มงคล ยางงาม

มงคล  ยางงาม เดี๋ยวก็รู้เอง เชื่อดิ

" การได้มาซึ่งสิทธิ์ตามพรบ. คุ้มครองแรงงานมิได้ตัดสิทธิ์หรือประโยชน์ที่ได้ตามกฎหมายอื่น" บทบัญญัติตามมาตรา 7 พรบคุ้มครอง...
11/08/2026

" การได้มาซึ่งสิทธิ์ตามพรบ. คุ้มครองแรงงานมิได้ตัดสิทธิ์หรือประโยชน์ที่ได้ตามกฎหมายอื่น" บทบัญญัติตามมาตรา 7 พรบคุ้มครองแรงงาน ถือเป็นหลักที่ศาลฎีกาใช้วินิจฉัยคดีนี้
ซึ่งลูกจ้างใช้สิทธิ์ฟ้องเพิกถอนคำสั่ง คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต่อศาลแรงงาน แต่นายจ้างให้การต่อสู้ว่าเป็นการใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อน เนื่องจาก ลูกจ้างไปใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและได้จ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไปแล้ว
ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าไม่เป็นการใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อน เพราะว่ากฎหมายทั้งสองฉบับกำหนดการเยียวยาแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างไว้แตกต่างกันและเป็นกฎหมายคนละฉบับ จึงไม่ได้ถือว่าเป็นการใช้สิทธิซ้ำซ้อนกัน ลองศึกษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3110 - 3113/2567 ดูนะครับ
#ที่มากองนิติการกระทรวงแรงงาน

ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 183/2567 มามีประเด็น ที่อยากจะแชร์ไว้เป็นอุทาหรณ์ 2 เรื่อง 1.เรื่องการนับอายุ...
07/08/2026

ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 183/2567 มามีประเด็น ที่อยากจะแชร์ไว้เป็นอุทาหรณ์ 2 เรื่อง
1.เรื่องการนับอายุงาน
ลูกจ้างควรทำงานให้ถึงกำหนด วัน ที่มีผลเลิกจ้าง หรือ วันที่สิ้นสุดตามสัญญาจ้าง ที่มีกำหนดระยะเวลาไว้ ในสัญญาจ้าง เนื่องจากจะมีผลต่อการนับอายุงาน เช่นคำพิพากษาในคดีนี้ ถ้าทำงานจนถึงสิ้นสุดสัญญาจ้าง ก็จะมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยถึง 90 วัน แต่ลูกจ้าง บขาดงานไป 2 วัน สุดท้าย เลยทำให้อายุงานไม่ถึง 1 ปี เคยมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเพียง 30 วันเท่านั้น #ย้ำว่าคำพิพากษามิใช่ข้อกฎหมาย #อาจมีคำพิพากษาที่เปลี่ยนแปลงไปจากนี้ก็ได้ #ที่นำมากล่าวอ้างนี้เพื่อให้ลูกจ้างพึงระมัดระวังอย่าเปิดช่องว่าง ให้นายจ้างหยิบยก ขึ้นมาต่อสู้ได้
2. ประเด็นการสละสิทธิการได้รับเงินอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน ทั้งที่ลูกจ้างรู้อยู่หรือควรจะรู้ ว่าตนนั้นมีสิทธิ์ เมื่อลูกจ้างมาใช้สิทธิเรียกร้องภายหลัง ศาลอาจมองว่า เป็นการใช้สิทธิ์ในไม่สุจริตก็ได้
และอีก 1 ประเด็น ที่น่าสนใจ คือ เรื่องข้อยกเว้นที่ไม่ต้องจ่าย เงินค่าชดเชย สำหรับงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน หรืองานที่จ้างเฉพาะโครงการที่ไม่เกิน 2 ปี ตามมาตรา 118 วรรค 3 และวรรค 4 นั้น จะต้องไม่ใช่งานตามปกติของธุรกิจนายจ้าง
#ที่มากองนิติการกระทรวงแรงงาน

ไปอ่านเจอคำพิพากษาคดีหนึ่ง และเห็นว่าศาลอุทธรณ์วางแนวเรื่องการ เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ไว้น่าสนใจ กรณีลูกจ้างเหมาค่าแรง ท...
04/08/2026

ไปอ่านเจอคำพิพากษาคดีหนึ่ง และเห็นว่าศาลอุทธรณ์วางแนวเรื่องการ เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ไว้น่าสนใจ กรณีลูกจ้างเหมาค่าแรง ที่บริษัทคู่สัญญาส่งคืนตัวต้นสังกัด แต่บริษัทต้นสังกัดเลิกจ้างทันทีโดยไม่ยอมหางานใหม่ให้ทำ ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม อ้างอิงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 2967 - 2973/2568
ลองศึกษากันดูนะครับ แม้ว่าคำพิพากษาในคดีนี้จะยังไม่เป็นที่สิ้นสุด และก็ไม่รู้ว่าได้มีการขออนุญาตฎีกาหรือไม่ แต่ก็แอบลุ้นดุลพินิจของศาลฎีกาเหมือนกันว่า สมมุติอนุญาตให้ฎีกา แล้วศาลฎีกาจะ ชั่งน้ำหนัก ในกรณี "เหตุอันสมควรเลิกจ้าง" ยังไง ระหว่างความจำเป็นโดยลักษณะประเภทของการประกอบธุรกิจ หรือความเดือดร้อนของลูกจ้าง
#กองนิติการดระทรวงแรงงาน

ลองแนวนี้บ้างไหม
02/08/2026

ลองแนวนี้บ้างไหม

ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1195/2567 แล้วมีประเด็นอยากแลกเปลี่ยนอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 มีคนงานหลายค...
02/08/2026

ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1195/2567 แล้ว
มีประเด็นอยากแลกเปลี่ยนอยู่ 2 ประเด็น
ประเด็นที่ 1 มีคนงานหลายคนยังเข้าใจผิดว่า การโพสต์ข้อความที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายโดยไม่ระบุชื่อนั้น จะไม่มีความผิดซึ่งเป็นการเข้าใจที่ผิด เพราะการใส่ความหรือหมิ่นประมาทนั้น โดยหลักกฎหมายมิได้ดูว่ามีการระบุชื่อหรือไม่ ข้อความจริงหรือเท็จ แต่พิจารณาว่าบุคคลที่ 3 รับทราบหรือไม่ว่าข้อความที่ทำให้เสียหายนั้น กล่าวถึงผู้ใด โดยเฉพาะการกล่าวถึงบริษัทหรือผู้บริหารนั้น เป็นเหตุเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ประเด็นที่2 อยากให้ทราบว่าคำพิพากษาในคดีแรงงานนั้น ตาม
พรบ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา51วรรคท้ายได้บัญญัติให้ศาลแรงงานต้องสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาส่งมาที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งแม้คำพิพากษา จะไม่ถือว่าเป็นข้อกฎหมาย แต่จะถูกพัฒนานำมาเป็นแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อก่อนเคยทำแบบนี้อาจจะไม่ผิด แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับคำพิพากษาในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงแนวคำวินิจฉัยเดิม การกระทำนั้นอาจจะผิดในปัจจุบันก็ได้ ดังนั้นอยากให้คนงาน หรือแม้กระทั่งผู้นำแรงงาน คณะกรรมการสหภาพแรงงานทั้งหลาย จะต้องใจเย็น รอบคอบ ในการตัดสินใจ และให้ระวังการกระทำของตนให้ดี อย่างเช่นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 1195/2567 ที่ได้หยิบยกมาให้อ่านกันนี้ จะเป็นอุทาหรณ์ ได้อย่างดี อยากให้ได้อ่านกันดูนะครับซึ่ง ในส่วนที่วินิจฉัยอุทธรณ์ประเด็นแรกนั้น น่าจะ เป็นการพิมพ์ผิด น่าจะเป็นคำว่า คำอุทธรณ์ของโจทก์"ฟังขึ้น" ไม่น่าจะพิมพ์ว่า "ฟังไม่ขึ้น" ดังนั้นต้องอ่าน ให้ละเอียดนะครับจึงจะเข้าใจ แม้นคดีนี้จะยังอยู่ระหว่างการขออนุญาตฎีกา แต่เลี่ยงได้เลี่ยงครับ
ปล.ข้อความอาจจะยาวไปหน่อย
#ที่มากองนิติการกระทรวงแรงงาน

อยากเตือนลูกจ้างกรณีที่มีคำสั่ง เลิกจ้างด้วยวาจา อยากให้ลูกจ้างยืนยันสิทธิ์การมาทำงานก่อน เพื่อเป็นการ Double check ถ้าห...
31/07/2026

อยากเตือนลูกจ้างกรณีที่มีคำสั่ง เลิกจ้างด้วยวาจา อยากให้ลูกจ้างยืนยันสิทธิ์การมาทำงานก่อน เพื่อเป็นการ Double check ถ้าหากนายจ้างไม่ให้เข้าทำงานจริง ค่อยไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ทันที เพื่อเป็นการยืนยันว่านายจ้างเลิกจ้างด้วยวาจาและเราได้ไปทำงานแล้วแต่นายจ้างไม่ให้ทำงาน จากนั้นจึงไปยื่นคำร้องที่สำนักงานสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน ไม่ เช่นนั้นอาจจะพลาดเสียสิทธิ์ได้ เช่นกรณีนี้ นายจ้างเลิกจ้าง ด้วยวาจา แต่ลูกจ้างไม่ไปทำงาน แม้ สำนักงานสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน จะเชื่อว่าลูกจ้าง ถูกเลิกจ้างด้วยวาจาจริง และมีคำสั่งให้นายจ้าง จ่ายเงินตามสิทธิ์คุ้มครองแรงงาน แต่ศาลแรงงานภาค 2 และศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ ไม่ได้เชื่ออย่างนั้น จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ลูกจ้างจึงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินตาม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน #เวลาสู้กับนายจ้างเลวๆอย่าใจร้อน #ใช้สติคิดให้รอบคอบ อ้างอิงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนาญพิเศษที่ 711/2569
* หมายเหตุ คดีอยู่ในระหว่างระยะเวลาในการขออนุญาตฎีกา คดีนี้คำพิพากษาจึงยังไม่ถึงที่สุด อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
#ที่มากองนิติการกระทรวงแรงงาน

ศาลฎีกาได้ตีความพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5 ให้นิยามคำว่า เจ็บป่วย ว่าจะต้องเป็นกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึ...
30/07/2026

ศาลฎีกาได้ตีความพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5 ให้นิยามคำว่า เจ็บป่วย ว่าจะต้องเป็นกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน หรือเนื่องจากการทำงาน โดยขยายความหมายให้
ครอบคลุมไปถึงปัจจัยร่วมที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่นท่าทางในการทำงาน ปริมาณงาน เวลาพักผ่อน หรือมีภาวะเครียดจากหน้าที่ความรับผิดชอบ จนลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตาย ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าการที่ลูกจ้างเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคที่เกิดขึ้นนั้น จะต้องเป็นการเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่นายจ้างเท่านั้น
ซึ่งข้อเท็จจริงจากคดีนี้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้ตายทำงานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 19 เดือนเดียวกัน ซึ่งเป็นวันที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ย่อมก่อให้เกิดความอ่อนเพลียและความเครียดแก่ผู้ตายมาก แม้ผู้ตายจะมีเวลาพักผ่อนบ้างก็เป็นการพักผ่อนในเรือเพื่อพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาจนกว่าเรือจะแล่นถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแพทย์ผู้เคยตรวจร่างกายของผู้ตายกับกรรมการแพทย์ของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนพยานจำเลยเบิกความว่า หากทำงานเหนื่อยมาก พักผ่อนน้อย อ่อนเพลียมาก มีอาการเครียด โอกาสเป็นโรคหลอดโลหิตหัวใจล้มเหลวก็มีได้ การตายของผู้ตายจึงเป็นการตายด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างดังกล่าว เช่นนี้ เห็นได้ว่า ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาถึงลักษณะและสภาพของงานที่ผู้ตายทำซึ่งต้องใช้แรงงานมาก และต้องอยู่กับสภาพเสียงดังก่อให้เกิดความอ่อนเพลียและความเครียดแก่ผู้ตายอย่างมาก กรณีที่ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยโรคหลอดโลหิตหัวใจล้มเหลว จึงเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน ต้องด้วยคำนิยามว่า "เจ็บป่วย" ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5 คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น
#ที่มาเว็ปไซด์ThaiDeka

คดีนี้ เป็นคดีแรงงานที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อทำให้หน่ว...
29/07/2026

คดีนี้ เป็นคดีแรงงานที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อทำให้หน่วยงานนั้นได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติ⚖️ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ลูกจ้างหรือผู้ประกันตน อาจใช้สิทธิ์ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้หาก หน่วยงานของกระทรวงแรงงาน ทำให้ท่านต้องได้รับความเสียหายหรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ปฏิบัติหน้าที่ โดยจงใจหรือประมาท หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แล้วทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ท่านก็สามารถฟ้องหน่วยงานนั้นได้ อ้างอิงตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนาญพิเศษที่553/๒๕๖9

กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และมีสิทธิได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า30วัน แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าป่วยไม่...
28/07/2026

กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และมีสิทธิได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า30วัน แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าป่วยไม่จริงถึงมีใบรับรองแพทย์ ก็ไม่ได้ค่าจ้าง และถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ อ้างอิงคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษที่2331/2566
#กองนิติการกระทรวงแรงงาน

ลองใช้Ai ถอดคำสั่งศาลปกครองที่ให้ทุเลาการบังค้บใช้ประกาศข้อ2 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่กำหนดให้ผู้มีส...
28/07/2026

ลองใช้Ai ถอดคำสั่งศาลปกครองที่ให้ทุเลาการบังค้บใช้ประกาศข้อ2 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคมต้องไปลงทะเบียน ลองดูนะครับสรุปจากคำสั่ง14หน้า

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66816502365

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มงคล ยางงามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท