ทนายคดีหมิ่นประมาท -สยามเซ็นเตอร์ลอว์กรุ๊ป

ทนายคดีหมิ่นประมาท -สยามเซ็นเตอร์ลอว์กรุ๊ป ทนาย ทนายคดีหมิ่นประมาท ให้คำปรึกษ?

ข้อต่อสู้  #คดีหมิ่นประมาทมาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถู...
28/03/2022

ข้อต่อสู้ #คดีหมิ่นประมาท

มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

หากขาดการกระทำโดย "เจตนา" ย่อมไม่สามารถจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ตัวอย่าง เช่น

ฎีกาที่ 6310/2539 จำเลยนำแถบบันทึกเสียงที่มีผู้สนทนากันกล่าวถึงผู้เสียหายทั้งสองมีพฤติกรรมในทางชู้สาวต่อกันที่โรงเรียนที่ผู้เสียหายทั้งสองสอนอยู่ไปเปิดให้นาย ส.ม.หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอกับพวกฟังที่บ้านของนาย ส.ม.โดยเกิดจากการแนะนำของนาย ส.กับนายส.ม. และผู้ร่วมฟังแถบบันทึกเสียงก็เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาทั้งสิ้น ทั้งไม่ใช่เปิดในที่สาธารณสถานเป็นทำนองปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะหากผู้เสียหายทั้งสองกระทำการในทางชู้สาวจริง นอกจากจะผิดต่อศีลธรรมแล้วยังผิดในทางวินัยข้าราชการอีกด้วย เนื่องจากผู้เสียหายทั้งสองต่างรับราชการเป็นครูและต่างมีสามีและภรรยาแล้ว ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงไม่มีเจตนาที่จะใส่ความผู้เสียหายทั้งสองให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชังหรือเสียหาย แต่เป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำจำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ฎีกาที่ 110/2526 จำเลยส่งจดหมายที่มีข้อความ #หมิ่นประมาท โจทก์ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงโจทก์ดโยตรง ณ สำนักงานโจทก์ แสดงเจตนาจำเลยว่าจะให้โจทก์ทราบเท่านั้น มิใช่เจตนาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม แม้เสมียนของโจทก์ทราบข้อความในจดหมายก็เป็นเรื่องที่นอกเหนือเจตนาของจำเลย จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

“หมิ่นประมาท” ไม่ใช่ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ จริงหรือไม่ ตั้งแต่มีการประกาศใช้บังคับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ย...
15/03/2022

“หมิ่นประมาท” ไม่ใช่ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ จริงหรือไม่

ตั้งแต่มีการประกาศใช้บังคับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ประเด็นหนึ่งที่มักถูกนำมาใช้เป็นข้อต่อสู้สำคัญในการฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลคือ “หมิ่นประมาท” เป็นเรื่องที่อยู่ในบังคับตามพ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่?
ซึ่งบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.คอมฯ ที่ถูกหยิบขึ้นมาใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทบนโซเชียล เนตเวิร์ค คือ

มาตรา 14 (1) บัญญัติว่า
“ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน...”
มาตราดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อ "คนกลาง" คือ “ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต” ในอันที่จะต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะถูกฟ้องร้องและอาจต้องรับผิดด้วย ดังมาตรา 15 แห่ง พรบ.คอมฯ ได้บัญญัติไว้ ดังนี้
มาตรา 15 “ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14”
ความเป็นจริงแล้ว “หมิ่นประมาท” ได้มีการกำหนดบทบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าเป็นความผิดในประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้

มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ...”

มาตรา 328 “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษ...”
จากหลักกฎหมายทั้งสอง หากผู้ใดแสดงความคิดเห็นพาดพิงบุคคลอื่น อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับความเสียหายแล้ว ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และหากการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวได้กระทำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วย

แต่เมื่อลองศึกษาบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวโดยละเอียด กลับพบว่า...
หากทุกครั้งที่โพสแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์แล้วพาดพิงถึงใคร ต้องเสี่ยงเป็นความผิดตาม พรบ.คอมฯ ทุกครั้งไป มันใช่หรือ??

เมื่อวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าว พบว่ามีปัญหาในการตีความหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

1. ปัญหาความลักลั่นในการตีความกฎหมาย

- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ : ข้อมูลที่นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์จะต้องเป็น “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” เท่านั้น จึงจะผิด

- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ก็ผิดทั้งนั้น ตามหลัก “ยิ่งจริง ยิ่งผิด”

2. ปัญหาการตีความถ้อยคำตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ นั้น ปัญหาที่อาจจะเกิดปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ ถ้อยคำว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” และ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” นั้น ในความเป็นจริงจะต้องพิจารณาในประเด็นที่ว่า ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น “ปลอม” หรือ “เท็จ” เมื่อเทียบจากอะไร ระหว่าง “การปลอมหรือเท็จในความเป็นจริง” หรือ “การปลอมหรือเท็จตามเอกสารต้นฉบับ”

3. ปัญหาเรื่องการถอนฟ้อง
- มาตรา 14(1) แห่ง พรบ.คอมฯ : เป็น “ความผิดอันยอมความไม่ได้” หรือ “ความผิดต่อแผ่นดิน” ผู้เสียหายถอนฟ้องเองไม่ได้ พนักงานอัยการยังต้องดำเนินคดีต่อไป
- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : เป็น “ความผิดอันยอมความได้” หรือ “ความผิดต่อส่วนตัว" (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 วรรคหนึ่ง) ผู้เสียหายถอนฟ้องเองได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

4. ปัญหาเรื่องการพิสูจน์
- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ : ไม่ได้มีการกำหนดข้อยกเว้นในการพิสูจน์ถึงความสุจริต

- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : สามารถพิสูจน์ความสุจริตของตนได้ เพื่อเป็นข้อยกเว้นความรับผิดและข้อยกเว้นในการรับโทษไว้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และ 329

กรณีผู้ถูกกล่าวพาดพิงรู้สึกว่าตนได้รับความเสียหาย แต่ในการพิสูจน์หาตัวคนโพสความคิดเห็นนั้นๆ เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเกิดจากขั้นตอนในการตรวจสอบ ระยะเวลาในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และปัญหาในการพิสูจน์ตัวผู้กระทำความผิดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้ที่ได้รับความเสียหาย มักจะหันเป้ามาเล่นงานผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อน เพราะสามารถหาตัวตนได้ง่ายกว่า ทั้งๆที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เป็นเพียงแค่ “ท่อ” ในการส่งต่อข้อมูลจากผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็น หรือ มิได้มี “เจตนา” ในการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการ “จงใจสนับสนุน” หรือ “ยินยอม” ก็ตาม

ย้ำอีกครั้ง !!! โพส #หมิ่นประมาท บนโลกออนไลน์ “ไม่ผิด” พรบ.คอมฯ

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับคดี ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมทนายต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

ความผิดฐานหมิ่นประมาทคนตายต้องครบองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อนี้                 1. ต้องมีการใส่ความผู้ตาย                      ...
07/03/2022

ความผิดฐานหมิ่นประมาทคนตายต้องครบองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อนี้

1. ต้องมีการใส่ความผู้ตาย
2. ต่อบุคคลที่สาม
3. และข้อความนั้นต้องเป็นเหตุให้ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ตาย เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

สรุป การใส่ความผู้ตายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษจำคุกและโทษหรือทั้งจำทั้งปรับ
คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 327 ผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษดังบัญญัติไว้ในมาตรา 326 นั้น

ฎีกา 6031/2531 จำเลยที่ 1 เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์มีข้อความว่า”พรรคไหนเอ่ยที่คนในพรรคพัวพันกับการค้าเฮโรอีนระหว่างประเทศจนต้องแก้ปัญหาด้วยการปลิดชีพตัวเองลาโลก” ข้อความดังกล่าวทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่าหมายถึงพรรค ป. และ ด. สามีโจทก์ ดังนี้จำเลยที่ 1 มีเจตนาใส่ความผู้ตายโดยการโฆษณาด้วยเอกสารอันน่าจะเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตายและบุตรเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากผู้อื่นได้ มิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท จำเลยที่ 2 เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์และผู้โฆษณาย่อมต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน ถ้าจะรอการลงโทษไว้ย่อมจะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้จำเลยที่ 1 ต้องระมัดระวังความประพฤติของตน ซึ่งน่าจะเป็นผลดีแก่สังคมมากกว่าที่จะลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 มิใช่ผู้เขียนแต่รับผิดในฐานะบรรณาธิการ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาจำเลยทั้งสองไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน พฤติการณ์และเหตุผลแห่งรูปคดีมีเหตุสมควรรอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับคดี ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมทนายต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

"หมิ่นประมาทโดยเลี่ยงไม่บอกชื่อตรงๆ มีความเสี่ยงหรือไม่"การโพสต์ข้อความในลักษณะใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามลงในโซเชียลออ...
28/02/2022

"หมิ่นประมาทโดยเลี่ยงไม่บอกชื่อตรงๆ
มีความเสี่ยงหรือไม่"

การโพสต์ข้อความในลักษณะใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามลงในโซเชียลออนไลน์ โดยการไม่ระบุชื่อ อาจหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทได้ แต่หากการโพสต์ข้อความดังกล่าวนั้น ผู้อ่านสามารถทราบได้ว่า ผู้โพสต์ข้อความกำลังหมายถึงใคร แม้จะไม่ระบุชื่อผู้เสียหายก็ตาม ผู้เสียหายสามารถที่จะยื่นฟ้องต่อศาลในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้

ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า การหมิ่นประมาทนั้น เป็นการหมิ่นประมาทธรรมดา หรือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยพิจารณาว่าประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อความหมิ่นประมาทได้หรือไม่ หากเป็นการโพสต์ข้อความใน Facebook ส่วนตัว ไม่ได้ตั้งค่าสาธารณะ หรือเป็นการโพสต์ข้อความในกลุ่ม LINE หรือกลุ่ม Facebook แบบส่วนตัว ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงข้อความได้ การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทดังกล่าว ก็จะเป็นเพียงการหมิ่นประมาทธรรมดา แต่หากมีการโพสต์ข้อความลงใน Facebook ส่วนตัวที่ตั้งค่าสาธารณะ หรือ Pages Facebook หรือ แอพพลิเคชั่นอื่นๆ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงข้อความนั้นได้ ก็จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับคดี ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมทนายต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาทในมาตรา 330 ห้ามไม่ให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ถ้าข้อเท็จจริงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นเรื...
19/01/2022

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

ในมาตรา 330 ห้ามไม่ให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ถ้าข้อเท็จจริงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน จากบทบัญญัตินี้ ข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้พิสูจน์ได้

1. ข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแม้จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนก็ตาม หรือ
2. ข้อเท็จจริงที่เป็นเรื่องสวนตัวแต่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

หน้าที่พิสูจน์เป็นหน้าที่ของจำเลย และการนำสืบความจริงตามมาตรานี้ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าข้อความที่หมิ่นประมาทนั้นต้องเป็นความจริง ดังนั้นหากไม่สามารถนำสืบให้ฟังได้ว่าข้อความที่กล่าวเป็นความจริง แม้จำเลยจะกล่าวข้อความดังกล่าวโดยความสุจริต หรือด้วยความสำคัญผิด ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 330 นี้ และจะนำสืบว่าเพียงแต่ได้รับข่าวลือหรือได้รับคำบอกเล่ามา ย่อมไม่อาจกระทำได้ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ได้รับคำบอกเล่ามาก็ต้องนำสิบให้ได้ว่าเรื่องที่ตนได้รับคำบอกเล่ามานั้นเป็นความจริงตามที่ตัวเองกล่าวจึงจะได้รับการยกเว้นโทษ คำพิพากษาฎีกาที่ 1362/2514 โฆษณาหมิ่นประมาทตำรวจด้วยข้อความทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่ารับสินบนจากผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรฯ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ ดังนี้ไม่ใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ความจริงย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชน จำเลยจึงขอพิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาทมาตรา 332 ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอาจสั่ง      (1) ให้ยึ...
11/01/2022

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

มาตรา 332 ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอาจสั่ง

(1) ให้ยึด และทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาท

(2) ให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมด หรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

ตาม ป.อ. มาตรา 332 นั้นเป็นเรื่องการบังคับในส่วนเรื่องบรรเทาความเสียหายให้ผู้เสียหายในคดีหมิ่นประมาท โดยสามารถขอให้ศาลสั่งยึดและทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุซึ่งมีข้อความหมิ่นประมาท ยกตัวอย่างเช่น การสั่งให้ลบโพสต์หมิ่นประมาทบนเฟซบุ๊ค เป็นต้น และยังขอให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมด หรือบางส่วนโดยให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์กี่ฉบับกี่ครั้งก็สามารถกระทำได้โดยให้จำเลยเป็นฝ่ายชำระค่าโฆษณาอันเป็นหนี้ทางแพ่งนั้นเอง ซึ่งศาลอาจสั่งให้ทั้งสองทางหรือทางใดทางหนึ่งก็ได้

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาทองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ บัญญัติให้ ผู้กระทําต้องกล่าวข้อความด...
27/12/2021

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

องค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ บัญญัติให้ ผู้กระทําต้องกล่าวข้อความดูหมิ่นต่อหน้าผู้ถูกกระทํา เพราะบทบัญญัตินี้มีเจตนารมณ์ป้องกันเหตุร้ายที่อาจเข้าถึงตัวกันได้ทันทีที่มีการกล่าวข้อความดูหมิ่น เมื่อผู้กระทำส่งข้อความ อันเป็นการดูหมิ่นผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยผู้ต้องหาไม่ได้ปรากฏตัวให้ผู้เสียหายเห็นซึ่งหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวกันได้ทันทีที่ผู้กระทำส่งข้อความ การกระทําจึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า

จึงพอสรุปหลักการได้ว่าการจะผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าได้นั้น จะต้องกระทำกันซึ่งๆหน้าจริงๆ ที่พร้อมจะเข้าทำอันตรายกันได้หลังจากมีการดูหมิ่น การพิมพ์ด่ากันในแชทจึงไม่สามารถเป็นความผิดฐานนี้ได้

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่สามารถใช้เอาผิดกับผู้กระทำได้ ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 11 วรรคสอง ความว่า “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นอันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย มีโทษปรับ ไม่เกิน 200,000 บาท” ซึ่งข้อความแชทที่ส่งมาด่านี้ ถือว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกันครับ จึงอาจจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.. นี้ได้

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาท ความผิดฐานหมิ่นประมาทจะต้องอาศัยการใส่ความผู้อื่นโดยจะต้องมีการยืนยันข้อเท็จจริงลงไ...
16/12/2021

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

ความผิดฐานหมิ่นประมาทจะต้องอาศัยการใส่ความผู้อื่นโดยจะต้องมีการยืนยันข้อเท็จจริงลงไปด้วย ตามมาตรา 326 แต่ทราบไหมครับว่ายังมีข้อยกเว้นหลักการในเรื่องของการยืนยันข้อเท็จจริงนี้อยู่ ซึ่งถ้าหากการยืนยันข้อเท็จจริงนี้ได้กระทำลงไปด้วยเพราะติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำได้ หรือหากจะขยายแล้วนั้น หมายความว่ากล่าวด้วยความเข้าใจว่าถูกต้องและสมควรตามความรู้สึกของคนทั่วไป ไม่ใช่เป็นการแกล้งกล่าว บิดเบือน ตัดต่อ หยาบคาย ยั่วยุ แต่อย่างไรก็ตามจะได้รับการยกเว้นก็เฉพาะคำกล่าวที่ติชมอันวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ข้อนี้จึงต้องพิจารณาตามความรู้สึกของคนทั่วไปว่าจะกล่าวติชมเช่นนั้นหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น

คำพิพากษาฎีกาที่ 62/2535 ก่อนเกิดเหตุได้มีผู้บริจาคเงินให้โรงเรียนซึ่งผู้เสียหายเป็นครูใหญ่จำนวนหนึ่ง ผู้เสียหายลงจำนวนเงินไว้สนบัญชีรับบริจาคน้อยกว่าตามที่บริจาคมา ทั้งไม่มีบัญชีแสดงว่าได้ใช้จ่ายเป็นค่าอะไรจำนวนเท่าใดไม่เคยทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ของโรงเรียนให้คณะกรรมการศึกษาของโรงเรียนทราบเหมือนครูใหญ่คนก่อน ๆ การกระทำของผู้เสียหายดังกล่าวย่อมทำให้จำเลยซึ่งเป็นกรรมการศึกษาของโรงเรียนเข้าใจไปได้ว่าผู้เสียหายไม่สุจริตการที่จำเลยกล่าวถ้อยคำต่อบุคคลที่สามในทำนองที่ว่าผู้เสียหายทุจริตเบียดบังเอาเงินของโรงเรียนไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทำการพัฒนาโรงเรียน จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมผู้เสียหายด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของจำเลยในฐานะกรรมการศึกษาของโรงเรียนย่อมกระทำได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 326

กล่าวโดยสรุปเรื่องใดที่เป็นวิสัยที่ประชาชนย่อมกระทำนั้นพอจะเข้าใจได้ว่า ได้แก่เรื่อง กิจการบ้านเมือง กิจการของท้องถิ่น กิจการสาธารณะ หรือพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บุคคลที่เสนอตัวเป็นตัวแทนของชุมชน หรือดารา นักแสดง นักร้อง พระภิกษุสงฆ์ เป็นต้น

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาทเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าสื่อมวลชนหรือประชาชนทุกคนถ้าหากไปวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ข...
15/12/2021

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าสื่อมวลชนหรือประชาชนทุกคนถ้าหากไปวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วจะมีความผิดหมิ่นประมาทหรือไม่ ในทีนี้ก็มีกฎหมายยกเว้นความผิดฐานนี้ไว้ว่าหากการติชมหรือทำข่าวของสื่อมวลชนนี้ทำลงด้วยความเป็นธรรม ด้วยเหตุนี้ก็จะได้รับการยกเว้นไป ไม่ถือเป็นการกระทำผิดโดยหมิ่นประมาท ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างคำพิพากษาที่เกี่ยวกับข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 329 ดังนี้ครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2813/2559 การเปิดบ่อนที่มีเจ้าพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย มิใช่เป็นเพียงข้อเท็จจริงที่ประชาชนโดยทั่วไปประสงค์จะทราบเท่านั้น เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่า การพนันเป็นการมอมเมาประชาชนให้หลงในอบายมุข ก่อให้เกิดการกระทำความผิดอื่นตามมาเป็นลูกโซ่ มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลปราบปรามอาชญากรรมกลับมากระทำความผิดเสียเอง นอกจากจะนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธาต่อวงการราชการตำรวจแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการปราบปรามอาชญากรรมอีกด้วย ที่จำเลยทั้งสองสัมภาษณ์ พล.ต.อ. ส. ประธานสอบข้อเท็จจริงกรณีบ่อนรัชดาซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ก็เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องปรากฏ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์มาก่อน เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำไปโดยสุจริต เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ แม้จะมีข้อความหมิ่นประมาท การกระทำนั้นย่อมไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 329 (3)

ข้อสังเกต : ศาลพิจารณามูลเหตุที่ว่าโจทก์และจำเลยเคยมีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อนหรือไม่ประกอบด้วยเพื่อชั่งน้ำหนักถึงการกระทำนั้นว่ากระทำไปโดยสุจริตหรือไม่

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #ทนายคดีหมิ่นประมาท #คดีหมิ่นประมาทอย่างที่อาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วว่า สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น ยิ่งจริ...
08/12/2021

#ทนายคดีหมิ่นประมาท
#คดีหมิ่นประมาท

อย่างที่อาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้วว่า สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น ยิ่งจริงก็ยิ่งหมิ่น ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนอย่างเราที่คิดจะใส่ความใครหรือพุดอะไรก็ได้เพื่อทำให้ผู้อื่นเขาเสียหาย อันอาจจะก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมได้ ดังนั้นจึงต้องมีการบัญญัติในส่วนนี้ ซึ่งเมื่อมองในมุมมองข้าราชการที่ต้องทำงานตามหน้าที่นั้น บางครั้งก็อาจพบได้ว่ามีการทุจริตต่อหน้าที่ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อราชการได้ อย่างนี้แล้วข้าราชการผู้ที่ทราบการทุจริตจะสามารถรายงานความผิดได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทได้หรือไม่ วันนี้จึงมีตัวอย่างคำพิพากษาให้ทุกท่านลองอ่านทำความเข้าใจกันครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2533 จำเลยเป็นข้าราชการประจำสำนักงานที่ดินมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียผู้หนึ่ง จึงชอบที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของตนได้ การที่จำเลยแจ้งเรื่องที่ทราบมาว่าผู้เสียหายเรียกร้องเอาเงินจากผู้มาติดต่อราชการให้ ศ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาทั้งของตนและผู้เสียหายทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไปนั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความที่ถูกกล่าวหาโดยสุจริตเพื่อความ ชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตาม ป.อ. มาตรา 329(1) จำเลยไม่ผิดหมิ่นประมาท

สรุปคือหากเป็นการรายงานตามหน้าที่โดยความชอบธรรมแล้ว ข้าราชการผู้สุจริตนั้นย่อมสามารถกระทำ เพื่อเป็นการป้องกันส่วนได้เสีย ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับคดี ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมทนายต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาท การกล่าวข้อเท็จจริงที่จะผิดฐานหมิ่นประมาทได้นั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันในอดีต...
01/12/2021

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

การกล่าวข้อเท็จจริงที่จะผิดฐานหมิ่นประมาทได้นั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันในอดีตหรือในปัจจุบันไม่ใช่เป็นเพียงการคาดคะเนหรือกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต และถึงแม้ไม่ระบุชื่อแต่สามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึงใครอยู่ ถือว่าเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น
ฎีกาที่ 1628/2500 ลงพิมพ์ข้อความว่ามีข่าวว่ากำนันซึ่งเป็นผู้ต้องหาให้สินบนปลัดอำเภอและปลัดอำเภอผู้สอบสวนรับสินบนช่วยเหลือกัน แม้ไม่ระบุชื่อแต่ผู้อ่านรู้ได้ว่าหมายความถึงใคร ก็เป็นการหมิ่นประมาทเป็นความผิดหนังสือพิมพ์เสนอข่าวเป็นข้อเท็จจริง ไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นโทษ มาตรา 283


หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

 #คดีหมิ่นประมาท #ทนายคดีหมิ่นประมาทการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทจำเป็นต้องถึงขั้นระบุชื่อคนที่ต้องการหมิ่นประมาทหรือไม่ ?กา...
29/11/2021

#คดีหมิ่นประมาท
#ทนายคดีหมิ่นประมาท

การกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทจำเป็นต้องถึงขั้นระบุชื่อคนที่ต้องการหมิ่นประมาทหรือไม่ ?

การหมิ่นประมาทต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม คำว่า “ผู้อื่น” มีแนววินิจฉัยจากศาลฎีกาว่าต้องทราบว่าหมายถึงใคร แต่ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อคนนั้น ยกตัวอย่างเช่น

คำพิพากษาฎีกาที่ 5918/2557 การที่โจทก์นำข้อความที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ม. ทั้ง 9 ครั้งมารวมเข้าด้วยกันแล้วสรุปว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมนั้น ก็เป็นเพียงความเข้าใจของโจทก์ร่วมเท่านั้น หาใช่เป็นความเข้าใจของบุคคลทั่วไปไม่ บุคคลทั่วไปที่อ่านข้อความย่อมไม่ทราบหรือเข้าใจได้ว่าข้อความที่โจทก์และโจทก์ร่วมอ้างมานั้นหมายถึงผู้ใด หากต้องการรู้ความหมายว่าเป็นผู้ใดก็ต้องไปสืบเสาะหาเพิ่มเติม ทั้งไม่แน่ว่าหลังจากสืบเสาะแล้วจะหมายถึงเป็นตัวโจทก์ร่วมหรือไม่ เมื่อโจทก์ร่วมยึดถือความรู้สึกนึกคิดของตนเองเป็นสำคัญทั้งๆ ที่บุคคลทั่วไปมิได้มีการรับรู้หรือเข้าใจในข้อความดังกล่าวว่าเป็นตัวโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม

หากท่านมีคำถามใดๆที่เกี่ยวกับ #คดีหมิ่นประมาท ท่านสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีม #ทนายคดีหมิ่นประมาท ต่อไป

#แอดไลน์ http://lin.ee/rhBSacN
☎️ 02-648-5041, 02-648-5042
✉️ [email protected]
🌐 http://www.siamcenterlawgroup.com/

ที่อยู่

Siam Piwat Tower 12A Floor
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายคดีหมิ่นประมาท -สยามเซ็นเตอร์ลอว์กรุ๊ปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์