สำนักงานกฎหมาย นิติแสนยากร

สำนักงานกฎหมาย นิติแสนยากร บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย คดีแพ่งและคดีอาญารับว่าความทั่วราชอาณาจักร สามารถติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ กล่องอีเมลล์ เพื่อประสานงาน สอบถาม บริการต่างๆ

29/04/2026
 #มัดรวมวิธีปฏิบัติตนเมื่อถูกอายัดบัญชีธนาคารคดีบัญชีม้า    #ขั้นตอนขอเปิดบัญชีดำรงชีพ   #มาตรการอายัด ปลดล๊อคบัญชีธนาคา...
26/04/2026

#มัดรวมวิธีปฏิบัติตนเมื่อถูกอายัดบัญชีธนาคารคดีบัญชีม้า #ขั้นตอนขอเปิดบัญชีดำรงชีพ #มาตรการอายัด ปลดล๊อคบัญชีธนาคาร #ความหมายอักษรย่อคดีบัญชีม้า #มีหมายเรียกคดีบัญชีม้าแล้วไปพบพนักงานสอบสวนต่างพื้นที่ไม่ได้

 #ทนายความขอคัดทะเบียนราษฎร  #ทร14 โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ฟ้องคดีต่อศาล พร้อมแนบใบแต่งทนายความ ร่างคำฟ้องที่จัดทำขึ้นเ...
24/04/2026

#ทนายความขอคัดทะเบียนราษฎร #ทร14 โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ฟ้องคดีต่อศาล พร้อมแนบใบแต่งทนายความ ร่างคำฟ้องที่จัดทำขึ้นเองแต่ยังไม่ได้ประทับรับฟ้องจากศาล และสำเนาบัตรสมาชิกสภาทนายความ แบบนี้สามารถขอคัดข้อมูลได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่สามารถทำได้ หากเอกสารดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะแสดงว่า ผู้ยื่นคำร้องเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามกฎหมาย

เนื่องจากข้อมูลทะเบียนราษฎรเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคล การขอตรวจ คัด หรือรับรองสำเนาข้อมูล ต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 6 และมาตรา 14 ซึ่งกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องเป็นเจ้าของรายการ ผู้ได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และต้องมีพยานหลักฐานแสดงเหตุและความจำเป็นอย่างชัดเจน

กรณีอ้างว่าจะนำข้อมูลไปใช้ฟ้องคดีต่อศาล แต่มีเพียงร่างคำฟ้องที่จัดทำขึ้นเอง โดยยังไม่มีการประทับรับฟ้องจากศาล หรือไม่มีเอกสารรับรองจากหน่วยงานของรัฐ รวมถึงไม่มีหลักฐานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูลอย่างเพียงพอ
ย่อมไม่อาจใช้เป็นหลักฐานประกอบคำร้องขอคัดข้อมูลทะเบียนราษฎรของบุคคลอื่นได้

ทั้งนี้ แนวทางการพิจารณายังเป็นไปตาม ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการคุ้มครองและจัดการข้อมูลทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้นายทะเบียนต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี ว่าผู้ยื่นคำร้องมีอำนาจเข้าถึงข้อมูล หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับรายการที่ขอคัดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีใบแต่งทนายความที่ผู้ยื่นคำร้องแต่งตั้งให้ตนเป็นทนายความจริง นายทะเบียนจะพิจารณาประกอบพยานหลักฐานอื่นเป็นรายกรณี ว่ามีส่วนได้เสียกับเจ้าของข้อมูลหรือไม่

เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรเป็นไปตามกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลอย่างเหมาะสม เป็นธรรม

รายละเอียดในคอมเมนท์
ที่มา:
หนังสือสำนักทะเบียนกลาง ที่ มท 0323/ว33 ลงวันที่ 9 เมษายน 2569
เรื่อง หารือการปฏิบัติเกี่ยวกับการขอคัดสำเนารายการทะเบียนราษฎร

📢ประสบอุบัติเหตุจากรถ 🚗🛵 "ผู้มีสิทธิบัตรทอง" ใช้สิทธิรักษาอย่างไร👉🏻เมื่อประสบอุบัติเหตุจากรถ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล...
15/04/2026

📢ประสบอุบัติเหตุจากรถ 🚗🛵 "ผู้มีสิทธิบัตรทอง" ใช้สิทธิรักษาอย่างไร

👉🏻เมื่อประสบอุบัติเหตุจากรถ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จะใช้สิทธิจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ก่อน ตามเงื่อนไขของวงเงิน หากเกินวงเงินใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท (สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)ต่อไป
❌หากรถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้ทำ พ.ร.บ. ผู้เกิดเหตุจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาส่วนของ พ.ร.บ. เอง หากมีส่วนเกินจาก วงเงินตามกฎหมาย (พ.ร.บ.) จึงจะสามารถใช้สิทธิบัตรทองรักษาต่อไปได้

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยไม่คำนึงว่าผู้นั้นจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก
ผู้ประสบภัยจากรถ ได้แก่ 🚗
-ผู้ขับขี่รถ
-ผู้โดยสาร
-ผู้ซึ่งกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถ
-ผู้ใช้ถนนอื่นๆ เช่น คนเดินเท้า
การประสบภัยจากรถที่ ไม่มี' ประกันภัย
- ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอก
ได้รับความคุ้มครองจาก 'กองทุนทดแทน'ผู้ประสบภัยในวงเงินเบื้องต้น 30,000 บาทค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน 30,000 บาท จึงจะใช้สิทธิบัตรทองรักษาต่อได้(ผู้ประสบภัยต้องไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย
เบื้องต้นจากเจ้าของรถ หรือได้รับการชดเชยไม่ครบจำนวน)
‼กรณีเกิดอุบัติเหตุ ต้องแจ้งความทุกครั้ง‼
หากรถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้ทำ พ.ร.บ.
ผู้เกิดเหตุจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาส่วนของ พ.ร.บ. เอง
หากมีส่วนเกิดจาก พ.ร.บ. ใช้สิทธิบัตรทองต่อไปได้
#สำนักงานกฎหมายนิติแสนยากร
#ทนายสู้คดีประกันภัย

13/04/2026

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2568

เรื่อง
🏡 โอนที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสให้คู่สมรส
เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย
⚖️ การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 ให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคู่สมรส จะถือเป็นการ “ยักย้ายถ่ายเททรัพย์” เพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 หรือไม่

ข้อเท็จจริง
📝 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 กับพวกตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ผู้ร้องจึงยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังคงเหลือยอดหนี้ตามคำพิพากษาค้างชำระอยู่

💍 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561

ต่อมาผู้ร้องยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 116294 พร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อบังคับชำระหนี้ที่เหลือ

🏠 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยทรัพย์ดังกล่าว “ได้มาระหว่างสมรส”

แม้หนังสือคำร้องขอกู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองจะมีชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียว แต่ศาลเห็นว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาตามระเบียบของสหกรณ์ผู้รับจำนอง

📅 ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2564 จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 โดยความยินยอมของผู้รับจำนอง

ภายหลังการโอน จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5328/2568 วินิจฉัยว่า
🔍 ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ “ต้องมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์” แต่คดีนี้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้อง “ได้มาระหว่างสมรสจึงถือว่าเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง”

📌 แม้เหตุที่ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวในหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ศาลก็เห็นว่า
“น่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ค. และมีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ตามระเบียบของสหกรณ์ ค.”

✅ ดังนั้น
“ไม่ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องจะเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 เมื่อเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง ไม่ว่าจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ก็ตาม ผู้ร้องยังคงมีสิทธิยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้”

💰 อีกทั้งยังปรากฏว่า จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ ค. มาโดยตลอด กรณีย่อมทำให้จำนวนหนี้ที่จำเลยทั้งสองจะต้องชำระให้แก่สหกรณ์ ค. ลดลง

ผู้ร้องก็ยิ่งมีสิทธิได้รับเงินส่วนที่เหลือจากการชำระหนี้ให้แก่ผู้รับจำนองมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องเพิ่มขึ้น

👨‍👩‍👧‍👦 ประกอบกับภายหลังการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสองก็ยังอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาตลอดมา

ศาลจึงเห็นว่า
“การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่ทำให้สิทธิของผู้ร้องได้รับความเสียหาย”

❌ กรณีจึง
“ไม่เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อมิให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน”
และ
“ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350”

สรุป
📚 คดีนี้ศาลฎีกาวางหลักว่า การโอนที่ดินซึ่งเป็น “สินสมรส” ให้แก่คู่สมรส ไม่ใช่ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้เสมอไป

หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า แม้โอนแล้วเจ้าหนี้ก็ยังคงมีสิทธิยึดทรัพย์นั้นเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ได้อยู่ และการโอนไม่ทำให้สิทธิของเจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย การกระทำดังกล่าวย่อมไม่เป็นการ “ยักย้ายถ่ายเททรัพย์” เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
📖 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

#ฎีกาศึกษา #โกงเจ้าหนี้ #มาตรา350 #สินสมรส #บังคับคดี #ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ #กฎหมายอาญา

13/04/2026
08/04/2026

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568

📌 เรื่อง
รถคันลากจูงทำประกันภัยภาคสมัครใจ ส่วนรถที่ถูกลากจูงทำเพียง พ.ร.บ. ไว้กับบริษัทเดียวกัน บริษัทประกันยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือไม่

📚 ประเด็นข้อกฎหมาย
เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของรถคันลากจูงมีข้อยกเว้นว่า ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก
“...การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
หากรถที่ถูกลากจูงทำไว้เพียง ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับบริษัทเดียวกัน จะถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้นหรือไม่ 🚗🔗🚚

📝 ข้อเท็จจริง
🚙 จำเลยที่ 1 ขับ รถกระบะ ซึ่งทำประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจประเภท 1 ไว้กับจำเลยที่ 3
🚛 ส่วน รถส่วนพ่วง ที่ถูกลากจูงนั้น ทำประกันภัย ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับจำเลยที่ 3 เช่นกัน และอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองของกรมธรรม์ทั้งสองฉบับ

ต่อมาขณะรถกระบะลากจูงรถส่วนพ่วง ได้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหาย 💥
จำเลยที่ 3 ต่อสู้ว่า กรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถกระบะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองความรับผิดจากการลากจูง เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงจะได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย และกรณีนี้รถส่วนพ่วงทำไว้เพียง พ.ร.บ. มิใช่ประกันภัยภาคสมัครใจ จึงไม่เข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น ทำให้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิด

⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7552/2568 วินิจฉัยว่า
ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหาย จึงต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ตามถ้อยคำที่ปรากฏในกรมธรรม์เป็นสำคัญ 📑

เมื่อข้อความในข้อยกเว้นระบุเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันต้อง
“...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...”
แต่ ไม่ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นประกันภัยประเภทใด จึง “...ไม่อาจตีความขยายความให้เป็นผลเสียต่อบุคคลภายนอก...” ว่าต้องเป็นเฉพาะ ประกันภัยภาคสมัครใจ เท่านั้น

ดังนั้น หากรถที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยไว้กับบริษัทเดียวกัน “...ไม่ว่าเป็นประกันภัยประเภทใด...” ย่อมเข้าเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ของรถคันลากจูง ✅

คดีนี้ เมื่อรถส่วนพ่วงที่ถูกลากจูงได้เอาประกันภัยประเภทคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้กับจำเลยที่ 3 จึงเป็นกรณีที่ “...ต้องด้วยเงื่อนไขการเว้นข้อยกเว้นทั่วไป...” เป็นผลให้จำเลยที่ 3 ยังต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์

✅ สรุป
คดีนี้วางหลักว่า ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกต้อง “...ตีความโดยเคร่งครัด...” ถ้ากรมธรรม์เขียนเพียงว่า รถที่ถูกลากจูงต้อง “...ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย...” แต่ไม่ได้เขียนว่าต้องเป็นประกันภัยประเภทสมัครใจ ก็ย่อมไม่อาจตีความเพิ่มเงื่อนไขให้เป็นผลเสียแก่ผู้เสียหายได้

เพราะฉะนั้น แม้รถที่ถูกลากจูงจะทำไว้เพียง พ.ร.บ. แต่เมื่อทำไว้กับบริษัทเดียวกัน ก็ยังถือว่าเข้าเงื่อนไขเว้นข้อยกเว้น บริษัทประกันของรถคันลากจูงจึงยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ภาคสมัครใจของรถคันลากจูง 🧾⚖️

📌 ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 44,362.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลกำหนด 💰

📖 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887

#ประกันภัยรถยนต์
#ประกันภัยภาคสมัครใจ
#บุคคลภายนอก
#ข้อยกเว้นกรมธรรม์
#ตีความโดยเคร่งครัด
#กฎหมายประกันภัย
#รถลากจูง
#รถส่วนพ่วง
#เพจฎีกาศึกษา

⚖️ ร้านเหล้า ร้านเบียร์ หรือร้านสะดวกซื้อดูได้หรือไม่ว่า ลูกค้า “เมาแล้วหรือยัง” ก่อนขายแอลกอฮอล์?คำตอบคือ ดูได้ครับ ✅แต...
01/04/2026

⚖️ ร้านเหล้า ร้านเบียร์ หรือร้านสะดวกซื้อ
ดูได้หรือไม่ว่า ลูกค้า “เมาแล้วหรือยัง” ก่อนขายแอลกอฮอล์?

คำตอบคือ ดูได้ครับ ✅
แต่ไม่ใช่ว่า คนขายจะมีอำนาจตรวจอะไรก็ได้ตามใจ

กฎหมายเปิดทางให้ผู้ขาย ตรวจดูอาการมึนเมาเท่าที่จำเป็นและสมควร
เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่า
ลูกค้าคนนี้ยังขายได้
หรือควรงดขายแล้ว

พูดง่าย ๆ คือ
กฎหมายไม่ได้ให้คนขายเดาเอาเองลอย ๆ ว่า
“คนนี้น่าจะเมา”
แต่มีหลักเกณฑ์ออกมาชัดเจนว่า
ถ้าผู้ซื้อมีอาการบางอย่าง
คนขายก็ใช้พิจารณาได้ว่าเข้าข่ายมึนเมาหรือไม่

📌 จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัด
กฎหมายนี้เป็นเรื่อง การดูอาการมึนเมาก่อนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ไม่ใช่กฎหมายเรื่อง เป่าวัดแอลกอฮอล์คดีเมาแล้วขับ

ดังนั้น คนขายทำได้แค่
ตรวจดูอาการเท่าที่จำเป็นและสมควร
เพื่อใช้ตัดสินใจว่า จะขายหรือไม่ขาย
ไม่ใช่มีอำนาจค้นตัว
และไม่ใช่มีอำนาจบังคับตรวจแบบเจ้าพนักงาน

⚖️ ร้านเหล้า ร้านเบียร์ หรือร้านสะดวกซื้อ
ดูได้หรือไม่ว่า ลูกค้า “เมาแล้วหรือยัง” ก่อนขายแอลกอฮอล์?

คำตอบคือ ดูได้ครับ ✅
แต่ไม่ใช่ว่า คนขายจะมีอำนาจตรวจอะไรก็ได้ตามใจ

กฎหมายเปิดทางให้ผู้ขาย ตรวจดูอาการมึนเมาเท่าที่จำเป็นและสมควร
เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่า
ลูกค้าคนนี้ยังขายได้
หรือควรงดขายแล้ว

พูดง่าย ๆ คือ
กฎหมายไม่ได้ให้คนขายเดาเอาเองลอย ๆ ว่า
“คนนี้น่าจะเมา”
แต่มีหลักเกณฑ์ออกมาชัดเจนว่า
ถ้าผู้ซื้อมีอาการบางอย่าง
คนขายก็ใช้พิจารณาได้ว่าเข้าข่ายมึนเมาหรือไม่

🍺 อาการที่สังเกตได้ เช่น

มีกลิ่นแอลกอฮอล์จากร่างกาย

เดินเซ

ยืนไม่มั่นคง

พูดไม่ชัด

พูดอ้อแอ้

พูดซ้ำ

อารมณ์แปรปรวน

ก้าวร้าว

สับสน

หรือง่วงซึมจนดูผิดปกติ

🧪 วิธีตรวจอาการเบื้องต้น ที่ประกาศกำหนดไว้ เช่น
✅ การแตะจมูกตัวเอง
✅ การเดินต่อเท้าไปตามแนวเส้นตรง
✅ การยืนขาเดียวพร้อมนับเลข

วิธีพวกนี้ใช้เพื่อดูว่า
ผู้ซื้อยังควบคุมร่างกาย การทรงตัว และสติได้ดีอยู่หรือไม่
ถ้าทำไม่ได้ชัดเจน
ก็อาจสะท้อนว่ามีอาการมึนเมาแล้ว

📌 จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัด
กฎหมายนี้เป็นเรื่อง การดูอาการมึนเมาก่อนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ไม่ใช่กฎหมายเรื่อง เป่าวัดแอลกอฮอล์คดีเมาแล้วขับ

ดังนั้น คนขายทำได้แค่
ตรวจดูอาการเท่าที่จำเป็นและสมควร
เพื่อใช้ตัดสินใจว่า จะขายหรือไม่ขาย
ไม่ใช่มีอำนาจค้นตัว
และไม่ใช่มีอำนาจบังคับตรวจแบบเจ้าพนักงาน

📝 สรุปสั้น ๆ

คนขาย ตรวจดูอาการมึนเมาได้

แต่ต้องทำ เท่าที่จำเป็นและสมควร

มีเกณฑ์ดูทั้ง อาการที่แสดงออก และ วิธีทดสอบเบื้องต้น

ใช้เพื่อพิจารณาว่า ควรขายหรือควรงดขาย

ไม่ใช่ การเป่าวัดแอลกอฮอล์แบบคดีเมาแล้วขับ

ไม่ใช่ อำนาจค้นตัวหรือบังคับตรวจลูกค้าตามใจ

📚 บรรณานุกรม

1. กรมควบคุมโรค. พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

2. กรมควบคุมโรค. พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

3. ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา พ.ศ. 2569

4. กรมควบคุมโรค. รายงานผลการรับฟังความคิดเห็น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ร่างประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา พ.ศ. .... เผยแพร่วันที่ 5 มีนาคม 2569

#ฎีกาศึกษา

ที่อยู่

ซ. ลาดพร้าว 112 ถ. ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+6629351458

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมาย นิติแสนยากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานกฎหมาย นิติแสนยากร:

แชร์