04/11/2025
การไกล่เกลี่ยบังคับคดีและแบบฟอร์ม
การไกล่เกลี่ย ( ตอนที่1)
คือกระบวนการที่คู่กรณี (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษา) เจรจาหาทางยุติข้อพิพาทหลังศาลมีคำพิพากษา โดยมีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลางช่วยเหลือเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา โดยผู้ไกล่เกลี่ยไม่มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาท แต่จะช่วยแนะนำทางเลือกในการตกลงกันเองของคู่กรณี
กระบวนการนี้มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
1. การยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ย
หลังศาลพิพากษา คู่กรณีสามารถยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยต่อกรมบังคับคดี ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการบังคับคดีจริง (เรียกว่า ไกล่เกลี่ยก่อนการบังคับคดี) หรือแม้ภายหลังเริ่มการบังคับคดีไปแล้วก็ยังยื่นขอไกล่เกลี่ยได้ (เรียกว่า ไกล่เกลี่ยหลังการบังคับคดี) การยื่นคำร้องทำได้ที่ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกรมบังคับคดี หรือ สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ
2. การเตรียมคดีและการนัดหมาย
กรมบังคับคดีจะกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ย และแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองทราบล่วงหน้า (ปัจจุบันอาจแจ้งทางอีเมลหรือหนังสือ)
ก่อนวันนัด ผู้ไกล่เกลี่ยจะเตรียมตัวโดยศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของคดี เช่น คำพิพากษา หลักฐาน หรือสอบถามข้อมูลจากคู่กรณี เพื่อเข้าใจปัญหาและความต้องการของแต่ละฝ่าย ผู้ไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดีอาจเป็น เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี หรือ บุคคลภายนอกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ซึ่งคู่กรณีตกลงให้เป็นคนกลางก็ได้
3. การเจรจาไกล่เกลี่ย
เมื่อถึงวันนัด จะมีการเปิดการไกล่เกลี่ย โดยผู้ไกล่เกลี่ยแนะนำตนเอง อธิบายกติกา และสร้างบรรยากาศที่เป็นกลางให้คู่กรณีพร้อมเจรจา ในการเจรจา คู่กรณีแต่ละฝ่ายจะได้แสดงข้อเท็จจริงและข้อเสนอของตน โดยมีผู้ไกล่เกลี่ยช่วยซักถามและชี้ประเด็นสำคัญเพื่อหา “ทางออก” ที่ยอมรับร่วมกันได้ ผู้ไกล่เกลี่ยอาจจัดให้คู่กรณีประชุมร่วมกันหรือแยกห้องเจรจา (caucus) เป็นช่วงๆ เพื่อให้แต่ละฝ่ายพูดคุยอย่างเปิดใจ ข้อสำคัญคือผู้ไกล่เกลี่ยไม่มีอำนาจบังคับให้ฝ่ายใดยอมรับข้อเสนอ แต่จะทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางประนีประนอมเท่านั้น ทั้งนี้กระบวนการไกล่เกลี่ยจะดำเนินไปอย่าง เป็นความลับ ข้อมูลที่เปิดเผยระหว่างไกล่เกลี่ยจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับและไม่ถูกนำไปเปิดเผยหรือใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีภายหลัง เพื่อให้คู่กรณีเจรจาได้อย่างเต็มที่
4. กรณีไกล่เกลี่ยสำเร็จ ✅
หากการเจรจาเป็นผล คู่กรณีสามารถบรรลุข้อตกลงในการชำระหนี้ตามแนวทางที่ทั้งสองพึงพอใจ เช่น ตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ลดดอกเบี้ยบางส่วน หรือขยายระยะเวลาการชำระ ข้อตกลงที่ได้จะถูกจัดทำเป็นหนังสือ “บันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความ” โดยคู่กรณีลงนามร่วมกัน ซึ่งมีผลผูกพันตามกฎหมาย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อาจบอกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงฝ่ายเดียวโดยพลการได้ จากนั้น เจ้าหนี้จะดำเนินการถอนการบังคับคดี ตามข้อตกลง เช่น งดการขายทอดตลาดทรัพย์ หรือ ถอนการยึด/อายัดทรัพย์สิน ที่เคยดำเนินการไว้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน ส่งผลให้การบังคับคดีสิ้นสุดลงโดยความสมัครใจของคู่ความ
5. กรณีไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ❌
หากการเจรจาไม่สามารถตกลงกันได้ทุกประเด็น คู่กรณียังคงมีสิทธิเดินหน้าการบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมต่อไป โดยสถานะคดีจะกลับเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ หรือขายทอดตลาดตามปกติ การไกล่เกลี่ยที่ไม่สำเร็จจะไม่มีผลผูกพันคู่ความแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากตกลงกันได้เพียง “บางส่วน” (เช่น ยอมชำระบางก้อนแต่ยังมีส่วนที่โต้แย้งกันอยู่) ก็สามารถทำข้อตกลงเฉพาะส่วนนั้น และดำเนินการบังคับคดีเฉพาะในส่วนที่ยังตกลงกันไม่ได้ต่อไปได้เช่นกันกล่าวคือ กระบวนการไกล่เกลี่ยมี ความยืดหยุ่น สามารถระงับข้อพิพาทได้ทั้งทั้งหมดหรือบางส่วนของคดีตามที่คู่กรณียินยอม
หมายเหตุ: ปัจจุบันกรมบังคับคดีได้สนับสนุน การไกล่เกลี่ยออนไลน์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เพื่อความสะดวกของประชาชน ผู้ประสงค์ไกล่เกลี่ยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 หรือผ่านเว็บไซต์กรมบังคับคดี
ดร.มิลิณ กำเนิดสิงห์
นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต