Askurp Thailand คอมมูนิตี้ของคนรักบ้านมือสอง และ Houseflippers ที่จะทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนบ้านมือสองง่ายขึ้น

ก่อนหน้านี้ก็พอทราบเกี่ยวกับประเภทกระเบื้องที่เหมาะกับการใช้งานในแต่ละห้องในบ้านกันแล้ว…วันนี้เลยอยากพามาดู 5 ประเภทกระเ...
31/01/2022

ก่อนหน้านี้ก็พอทราบเกี่ยวกับประเภทกระเบื้องที่เหมาะกับการใช้งานในแต่ละห้องในบ้านกันแล้ว…วันนี้เลยอยากพามาดู 5 ประเภทกระเบื้องที่เหมาะกับห้องนอนแบบละเอียดก ้เยอะเว่อร์ 🛏🛏🛏

1. กระเบื้องเซรามิก

กระเบื้องเซรามิกเป็นประเภทกระเบื้องปูพื้นห้องนอนที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเหมาะกับทุกสไตล์ของการตกแต่งแต่ละห้องภายในบ้าน อีกทั้งมีลวดลายสวยงาม แข็งแรงทนทาน และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย ราคาเริ่มต้นประมาณ 150 บาทต่อตารางเมตร
✔️หลักการเลือกซื้อที่เหมาะสม: ควรเลือกขนาดที่เหมาะกับขนาดของห้อง แนะนำให้เลือกกระเบื้องสีอ่อน เพื่อที่ห้องจะได้ดูกว้างขึ้น

2. กระเบื้องยาง

กระเบื้องยางเป็นประเภทกระเบื้องที่มีให้เลือกทั้งแบบลายไม้ธรรมชาติ ลายหิน หรือลายหินอ่อน มีคุณสมบัติทนต่อความชื้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเชื้อราภายในห้อง เหมาะสำหรับใช้เป็นกระเบื้องปูห้องนอน โดยกระเบื้องยาง SPC ซึ่งผลิตจากหินปูนผสมกับ PVC เป็นกระเบื้องยางรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยม เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อความชื้น ติดตั้งง่าย และยังดูแลรักษาง่ายอีกด้วย
✔️หลักการเลือกซื้อที่เหมาะสม: เลือกลายที่เหมาะกับสไตล์การตกแต่งห้อง และติดตั้งอย่างถูกวิธี แนะนำให้เลือกกระเบื้องยางแบบระบบคลิกล็อก เนื่องจากสามารถติดตั้งง่าย และทนต่อความชื้น

3. กระเบื้องไม้พื้นลามิเนต

พื้นลามิเนตเป็นวัสดุที่มีความทนทานแข็งแรง สามารถรับแรงกระแทกได้ดี ไม่มีปัญหาการขยายตัวจากความชื้น และมีสารที่ป้องกันการขีดข่วนได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับปูพื้นห้องนอนให้ได้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติและอบอุ่น ราคาเริ่มต้นประมาณ 300 บาทต่อตารางเมตร
✔️หลักการเลือกซื้อที่เหมาะสม: แนะนำให้เลือกแบบที่มีความหนา 8 มิลลิเมตร ซึ่งมีความทนทาน และทนต่อแรงกดทับได้ดี

4. กระเบื้องแกรนิตโต้

กระเบื้องแกรนิตโต้ เป็นกระเบื้องห้องนอนอีกชนิดหนึ่งที่มาพร้อมคุณสมบัติที่แข็งแรงทนทาน เนื่องจากมีส่วนผสมของหินแกรนิต จึงสามารถรับน้ำหนักได้ดี สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องเลือกใช้กาวซีเมนต์ที่เหมาะสมสำหรับการปูกระเบื้องชนิดนี้ เพื่อให้ได้การยึดเกาะที่ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 บาทต่อตารางเมตร
✔️หลักการเลือกซื้อที่เหมาะสม: แนะนำให้เลือกกระเบื้องแกรนิตโต้ที่ผิวมัน เนื่องจากดูแลรักษาง่าย

5. พื้นไม้ปาร์เก้

พื้นไม้ปาร์เก้เป็นอีกหนึ่งประเภทพื้นไม้ปูพื้นห้องนอนที่ช่วยให้รู้สึกอบอุ่น เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แต่มักมีจุดอ่อนคือปัญหาเรื่องปลวก และความชื้น อีกทั้งยังเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายอีกด้วย ราคาเริ่มต้นประมาณ 800 บาทต่อตารางเมตร
✔️หลักการเลือกซื้อที่เหมาะสม: ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และพื้นไม้อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยขีดข่วน
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: Jorakay
_______________________________________
🏠 บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

เพราะกระเบื้องแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกใช้กระเบื้องจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของห้องแต่ละห้อ...
27/01/2022

เพราะกระเบื้องแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกใช้กระเบื้องจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของห้องแต่ละห้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายไปจนถึงความปลอดภัย เราเลยมาให้คำแนะนำว่าห้องแต่ละห้องนั้น ควรเลือกใช้กระเบื้องประเภทไหน


อ่านคำแนะนำในแต่ละรูปภาพได้เลย 👇🏻👇🏻👇🏻


ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: Home Smart และ R.P.C Ruampat Ceramic
_______________________________________

🏠 บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

🏠 เพราะบ้านไม่ใช่สินค้าปรกติ (normal goods) ที่จะตัดสินใจซื้อได้โดยง่าย...ผู้ซื้อจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างก่อนที...
24/01/2022

🏠 เพราะบ้านไม่ใช่สินค้าปรกติ (normal goods) ที่จะตัดสินใจซื้อได้โดยง่าย...ผู้ซื้อจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้บ้านในฝันที่ตรงความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กำลังจะซื้อบ้านหลังแรก ... แล้วสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจซื้อนั้นมีอะไรบ้าง...มาดูไปพร้อมกันเลย👇🏻👇🏻👇🏻

1. เลือกซื้อบ้านจากงบประมาณ
เรื่องงบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่คนเราใช้เพื่อตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะบ้านอาจเป็นสินทรัพย์เพียงไม่กี่อย่างที่ต้องใช้เวลาในการเก็บเงินหรือผ่อนจ่ายในระยะยาว เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อมในเรื่องงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะช่วยทำให้คุณสามารถคำนวณเงินที่จะสามารถใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างเหมาะสมและไม่เกินตัวจนเกินไป

2. เลือกซื้อบ้านจากวัตถุประสงค์ในการซื้อ
สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์อาจเป็นเรื่องยากในการหาบ้านหลังที่ใช่
ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้เริ่มจากการเลือกตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการซื้อบ้านหลังนี้ เช่น เลือกซื้อเพื่ออยู่เอง เลือกซื้อให้พ่อแม่ เลือกซื้อไว้ปล่อยเช่า เป็นต้น ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเลือกซื้อบ้านแต่ละแบบก็จะมีวิธีการตัดสินใจซื้อที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าใครเลือกลงทุนซื้อบ้านเพื่อขายเก็งกำไรหรือปล่อยเช่าในอนาคตด้วย ก็จำเป็นที่จะต้องคิดเผื่อในด้านความต้องการของตลาดว่า บ้านแบบไหนจึงจะสามารถขายต่อหรือปล่อยเช่าได้ดี หรือเลือกทำเลที่มีศักยภาพในการปล่อยเช่าเป็นพิเศษมากกว่าคนที่เลือกซื้อบ้านเพื่อการอยู่อาศัยอย่างเดียว

3. เลือกซื้อบ้านจากทำเล
เรื่องของทำเล (Location) มักเป็นปัจจัยแรกที่คนเราเลือกพิจารณา เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนในยุคสมัยนี้มักจะคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่เลือกซื้อบ้านหลังแรกเพื่อลงหลักปักฐานแบบถาวร การเลือกทำเลอยู่อาศัยให้เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการที่จะรู้ว่าทำเลไหนคือคำตอบที่ใช่นั้น ก็ต้องดูว่าคนในครอบครัวมีรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นอย่างไร ชอบดื่ม กิน เที่ยวในที่แบบไหน หรือต้องเดินทางไปไหนเป็นประจำบ้าง หลังจากนั้นให้ดูวัตถุประสงค์และงบประมาณในกระเป๋าด้วยว่าเหมาะสม

4. เลือกซื้อบ้านจากรูปแบบบ้าน
ควรคำนึงว่าจริงๆแล้วบ้านหลังนี้อยู่กันกี่คน มีใครบ้าง และรูปแบบบ้านประเภทไหนถึงจะตอบโจทย์กับคนในครอบครัวของคุณได้มากที่สุด เช่น หากคุณเป็นคู่รักที่อยู่กันแค่ 2 คน ไม่ได้อยากสร้างครอบครัวใหญ่ และมีงบประมาณจำกัด รูปแบบบ้านที่เลือกระหว่างบ้านมือหนึ่งกับบ้านมือสองที่มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน รวมถึงดีไซน์ของตัวบ้านเองที่ก็ต้องเทียบขนาดการใช้งานระหว่างบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านทาวน์โฮมว่า แบบไหนตอบโจทย์กับวิถีชีวิตได้มากกว่ากัน

5. เลือกซื้อบ้านจากความน่าเชื่อถือของโครงการ
ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะลืมดูไม่ได้เลยในการเลือกซื้อบ้าน โดยจะต้องพิจารณาจากประสบการณ์ในการก่อสร้างซึ่งเป็นผลงานในอดีตว่า มีความน่าเชื่อถือมาก-น้อยขนาดไหน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเครื่องรับประกันในเบื้องต้นว่า คุณจะได้บ้านที่มีมาตรฐานทั้งความแข็งแรง สร้างเสร็จตามเวลา ไม่มีการยกเลิกกลางคันระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงยังมั่นใจได้ว่า บริการหลังการขายของโครงการที่ตัดสินใจเลือกซื้อจะมีเซอร์วิสที่ดีและปลอดภัยให้ในระยะยาว

6. เลือกซื้อบ้านจากวิธีการกู้ซื้อบ้าน
หลังจากผ่านกระบวนการเลือกซื้อทั้งหมดมาแล้ว สุดท้ายจะเป็นขั้นตอนของการกู้ซื้อบ้านที่มือใหม่ควรจะศึกษาเพื่อให้การกู้ซื้อทำได้ง่ายและผ่านฉลุย เช่น การเตรียมเอกสารขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านในหนเดียว วิธีการเลือกธนาคารสำหรับการกู้ซื้อบ้าน รูปแบบการกู้สินเชื่อที่ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องยื่นกู้ซื้อบ้านคนเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีวิธีการกู้ร่วมเพื่อขอสินเชื่อบ้านจากทางธนาคารได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

และทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลและหลักการสำคัญเพียงคร่าวๆที่ควรคำนึงก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ทั้งนี้ผู้อาศัยจำเป็นต้องเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของบ้านแต่ละหลังอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อในลำดับสุดท้ายค่ะ
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: GH Bank
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

สำหรับคนที่เพิ่งซื้อหรือรีโนเวทบ้านใหม่   หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่าการจะตรวจรับบ้านนั้นต้องดูจุดไหนบ้างเนื่องจากเป็นสิ่งที่...
20/01/2022

สำหรับคนที่เพิ่งซื้อหรือรีโนเวทบ้านใหม่ หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่าการจะตรวจรับบ้านนั้นต้องดูจุดไหนบ้างเนื่องจากเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความรู้และความละเอียดในระดับหนึ่ง ถ้าดูไม่เป็นหรือไม่ครบถ้วน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ วันนี้เราเลยมาแนะนำว่าควรจะต้องตรวจดูจุดไหนกันบ้างเพื่อที่คุณจะได้เตรียมพร้อมเมื่อถึงวันนั้น 🛠🕵️‍♂️📋
อยากทราบว่ามีจุดไหนบ้าง คลิกดูที่รูปได้เลย 👇
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: GH Bank
_______________________________________
🏠 บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

ใครที่กำลังมองหา inspiration ในการรีโนเวทบ้านเหมือนได้ใหม่แกะกล่อง🧑🏻‍🔧🛠🎁 😍👀 วันนี้เรามีตัวอย่าง Before-After ของการรีโนเ...
17/01/2022

ใครที่กำลังมองหา inspiration ในการรีโนเวทบ้านเหมือนได้ใหม่แกะกล่อง🧑🏻‍🔧🛠🎁
😍👀 วันนี้เรามีตัวอย่าง Before-After ของการรีโนเวทบ้านจาก Amandaseibert.com มาฝากกันค่ะ สำหรับหลังนี้ เป็นการรีโนเวทเกือบทั้งหลัง แต่รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเดิม คลิกที่รูปเพื่อมาดูกันเลยว่าเปลี่ยนไปยังไงกันบ้าง🏠🖼
สำหรับใครที่ชอบการรีโนเวทสไตล์นี้ สามารถดูผลงานเพิ่มเติมของเขาได้ที่:
IG: https://www.instagram.com/nest_builders_/
Pinterest: https://www.pinterest.com/amandabseibert/pins/
Website: https://amandaseibert.com/
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมแบบบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft) กันบ้าง เนื่องจากลอฟท์เป็นสไตล์ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว...🤩🤩🤩อย่างที่หลายคนอา...
14/01/2022

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมแบบบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft) กันบ้าง เนื่องจากลอฟท์เป็นสไตล์ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว...🤩🤩🤩
อย่างที่หลายคนอาจจะรู้แล้วบ้างว่าการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นเหมือนศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ที่มีลักษณะที่ค่อนข้างดิบ เถื่อน เท่ และมีความอาร์ทติสแบบสุดๆ แต่จริงๆแล้วการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ไม่ใช่แค่การทำผนังปูนเปลือย หรือ ปูนขัดมันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สไตล์ลอฟท์ คือการแต่งบ้านที่เน้นโชว์โครงสร้างเดิมของอาคารเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเสา โครงเหล็ก อิฐก่อ ที่ไม่ต้องทำการฉาบเรียบ คานเหนือฝ้า ท่อเหล็ก ท่อระบบต่างๆที่โผล่พ้นออกมาให้เห็น โดยมีแนวคิดในการตกแต่งให้บ้านดูโล่ง โปร่งสบายมากที่สุด ไม่เน้นเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน แต่เน้นเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งแบบลอยตัว ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย 😙😍✨

ลักษณะการแต่งบ้านแบบสไตล์ลอฟท์
1. เพดานยกสูง อาจมีชั้นลอย แต่ไม่เต็มพื้นที่ เพื่อให้ตัวบ้านหรืออาคาร ดูโปร่ง โล่งมากที่สุด อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก เน้นโชว์คานด้านบน เสา และผิวเดิมของผนัง

2. โครงสร้างเดิมของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเหล็ก อิฐ คานปูน โครงเหล็กที่อาจมีสนิมขึ้นบ้าง ผนังปูนเปลือยแบบฉาบหยาบๆ ท่อแอร์ที่โผล่ออกมานอกผนัง สายไฟที่เดินนอก ง่ายต่อการซ่อมแซม การวางท่อประปาที่ไม่เป็นระเบียบเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ของการตกแต่งแบบสไตล์ลอฟท์ทั้งสิ้น

3. เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย วัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมคือไม้ และเหล็ก

4. โทนสีที่ไม่ฉูดฉาด สีตุ่นๆที่ได้จากธรรมชาติทั่วๆไปที่นิยม คงหนีไม่พ้นโทนสีเทา ครีม หรืออิฐแดง

