย

คำพิพากษาฎีกาที่ 11612/2554

“ลูกจ้างขอลาคลอดโดยไม่ได้รับเงินเดือนต่ออีก 45 วัน นับแต่แต่วันที่ 16 กันยายน 2549 และนายจ้างอนุมัติให้ลาได้ จึงครบกำหนดวันลาในวันที่ 30 ตุลาคม 2549 มิใช่วันที่ 23 ตุลาคม 2549 ดังที่ระบุไว้ในช่องหมายเหตุตอนท้าย ต่อจากช่องผู้อนุมัติให้ลาในเอกสารหมาย ล.6 หรือดังที่ลูกจ้างระบุในเอกสารหมาย ล.16

อีกทั้งเมื่อนายจ้างมีหนังสือลงวันที่ 30 ตุลาคม 2549 เอกสารหมาย ล.7 แจ้งให้ลูกจ้างไปรายงานตัวในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ลูกจ้างก็ยังไปรายงานตัวตามนัด เพียงแต่ลูกจ้างไม่กลับเข้าทำงานให้แก่นายจ้างอีกต่อไป

เมื่อข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง กำหนดวันทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน คือวันจันทร์ถึงวันเสาร์

ดังนั้นในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2549 จึงเป็นวันทำงาน แต่ลูกจ้างก็ไม่กลับเข้าทำงานนับแต่นั้น สิทธิในการเลิกจ้างของนายจ้างในกรณีที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) จึงเกิดขึ้นเมื่อล่วงพ้นวันที่สามของการละทิ้งหน้าที่ในช่วงหลังไปแล้วคือล่วงพ้นวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 ไปแล้ว

การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2549 ซึ่งวันดังกล่าวยังอยู่ในเวลาที่ลูกจ้างใช้สิทธิลาคลอดอยู่จึงไม่ถูกต้อง
แต่ความไม่ถูกต้องนี้เป็นเพียงการกำหนดวันที่มีผลเป็นการเลิกจ้างตามหนังสือเลิกจ้างไม่ถูกต้อง หาใช่การเลิกจ้างเพราะลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควรไม่ถูกต้อง เพราะจนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งเป็นวันที่นายจ้างมีหนังสือเลิกจ้าง ลูกจ้างยังคงละทิ้งหน้าที่อยู่นั้นเอง

เมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) ทั้งเป็นการที่ลูกจ้างกระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต นายจ้างจึงเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ทั้งมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม"

💢 อันดับ 2 การจ้างงานแบบชั่วคราว ค้างคืน ตลอดไป

สิ่งที่ได้รับการสอบถามเข้ามาอย่างมากมายคือ ทนายอยากจ้างงานชั่วคราวทำยังไง ทนายจ้างงาน 1 ปี ครบเวลาการจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยมั้ย ทนายจ้างงานแบบฟรีแลนด์ต้องจ่ายอะไรบ้างถ้าจะไม่จ้างต่อ

💥 อันดับ 1 การเลิกจ้างลูกจ้างยังไงให้ไม่โดนเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

สิ่งที่ได้รับการสอบถามเข้ามาอย่างมากมายคือ ทนายเลิกจ้างปรับโครงสร้างองค์กรจะโดนเลิกจ้างไม่เป็นธรรมมั้ย มีแนวทางมั้ย ทนายไม่อยากจ่ายค่าชดเชยพนักงานจ้างชั่วคราว สัญญา 6 เดือน 1 ปี ต้องทำไง ทนายอยากเลิกจ้างพนักงานทำผิดวินัยซ้ำคำเตือน แต่ไม่กล้าเลิกจ้างเพราะเป็นความผิดเล็กน้อย กลัวโดนค่าชดเชย ทำไงดี

ในส่วนอันดับ 2 และ 1 ขอติดการลงรายละเอียดไว้ก่อน หวังใจว่าทุกท่านจะอดทนกับความอินดี้ของเพจนี้ได้ 🤪 และตามอ่านกันในปีหน้า 2569 นะครับ รักนะ จุ้บๆ 😘

ด้วยรักและปรารถนาดี ทนายสาย HR 😊

กฎหมายอาญาใหม่ 💥
29/12/2025

กฎหมายอาญาใหม่ 💥

สวัสดีชาว HR ทุกท่านวันนี้ สาระพันปัญหาแรงงาน เล่าสู่กันฟัง จะมาให้ถกประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายลาคลอดฉบับใหม่กันปัจจุบันการล...
28/11/2025

สวัสดีชาว HR ทุกท่าน

วันนี้ สาระพันปัญหาแรงงาน เล่าสู่กันฟัง จะมาให้ถกประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายลาคลอดฉบับใหม่กัน

ปัจจุบันการลาคลอด ลาได้สูงสุด 98 วัน โดยนายจ้างและรัฐจ่ายค่าจ้างคนละครึ่ง 45 วัน รวม 90 วัน อีก 8 วันที่เหลืออยู่ก็แล้วแต่ว่านายจ้างแต่ละที่จะใจดีจ่ายหรือไม่ เพราะรัฐไม่จ่ายจ้า ถถถ

แต่ล่าสุด กฎหมายเกี่ยวกับการลาคลอดออกมาใหม่ให้ลาคลอดได้ 120 วัน

***โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 7 ธันวาคม 2568***

นายจ้างจ่ายเพิ่มจาก 45 วัน เป็น 60 วัน ส่วนทางรัฐก็ต้องลุ้นกันว่ายังไงต้องรอกฎหมายเพิ่มเติมจากทางประกันสังคม และหากบุตรคลอดแล้วมีปัญหา ลูกจ้างหญิงก็ลาคลอดเพิ่มได้อีก 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 50% จากนายจ้าง

และมีเพิ่มสิทธิกรณีคู่สมรสให้ลางานเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสได้ไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง

ประเด็นคำถามที่ทนายเจอช่วงนี้และซ้ำๆ คือ

- คู่สมรส เป็นเพศ LGBTQ+ ได้สิทธิมั้ย ถ้าจดทะเบียนสมรส หรือรับรองบุตร

- ลูกจ้างหญิงที่คลอดไปแล้ว และอยู่ในสิทธิ 98 วัน พอกฎหมายใช้บังคับ จะได้สิทธิเดิม หรือเพิ่มเป็น 120 วัน

- การขอลา ขอลาต่อเนื่อง 15 วันทำงานได้มั้ย โดยไม่รวมวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดตามประเพณี

- หากลูกจ้างมาขอลา 15 วันต่อเนื่องติดต่อกัน นายจ้างไม่อนุมัติการลาได้มั้ย เพราะกระทบกับงานที่ลูกจ้างรับผิดชอบอยู่

- ลูกจ้างหญิงไม่มีใบแพทย์รับรองระบุว่า บุตรมีความผิดปกติหลังคลอด แต่ยื่นขอลาต่ออีก 15 วัน นายจ้างไม่อนุมัติให้ลาได้มั้ย มีความเสี่ยงอะไรมั้ยถ้านายจ้างไม่ให้ลา

จากประเด็นมากมายทั้งหลายเหล่านี้ แน่นอนว่าเมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้ว ต้องมีคำตอบจากทางแรงงานแน่นอน แต่คำตอบนั้นยังไม่แน่ว่าศาลฎีกาแรงงานจะเห็นด้วยหรือไม่ ในฐานะคนทำงาน HR ควรต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี หาข้อมูลไว้ให้รอบด้านที่สุด

และหากให้เป็นคุณกับลูกจ้างได้ ก็ควรสนับสนุนในเส้นทางนี้ มิตรจิตมิตรใจกันไปนะครับ ถ้ามีอะไรอัพเดทเพิ่มเติม จะได้นำมาเล่าให้ฟังกันใหม่ในโอกาสต่อไป เอวังจึงมีด้วยประการ ฉะนี้

