03/05/2022
ค่าเลี้ยงดูบุตร
#ทีมทนายกฎหมายครอบครัว
📌คุณแม่หรือพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่กำลังมีข้อสงสัยในเรื่องการฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร ไม่ควรเลื่อนผ่านบทความนี้ครับ!!!
___________________________________________
บทความนี้เราได้ทำการรวบรวมคำถามฮิตจากลูกความในหลายๆเคส พร้อมบทสรุปคำตอบจากทนายความ…ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ลูกเพจและบุคคลทั่วไปอีกหลายๆท่าน ที่มีข้อสงสัย และกำลังตัดสินใจเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรครับ
หากอ่านแล้วยังไม่ตรงกับข้อสงสัยที่ท่านมี หรือท่านต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถทักมาสอบถามทนายความได้โดยตรงทาง inbox เพจ หรือ ID line ตามภาพได้เลย
____________________________________________
ค่าเลี้ยงดูบุตรกับ 5 คำถามที่พบบ่อย
1. ถาม: สามีภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน สามารถฟ้องร้องอีกฝ่ายให้ช่วยออกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ครับ เพราะกฎหมายกำหนดให้พ่อและแม่มีหน้าที่ในการเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรในระหว่างที่บุตรเป็นผู้เยาว์ แม้พ่อและแม่จะมิได้จดทะเบียนสมรสกันก็ตาม บุตรก็มีสิทธิได้รับค่าเลี้ยงดูและได้รับการศึกษาจากพ่อและแม่เช่นกันครับ
ทั้งนี้ ในการฟ้องร้องจะต้องขอให้ศาลมิคำสั่งให้พ่อรับรองบุตร เพื่อที่บุตรจะได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของพ่อเสียก่อน แล้วจึงเรียกมีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากพ่อไปพร้อมกันในการฟ้องร้องนั้นได้เลย
____________________________________________
2. ถาม: “การหย่า” ทำให้ฝ่ายที่ไม่ได้ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลุดพ้นจากหน้าที่การเลี้ยงดูบุตรหรือไม่?
ตอบ: ไม่ครับ เพราะ กรณีเกิดการจดทะเบียนหย่าขึ้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาหยุดลงแต่ไม่ทำให้หน้าที่ระหว่างพ่อแม่และลูกจบสิ้นไป พ่อและแม่ยังคงมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรจนกระทั่งบรรลุนิติภาวะ
สำหรับการหย่าโดยความยินยอมอาจมีการกำหนดเรื่องจำนวนค่าเลี้ยงดูในสัญญาหย่า หากมิได้กำหนดกันไว้สามารถฟ้องต่อศาลให้พิพากษากำหนดจำนวนเงินที่สมควรได้
____________________________________________
3.ถาม: ค่าเลี้ยงดูบุตร ฟ้องได้จำนวนเงินเท่าไร?
ตอบ: ค่าเลี้ยงดูบุตร ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าการศึกษา ค่าเสื้อผ้า ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พักอาศัย เป็นต้น พ่อและแม่มีหน้าที่ร่วมกันเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ในลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกันซึ่งต้องรับผิดเป็นส่วนเท่าๆกันครับ โดยจำนวนเงินที่ศาลพิพากษาจะเป็นจำนวนที่คำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของบุตรและพฤติการณ์แห่งกรณี
____________________________________________
4.ถาม: ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตร สามารถเรียกย้อนหลัง และ เรียกไปในอนาคตได้ไหม?
ตอบ: ได้ การฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ มีอายุความ 5 ปีนับแต่วันที่พ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ชำระค่าเลี้ยงดูไปฝ่ายเดียว ฝ่ายนั้นก็มีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าเลี้ยงดูย้อนหลังไป 5 ปี จากอีกฝ่ายนับแต่วันที่ตนได้ชำระ นอกจากนี้ฝ่ายที่เลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์แต่เพียงฝ่ายเดียวยังฟ้องร้องให้อีกฝ่ายช่วยออกค่าเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะในอนาคต โดยศาลอาจกำหนดให้อีกฝ่ายชำระค่าเลี้ยงดูในส่วนนี้เป็นรายเดือน
____________________________________________
5. ถาม: มีชื่อพ่อในสูติบัตร ถือเป็นการรับรองบุตรแล้วหรือยัง ?
ตอบ: ยังไม่ถือว่าเป็นการรับรองบุตรครับ กรณีที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่พ่อยินยอมให้บุตรใช้นามสกุลของตน หรือ มีชื่อเป็นบิดาในใบสูติบัตร หรือมีการอุปการะเลี้ยงดูตั้งแต่เกิดเหมือนพ่อลูกทั่ว ๆ ไป ก็ยังไม่ถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้บุตรที่เกิดจากพ่อและแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนั้น จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมี 3 กรณีคือ 1. พ่อแม่สมรสกันในภายหลัง 2. พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร 3. ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ซึ่งการที่พ่อไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตร ส่งผลให้บุตรไม่ได้รับค่าเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมายและสิทธิประการอื่น ๆ ดังนั้นการขอให้พ่อจดรับรองบุตร หรือ ฟ้องให้พ่อรับรองบุตรจึงเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดสิทธิแก่บุตรในประการต่างๆ ถัดมา โดยเฉพาะสิทธิในการเรียกค่าเลี้ยงดู
____________________________________________
#เลี้ยงดูบุตร #ค่าเลี้ยงดูบุตร #ทนายความ #ปรึกษากฎหมายฟรี #ฟ้องหย่า #เรียกค่าเลี้ยงดู #ทนายฟ้องหย่า #หย่า #ค่าเลี้ยงดูบุตร