แต่อย่างไรก็ตามบ้านสไตล์ลอฟท์อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้าง เรื่องของการกันเสียง และมีพื้นที่ใช้สอยน้อยลง เพราะสไตล์นี้เน้นโครงสร้างที่โล่ง โปร่ง ไม่เน้นฉาบ แปะ หรือตกแต่งอะไรเพิ่มมากนัก ทำให้พื้นที่ใช้สอยอื่นๆอาจน้อยลง และทำให้เสียงเล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย ดังนั้นสำหรับใครที่มองหาบ้านสไตล์นี้ก็ต้องลองมาชั่งน้ำหนักดู ข้อดี ข้อเสีย และความชื่นชอบกันนะคะ
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: Pixelwall
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

วันนี้เรามาเอาใจสาวกซี่รี่ย์เกาหลี โดยการพาไปชมสไตล์การตกแต่งบ้านของซี่รี่ย์ดังแต่ละเรื่องกัน 🎬🎥 🎞🇰🇷🇰🇷🇰🇷ใครที่ชอบเรื่องไ...
10/01/2022

วันนี้เรามาเอาใจสาวกซี่รี่ย์เกาหลี โดยการพาไปชมสไตล์การตกแต่งบ้านของซี่รี่ย์ดังแต่ละเรื่องกัน 🎬🎥 🎞🇰🇷🇰🇷🇰🇷
ใครที่ชอบเรื่องไหนและมีบุคลิกแบบไหน ก็สามารถแสดงตัวตนออกมาได้ผ่านการแต่งบ้านในแต่ละรูปแบบกันได้เลย

1. Penthouse
ห้องที่ให้ความรู้สึกของเด็กผู้หญิงที่มีแต่สีชมพูของแบโรนา
เป็นอาคารพักอาศัยที่สวยงามและได้ห้องที่หรูหราเหมือนในภาพ ห้องของแบโรนาให้ความรู้สึกของหญิงสาวผู้ทะนงตนที่มุ่งมั่นในความฝัน แต่เพราะยังเป็นเพียงเด็กผู้หญิงเท่านั้น จึงยังคงตกแต่งด้วยสีชมพูน่ารัก ทั้งชุดเครื่องนอน ผ้าม่าน และเบาะเก้าอี้ตกแต่งด้วยสีชมพูทำให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย

ห้องที่ตกแต่งด้วยสีดำแดงแห่งความหรูหราของชอนซอจินและฮายุนชอล
ห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยสีดำและสีแดงเพื่อแสดงถึงความต้องการความร่ำรวย รวมถึงความรักและเกียรติยศ นอกจากนี้การตกแต่งภายในและชุดเครื่องนอนสีแดงทั้งชุดยังเผยให้เห็นถึงลักษณะที่รุนแรงและมีความมั่นใจของผู้อาศัย

เพนต์เฮาส์ 100 ชั้นที่แสดงถึงศักดิ์ศรีของชิมซูรยอนและจูดันแท
เพนต์เฮาส์มีการตกแต่งภายในที่สะอาดและหรูหรา ด้วยการใช้สีดำและสีขาวทำให้ดูสบายตา โครงสร้างสองชั้นของเพดานในห้องนั่งเล่นถูกยกสูง จึงให้ความรู้สึกสะอาดและหรูหราราวกับพิพิธภัณฑ์ที่มีแสงไฟหลากสี ในห้องทานข้าวมีโต๊ะทานอาหารที่ยาวจนเกินไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่นที่ใช้การตกแต่งภายในสีดำและสีขาวที่ดูเรียบร้อย รวมถึงเน้นแสงไฟในโทนที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย

2. Start-Up

ห้องพักที่อบอุ่นและสะดวกสบายของดัลมี
เป็นห้องที่แสดงบุคลิกที่สดใส ร่าเริง แจ่มใสของผู้อาศัยออกมาอย่างเต็มที่ และสอดแทรกไปด้วยความขยันและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยมีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือและเมมโม่มากมายบนผนัง แสงในห้องมีโทนสีอุ่น ทั้งสีของผนัง ผ้าม่าน รวมไปถึงโคมไฟ และยังใช้ลวดลายของดอกไม้ในการตกแต่ง ทำให้บ่งบอกว่าผู้อาศัยดูเป็นคนที่อบอุ่นและอ่อนโยน

ห้องของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จอย่างฮันจีพยอง
เป็นห้องที่มีความหรูหราสะอาดตา แต่ก็แสดงให้เห็นว่าผู้อาศัยน่าจะเป็นหนุ่มโสดที่ไม่ชอบทำอาหาร ด้วยขนาดของห้องที่ใหญ่โตแสดงถึงความหรูหราและสมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน

3. SKY Castle
บ้านที่แสดงให้เห็นถึงเกียรติยศและความมั่งคั่งของฮันซอจิน
บ้านของฮันซอจิน แสดงถึงความมั่งคั่ง บ้านของเธอจึงได้รับการตกแต่งด้วยดอกไม้สีสดใสและเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรา ทั้งยังแสดงถึงความมีเกียรติยศและความสุขมากอีกด้วย

ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: Creatrip (Yujin Kim)
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

วันนี้เรามาดูซิว่าโทนสีต่างๆเหมาะกับการตกแต่งห้องไหนภายในบ้านบ้าง แล้วโทนสีแบบไหนให้ความรู้สึกแก่ผู้อาศัยยังไง??? เรามาเ...
07/01/2022

วันนี้เรามาดูซิว่าโทนสีต่างๆเหมาะกับการตกแต่งห้องไหนภายในบ้านบ้าง แล้วโทนสีแบบไหนให้ความรู้สึกแก่ผู้อาศัยยังไง??? เรามาเพิ่มความน่าอยู่ให้แก่บ้านเพียงแค่ปรับเปลี่ยนสีในบ้านกันเถอะ!!! 🤩🤩🤩

1. สีโทนร้อน (Warm Colors)
ได้แก่ สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีม่วงแดง ซึ่งถ้าหากเป็นสีโทนร้อนที่ค่อนข้างสด จะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา ดึงดูดความสนใจ กระตุ้นความอยากอาหาร จึงเหมาะกับห้องรับแขก และห้องรับประทานอาหาร หากเป็นสีโทนร้อนที่ไม่จัดจ้าน เช่น สีเหลืองอ่อน สีส้มอ่อน สีพีช จะให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง สามารถนำไปใช้ได้กับทุกห้อง การใช้สีโทนร้อนในการตกแต่ง ควรจะเลือกใช้ในปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับองค์ประกอบรวมของสีภายในทั้งหมด อาจจะใช้เป็นการเน้นในบางผนังหรือเฟอร์นิเจอร์บางส่วนเพื่อความโดดเด่น ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้อยู่เกิดความรู้สึกร้อนและไม่สามารถอยู่ได้นาน

2. สีโทนเย็น (Cool Colors)
ได้แก่ สีเขียวเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วงอมน้ำเงิน ม่วงอ่อน สีฟ้า เป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกเย็นตา ผ่อนคลาย สดชื่น หากอยากเลือกโทนสีห้องที่ให้อารมณ์เช่นนี้ ให้เลือกสีโทนเย็น และแนะนำให้ใช้โทนสีนี้ในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องน้ำ หากเป็นสีโทนเย็นที่ค่อนข้างเข้ม อย่างน้ำเงินเข้ม ม่วงเข้ม จะให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ สุขุม มีสมาธิ จึงเหมาะกับห้องทำงาน หรือห้องรับแขกที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ

3. สีกลาง (Neutral Colors)
หมายถึง สีที่ไม่ได้อยู่โทนเย็นหรือโทนร้อน เช่น สีขาว ดำ เทา น้ำตาล เบจ ครีม แต่เป็นโทนสีกลาง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบายตา การตกแต่งในบ้านเรามักใช้สีโทนนี้เป็นหลัก จึงเหมาะกับทุกห้องของคุณ เพียงแต่การเลือกโทนสีห้องที่มีความเข้ม อย่าง ดำ น้ำตาล ควรมีการใช้โดยการจับคู่กับสีอ่อน เพราะถ้าเลือกใช้แบบสีเดี่ยวจะทำให้ห้องดูแคบและทึบจนเกินไป

4. สีเอกรงค์ (Monochromes)
เป็นหลักการเลือกโทนสีห้องเพียงสีเดียว แต่สร้างมิติและมุมมองที่น่าสนใจด้วยการไล่น้ำหนักสีเข้มอ่อนหรือร้อนเย็น เช่น ดำ-เทา-ขาว, น้ำเงิน-ฟ้า-ขาว, เหลือง-เหลืองเขียว-เขียวมิ้นต์ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการสร้างความแตกต่างด้วยสีได้เป็นอย่างดี ใช้ได้กับทุกห้องที่คุณต้องการ สีประเภทนี้เป็นสีที่มีโครงสร้างสีไม่รุนแรงและดูกลมกลืนกันได้อย่างดี การเลือกสีประเภทนี้เพื่อการตกแต่งจะทำให้พื้นที่ภายในห้องดูมีความเรียบง่ายและประณีต

5. สีตรงข้าม (Contrast)
เป็นการนำสีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของวงจรสีมาใช้ร่วมกัน เช่น แดง-เขียว, น้ำเงิน-ส้ม, ฟ้า-ม่วง ส่วนใหญ่นิยมใช้สีตรงข้ามในสัดส่วน 70:30 หรือ 80:20 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สีจะออกมาดูดีที่สุด การเลือกโทนสีห้องแบบนี้ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ มีบรรยากาศสดใสร่าเริง มีความคิดสร้างสรรค์ จึงน่าจะเหมาะกับห้องเด็ก ห้องทำงานที่ต้องการความครีเอทีฟ และห้องรับแขก

6. สีพาสเทล (Pastel Colors)
คือ แม่สีที่นำมาผสมกับสีขาวเพื่อลดทอนความเข้มของสีลง ช่วยให้ดูซอท์ฟ สบายตาขึ้น ทั้งยังให้อารมณ์หวาน โรแมนติก เช่น สีเขียวมิ้นท์ ชมพูอ่อนพาสเทล ฟ้าอ่อน ม่วงอ่อน จึงสามารถนำไปใช้ได้กับทุกห้องที่ต้องการอารมณ์นุ่มนวลอ่อนหวาน สบายตาสบายใจ ซึ่งสาว ๆ ที่นิยมสไตล์วินเทจก็มักเลือกโทนสีห้องด้วยสีพาสเทลเช่นกัน

การเลือกใช้สีในการตกแต่งห้องต่างๆภายในบ้านจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละโทนสีต่างก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมีแพลนจะรีโนเวทบ้าน จัดบ้านเก่าให้ดูเหมือนได้หลังใหม่อาจจะต้องคำนึงเรื่องการเลือกใช้สีเพิ่มขึ้นมาอีกปัจจัยหนึ่ง เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้บ้านในฝันของเรากันนะคะ😁😁😁

ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: decorreport และ major
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

วันนี้เรายังอยู่กันที่ประเทศเกาหลี 🇰🇷🇰🇷🇰🇷 แต่จะพากันย้อนยุคไปดูจุดเด่นของบ้านในยุคโชซอน ถึงแม้ยุคโชซอนนั้นจะผ่านมาแล้ว 2...
04/01/2022

วันนี้เรายังอยู่กันที่ประเทศเกาหลี 🇰🇷🇰🇷🇰🇷 แต่จะพากันย้อนยุคไปดูจุดเด่นของบ้านในยุคโชซอน
ถึงแม้ยุคโชซอนนั้นจะผ่านมาแล้ว 200 กว่าปี แต่การตกแต่งบ้านบางอย่างของในยุคสมัยนั้นก็ยังสามารถนำมาตกแต่งในยุคปัจจุบันได้และยังมีความทันสมัยอยู่ ไปดูกันเลยว่ามีจุดเด่นอะไรบ้าง

1. เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาตกแต่งภายในบ้านจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้และหินอ่อนเป็นหลัก เพราะจะให้ความรู้สึกถึงรูปแบบของยุคโชซอนโบราณ ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้และหินอ่อนคือความทนทานและมีอายุการใช้งานนาน ถ้าดูแลรักษาให้ดีจะมีสภาพดีเหมือนใหม่แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

2. การใช้หน้าต่างทรงกลมเป็นอีกหนึ่งคำแนะนำที่เหมาะกับการแต่งบ้านสไตล์โชซอน เพราะสื่อถึงเกาหลีในยุคโชซอนได้ดีและมีความสมัยใหม่อยู่ในตัว

3. บ้านอาคารที่พักอาศัยมักใช้กระเบื้องที่ทำมาจากดินเหนียวมามุงหลังคา เรียกว่า “คีวา” นั่นคือกระเบื้องดินเหนียวอย่างเดียวที่ก่อรูปก่อร่างแล้ว นำไปเผาเพื่อให้ทนไฟและทนทานต่อการนำไปใช้มุงหลังคาที่พักอาศัยกัน ส่วนตัวบ้านนั้นสามารถใช้ไม้ ปูน ดินเหนียว หรือ อิฐ สร้างเป็นตัวบ้านได้ทั้งนั้น

4. ตกแต่งให้มีความเป็นสไตล์โชซอนง่ายๆ ด้วยทางเดินหินอ่อน หรือถ้าใครอยากมีมุมถ่ายรูปที่ไม่ต้องไปถึงเกาหลี ตรงสวนหินนอกบ้านให้เพิ่มที่นั่งที่เป็นโต๊ะไม้หรือโต๊ะหิน เพื่อเป็นมุมพักผ่อนและมุมถ่ายรูปภายในบ้านของเราแบบส่วนตัว

5. มีการปูฟูกนอนที่พื้น เนื่องจากเกาหลีมีสภาพอากาศที่หนาวเป็นส่วนใหญ่ ภูมิปัญญาเกาหลีคืออาศัยความร้อนจากการหุงต้มที่เชื่อมต่อเข้ามาภายในพื้นที่ต่างๆภายในบ้าน ซึ่งภายใต้พื้นบ้านจะทำการวางหินเอาไว้เพื่อกักเก็บความร้อน จากนั้นก็จะส่งความร้อนออกมาทำให้ตัวบ้านอุ่นขึ้นในฤดูหนาว (เรียกวิธีการนี้ว่า Ondol) เพราะฉะนั้นพื้นไม้ภายในตัวบ้านจะอุ่น ทำให้คนเกาหลีนิยมปูฟูกนอนที่บริเวณพื้นบ้าน

6. ใช้กระดาษเกาหลี หรือที่เรียกว่า “ฮันจิ” (Hanji) มาแปะที่บานประตูเลื่อนและหน้าต่าง เพื่อกันลมหนาว กระดาษฮันจิคือกระดาษที่ผลิตขึ้นจากเส้นใยของต้นหม่อน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนเกาหลีที่มีมานานนับพันปี สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบตามลักษณะการใช้งาน
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: oknation(Hiriotappa) ch3thailand และ inside2home
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด จึงทำให้คนส่วนใหญ่นั้นอยู่บ้านมากขึ้น และนอกจากนั้นยังต้องทำกิจกรรมต่างๆในบ้านที่ปกติแล้วอาจจะท...
29/12/2021

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด จึงทำให้คนส่วนใหญ่นั้นอยู่บ้านมากขึ้น และนอกจากนั้นยังต้องทำกิจกรรมต่างๆในบ้านที่ปกติแล้วอาจจะทำที่อื่น วันนี้เราจึงมานำเสนอเทรนด์การแต่งบ้านมาแรงนี้ เพื่อให้การทำกิจกรรมต่างๆนี้สะดวกและชวนให้ผู้อยู่อาศัยมีแรงบันดาลใจในการทำงานหรือสิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้นด้วย