ปล. ท่านใดมีคำถามอะไรที่อยากถามทนายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถามทิ้งไว้ใน comment ได้เลยนะครับ จะได้รวบรวมคำถามไว้ แล้วหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุดไว้ให้ชาว HR ทุกท่านครับ ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ทนายสาย HR

"สูตรแห่งความสุข 90/10"วันนี้ทนายสาย hr ขอเขียนบทความที่ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงาน แต่ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ไว้ใช้ในชีวิ...
13/11/2025

"สูตรแห่งความสุข 90/10"

วันนี้ทนายสาย hr ขอเขียนบทความที่ไม่เกี่ยวข้องกับแรงงาน แต่ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ไว้ใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนครับ 😊

สูตรนี้ เรียกว่า สูตรแห่งความสุข 90/10 ถูกคิดโดยนักจิตวิทยาที่ชื่อ Stephen Covey เป็นผู้เสนอสูตรนี้ ว่าด้วยการแสวงหาความสุขจากชีวิตประจำวัน

โดยเรื่องในชีวิตคนเรา ร้อยละ 10 เป็นเรื่องที่เราควบคุมหรือป้องกันไม่ได้ เช่น คุณไม่สามารถกำหนดไฟจราจรที่สี่แยกจะเป็นสีแดงเมื่อไร แต่คุณกำหนดตัวเองได้ว่า เมื่อใกล้เปลี่ยนเป็นสีแดง คุณจะหยุดรอไฟเขียว หรือคุณจะขับฝ่าไปเพราะสีเหลืองคือให้รีบเหยียบให้ทัน😂

ถ้าคุณ ตื่นรู้ ในเรื่องพวกนี้ คุณจะมี สติ ตลอดเวลา และจะแก้ไขปัญหาได้อย่างชาญฉลาดด้วยปัญญาที่กระจ่างใส แต่ถ้าคุณอารมณ์เสีย โกรธแค้นแช่งชักหักกระดูกไฟแดงหรือคันข้างหน้าที่ไม่รีบไป คุณก็จะกลายเป็นเหยื่อของความรู้สึกตัวเอง

ยกตัวอย่างให้เห็นชัด เช่น

คุณกำลังนั่งดื่มกาแฟตอนเช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่ลูกคุณวิ่งมาชนโต๊ะ ทำให้กาแฟหกใส่เสื้อคุณ คุณโกรธจัด อาละวาดด่าลูกและเมียที่นั่งใกล้ๆ โทษเมียว่าวางแก้วกาแฟใกล้ขอบโต๊ะมากเกินไป ลูกสาวคุณร้องไห้ ส่วนคุณทะเลาะกับภรรยาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง พอคุณขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อ ลูกขึ้นรถโรงเรียนไม่ทันเพราะคุณกับภรรยามัวแต่ทะเลาะกันจึงไม่ทันไปส่งลูกขึ้นรถ คุณต้องขับรถไปส่งลูกด้วยตัวเอง แต่ขับไวไปเพราะกลัวไปส่งลูกไม่ทัน คุณโดนตำรวจจับเพราะขับเร็วเกินไป ต้องรอจ่ายค่าปรับ พอถึงโรงเรียนลูกก็วิ่งเข้าโรงเรียนด้วยอารมณ์เสีย ไม่พูดจาลาพ่อแม้แต่น้อย ท้ายสุดคุณไปทำงานสาย และพอถึงที่ทำงานคุณกลับพบว่าลืมเอากระเป๋าเอกสารที่ต้องนำเสนอเจ้านายมาด้วย วันนั้นคุณเริ่มต้นวันด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพียงเพราะกาแฟหกใส่เสื้อคุณเท่านั้นเอง 😑

สาเหตุเดียวของเรื่องนี้คือ "คุณไม่ควบคุมปฏิกิริยาของคุณ" ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครตั้งใจหรือต้องการให้เกิดขึ้น

ถ้าหากคุณสามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิด ไม่ปล่อยให้อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้ทุกอย่าง พัง ทั้งหมด ซึ่งหากคุณคิดได้ เมื่อลูกทำกาแฟหกใส่ คุณก็เพียงบอกลูกว่า "ไม่เป็นไรนะลูก คราวหน้าระวังหน่อยก็แล้วกัน แต่ลูกเป็นคนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ลูกต้องเอาผ้ามาเช็ดให้สะอาด พ่อไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ" แล้วยิ้มให้ลูก ลูกก็จะได้รับรู้จากความผิดพลาดของตนและวิธีการแก้ไข พอคุณทำซ้ำๆ บ่อยๆ ลูกคุณก็จะซึมซับตรงนี้และเป็นคนที่มีเหตุผลและฉลาดทางอารมณ์ เชื่อผมสิ 😇

ดังนั้น เพียงคุณสามารถกำหนดปฏิกิริยาที่เป็นร้อยละ 90 ต่อสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ควบคุมไม่ได้ร้อยละ 10 คุณก็จะมีความสุขและทำให้คนรอบข้างคุณมีความสุขไปด้วย แค่นี้แหละ ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ทนายสาย hr 😉

07/11/2025

กฎหมายแรงงานใหม่ครับ

สวัสดีครับ พี่ๆ น้องๆ ชาว HR ทุกท่านวันนี้ สาระพันปัญหาแรงงาน เหลาสู่กันฟัง มีประเด็นน่าสนใจใน LINE OPENCHAT ทนายสาย HR ...
02/10/2025

สวัสดีครับ พี่ๆ น้องๆ ชาว HR ทุกท่าน

วันนี้ สาระพันปัญหาแรงงาน เหลาสู่กันฟัง มีประเด็นน่าสนใจใน LINE OPENCHAT ทนายสาย HR สมาชิกถามมาว่า

เรื่อง การออกใบเตือน ในความผิดแบบเดิม ครั้งที่ 2

1. บริษัทสามารถให้พนักงานออกได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใช่หรือไม่

2. ใบเตือนนั้นจะอยู่ได้แค่ 1 ปี แล้วตัดออกหรือไม่ ในกรณีที่ พนักงานทำความผิดเรื่องเดิม แต่ข้ามปีมาแล้ว และใบบริษัทออกใบเตือนให้สามารถให้ออกได้เลยไหม ตัวอย่างเช่น ปี 67 บริษัทตรวจพบว่าพนักงานรายหนึ่ง ได้นำเงินบริษัทไปและบริษัทได้ออกใบเตือนให้พนักงานแล้วห้ามกระทำผิดอีก ต่อมาในปี 68 พนักงานคนดังกล่าวได้กระทำความผิดเดิมซ้ำ บริษัทออกใบเตือนและพนักงานพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ได้หรือไม่

ทนายเชื่อว่า ถ้าหากท่านทำงาน HR คงจะมีสักโอกาสหนึ่ง ได้เจอปัญหาแรงงานข้างต้น

การกระทำความผิดทางวินัยในเรื่องใดก็ตาม หลักการพิจารณาว่า ร้ายแรง หรือ ไม่ร้ายแรง ศาลจะพิจารณาตามพฤติการณ์การกระทำความผิดของลูกจ้างเสมอ

เช่น ลูกจ้างมาสาย 1 ครั้ง ครั้งที่ 2 นายจ้างเลิกจ้างได้เลยมั้ย ต้องดูว่าการมาสายของลูกจ้าง พฤติการณ์การกระทำความผิดนั้นร้ายแรงหรือไม่ เพียงใด

ถ้าการมาสายนั้น ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ร้ายแรงต่อนายจ้าง การเลิกจ้างโดยนายจ้างอ้างว่า ลูกจ้างกระทำผิดซ้ำคำเตือนตามมาตรา 119 (4) ศาลมักจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาว่า นายจ้างลงโทษทางวินัยต่อลูกจ้างไม่เหมาะสมหรือรุนแรงเกินไป

แต่ถ้าการมาสายนั้น ทำให้ลูกค้ายกเลิกงานเพราะลูกจ้างเป็นคีย์แมนในการประชุมดังกล่าว เหตุที่มาสายไม่มีความจำเป็นเพียงพอ เช่น เมาสุราแล้วตื่นสาย เลยมาประชุมไม่ทัน ฯลฯ ศาลก็อาจจะพิจารณาได้ว่า การที่นายจ้างเลิกจ้างผิดซ้ำคำเตือนต่อลูกจ้างรายนั้นในครั้งที่ 2 เหมาะสมแล้ว

หรือวินัยบางข้อ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานนายจ้าง กำหนดให้เป็นความผิดวินัยร้ายแรง แต่ปรากฏว่าพฤติการณ์การกระทำความผิดไม่ก่อให้เกิดความร้ายแรง ศาลมักจะใช้ดุลพินิจพิจารณาให้นายจ้างหากเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

ดังนั้น การจะเลิกจ้างพนักงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สำหรับการกระทำความผิดซ้ำคำเตือน นายจ้างจึงต้องชั่งน้ำหนักความร้ายแรงให้ดี หากไม่แน่ใจ ก่อนการเลิกจ้างควรจ้างที่ปรึกษาหรือทนายความที่มีความเชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำก่อนการดำเนินการดีที่สุด

สำหรับคำถามข้อ 2 ส่วนตัวทนายเคยเจอเคสลักษณะนี้ตอนเป็น HR ซึ่งจำได้ว่าพนักงานคนนั้น มีหนังสือเตือนเป็น 10 ใบ การเตือนแต่ละข้อก็ไม่ซ้ำกัน ถ้าซ้ำส่วนใหญ่ก็จะพ้น 1 ปีไปแล้ว เหมือนรู้กฎหมายดีว่า นายจ้างทำอะไรไม่ได้ 555

สำหรับเคสนี้ นายจ้างของทนายได้ประชุมหารือกันและเลือกที่จะเลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชย โดยระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างว่า กระทำผิดวินัยจนเป็นอาจิณ จึงทำให้บริษัทขาดความไว้วางใจที่จะให้พนักงานทำงานให้กับบริษัทอีกต่อไป แต่เคสนี้ลูกจ้างไม่ได้ไปฟ้องร้องว่า การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม นายจ้างจึงรอดตัวไป มั้งนะ อิอิ (ส่วนตัวทนายคิดว่าไปศาล นายจ้างจะชนะคดีครับ)

แล้วถ้าสมมุติว่าข้อบังคับบริษัทกำหนดให้ต้องเตือนครบ 3 ครั้ง นายจ้างจึงจะเลิกจ้างได้ แต่ตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้แค่ 2 ครั้ง นายจ้างจะเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานได้มั้ย เคยมีฎีกาวินิจฉัยในเรื่องนี้ไว้แล้ว นายจ้างต้องปฏิบัติหรือทำตามกฎระเบียบที่ตนสร้างขึ้นมาจะข้ามขั้นตอนการลงโทษโดยการเลิกจ้างทันทีไม่ได้ ถ้าทะลึ่งทำ 😅 ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างด้วย (ค้นฎีกากันเอาเองเด้อ 555)

และหากนายจ้างรู้ถึงการกระทำความผิดของลูกจ้างแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการลงโทษทางวินัยลูกจ้าง หรือดำเนินการเลิกจ้างลูกจ้างภายในระยะเวลาอันสมควร ศาลถือว่านายจ้างได้ให้อภัยต่อการกระทำผิดวินัยของลูกจ้างแล้ว

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 379/2551 ที่ว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2536 ลูกจ้างเป็นพนักงานขับรถ ขับรถบรรทุกของนายจ้างประมาทเลินเล่อจนเกิดอุบัติเหตุ นายจ้างทราบเรื่องการกระทำผิดของลูกจ้าง แล้วปล่อยให้ลูกจ้างทำงานต่อมานาน 1 ปีเศษ โดยไม่ลงโทษลูกจ้าง ส่วนความเสียหายทางแพ่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตั้งบัญชีลูกหนี้ไว้ พฤติการณ์ดังกล่าวของนายจ้างถือว่าไม่ติดใจลงโทษทางวินัยลูกจ้างแล้ว

เอวังจึงมีด้วยประการฉะนี้ ด้วยความปรารถนาดีจาก ทนายสาย HR

Triboonlaw พร้อมให้บริการงานที่ปรึกษากฎหมายครับ 😁
29/08/2025

Triboonlaw พร้อมให้บริการงานที่ปรึกษากฎหมายครับ 😁

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม   ต้องรู้  # HR มืออาชีพ
03/08/2025

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ต้องรู้ # HR มืออาชีพ

บทความที่ 22 เรื่อง “การฟ้องซ้อนในคดีแรงงาน”สวัสดีครับทุกท่าน ห่างหายกันไปนานกับบทความของทนายสาย HR ก็ยังหวังว่าเรื่องที...
02/08/2025

บทความที่ 22 เรื่อง “การฟ้องซ้อนในคดีแรงงาน”

สวัสดีครับทุกท่าน ห่างหายกันไปนานกับบทความของทนายสาย HR ก็ยังหวังว่าเรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อย

ก่อนอื่นอยากเอ่ยถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในฐานะคนไทยแล้วรู้สึกโกรธมากจากเหตุการณ์นี้ คนหน้าไหว้หลังหลอกเป็นยังไง ก็ดูได้จากเรื่องนี้แหละ แต่ก็ยังหวังว่า จะไม่มีทหารหรือประชาชนฝ่ายใดต้องเสียชีวิตเพิ่มอีก

“ฟ้องซ้อน” หมายความว่า มีการฟ้องคดีอยู่ที่ศาลไว้อยู่แล้ว แต่ผู้ฟ้องก็ยังฟ้องคดีในเรื่องเดียวกันเพิ่มเติมเข้าไปอีก

โดย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ไม่ได้บัญญัติเรื่องการฟ้องซ้อนไว้เฉพาะ จึงต้องนำ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 173 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม ตาม วิ.แรงงาน มาตรา 31

แล้วคดีแรงงานซึ่งเป็นระบบไต่สวนล่ะ สามารถฟ้องซ้อนได้หรือไม่?

ก็ต้องตอบว่าได้นะครับ แต่ปัจจุบันเกิดขึ้นค่อนข้างยากเพราะกฎหมายแรงงานค่อนข้างนิ่งแล้ว และเริ่มมีฎีกาในเรื่องดังกล่าวออกมาให้ศึกษากัน โอกาสที่จะฟ้องซ้อนจึงไม่น่าเกิดขึ้นได้

และอีกอย่างรูปแบบการฟ้องร้องคดีแรงงาน มักจะมีเงินที่ลูกจ้างจะเรียกร้องเป็น pattern กล่าวคือ ค่าชดเชย ค่าบอกกล่าว เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ที่มักจะฟ้องเป็น set มาพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามในอดีตเคยมีลูกจ้างที่แยกฟ้องมา ศาลแรงงานได้วินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้อน!!

คำพิพากษาฎีกาที่ 8382/2550 “ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง บัญญัติว่า "นับแต่เวลาที่ได้ยื่นคำฟ้องแล้วคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาและผลแห่งการนี้ (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น ความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวก็คือ คดีเรื่องเดียวกันโจทก์ควรจะฟ้องร้องว่ากล่าวกันไปเสียให้เสร็จสิ้นในคราวเดียวกัน

คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม โดยอ้างเหตุว่าจำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ร่วมมือกับ ฉ. ว่าจ้างให้ บ. กับพวก ขุดดินวางสายเคเบิ้ลแล้วไม่จ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือและนำอุปกรณ์สื่อสัญญาณเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ไปใช้นอกพื้นที่บริการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานของจำเลยเรียกรับและแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ขอติดตั้ง แล้วมีคำสั่งลงโทษไล่โจทก์ออกจากการทำงาน โดยเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยเหตุเดียวกันกับเหตุที่ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมคดีก่อน และเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจากจำเลยในขณะที่คดีก่อนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลแรงงานกลาง การฟ้องคดีทั้งสองเรื่องต่อศาลแรงงานกลางเป็นการเรียกร้องสิทธิในมูลหนี้หรือสิทธิเรียกอันเกี่ยวกับการเลิกจ้างในคราวเดียวกัน ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยเพื่อเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมในคราวเดียวกันได้หรือขอแก้ไขคำฟ้องในคดีเดิมภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

ดังนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางในระหว่างคดีก่อนอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลางจึงเป็นการยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31”

แล้วเคยนึกสงสัยไหมว่า เวลานายจ้างถูกลูกจ้างยักยอกทรัพย์แล้วอัยการฟ้องลูกจ้างให้ชดใช้เงินคืนให้กับนายจ้าง และนายจ้างไปฟ้องลูกจ้างให้รับผิดตามสัญญาแรงงาน ถือว่าเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่

ศาลแรงงานได้วินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้อน!!

คำพิพากษาฎีกาที่ 977/2550 “คดีอาญาเรื่องก่อนพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ฐานยักยอกทรัพย์และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยักยอกไป แม้จะถือว่าเป็นการขอแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 แต่ก็เป็นกรณีที่เนื่องมาจากการกระทำผิดอาญาเท่านั้น

ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้าง ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 1 นั้นอาจเป็นบ่อเกิดแห่งคดีที่จะใช้สิทธิเรียกร้องได้สองทางคือในมูลละเมิดและสัญญาจ้างแรงงาน แม้คำขอบังคับจะเป็นอย่างเดียวกัน แต่ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหามิได้เป็นอย่างเดียวกัน และคำฟ้องของโจทก์กรณีผิดสัญญาจ้างแรงงานนั้นเป็นอำนาจของคู่สัญญาโดยเฉพาะ พนักงานอัยการไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้างในคำขอส่วนแพ่งได้ จึงมิใช่เป็นเรื่องเดียวกันอันจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31”

ดังนั้น เรื่องการฟ้องซ้อนในคดีแรงงานสามารถเกิดขึ้นได้ ลูกจ้างท่านใดหากจะฟ้องคดีก็ควรฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วน พินิจพิจารณาให้ดีก่อนฟ้องคดีนะครับ ส่วนนายจ้างหากรู้อยู่แล้วว่าตนต้องจ่ายค่าชดเชย ก็อย่าดึงเช็งมารอจ่ายที่ศาลเลย มาสู้กันแค่ประเด็นเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ดีกว่า ล่าสุดทนายเจอเคสเลิกจ้างเพราะปรับโครงสร้างองค์กร แต่นายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยเพราะลูกจ้างไม่ลงนามในหนังสือสละสิทธิฟ้องร้อง 😑 อย่าหาทำแบบนี้เลยนะครับ ไม่ดีหรอก 😊 ด้วยรักและปรารถนาดีจาก ทนายสาย HR

17/06/2025

บรรยากาศในการอบรมบรรยาย กฎหมายแรงงาน vs การบริหารงานบุคคล แล้วพบกันวันที่ 28 มิถุนายน 2568 😁

งานอบรมบรรยายเเบบ Public ครั้งแรก ก็ต้องมาเติมกำลังใจจาก My Idol ของทนายสาย hr กันหน่อยสิ้  #ก้าวเดินตามรอยเท้าพ่อ 😊
11/06/2025

งานอบรมบรรยายเเบบ Public ครั้งแรก ก็ต้องมาเติมกำลังใจจาก My Idol ของทนายสาย hr กันหน่อยสิ้ #ก้าวเดินตามรอยเท้าพ่อ 😊

ที่อยู่

99/156 ซ. พุทธบูชา 39 แยก 1 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ
Bangkok
10140

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66971980333

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายสาย HRผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายสาย HR:

แชร์