กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ

กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ

02/03/2026

📍สำหรับท่านที่เตรียมสอบเนติบัณทิต ภาค 2 สมัยที่ 78 คำพิพากษาที่น่าสนใจจากคำบรรยายกฎหมายล้มละลาย โดยอาจารย์ ดร.กนก จุลมนต์ ครั้งที่ 15

🔥 คำพิพากษาฎีกาที่ 2498/2559

➡️ โจทก์ฟ้องกองมรดกของจำเลยที่ 5 โดย ฐ. จำเลยที่ 4 ในฐานะทายาท จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 5 มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นเพียงพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยที่ 5 ไม่มีหน้าที่แก้คดีแทน ตามคำให้การของจำเลยที่ 4 ปฏิเสธว่าจำเลยที่ 4 ไม่ใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์ของจำเลยที่ 5 ที่ตาย หรือว่าตนไม่ยอมรับฐานะเช่นนั้นตามกฎหมาย ศาลจึงต้องไต่สวนให้ได้ความดังกล่าวและมีคำสั่งตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 83 วรรคสอง แต่ศาลล้มละลายกลางมิได้ดำเนินการ คงพิจารณาสืบพยานโจทก์ไป จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลฎีกาสมควรให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับจำเลยที่ 5 เสียตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 (เดิม) และให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องและมีคำพิพากษาใหม่เฉพาะจำเลยที่ 5

⏩️ จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในวันฟ้องคดี จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างจำเลยที่ 1 ไม่มีจำกัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1070, 1077 (2) ประกอบ 1087 เมื่อศาลพิจารณาและได้ความว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัวและมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาด โดยที่ฟ้องของโจทก์มีคำขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้วเช่นนี้ โจทก์ไม่ต้องนำสืบว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว ถือได้ว่าโจทก์มีคำขอให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดล้มละลายตามห้างจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 โดยโจทก์ไม่จำต้องมีคำขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายในภายหลังอีก

⏩️ คดีนี้นับแต่เสร็จการพิจารณา ศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งวันที่ 13 ธันวาคม 2553 ครั้นถึงวันนัดจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอ้างว่าได้เจรจาขอประนอมหนี้กับโจทก์ และขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งออกไปอีกหลายนัด ครั้งสุดท้ายศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งวันที่ 19 ธันวาคม 2555 อันเป็นเวลาภายหลังเสร็จการพิจารณานานถึง 2 ปีเศษ ซึ่งเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ได้กระทำโดยเร็วตามที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้

🔥 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3990/2560

➡️ คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่ดำเนินการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องนั้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (เดิม) แต่ศาลฎีกาพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ร้องที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ดังกล่าวแล้ว กรณีมีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ (เดิม) จึงให้รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้พิจารณา

⏩️ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ผู้คัดค้านแต่เพียงผู้เดียวมีอำนาจในการรวบรวมและจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ผู้คัดค้านมีอำนาจดำเนินการ คือ ทรัพย์สินตามที่บัญญัติไว้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 ซึ่งรวมถึงทรัพย์ทุกประเภทของลูกหนี้ที่มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตามมาตรา 109 (1) ไม่ว่าทรัพย์นั้นจะเป็นหลักประกันแก่เจ้าหนี้รายใดหรือไม่ ผู้คัดค้านย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินดังกล่าวของลูกหนี้เข้ากองทรัพย์สินเพื่อจัดการได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา 110 วรรคสาม หรือผู้คัดค้านได้สละสิทธิทรัพย์สินดังกล่าว การที่ผู้คัดค้านจะสละสิทธิทรัพย์สินใดของลูกหนี้ต้องปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับความเห็นชอบจากกรรมการเจ้าหนี้ตามมาตรา 145 (3) แล้ว และกรณีที่ลูกหนี้ได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เมื่อเจ้าหนี้ยังมิได้รับชำระหนี้ครบถ้วน ผู้คัดค้านก็ยังคงมีอำนาจในการรวบรวมและจัดการทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่ก่อนที่จะได้รับการปลดจากล้มละลายเพื่อนำมาชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายต่อไปได้ ดังนั้น เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์หลักประกันเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้มีมาก่อนล้มละลาย และไม่ปรากฏว่ากรรมการเจ้าหนี้มีมติเห็นชอบให้ผู้คัดค้านสละสิทธิในที่ดินดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 145 (3) ผู้คัดค้านจึงยังคงต้องมีอำนาจหน้าที่ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินดังกล่าว เมื่อผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเลือกที่จะใช้สิทธิมายื่นคำร้องให้ผู้คัดค้านดำเนินการบังคับบุริมสิทธิของผู้ร้องกับที่ดินดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงต้องรับคำร้องเพื่อดำเนินการสอบสวนสิทธิของผู้ร้อง และยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดต่อไป./

🔥 คำพิพากษาฎีกาที่ 2647/2566

➡️ ลูกหนี้ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยคดีนี้ แต่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดไม่มีผลกระทบถึงสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันในการบังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 110 วรรคสาม เมื่อโจทก์เป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือทรัพย์สินซึ่งจำนองของลูกหนี้ จึงย่อมมีสิทธิเลือกที่จะยื่นคำขอชำระหนี้ในคดีล้มละลายหรือไม่ก็ได้ หากโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเพราะเห็นว่าหลักประกันที่มีอยู่นั้นคุ้มกับจำนวนหนี้ โจทก์ก็ยังคงครองสิทธิจำนองเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันอยู่ในลำดับเดิมต่อไป เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย โจทก์ย่อมมีสิทธินำหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อโจทก์มาฟ้องบังคับจำนองในคดีแพ่งได้เอง โดยหาจำต้องขอบังคับบุริมสิทธิตามมาตรา 95 หรือต้องขอมติที่ประชุมเจ้าหนี้ก่อนไม่ เมื่อทรัพย์จำนองเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้มีมาก่อนล้มละลายและไม่ปรากฏว่ากรรมการเจ้าหนี้มีมติเห็นชอบให้สละสิทธิในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวตามมาตรา 145 (3) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายอยู่ในอำนาจจัดการของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง./

🔥 คำพิพากษาฎีกาที่ 1463/2567

➡️ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าหนี้ไม่มีประกันเป็นเจ้าหนี้มีประกันโดยขอเพิ่มเติมหลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 12446 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 12446 ของจำเลยด้วย แต่ผู้ร้องไม่ได้แจ้งว่าเป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินดังกล่าวโดยการละเว้นนั้นเกิดขึ้นโดยพลั้งเผลอ กรณีต้องตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 97 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องโดยเห็นว่าการละเว้นนั้นไม่น่าเชื่อว่าเกิดจากการพลั้งเผลอและคดีถึงที่สุดแล้ว คำสั่งศาลล้มละลายกลางดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันผู้ร้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14 และมีผลให้ผู้ร้องจะต้องคืนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันดังกล่าวแก่ผู้คัดค้านและสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันนั้นเป็นอันระงับสิ้นไป ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 97 ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 12446 ที่จะขอใช้สิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 ได้./


🔥 คำพิพากษาฎีกาที่ 3486/2568

➡️ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 63 เมื่อศาลมีคําสังเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของลูกหนี้ ให้ศาลมีคําสั่งยกเลิกการล้มละลายและให้ลูกหนี้กลับมีอํานาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน คําสั่งของศาลดังกล่าวย่อมมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากภาวะล้มละลายและมีอํานาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดได้ต่อไป และมีผลผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดในเรื่องหนี้ซึ่งอาจขอรับชําระหนี้ได้ ตามมาตรา 63 ประกอบมาตรา 56 โดย ลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามที่ได้ตกลงไว้ในการประนอมหนี้ เมือลูกหนี้ชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายครบ ถ้วนตามคําขอประนอมหนี้แล้ว หนี้ส่วนที่ขาดตามที่เจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระไว้ ลูกหนี้ย่อมได้รับการปลดเปลื้องไปด้วยผลของการประนอมหนี้ ส่วนการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลูกหนี่ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้วพ้นจากการล้มละลายทันทีที่พ้นกําหนดระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย ซึ่งมีผลทําให้ลูกหนี้พ้นจากภาวะการเป็นบุคคลล้มละลาย หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวงอันอาจขอรับชําระหนี้ได้ เว้นแต่หนี้ที่กําหนดไว้ตาม มาตรา 77 (1) และ (2) และกลับมีอํานาจจัดการทรัพย์สินของตนที่จะได้มาภายหลังการปลดจากล้มละลายอีกครั้ง การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตามมาตรา 63 และการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/1 จึงมีความมุ่งหมายในการบังคับใช้แตกต่างกัน และเป็นคนละขั้นตอนกัน ประกอบกับบทบัญญัติในส่วนที่ 8 การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย มาตรา 63 มิได้บัญญัติห้ามไว้ โดยชัดแจ้งว่า หากลูกหนี้ใกล้จะได้รับการปลดจากล้มละลายแล้ว ห้ามมิให้ยื่นคําขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย ทั้งมิได้จํากัดระยะเวลาในการยื่นคําขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายไว้ เมื่อจําเลยยื่นคําขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อผู้คัดค้านขณะที่ยังไม่ได้รับการปลดจากล้มละลาย แม้จะกระทําก่อนที่จะได้รับการปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมายเพียงหนึ่งวัน ก็มิใช่เหตุ ที่ผู้คัดค้านจะปฏิเสธไม่รับคําขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจําเลยได้ คําสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่รับคําขอประนอมหนี้ของจําเลยจึงไม่ชอบ./

🖋️เพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ

#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#สอบเนติ
#เพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาน่าสนใจ

🔥คำพิพากษาฎีกาใหม่ ฎีกาที่ 304/2568🔥     📍 ประเด็นหลักในคดีนี้ คือ มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้...
22/07/2025

🔥คำพิพากษาฎีกาใหม่ ฎีกาที่ 304/2568🔥

📍 ประเด็นหลักในคดีนี้ คือ มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/3

⏩️ โดยหลักแล้วการฟื้นฟูกิจการนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ซึ่งประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวได้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้กิจการของลูกหนี้กับคืนสู่สภาพที่สามารถดำเนินกิจการตามปกติต่อไปได้

⏩️ และการจะพิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้หรือไม่ย่อมหมายความว่า ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการที่มีการเสนอแผนดังกล่าวนั้นจะทำให้กิจการของลูกหนี้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่สามารถดำเนินกิจการตามปกติที่ไม่มีหนี้สินต่อไปได้หรือไม่

⏩️ แต่เมื่อพิจารณาจากงบแสดงฐานะทางการเงินของลูกหนี้แล้วพบว่าสถานะทางการเงินของลูกหนี้มียอดขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่มีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี 

⏩️ ประกอบกับไม่มีสถาบันการเงินใดให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุนหรือมีแหล่งเงินกู้เพิ่มเติมแก่ลูกหนี้เพื่อใช้จ่ายเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอันจะขอให้เกิดรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ทั้งหมดทั้งรายได้หลักของลูกหนี้มีเพียงค่าเช่าและค่าบริการเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ทั้งหมดจำนวนกว่า 4,000 ล้านบาทได้

▶️ ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ที่ประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน การบริหารจัดการของลูกหนี้ การถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดีหลายราย หรือรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ที่มีจำนวนมากได้ทั้งหมด กรณีย่อมไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้

🔥 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอ (คำร้องขอฟื้นฟูกิจการ)./

👉คดีนี้ศาลชั้นยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
👉ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
👉ศาลฎีกา พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
👉ฎีกานี้แอดมินทำตั้งแต่ศาลชั้นต้นถึงฎีกา😎😁

#ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#คดีฟื้นฟูกิจการ #คดีล้มละลาย

ในคดีฟื้นฟูกิจการเมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไว้พิจารณาแล้ว โดยลูกหนี้จะต้องส่งสำเนาคำร...
07/05/2025

ในคดีฟื้นฟูกิจการเมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไว้พิจารณาแล้ว โดยลูกหนี้จะต้องส่งสำเนาคำร้องให้กับบรรดาเจ้าหนี้ทุกรายทราบ ดังนั้น หากเจ้าหนี้รายใดไม่เห็นด้วยกับการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลภายในภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 90/9 วรรคสาม

โดยประเด็นการคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการจะมีประเด็นหลักๆ เช่น

1️⃣ ลูกหนี้ไม่ใช่บุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือลูกหนี้ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ได้ตามกำหนดตามมาตรา 90/3 โดยประเด็นนี้ในเบื้องต้นต้องพิจารณาสถานะทางการเงินจากงบการเงินของลูกหนี้เป็นหลักในการคัดค้าน (ดูตามแนวฎีกาที่ 402/2562)

2️⃣ คำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะฟื้นฟูกิจการ (ดูตามแนวฎีกาที่ 8428/2544 , ฎีกาที่ 1933/2548, ฎีกาที่ 133/2555 ,ฎีกาที่ 8271/2559)

3️⃣ คำร้องขอในการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกกิจการได้ (ดูตามแนวฎีกาที่ 8428/2544 , ฎีกาที่ 1933/2548 , ฎีกาที่ 133/2555 ,ฎีกาที่ 8271/2559)

4️⃣ ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยไม่สุจริต เช่น การยื่นคำร้องเพียงเพื่อให้เกิดสภาวะผลการชำระหนี้ตามมาตรา 90/12 เท่านั้น หรือการที่ลูกหนี้จงใจไม่ระบุรายชื่อเจ้าหนี้บางรายไว้ในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 90/6 วรรคสี่

5️⃣ บุคคลที่ลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผน ไม่มีความเหมาะสม ไม่สมควรที่จะเป็นผู้ทำแผนของลูกหนี้ และมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้ทำแผนตามกฏหมาย เป็นต้น

ดังนั้น ทางเพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการจึงขอนำตัวอย่างคำร้องคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมาเพื่อให้สมาชิกผู้ติดตามได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการร่างคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อไป ⏩️⏩️

#กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#การฟื้นฟูกิจการ #คัดค้านการฟื้นฟูกิจการ

▶️ การยกเลิกการล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 135 (2)     📍 คำพิพากษาฎีกาที่ 4549/2547 ศาลชั้นต้นมีคำส...
22/04/2025

▶️ การยกเลิกการล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 135 (2)

📍 คำพิพากษาฎีกาที่ 4549/2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาดแล้ว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลาย ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลชั้นต้นว่าได้ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือพิมพ์รายวันและราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อครบกำหนดการยื่นคำขอรับชำระหนี้ไม่มีเจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 135 (2) ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอ ดังนั้น ศาลชั้นต้นชอบที่จะแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายทราบ เนื่องจากคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวมีผลทันที จำเลยทั้งสี่ย่อมหลุดพ้นจากการล้มละลายกลับสู่ฐานะเดิม การที่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยทั้งสี่ให้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายทราบเพื่อจำหน่ายคดีออกจากสารระบบความ และต่อมาศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายมีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสิ้นเด็ดขาดจึงไม่ชอบ./

📣 ข้อสังเกตเพิ่มเติม
➡️ คดีล้มละลายที่มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว แต่ต่อมาเจ้าหนี้ถอนคำขอรับชำระหนี้จนกระทั่งไม่มีเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้คงเหลืออยู่เลย กรณีดังกล่าวก็ถือว่าเป็นคดีล้มละลายที่ไม่มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้อันจะเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลศาลเพื่อขอให้ยกยกเลิกการล้มละลายของลูกหนี้ได้เช่นกัน

❗️พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483
มาตรา 135 เมื่อผู้มีส่วนได้เสีย หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลายได้ ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) ...
(2) ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย

#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#การยกเลิกการล้มละลาย

📣 ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจในการเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต ในประเด็นการขออนุญาตศาลล้มละลายกลางเพื่อฟ้องลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการเป็น...
25/03/2025

📣 ฎีกาใหม่ที่น่าสนใจในการเตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต ในประเด็นการขออนุญาตศาลล้มละลายกลางเพื่อฟ้องลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการเป็นคดีแพ่งต้องศึกษาตามฎีกาที่ 2249-2250/2566

⚖️...เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำคำสั่งรับคำร้อง ขอให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ไว้แล้ว การที่โจทก์จะยื่นฟ้องคดีแพ่งซึ่งมิได้เป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าปกติของโจทก์สามารถดำเนินต่อไปได้ แต่เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดภาระแก่ทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ โจทก์จะยื่นฟ้องคดีแพ่งได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางเท่านั้น เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแพ่งโดยได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง...⚖️

🔥 คำพิพากษาฎีกาที่ 2249-2250/2566 คำฟ้องคดีแพ่งของโจทก์ทั้งสองสำนวนยื่นฟ้องเรียกเอาทรัพย์คืนภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของโจทก์ไว้พิจารณาโดยอ้างว่าจำเลยทั้งเก้าได้รับทรัพย์สินของโจทก์ไป โดยมีการกระทำอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำหรือละเว้นการกระทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของโจทก์เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ และขอให้บังคับจำเลยทั้งเก้าคืนทรัพย์ซึ่งเป็นเงินอันเป็นทรัพย์ของโจทก์ ซึ่งหากโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีก็อาจมีผลกระทบต่อกองทรัพย์สินของโจทก์ หรือโจทก์อาจต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนฝ่ายจำเลยทั้งเก้าผู้ถูกฟ้องคดี จึงมิได้เป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของโจทก์สามารถดำเนินต่อไปได้ แต่เป็นการกระทำที่อาจก่อให้เกิดภาระแก่ทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ โจทก์จะยื่นฟ้องได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลล้มละลายกลางอันเป็นศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของโจทก์ก่อน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (9)

โจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่งเรื่องแรกในวันเดียวกันกับวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของโจทก์ ซึ่งสภาวะพักการชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (9) ย่อมเกิดขึ้นในวันดังกล่าว ส่วนคดีแพ่งเรื่องหลังโจทก์ยื่นฟ้องภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว เมื่อคดีทั้งสองสำนวนโจทก์ยื่นฟ้องโดยไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลล้มละลายกลาง และศาลล้มละลายกลางไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา 90/13 เป็นการฟ้องคดีต่อศาลโดยขณะยื่นฟ้องโจทก์ไม่มีอำนาจ แม้ภายหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของโจทก์และอำนาจในการบริหารกิจการของโจทก์กลับคืนมาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 และมาตรา 90/76 แล้ว ก็หามีผลทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งไม่มีในขณะยื่นคำฟ้องกลับมีขึ้นในภายหลังได้ไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีแพ่งทั้งสองสำนวน./

✍️ เพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ

#กฎหมายล้มละลาย #กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาใหม่ปี2566

➡️ หนี้ที่ผู้ทำแผนก่อขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้สามารถฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจ...
25/03/2025

➡️ หนี้ที่ผู้ทำแผนก่อขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้สามารถฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ./

⚖️...หนี้ที่ผู้ทำแผนก่อขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ บทบัญญัติมาตรา 90/62 (1) จึงบัญญัติให้เจ้าหนี้ในมูลหนี้ที่ผู้ทำแผนก่อขึ้นไม่ต้องขอรับชำระหนี้ โดยให้เจ้าหนี้มีอำนาจฟ้องลูกหนี้ (โดยผู้ทำแผน) เป็นคดีแพ่งเพื่อให้ชำระหนี้ต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้ ไม่ใช่ฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง...⚖️

📍คำพิพากษาฎีกาที่ 6340/2548 สัญญาเช่าซื้อระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่กำหนดชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือนภายในวันที่ที่ระบุไว้ทุกเดือนจนกว่าจะครบ หนี้ค่าเช่าซื้อย่อมเกิดขึ้นตามกำหนดตลอดเวลาที่มีการผูกพันกันตามสัญญา เมื่อลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนด้วย ค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือจึงเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าหนี้ไม่อาจนำหนี้ค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือมาขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 90/26 และมาตรา 90/27 หากหนี้ค่าเช่าซื้อดังกล่าวมิได้กำหนดไว้ในแผนและลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้โดยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อภายหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนจนถึงก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้โดยอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 90/12 (4) และมาตรา 90/13 หรือหากผิดนัดชำระหนี้ค่าเช่าซื้อภายหลังจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/26./

เพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ ✍️

#กฎหมายล้มละลาย #กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ

👉 ฎีกาใหม่วิชากฎหมายล้มละลายทีน่าสนใจสำหรับผู้เตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต
25/03/2025

👉 ฎีกาใหม่วิชากฎหมายล้มละลายทีน่าสนใจสำหรับผู้เตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต

▶️ การที่เจ้าหนี้มีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรและไม่มีตัวแทนในประเทศไทย ประกอบกับในช่วงกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรณีถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ภายใน 2 เดือน จึงมีเหตุที่ศาลจะอนุญาตให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91/1 ได้

▶️ คำพิพากษาฎีกาที่ 275/2567 ผู้ร้องเป็นชาวต่างประเทศมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรไม่มีตัวแทนในประเทศไทย ประกอบกับช่วงเวลาที่กำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งหลายยื่นคำขอรับชำระหนี้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดได้ ทั้งเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มคลี่คลาย ผู้ร้องได้รีบดำเนินการมอบอำนาจให้ อ. ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทันที กรณีกรณีมีเหตุอันสมควรให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1

#กฎหมายล้มละลาย #กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาใหม่
#ฎีกาเตรียมสอบเนติบัณฑิต

📣 แม้จะไม่ใช่คำพิพากษาฎีกาใหม่ แต่ในการเตรียมตัวสอบวิชากฎหมายฟื้นฟูกิจการแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้าใจมูลหนี้ที่เกิดขึ้นใน 3...
25/03/2025

📣 แม้จะไม่ใช่คำพิพากษาฎีกาใหม่ แต่ในการเตรียมตัวสอบวิชากฎหมายฟื้นฟูกิจการแล้วจำเป็นที่จะต้องเข้าใจมูลหนี้ที่เกิดขึ้นใน 3 ช่วงเวลาให้ถูกต้อง ซึ่งแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 7031/2546 ได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนแล้ว./

⚖️...เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างไรจะเป็นไปตามช่วงระยะเวลาของการเกิดมูลหนี้นั้นๆ ซึ่งแบ่งมูลหนี้ออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน โดยมูลหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และแผนฟื้นฟูกิจการมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อันเป็นมูลหนี้ช่วงที่ 3 เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ...⚖️

📍คำพิพากษาฎีกาที่ 7031/2546 การที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนพิจารณาคดีฟื้นฟูกิจการอาจแบ่งตามมูลหนี้ที่เกิดขึ้นได้เป็น 3 ช่วง
#ช่วงแรก มูลหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและหนี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนอันเจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/26 และมาตรา 90/27
#ช่วงที่สอง หนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนจนถึงก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน หากว่าหนี้ส่วนนี้มิได้กำหนดไว้ในแผนเป็นอย่างอื่น เจ้าหนี้ก็สามารถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งได้โดยอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 90/12(4)(5) และมาตรา 90/13
#ช่วงที่สาม หนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน เมื่อแผนฟื้นฟูกิจการมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/62
เจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางอ้างว่าลูกหนี้ทำสัญญายืมใบหุ้นสามัญของเจ้าหนี้เพื่อนำไปเป็นหลักประกันหนี้ที่ลูกหนี้มีต่อธนาคาร โดยลูกหนี้สัญญาว่าจะจ่ายค่าธรรมเนียมรวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่เจ้าหนี้ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาตลาดหุ้นสามัญโดยคิดคำนวณจากราคาปิดเฉลี่ยของแต่ละเดือน หนี้ดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนโดยคิดค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ซึ่งเกิดขึ้นตามกำหนดเป็นระยะตลอดเวลาที่มีการผูกพันตามสัญญา เมื่อหนี้ค่าธรรมเนียมนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2544 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 จำนวน 5,314,827.72 บาท และนับจากวันที่ 1 ธันวาคม2544 จนกว่าสัญญาการยืมใบหุ้นสามัญสิ้นสุดลงเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว และแผนฟื้นฟูกิจการมิได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ เจ้าหนี้จึงหาอาจมีคำขอในคดีฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางให้สั่งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวได้ไม่ เจ้าหนี้ต้องไปดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจ./

วีรวัติ สามปั้น ✍️

#เพจกฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
#กฎหมายล้มละลาย #กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#การได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ที่ฟื้นฟูกิจการ
#หนี้สามช่วง

22/03/2025

🔥สำหรับท่านที่เตรียมตัวสอบเนติบัณฑิต ภาค 2 สมัยที่ 76

‼️ คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจตามคำบรรยายกฎหมายล้มละลาย ครั้งที่ 14 โดยท่านอาจารย์ ดร.กนก จุลมนต์ แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลักๆ ดังนี้

1️⃣ การฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 3099/2558 จำเลยทั้งสิบเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง จำเลยที่ 1 และที่ 8 ซึ่งเป็นคู่ความย่อมต้องผูกพันในกระบวนกระบวนพิจารณาของศาลนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนกว่าคำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสีย ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้พิพากษาแก้ไขหรือกลับ จำเลยที่ 1 และที่ 8 ในฐานะลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าว ประกอบกับหนี้ดังกล่าวสามารถที่จะคิดคำนวณได้ถึงวันฟ้องว่ามีจำนวนเท่าใดถือได้ว่าเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 9 (3) แล้ว การที่จำเลยที่ 1 และที่ 8 อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวหาทำให้หนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนแล้วกลับกลายเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไปไม่ และเมื่อหนี้ดังกล่าวมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและไม่น้อยกว่าสองล้านบาทสำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์ย่อมมีอำนาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยที่หนึ่งและที่แปดล้มละลายได้

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 540/2566 หนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าซึ่งโจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมตามสำเนาใบแจ้งหนี้มิใช่หนี้ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาหรือหนี้ละเมิดที่กฎหมายให้อำนาจแก่ศาลเป็นผู้กำหนดชดใช้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 222 และมาตรา 438 อันทำให้หนี้นั้นเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ประกอบกับจำเลยไม่โต้แย้งว่ามิได้เป็นหนี้โจทก์ เช่นนี้ฟังได้ว่านี่ค่าซ่อมแซมความเสียหายตามสำเนาใบแจ้งหนี้ของโจทก์เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โดยหากจำต้องรอให้ศาลในคดีแพ่งพิพากษากำหนดจำนวนหนี้โจทก์คดีคดีถึงที่สุดแล้วนำมาฟ้องคดีล้มละลายไม่ โจทก์ย่อมมีสิทธินำหนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าคำนวณรวมกับหนี้อื่นที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์มาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้ 

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 212/2567 หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดลองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งสั่งซื้อจากโจทก์สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอน ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าโจทก์และจำเลยเป็นหุ้นส่วนกันและจำเลยอาจใช้สิทธิ์หักกบหลบหนี้ได้หาทำให้หนี้ตามฟ้องของโจทก์กลับกลายเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนอีกไม่ ทั้งหนี้ที่นำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 9 (3) จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือให้ศาลในคดีแพ่งมีคำพิพากษาก่อน เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ในมูลหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่น้อยกว่าสองล้านบาทโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 9 (3)

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 540/2567 พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 9 (3) บัญญัติเพียงว่าเจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคต หาได้บัญญัติว่าหนี้นั้นศาลต้องพิพากษากำหนดกำหนดแน่นอนเสียก่อนไม่ และในการพิจารณาคดีล้มละลายจำเลยก็สามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกับในการพิจารณาคดีแพ่ง ดังนั้น โจทก์ไม่จำต้องนำหนี้ไปฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งก่อนที่จะฟ้องคดีล้มละลาย เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา หนี้ตามฟ้องจึงเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท โจทก์ย่อมมีอำนาจนำมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้ 

2️⃣ การประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่น

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 9263/2559 การเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถามความประสงค์ของเจ้าหนี้ในการดำเนินการแก่ที่ดินพิพาทเพื่อให้การดำเนินคดีล้มละลายสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดหัวข้อประชุมให้เจ้าหนี้แถลงความประสงค์เกี่ยวกับที่ดินทั้งสองแปลงและระบุเงื่อนไขว่าหากเจ้าหนี้ไม่มาประชุมหรือไม่แถลงตามกำหนดจะถือว่าไม่ประสงค์ดำเนินการแก่ทรัพย์ดังกล่าวและไม่คัดค้านการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานขอให้ศาลมีคำสั่งปิดคดี เมื่อถึงกำหนดวันนัดฯ ไม่มีเจ้าหนี้รายใดมาประชุมจึงถือว่าเจ้าหนี้ได้สละสิทธิที่จะดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินพิพาทโดยปริยาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ได้อีกต่อไป 

👉 *คำพิพากษาฎีกาที่ 2801/2567 (ประชุมใหญ่) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านมีอำนาจนำเรื่องที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันขอให้ผู้คัดค้านบังคับหลักประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 95 เข้าที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณา และเมื่อการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นตามมาตรา 32 ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ประสงค์ดำเนินการแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและให้เจ้าหนี้มาตรา 95 ไปใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอาจเป็นหลักประกันตามกฏหมายอื่นต่อไป เช่นนี้มีผลเป็นการสละสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามมาตรา 145 (3) ที่ดินพิพาทย่อมมิใช่ทรัพย์สินในกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่ผู้คัดค้านมีหน้าที่รวบรวมนำมาขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นนำเงินมาแบ่งแก่บรรดาเจ้าหนี้ ดังนั้นผู้คัดค้านไม่มีหน้าที่ยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่ผู้ร้อง 

3️⃣ การขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มีประกัน

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 3779/2560 เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ 2 เด็ดขาด ผู้คัดค้านแต่เพียงผู้เดียวมีอำนาจในการรวบรวมและจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 22 ซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ 2 ที่ผู้คัดค้านมีอำนาจดำเนินการ คือ ทรัพย์สินตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 109 ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทั้งหลายอันลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตามมาตรา 109 (1) ไม่ว่าทรัพย์นั้นจะเป็นหลักประกันแก่เจ้าหนี้รายใดหรือไม่ ผู้คัดค้านย่อมมีอำนาจรวบรวมทรัพย์สินดังกล่าวของลูกหนี้เข้ากองทรัพย์สินเพื่อจัดการได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา 110 การที่ผู้คัดค้านจะสละสิทธิไม่ดำเนินการกับทรัพย์สินใดของลูกหนี้ได้ต้องปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับความเห็นชอบจากกรรมการเจ้าหนี้ตามมาตรา 145 แล้ว 
ที่ดินแปลงพิพาทเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้ที่ 2 มีมาก่อนล้มละลายและไม่ปรากฏว่ากรรมการเจ้าหนี้มีมติเห็นชอบให้ผู้คัดค้านสละสิทธิในที่ดินดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงยังคงมีหน้าที่ในการรวบรวมจัดการทรัพย์สินดังกล่าวโดยไม่คำนึงว่าทรัพย์ดังกล่าวจะเป็นหลักประกันของเจ้าหนี้และราคาทรัพย์สินมีมูลค่าน้อยกว่าภาระหนี้หรือไม่ เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิเหนือหลักประกันโดยไม่จำต้องขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามมาตรา 95 เรียกใช้สิทธิยื่นคำขอให้ผู้คัดค้านดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองแทนการใช้สิทธิบังคับคดีในคดีแพ่ง ผู้คัดค้านจำต้องรับคำร้องดำเนินการสอบสวนสิทธิของผู้ร้องและยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดต่อไป 

4️⃣ การตรวจคำขอรับชำระหนี้และการสอบสวนคำขอรับชำระหนี้

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 8164/2560 แม้จำนองเป็นทรัพยสิทธิซึ่งจะระงับสิ้นไปก็แล้วแต่โดยโดยกรณีต้องตาม ป.พ.พ.มาตรา 744 ที่บัญญัติเหตุจำนองระงับไว้ใน (1) ถึง (6) ก็ตาม แต่การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายนั้น เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ามูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้นั้นมีอยู่จริงก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และลูกหนี้ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าวดังกล่าว ทั้งเป็นหนี้ที่ต้องห้ามมิให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้และเจ้าหนี้ยังต้อง นำสืบถึงมูลหนี้ที่ค้างชำระอยู่ถึงวันที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ไม่สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติมทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจพิจารณาภาระหนี้ของเจ้าหนี้ได้ ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ืรัพย์มีความเห็นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 96 (3) จึงชอบแล้ว ส่วนบุริมสิทธิในทางจำนองเหนือที่ดินทรัพย์หลักประกันหากเจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิจะบังคับแก่หลักประกันเพียงใด ก็ชอบที่จะไปใช้สิทธิของตนในทางแพ่งต่อไป

👉 คำพิพากษาฎีกาที่ 1746/2564 เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 96 (3) ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาในฐานะเจ้าหนี้มีประกันโดยมีเพียงสำเนาคำพิพากษาแนบท้ายคำขอรับชำระหนี้ซึ่งสำเนาเอกสารดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่ศาลรับรองความถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (3) พยานหลักฐานดังกล่าวจึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้ตามจำนวนที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้มา เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ตามที่ศาลมีคำคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่นำพยานมาให้การสอบสวนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ใช่เหตุที่ทำให้หนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. บรรพ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ การจำนองไม่รับสิ้นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 744 เจ้าหนี้จึงยังคงมีฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกันมีสิทธิในการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่จำนองนั้นได้./

#เนติบัณฑิต #สอบเน
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาน่าสนใจ

▶️ การที่เจ้าหนี้มีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรและไม่มีตัวแทนในประเทศไทย ประกอบกับในช่วงกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำ...
17/09/2024

▶️ การที่เจ้าหนี้มีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรและไม่มีตัวแทนในประเทศไทย ประกอบกับในช่วงกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรณีถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ภายใน 2 เดือน จึงมีเหตุที่ศาลจะอนุญาตให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91/1 ได้

▶️ คำพิพากษาฎีกาที่ 275/2567 ผู้ร้องเป็นชาวต่างประเทศมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรไม่มีตัวแทนในประเทศไทย ประกอบกับช่วงเวลาที่กำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งหลายยื่นคำขอรับชำระหนี้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดได้ ทั้งเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มคลี่คลาย ผู้ร้องได้รีบดำเนินการมอบอำนาจให้ อ. ยื่นคำขอรับชำระหนี้ทันที กรณีกรณีมีเหตุอันสมควรให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1

#กฎหมายล้มละลาย #กฎหมายฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาล้มละลาย #ฎีกาฟื้นฟูกิจการ
#ฎีกาใหม่
#ฎีกาเตรียมสอบเนติบัณฑิต

ที่อยู่

เสรีไทย 38
Bangkok
10230

เบอร์โทรศัพท์

+66842492829

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ:

แชร์

ประเภท