💼 แต่งบ้านแบบ Home office
ในปีนี้ผู้คนมักแต่งบ้านเป็น Home Office มากขึ้น เพราะส่วนมากปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็น work from home ทุกมุมในบ้านจะถูกจัดสรรและปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัยในครอบครัว ผู้คนจะหันมารีโนเวทปรับปรุงห้องต่างๆให้กลายเป็น Home Office สำหรับนั่งทำงาน ออกแบบมุมเล็กๆไว้เป็นพื้นที่ Home School หรือต่อเติมเป็นห้องออกกำลังกายสุดหรูแบบถาวรกันไปเลย

🌳🌱 แต่งบ้านด้วยต้นไม้
ต้นไม้กำลังได้รับความนิยมในช่วงนี้ ถูกนำมาประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้านมากขึ้น เพราะทำให้ผู้อาศัยรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่งและผ่อนคลายสายตา เหมือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ต้นไม้บางชนิดนอกจากตกแต่งบ้านแล้วยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย

❤️🧡💛 แต่งบ้านด้วยสีคุมโทน
เพราะการกักตัวจากโควิด19 จึงทำให้เทรนด์ของการแต่งบ้านในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การแต่งบ้านด้วยสีคุมโทน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสดใส มีชีวิตชีวาให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้บางสีตกแต่งภายในยังสามารถช่วยบำบัดจิตใจและผ่อนคลายได้อีกด้วย

🛋️🌿 ตกแต่งระเบียง
ระเบียงบ้านหรือระเบียงคอนโด นอกจากจะมีไว้ตากผ้ากับวางคอมเพรสเซอร์แอร์แล้ว ยังสามารถเป็นที่นั่งรับลม ชมพระอาทิตย์ตกชิลๆที่ระเบียง เพียงตกแต่งระเบียงตามไอเดียที่เราสนใจ แค่นี้ก็จะได้พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้นอีกมุมในบ้านแล้ว
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: Beaverman Ananda และ Kapook
_______________________________________

บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

กลับมากันที่ฝั่งของโซนเอเชีย เชื่อว่าหลายๆคนจะมีความสนใจเป็นพิเศษเพราะวันนี้เราจะมาดูการแต่งบ้านแบบมินิมอลสไตล์เกาหลีกัน...
27/12/2021

กลับมากันที่ฝั่งของโซนเอเชีย เชื่อว่าหลายๆคนจะมีความสนใจเป็นพิเศษเพราะวันนี้เราจะมาดูการแต่งบ้านแบบมินิมอลสไตล์เกาหลีกัน 🇰🇷🇰🇷🇰🇷 ทุกคนคงจะเคยเห็นการแต่งบ้านแบบเกาหลีผ่านตากันมาบ้างแล้วจากในซีรี่ต่างๆที่เป็นที่นิยมกันมากมายจึงอาจจะสนใจและชื่นชอบการตกแต่งสไตล์นั้น 😍😍😍
งั้นเรามาดูกันเลยว่าเทคนิคและจุดเด่นการแต่งของเค้านั้น มีอะไรบ้าง

1. บ้านหลังใหญ่ สร้างหลังคาซับซ้อนสลับไปมา ให้ความสวยงาม ทันสมัย เน้นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ตกแต่งด้วยอิฐบางส่วน เพิ่มความสวยงาม สะดุดตา

2. เน้นโทนสีขาว สถาปัตยกรรมที่ฝังรากลึกของเกาหลีและยังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากโครงสร้างมีความเรียบง่าย เน้นโทนสีขาว ครีม ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย

3. เน้นความเรียบง่าย โชว์ผิวไม้และความคลาสสิคของอิฐทำให้นึกถึงบ้านฟาร์ม มีการนำเอาสองวัสดุมาปรับแต่งได้อย่างลงตัว ได้บ้านสไตล์อบอุ่น

4. ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุดเพราะในเกาหลีที่ดินมีราคาแพงและมักใช้ของตกแต่งบ้านที่ใช้ประโยชน์ได้จริง

5. มีช่องเปิดหรือหน้าต่างขนาดเล็กและมีจำนวนไม่มากเพราะเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศหนาว

6. มักใช้โคมไฟสีโทนอุ่นเพิ่มความความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายแก่ผู้อาศัย

7. นิยมวางฟูกนอนบนพื้นโดยไม่ใช้ฐานเตียง ซึ่งเป็นการแต่งห้องที่ประหยัดพื้นที่ ประหยัดเงิน และยังช่วยให้ห้องดูน่าอยู่และกว้างขึ้น
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: คนรักบ้านและสวน (house and garden lover)
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

การจะเลือกหลังคาที่เหมาะสมและถูกใจเรานั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย วันนี้เราจึงมานำเสนอข้อดีและข้อควรระวังของหลังคาแต่...
24/12/2021

การจะเลือกหลังคาที่เหมาะสมและถูกใจเรานั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย วันนี้เราจึงมานำเสนอข้อดีและข้อควรระวังของหลังคาแต่ละรูปทรง เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจหลังคาแต่ละรูปแบบ และสามารถประกอบการตัดสินใจของผู้ที่สนใจจะสร้างบ้านใหม่ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น 🤔🤔🤔

1. หลังคาแบน (Flat Slab Roof)
✔️ข้อดี : สร้างง่าย ประหยัดวัสดุโครงสร้างและสามารถใช้พื้นที่บนหลังคาแบนได้
⚠️ข้อควรระวัง : หลังคาทั้งผืนต้องรับความร้อนตลอดทั้งวัน และ มีความเสี่ยงในการเกิดการรั่วซึมได้มาก ระบายน้ำฝนได้ไม่ดี ควรจะผสมน้ำยากันซึม หรือควรมีวัสดุกันซึมปูทับอีกชั้นหนึ่ง

2. หลังคาเพิงหมาแหงน (Lean to Roof)
✔️ข้อดี : เนื่องจากโครงสร้างหลังคาไม่สลับซับซ้อนเหมือนหลังคาประเภทอื่น ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายอย่าง ตั้งแต่ประหยัดโครงสร้างอาคาร, หลังคา, ค่าแรง, เวลา, โดยรวมประหยัดเงิน
⚠️ข้อควรระวัง : บังแดดและฝนได้ทิศทางเดียว ควรระวังเรื่ององศาความลาดเอียงหลังคาที่จะทำให้เกิดปัญหารั่วซึมในภายหลังได้

3. หลังคาปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof)
✔️ข้อดี : ความสวยงามและดูแปลกตาและทำให้อาคารที่ก่อสร้างมีความเด่นสะดุดตา
⚠️ข้อควรระวัง : เป็นทรงหลังคาที่รองรับน้ำ จึงมีโอกาสสูงมากที่จะมีโอกาสรั่วซึมของน้ำ

4. หลังคาทรงโค้งกลม (Curved Roof)
✔️ข้อดี : ดึงดูดความสนใจ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม
⚠️ข้อควรระวัง : การติดตั้งต้องมีมาตรฐานรวมถึงเครื่องมือที่ต้องใช้ จึงจะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

5. หลังคาทรงหน้าจั่ว (Gable Roof)
✔️ข้อดี : ก่อสร้างง่าย ช่วยกันแดดกันฝนได้ดี ระบายความร้อนได้ดีกว่ารูปทรงอื่นๆ
⚠️ข้อควรระวัง : ฝนสาดได้หากตัวบ้านและหน้าจั่วหันผิดทิศ

6. หลังคาทรงปั้นหยา (Hip Roof)
✔️ข้อดี : มีความแข็งแรงที่สุดเมื่อเทียบกับทรงหลังคาทุกแบบ สามารถรับลมและฝนได้จากทุกทิศทางรวมถึงเข้ากันได้กับตัวบ้านหลากหลายสไตล์
⚠️ข้อควรระวัง : รับลมเข้ามาระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าหลังคาแบบอื่นและช่างติดตั้งต้องมีความชำนาญ
.

7.หลังคาทรงมะนิลา (Manila Roof)
✔️ข้อดี : ป้องกันแดดฝนได้ทั้งสี่ด้าน ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนให้บ้านเย็นลงได้ เหมาะกับบ้านเมืองร้อนฝนตกชุกอย่างเมืองไทย
⚠️ข้อควรระวัง : มีความซับซ้อนของทรงหลังคาและอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการรั่วซึมในช่วงรอยต่อหลังคาได้ ดังนั้นทีมช่างที่ก่อสร้างจึงต้องมีความชำนาญอย่างดี

8. หลังคาทรงหลายเหลี่ยม (Hexagonal & Octagonal Roof)
✔️ข้อดี : สามารถบังแดดฝนให้กับผนังอาคารได้ทุกด้าน
⚠️ข้อควรระวัง : ต้องมีการเตรียมโครงสร้างที่เหมาะสมและมีการคำนวณเพื่อให้รองรับหลังคาหลายเหลี่ยมนี้ได้ทั้งหมด

9. หลังคาทรงโดม (Dome Roof)
✔️ข้อดี : ช่วยเสริมให้บ้านดูโดดเด่น ดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็น
⚠️ข้อควรระวัง : ระวังเรื่องการรั่วซึมบริเวณรอยต่อระหว่างวัสดุที่ใช้ทำหลังคากับโครงสร้างที่รองรับ

10.หลังคารูปทรงอิสระ (Free Form Roof)
✔️ข้อดี : มีความเฉพาะตัวโดดเด่นเรื่องรูปทรง ตอบความต้องการของเจ้าของบ้านแต่ละคน
⚠️ข้อควรระวัง: ต้องอาศัยการออกแบบคำนวณจากคอมพิวเตอร์ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการเลือกงานโครงสร้าง เลือกวัสดุที่มีความยืดหยุ่น รองรับรูปทรงหลังคาที่ท้าทายได้
ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก: SCG Home, One Stock Home และ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (hba-th)
_______________________________________
บริการรูปแบบใหม่จากมืออาชีพ “เปลี่ยนบ้านเก่า” เป็นบ้านใหม่ง่ายๆ ด้วย Askurp
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://askurp.com/
ติดต่อเรา Line :
หรือโทร. 088-693-7430
#ขายบ้านมือ2 #บ้านมือ2 #ขายบ้าน #ซื้อบ้าน #พฤกษา
#ฝากขายบ้าน

ที่อยู่

1177 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 23 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66886937430

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Askurp Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์