SPES LEGAL LAW ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพ

SPES LEGAL LAW  ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพ บริการงานกฎหมาย โดยทนายความผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบริการร่างหนังสือสัญญา Free Wifi มีที่จอดรถ

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
17/06/2026

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์

📞ในยุคที่มิจฉาชีพมาในรูปแบบของเสียงตามสาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนไทยอย่างมหาศาล หลายคนถูกหลอกจ...
05/06/2026

📞ในยุคที่มิจฉาชีพมาในรูปแบบของเสียงตามสาย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนคนไทยอย่างมหาศาล หลายคนถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ เมื่อจับกุมคนร้ายได้แล้ว กฎหมายจะลงโทษแก๊งพวกนี้อย่างไรให้สาสม จะลงโทษรวบยอดครั้งเดียว หรือจับบวกโทษเรียงตัว มาวิเคราะห์ตามฎีกาที่ประชุมใหญ่ ที่พิจารณาในเรื่องนี้ ตาม ฎีกาที่ 2614/2568

ฎีกาเรื่องนี้มีอยู่ว่า #จำเลยในคดีนี้ได้ร่วมกันตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินคนไทย โดยพฤติการณ์คือมีการซ่องสุมกำลัง วางแผน และแบ่งหน้าที่กันทำข้ามชาติ จากนั้นก็ทำการโทรไปหลอกลวงผู้เสียหาย อ้างตัวเป็นตำรวจบ้าง เจ้าหน้าที่รัฐบ้าง จนมีคนหลงเชื่อโอนเงินไปให้ เมื่อถูกจับกุมและส่งฟ้องศาล ประเด็นข้อกฎหมายที่เป็นจุดพีคของการต่อสู้คดีคือ การกระทำของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ ถือเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม

📍อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าศาลมองว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท (ทำผิดครั้งเดียวแต่ผิดหลายข้อหา) ศาลจะลงโทษข้อหาที่หนักที่สุดเพียงข้อหาเดียว แต่ถ้าศาลมองว่าเป็นหลายกรรมต่างกัน (ทำผิดหลายครั้งหลายเจตนา) ศาลจะลงโทษทุกการกระทำแล้วเอาโทษจำคุกมาบวกกันทั้งหมด ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิจารณาและวางบรรทัดฐานไว้อย่างเฉียบขาด โดยแยกพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกเป็น 2 ขยัก ดังนี้

1️⃣ ขยักที่ 1 การตั้งแก๊ง (ความผิดฐานอั้งยี่ ซ่องโจร และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) ศาลชี้ว่า #แค่พวกคุณมาสุมหัวกัน สมคบคิดวางแผนที่จะทำผิด ความผิดมันสำเร็จลงแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่ตกลงกัน แม้จะยังไม่ได้ยกหูโทรศัพท์โทรไปหลอกใครเลยก็ตาม การตั้งแก๊งนี้จึงนับเป็นความผิด กรรมที่ 1

2️⃣ ขยักที่ 2 การลงมือหลอกลวง (ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) ต่อมา เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มโทรไปหลอกลวงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และส่งข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ #ศาลมองว่าการกระทำนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ความผิดฐานตั้งแก๊งมันสำเร็จไปแล้ว มันไม่ใช่การกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงในคราวเดียวกัน เจตนาตอนโทรหลอกก็แยกต่างหากจากเจตนาตอนตั้งแก๊ง การหลอกลวงนี้จึงนับเป็นความผิด กรรมที่ 2

🎯 เมื่อศาลฎีกาชี้ชัดว่า พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นความผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ ผลทางกฎหมายที่ตามมาคือ ศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำคุกในฐานความผิดอั้งยี่/ซ่องโจร และนำไปบวกเข้ากับโทษจำคุกในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน/พ.ร.บ.คอมฯ ได้เลย ทำให้ระยะเวลาที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะต้องไปนอนชดใช้กรรมในคุกนั้นยาวนานขึ้นอีกหลายเท่าตัว คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้ จึงเปรียบเสมือนดาบอาญาสิทธิ์ที่ช่วยปิดช่องโหว่ไม่ให้มิจฉาชีพหัวหมอมาอ้างเรื่องทำผิดกรรมเดียวเพื่อขอลดโทษได้อีกต่อไป ถือเป็นความยุติธรรมที่คืนความชอบธรรมให้กับเหยื่อทุกคน

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]

เวลาเราพูดถึงคำว่า  #บุกรุก   เรามักจะเหมารวมว่าการเข้าไปยึดครองที่ดินที่ไม่ใช่ของเรานั้นเป็นความผิดฐานบุกรุกทั้งหมด แต่...
02/06/2026

เวลาเราพูดถึงคำว่า #บุกรุก เรามักจะเหมารวมว่าการเข้าไปยึดครองที่ดินที่ไม่ใช่ของเรานั้นเป็นความผิดฐานบุกรุกทั้งหมด แต่ในทางกฎหมายอาญา (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และ 365) มีรายละเอียดที่ต้องแยกแยะให้ชัดเจน

📍หัวใจสำคัญของการบุกรุกในทางอาญา การจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญาได้นั้นมีเงื่อนไขสำคัญคือ

1. #ต้องมีเจตนา ผู้กระทำต้องตั้งใจเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์นั้น
2. #ต้องรู้ว่าเป็นของผู้อื่น ต้องรู้ข้อเท็จจริงว่าที่ดินหรือตึกนั้นเป็นของบุคคลอื่น
3. จุดประสงค์ เข้าไป #เพื่อรบกวนการครอบครองทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน
ถ้าขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ก็อาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกได้

ตัวอย่างข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เมื่อแม่น้ำตื้นเขินจนกลายเป็นที่ดิน จาก 📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2562 มีกรณีที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่แม่น้ำนครนายก โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

เดิมทีบริเวณนั้นเป็น "ทางน้ำ" ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ต่อมาน้ำลดลงจนที่ดินตรงนั้นตื้นเขินขึ้นมา ซึ่งตามกฎหมายแล้ว (ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2)) #ที่ดินที่ตื้นเขินนี้ถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และที่สำคัญคือ มันไม่ใช่ ที่งอกริมตลิ่งตามธรรมชาติของที่ดินเอกชนคนใดคนหนึ่ง เมื่อมีคนบุกรุกเข้าไป จึงไม่ใช่การบุกรุกไปในที่ดินของคนอื่น อันจะเป็นความผิดฐานบุกรุก เพราะที่ดินนั้นเป็นที่สาธารณะนั่นเอง

🔰จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2562
ที่เกิดเหตุเดิมเป็นทางน้ำของแม่น้ำนครนายก เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ต่อมาตื้นเขินขึ้นเพราะเกิดจากปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) และมิใช่ที่งอกเพราะมิใช่ที่ดินที่งอกออกไปจากริมตลิ่งของที่ดินผู้เสียหายตามธรรมชาติความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362 กฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ที่บุกรุก #เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเท่านั้น ไม่ใช่บทบัญญัติที่จะลงโทษผู้ที่บุกรุกสาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองบุกรุกที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ของแผ่นดินดังกล่าว การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

❓ ทำไมบุกรุกที่สาธารณะ ถึงไม่ผิด ฐานบุกรุก ตามมาตรานี้ ?

ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่ากฎหมายอาญามาตรา 362 และ 365 มุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ที่บุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของ ผู้อื่น (บุคคลอื่น) เท่านั้น

สรุปคือ กฎหมายบทนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อลงโทษคนที่เข้าไปยึดถือครอบครอง สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนั้น #เมื่อจำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินที่เป็นของส่วนรวม (ที่สาธารณประโยชน์) การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตราดังกล่าว

⚠️ ข้อควรระวัง
แม้จะบอกว่าไม่ผิดฐานบุกรุกที่สาธารณะไม่ผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายอาญามาตรานี้ แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะไปยึดที่สาธารณะได้ตามใจชอบ เพราะอาจจะไปผิดกฎหมายฉบับอื่น ๆ เช่นประมวลกฎหมายที่ดิน หรือ กฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการดูแลที่ดินของรัฐซึ่งอาจมีทั้งโทษทางอาญาและโทษทางปกครองอีกด้วย

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]

📱สังคมไทยในโลกยุคใหม่หันมาใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ไม่ได้มีแค่การกระทำต่อหน้าอย่างเดียวเท่านั้น หลายคนคงเคยได...
31/05/2026

📱สังคมไทยในโลกยุคใหม่หันมาใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ไม่ได้มีแค่การกระทำต่อหน้าอย่างเดียวเท่านั้น หลายคนคงเคยได้ยินคดีเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์มาเยอะแล้ว
วันนี้เราจะมาพูดถึง กรณีหากมีการส่งข้อความข่มขู่เพื่อให้ส่งเงิน ถ้าไม่ส่งให้จะเปิดเผยความลับนั้น ผู้ส่งจะมีความผิดฐานใดหรือไม่ และกฎหมายมีหลักเกณฑ์ว่าอย่างไร

🤫คำว่า “ความลับ” หมายถึง #ข้อเท็จจริงที่ไม่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไปและเจ้าของความลับนั้นประสงค์จะปกปิดหรือให้รู้อยู่ในวงจำกัด
การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นความลับ ให้ถือเอาเจตนาของเจ้าของความลับเป็นสำคัญ เช่น การที่ผู้เสียหายถูกผู้ไม่หวังดีข่มขู่ว่าหากไม่นำเงินมาให้จะเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียหายกับชู้สาว โดยที่ผู้เสียหายเองก็มีครอบครัวแล้ว จะเห็นว่ากฎหมายในเรื่องนี้มิได้กำหนดว่าสิ่งนั้นต้องผิดศีลธรรมหรือถูกกฎหมาย เพียงแค่เป็นความลับที่ไม่ต้องการให้คนทั่วไปรู้ก็มีความผิดได้

➡️ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338 วางหลักว่า “ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์”

1️⃣คำว่า “ให้ยอมให้” หรือ “ยอมจะให้” ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน คือ #การที่ผู้เสียหายถูกบังคับให้ยอมนำส่งเงินหรือสิ่งซึ่งเป็นทรัพย์ แก่ผู้กระทำความผิดหรือผู้อื่นที่ผู้กระทำความผิดให้กระทำการส่งให้

การเปิดเผยความลับนั้นไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะชื่อเสียงเท่านั้น แต่รวมไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางทรัพย์สินด้วย #แต่ถ้าการเปิดเผยความลับที่กฎหมายให้อำนาจไว้ย่อมไม่เป็นความผิด เช่น แจ้งความหรือกล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่พบเพื่อนบ้านมีสารเสพติด หากเป็นการแจ้งตามหน้าที่หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยมิได้เรียกรับเงิน จึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่ความลับนั้นเปิดเผยโดยมุ่งหวังที่จะเอาทรัพย์ด้วยหรือสิทธิที่อยู่เหนือตัวทรัพย์ เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือสิทธิครอบครอง ก็จะมีความผิดฐานรีดทรัพย์ตามมาตรานี้ได้ มิได้จำกัดเพียงแค่ทรัพย์ที่เป็นเงิน

2️⃣คำว่า “จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น” หากผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่ยอมให้ทรัพย์ตามที่ถูกเรียกนั้น #ความผิดตามมาตรานี้ก็จะสำเร็จทันทีแม้จะยังไม่ได้ส่งมอบทรัพย์แต่ผู้ถูกข่มขู่ตกลงว่าจะให้และอยู่ในระหว่างการนำส่ง แต่หากผู้ถูกข่มขู่ยังมิได้ตกลงว่าจะให้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดเสียเลย ยังคงมีความผิดฐานพยายามรีดเอาทรัพย์
เราจะเห็นได้ว่าการเปิดเผยความลับของผู้อื่นนั้นก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาทไว้แล้ว แต่หากความลับที่เปิดเผยไว้นั้นนำได้มาซึ่งตัวทรัพย์อันเป็นการไปข่มขู่รีดไถจากตัวผู้เสียหายก็จะมีความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 338 ด้วย เป็นการกระทำที่อาจผิดกฎหมายหลายบท ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

📚คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2561
จำเลยส่งข้อความทางผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตถึงโจทก์หลายครั้ง ขู่เข็ญโจทก์ให้จ่ายเงินจำเลย มิเช่นนั้นจะเปิดเผยความลับรูปภาพและวิดีโอที่โจทก์ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับชายอื่น ในขณะที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากจำเลย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยขู่เข็ญจะเปิดเผยความลับ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหายครบองค์ประกอบความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ เมื่อโจทก์ไม่ยินยอมมอบเงินให้ตามที่จำเลยขู่เข็ญ #การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามรีดเอาทรัพย์
📚 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2549
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยข่มขู่ผู้เสียหายให้ยอมให้เงิน 300,000 บาท แก่จำเลย #โดยขู่ว่าหากผู้เสียหายไม่ยอมให้เงินจำเลยจะนำภาพเปลือยของผู้เสียหายออกเปิดเผยทำให้ผู้เสียหายยอมให้เงิน 10,000 บาท แก่จำเลยแต่โจทก์ไม่ได้บรรยายมาในคำฟ้องว่า ภาพเปลือยของผู้เสียหายที่จำเลยขู่ว่าจะเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามเสียหายอย่างไร ทั้งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะหากไม่ใช่ความลับที่เปิดเผยแล้วจะทำให้ผู้เสียหายหรือบุคคลที่สามต้องเสียหายก็ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าไม่ใช่ความลับที่ผู้เสียหายต้องการจะปกปิดเอาไว้ไม่ให้เปิดเผยแก่บุคคลทั่วไปอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

📚คำพิพากษาฎีกาที่1869/2536
จำเลยกับพวกร่วมกันขู่โจทก์ร่วมให้ยอมให้เงินจำนวน 350,000 บาท แก่จำเลยกับพวก #โดยขู่ว่าถ้าไม่ให้จะนำวีดีโอเทปการร่วมประเวณีระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยไปฉายให้ประชาชนดูและจะฟ้องต่อเจ้าคณะจังหวัดกรมการศาสนาและจะลงหนังสือพิมพ์แม้โจทก์ร่วมจะไม่ได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกก็เข้าองค์ประกอบของความผิดฐานพยายามรีดเอาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 338 ประกอบมาตรา 80 แล้ว

📞 ยินดีให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย
บริษัท สเปซ ลีเกิล ลอว์ จำกัด
https://www.speslegallaw.com
┌──────────────┐
ช่องทางการติดต่อ
🔵 Page Facebook : https://www.facebook.com/share/17V3X9NtFe/?mibextid=wwXIfr

🟢 Line ปรึกษาคดี : https://line.me/ti/p/MNJmOjlPYD

🔴 Tel ปรึกษาคดี : 093-746-0148

⚫️ MAIL : [email protected]
└─────────────

ที่อยู่

เลียบกาญจนาภิเษก
Bangkok
10220

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 20:00
อังคาร 07:30 - 20:00
พุธ 07:30 - 20:00
พฤหัสบดี 07:30 - 20:00
ศุกร์ 07:30 - 20:00
เสาร์ 07:30 - 20:00
อาทิตย์ 07:30 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SPES LEGAL LAW ปรึกษากฎหมายกับทนายมืออาชีพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท