Kittimate and Associates

Kittimate and Associates ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kittimate and Associates, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, 621 ซอยราชวิถี 21 แขวงบางยี่ขัน, Bang Phlat.

Law firm: บริษัทที่ปรึกษากฎหมายให้บริการแก่ธุรกิจคุณ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและดำเนินการต่างๆให้ในฐานะตัวแทนจัดการธุรกรรมที่เกี่ยวข้ององค์กรธุรกิจ รวมทั้งทำหน้าที่แทนฝ่ายกฎหมายภายในองค์กรและการจัดอบรมสัมมนาทางกฎหมายธุรกิจโดยทนายความที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

Turnkey Projects การพัฒนาโครงการต่างๆมีประเด็นข้อสัญญาอะไรบ้างที่พบบ่อยTurnkey Project หรือสัญญา EPC (Engineering, Procu...
29/07/2026

Turnkey Projects การพัฒนาโครงการต่างๆมีประเด็นข้อสัญญาอะไรบ้างที่พบบ่อย

Turnkey Project หรือสัญญา EPC (Engineering, Procurement and Construction) เป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบโครงการที่พร้อมใช้งาน (Ready to Operate) โดยเจ้าของโครงการมีหน้าที่หลักในการชำระค่าจ้างตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน ทำให้การจัดสรรความเสี่ยงในสัญญามีความสำคัญมาก เพราะความรับผิดส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้รับจ้าง จึงต้องเริ่มพิจารณาที่ ขอบเขตงาน หรือ Scope of Work ซึ่งถือเป็นหัวใจของสัญญา ควรระบุให้ชัดเจนว่า ผู้รับจ้างรับผิดชอบงานใดบ้าง (Design, Procurement, Construction, Testing, Commissioning) งานใดเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของโครงการ และสิ่งใดไม่รวมอยู่ในสัญญา (Exclusions) หาก Scope ไม่ชัดเจน มักเป็นสาเหตุหลักของข้อพิพาทเรื่องงานเพิ่ม (Variation Order) มาเพิ่มเติมตรงนี้ด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจนำไปสู่ปัญหาเกิดข้อพิพาทภายหลังได้นั่นเองซึ่งสิ่งที่นำมาพิจารณาเป็นประเด็นที่พบบ่อยกันบนโต๊ะการเจรจราในงานพัฒนาโครงการซ฿งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

ประเด็นแรกคือ เรื่องที่มักเกิดปัญหาบ่อยครั้งจนนำไปสู่การระงับข้อพิพาททางกฎหมาย คือ เรื่องของการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงาน Project Schedule วันส่งมอบงาน หากมีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงอาจมีการขยายระยะเวลาในการกำหนด Extension of Time (EOT) ซึ่งอาจจะต้องมีการกำหนดเรื่องของสิทธิในการขยายเวลาว่าสมารถขยายระยะเวลาออกไปได้เพียงใด ขยายได้กี่ครั้ง หากเกิดผลกระทบต่อเวลาการปฏิบัติงานแล้ว ต้องมีการกำหนดว่า หากไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันในเงื่อนไขกรอบระยะเวลานั้นต้องมีการกำหนดเงื่อนไขเรื่องของ Liquidated Damages (LD)ที่ระบุว่า ค่าปรับกรณีส่งงานล่าช้า รวมทั้งกำหนดเพดานของค่าปรับ (Cap)นั้นให้ชัดเจนด้วย และข้อยกเว้นของเพดานความรับผิด Limitation of Liability ซึ่งมีการกำหนดเพดานความรับผิดและความเสียหายทางอ้อม (Consequential Loss) เอาไว้ให้ชัดเจน

ประเด็นถัดไป คือ การกำหนดเรื่องของราคาว่า ราคางานโครงการที่มีการพัฒนาตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้างหรือติดตั้งและทดสอบนั้นมีราคาสัญญา (Contract Price)อย่างไรบ้างที่ควรพิจารณาว่าเป็นรูปแบบ Lump Sum หรือ Cost Plus และราคาครอบคลุม VAT หรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิจารณาประกอบเอกสารอย่างอื่นเพิ่มเติมอาทิ Specification, Drawings, BOQ และ Technical Requirements เพราะในหลายๆโครงการ เรื่องของวัสดุอุปกรณ์ต้นทุนนั้นราคาอาจมีการปรับได้ในกรณีใด เช่น ราคาวัสดุ ค่าเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น วิธีคิดราคา นอกจากนี้ในการกำหนดเรื่องราคาอาจต้องมีการตกลงวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน ในเรื่อง Payment Terms และการชำระเงินล่วงหน้า (Advance Payment) รวมทั้งเงื่อนไขการวางหลักประกันคืนเงินล่วงหน้าการจัดเตรียมการจัดเตรียมหลักประกันโครงการ อาทิ bank guarantee Bid Bond มาพิจารณาประกอบด้วย เป็นต้น

ประเด็นต่อมา คือ ที่ต้องระบุไว้หลายๆงานก่อสร้างเลยคือ เรื่องการรับประกัน Warranty ที่ต้องกำหนดให้ชัดว่า มีระยะเวลารับประกัน เท่าใด และขั้นตอนเงื่อนการทดสอบวัดประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของงานว่าเป็นไปตามมาตรฐานด้วยหรือไม่ สำหรับ Performance Guarantee เข้ามาเกี่ยวข้อง วิธีการหรือขั้นตอนการซ่อมแซมบำรุงรักษาในภายหลังและกรอบระยะเวลาที่ต้องเข้าซ่อม รวมทั้งสิทธิของสิทธิของเจ้าของโครงการหากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการ

ประเด็นสุดท้าย คือ ขอบเขตการจัดสรรความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นอาทิ ความเสี่ยงในการออกแบบ เหตุสุดวิสัย ความชำรุดบกพร่องที่ซ่อนเร้นหรือไม่ปรากฏ ความเสี่ยงของบริเวณพื้นที่ความปลอดภัยต่างๆ รวมทั้งการเปลี่ยนนโยบายของภาครัฐและกฎ ระเบียบกฎหมายต่างๆที่มีการปรับเปลี่ยนกันในภายหลังซึ่งอาจมีผลกระทบ รวมทั้งการจัดการข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นในระหว่างและภายหลังที่มีการก่อสร้างพัฒนาโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในวางแผนดูแลและช่วยในการบริหารโครงการในฐานะที่ปรึกษาแก่เจ้าของโครงการ โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่
☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664
💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com
📩 อีเมล - [email protected] ดูน้อยลง

Kittimate and Associates ได้มีส่วนร่วมในการออกบูธในการนำเสนอการให้บริการทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการและผู้บริหารบริษัทต่างๆ ...
23/07/2026

Kittimate and Associates ได้มีส่วนร่วมในการออกบูธในการนำเสนอการให้บริการทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการและผู้บริหารบริษัทต่างๆ ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฏาคม 2569 ที่ผ่านมาที่ KICE ขอนแก่น

นำโดยคุณกฤติเมธ ไชยจิตต์และทีมงานได้มีส่วนร่วมในการออกบูธในการนำเสนอการให้บริการทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการหรือบริษัทองค์กรในเขตพื้นที่ตั้งบริษัทในเขตภาคอีสาน ที่กำลังมองหาที่ปรึกษาด้านกฎหมายแก่ธุรกิจตั้งแต่ธุรกิจขนาด SME จนไปถึงบริษัทขนาดใหญ่อย่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมหาชน จำกัด ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นโดยสำนักข่าว The standard ภายใต้งาน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026

17/07/2026
เตรียมพบกับ Kittimate and Associates ที่ปรึกษากฎหมายเพื่อองค์กรธุรกิจ ในงาน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026...
16/07/2026

เตรียมพบกับ Kittimate and Associates
ที่ปรึกษากฎหมายเพื่อองค์กรธุรกิจ ในงาน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026

🗓 : เสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569
🕘 : 09.00 - 17.00 น.
⛩️ : ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ KICE

สามารถพบกับบูธบริษัทของเราได้ที่งาน
โดยภายในวันงาน ผู้ประกอบการและผู้บริหารแบรนด์บริษัทสามารถเข้าชมบูธต่างๆได้ รวมทั้งสามารถปรึกษากฎหมายได้เลย ⭐️

พบกับ คุณกฤติเมธ ไชยจิตต์ ✨
Managing Partner ของ Kittimate and Associates ที่มาร่วมออกบูธด้วย

เตรียมบัตรเข้างานให้พร้อม แล้วมาพบกันค่า

#ที่ปรึกษากฎหมาย #นักกฎหมาย #ทนายความ ีสาน2026 #โตไกลกว่าอีสาน ีสาน2026

รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้ถือหุ้น หรือแบบ 246-2 มีความสำคัญอย่างไรปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น...
09/07/2026

รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้ถือหุ้น หรือแบบ 246-2 มีความสำคัญอย่างไร

ปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีหลักการที่สำคัญอยู่อย่างหนึ่งคือ หลักการเปิดเผยข้อมูล(Disclosure) ในตลาดหลักทรัพย์ คือ กฎเหล็กที่บังคับให้บริษัทจดทะเบียนต้องรายงานข้อมูลสำคัญที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนและราคาหลักทรัพย์อย่างโปร่งใส ทันเวลา และเท่าเทียม เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) และรักษาความเป็นธรรมในตลาดทุนภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายหลักทรัพย์เพื่อให้ผู้ลงทุนนั้นสามารถได้รับหรือมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียมกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์นั้น

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้น หรือการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์นั้นจึง ต้องมีการแจ้งหรือยื่นแบบเอกสารที่เรียกว่า "แบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ" คือแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนดไว้ว่า ถ้านักลงทุนคนไหนที่มีการซื้อหรือขายหุ้น (รวมถึงหลักทรัพย์แปลงสภาพ) จนทำให้สัดส่วนการถือครองข้ามจุดตัดทุกๆ 5% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ (เช่น 5%, 10%, 15% เป็นต้น) จะต้องยื่นรายงานให้ทาง หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ทราบนั่นเอง เพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของรายงานนี้ คือเพื่อสร้างความ "โปร่งใส" ให้นักลงทุนรายย่อยได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจการบริหารและการควบคุมกิจการ

ปกติแล้วนั้นจะมีระบบการรายงานแบบ 246-2 ซึ่งใช้แนวทางให้ผู้ถือหุ้นรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง (Self-declared reporting) เพื่อความรวดเร็วในการเปิดเผยโครงสร้างกลุ่มทุนใหม่แก่นักลงทุนโดยข้อมูลในเอกสาร นั้นจะต้องมีการปรากฎข้อมูลในระบบต่างๆ อาทิ ทั้งเรื่องของสัดส่วนอัตราการถือหุ้นที่รายงาน ราคาที่ได้มา และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นของบอร์ด รวมทั้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงหุ้นทั้งก่อนได้มา ได้มา และหลังได้มาแล้ว รวมทั้ง วันที่มีการบันทึกในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอีกด้วย เป็นต้น ซึ่งระบบดังกล่าวมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดรัดกุมมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนเชิงลึกที่ผู้ใช้งานต้องลงทะเบียนด้วยข้อมูลส่วนบุคคล และผู้บันทึกข้อมูลจะต้องกดยืนยันเพื่อรับรองความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลตามความเป็นจริงด้วยตนเอง พร้อมทั้งต้องยอมรับเงื่อนไขและรับทราบว่า ข้อมูลที่กรอกลงไปทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะด้วยก่อนทุกครั้ง ดังนั้นหากใครรายงานข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง จะเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย หรือ หากเกิดพบปัญหาว่า ผู้รายงานที่ยื่นแบบ 246-2 เข้ามานั้น ผู้รายงานไม่ได้มีหน้าที่แต่ตั้งใจส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมีเจตนาอำพรางเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ จะถือเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการต่างๆในการกำหนดโครงสร้างและการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ในการยื่นแบบรายงานต่างๆให้ถูกต้องเป็นไปตามหลัเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน
ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่
☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664
💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com
📩 อีเมล - [email protected]

พนักงานหนึ่งถือเป็นสินทรัพย์หนึ่งขององค์กร เมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือการควบรวม/โอนกิจการ ก็ย่อมต้องมีการโอนทั้งห...
01/07/2026

พนักงานหนึ่งถือเป็นสินทรัพย์หนึ่งขององค์กร เมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือการควบรวม/โอนกิจการ ก็ย่อมต้องมีการโอนทั้งหนี้และทรัพย์สินไปด้วย พนักงานก็เช่นเดียวกัน แต่มีเป็นประเด็นสำคัญทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาคือ ตามกฎหมายแรงงาน เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิของลูกจ้างและหน้าที่ของนายจ้างเดิมและนายจ้างใหม่ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร การควบรวมกิจการ (Merger) หรือการโอนกิจการ (Business Transfer) ไม่ได้ทำให้สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ หากกิจการยังดำเนินต่อไปและมีการรับโอนพนักงานไปยังนายจ้างใหม่ หากมีการโอนกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังนายจ้างใหม่นายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่เกี่ยวกับลูกจ้างอายุงานเดิมของลูกจ้างต้องได้รับการนับต่อเนื่อง สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างเคยได้รับต้องได้รับการคุ้มครอง การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้างที่เป็นผลเสียแก่ลูกจ้างอาจทำไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอม

แต่ถ้าเป็นกรณีที่กรณีควบรวมกิจการ (Merger) เมื่อบริษัทรวมกิจการกัน โดยทั่วไปลูกจ้างยังคงสถานะเป็นลูกจ้างต่อเนื่องอายุงานเดิมไม่ควรถูกตัดตอนสิทธิด้านค่าจ้าง โบนัส สวัสดิการ และสิทธิในการได้รับค่าชดเชยในอนาคตควรได้รับการพิจารณาต่อเนื่องตามกฎหมายและข้อตกลงที่มีอยู่นั่นเอง หากลูกจ้างไม่ยินยอมโอนในทางปฏิบัติอาจเกิดกรณีที่ลูกจ้างไม่ประสงค์จะย้ายไปอยู่กับนายจ้างใหม่ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับลักษณะของการปรับโครงสร้างและรายละเอียดของการโอนกิจการ เช่น อาจถือเป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้างเดิม ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย อาจมีการเจรจาจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมตามข้อตกลง การพิจารณาต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ดังนั้นการโอนพนักงาน เมื่อมีการปรับโครงสร้างบริษํทหลักสำคัญคือ สิทธิของลูกจ้างต้องไม่ด้อยลงกว่าเดิม สิ่งที่นายจ้างควรดำเนินการ แจ้งพนักงานล่วงหน้าอย่างชัดเจน จัดทำแผนการโอนพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษรรับรองการนับอายุงานต่อเนื่องเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์เดิมหรือจัดให้มีสิทธิประโยชน์ที่ไม่น้อยกว่าเดิมจัดทำข้อตกลงหรือหนังสือยินยอมในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจ้าง เพื่อลดประเด็นที่มักเกิดข้อพิพาทต่างๆ อาทิ การไม่นับอายุงานต่อเนื่อง การลดค่าจ้างหรือสวัสดิการ การเปลี่ยนตำแหน่งงานโดยไม่ยินยอม การกำหนดให้พนักงานเซ็นสัญญาใหม่โดยตัดสิทธิเดิม การไม่จ่ายค่าชดเชยเมื่อมีการเลิกจ้างจากการปรับโครงสร้าง

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและทำการโอนกิจการหรือควบรวมกิจการ ปรับโครงสร้างขององค์หรือรวมทั้งการโอนพนักงานไปยังนายจ้างใหม่ในภาคธุรกิจ โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

การฟ้องแพทย์หรือการฟ้องโรงพยาบาล คุณหมอนั้น พบได้บ่อยในคดีทางการแพทย์ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของแพทย์ โรงพ...
24/06/2026

การฟ้องแพทย์หรือการฟ้องโรงพยาบาล คุณหมอนั้น พบได้บ่อยในคดีทางการแพทย์ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดของแพทย์ โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อผู้ป่วยหรือญาติเห็นว่าได้รับความเสียหายจากการตรวจ วินิจฉัย หรือรักษาพยาบาลที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยหลักแล้ว การฟ้องร้องคดีทางการแพทย์นั้น มาจากการวินิจฉัยโรคผิดพลาดหรือวินิจฉัยล่าช้า การรักษาผิดวิธีหรือผ่าตัดผิดตำแหน่ง ให้ยาผิดชนิดหรือผิดขนาด รวมถึงการละเลยขาดการติดตามอาการหลังการรักษา และการไม่แจ้งข้อมูลความเสี่ยงและทางเลือกในการรักษาอย่างเพียงพอ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาคดีทางการแพทย์ทั้งสิ้น การฟ้องร้องคดีทางการแพทย์นั้นหลายครั้ง นอกเหนือจากคดีแพ่งหรือคดีอาญาแล้วอาจมีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลจนนำไปสู่เป็นคดีผู้บริโภคด้วยนั่นเอง รวมทั้งกฎหมายและข้อบังคับขององค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ที่ใช้พิจารณามาตรฐานการประกอบวิชาชีพอีกด้วย หลายครั้งเมื่อเจรจราตกลงความเสียหายหรือผู้ป่วยไม่ได้รับการเยียวยาก็นำไปสู่การใช้สิทธิในการฟ้องร้องดำเนินคดี

ปัญหาของการเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายในคดีทางการแพทย์นั้น หากผู้ป่วยไม่ได้รับการชดเชยยอย่างเหมาะสมก็นำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีก็ตามการพิสูจน์ว่า แพทย์กระทำโดยประมาทจึงเป็นเรื่องซับซ้อนและต้องอาศัยพยานผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ทำให้มีกระบวนการดำเนินคดีอาจใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและการหาหลักฐานเพิ่มขึ้น แต่หากผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายอาจตกลงเจรจราค่าเสียหายหรือแนวทางการเยียวยาได้อย่างเหมาะสมก็ย่อมช่วยลดปัญหาหรือข้อพิพาทลงได้ ซึ่งอาจไม่ต้องนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี การสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยอย่างชัดเจน การอธิบายความเสี่ยงและขอความยินยอมก่อนการรักษา โดยมีกระบวนการไกล่เกลี่ยและชดเชยความเสียหายก่อนเข้าสู่การฟ้องคดีเข้ามาเป็นตัวช่วยเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาทางออกกันในเบื้องต้นก่อน เนื่องจาก คดีทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพและสิทธิของผู้ป่วยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบสาธารณสุขก็ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การไกล่เกลี่ย และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ป่วย เพื่อลดข้อพิพาทและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในการช่วยเหลือระงับข้อพิพาทหรือไกล่เกลี่ยในคดีทางการแพทย์ โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

การจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานหรือ สคบ.เช่น ขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางที่ติดต่อ...
17/06/2026

การจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงกับสำนักงานหรือ สคบ.เช่น ขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางที่ติดต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งธุรกิจตลาดแบบตรง เป็นการเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยการสื่อสารกับผู้บริโภคที่อยู่ห่างกัน เช่น เว็บไซต์ขายสินค้า แอปพลิเคชัน Social Media ที่รับคำสั่งซื้อโดยตรง ช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ที่ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องไปที่ร้านค้า โดยทั่วไป ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องจดทะเบียนกับ สคบ. ก่อนดำเนินธุรกิจ แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น ผู้ขายออนไลน์รายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือกิจการที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องพิจารณาก่อนว่า "เข้าข่ายตลาดแบบตรงหรือไม่" เพราะไม่ใช่การขายของออนไลน์ทุกรูปแบบจะต้องจดทะเบียน เช่น กรณีที่เป็นเพียงการโฆษณาสินค้าเพื่อให้ลูกค้าไปซื้อที่หน้าร้าน อาจไม่เข้าข่าย แต่หากมีการเสนอขาย รับคำสั่งซื้อ และทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภค มักมีโอกาสเข้าข่ายธุรกิจตลาดแบบตรงตามกฎหมาย

แต่เข้าข่ายประเภทธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนแล้ว แล้วทาง สคบ ตรวจพบว่าท่านยังไม่ได้ดำเนินการ หากไม่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ จะมีโทษ หากกิจการของท่านเข้าข่ายเป็น ธุรกิจตลาดแบบตรง ตามกฎหมาย แต่ไม่ได้จดทะเบียนกับ สคบ. ก่อนดำเนินการ ตาม พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 27 กำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแล้ว และมาตรา 38 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ซึ่งอาจมีโทษทางอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีค่าปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ซึ่งอันนี้เป็นค่าปรับที่มีจำนวนเยอะอยู่พอสมควรดังนั้นหากทราบแล้วควรจัดระบบการจำหน่ายและคลังสินค้าให้พร้อมเพื่อความสะดวกแก่การตรวจสอบเอกสารในการยื่นคำขอ

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและรับจดทะเบียนตลาดแบบตรง และจัดทำรายงานประจำปี โดยมีที่ปรึกษากฎหมายที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจต่างๆมาแล้วมากกว่า 10 บริษัท

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ความเสี่ยงในการบริหารการเงินไม่ดีพออาจนำไปสู่การถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลายในปัจจุบันด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนั้น การบริหารจั...
09/06/2026

ความเสี่ยงในการบริหารการเงินไม่ดีพออาจนำไปสู่การถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย

ในปัจจุบันด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนั้น การบริหารจัดการทางการเงินของลูกหนี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป หรือนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนบริษัทได้ก่อหนี้สินเพื่อขยายกิจการหรือเพื่อค้าขายด้วยการขายเชื่อหรือเครดิตเทอมมากกว่าการขายด้วยเงินสด จนประสบปัญหาขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก จากการบริหารจัดการทางการเงินผิดพลาดอันส่งผลทำให้เกิดหนี้จำนวนมากขึ้นจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ทันตามกำหนดระยะเวลาแล้วนำมาสู่การผิดนัดชำระหนี้และไม่ชำระดอกเบี้ยหรือจ่ายดอกเบี้ยไม่ไหวนั้น อย่างที่พบเห็นได้บ่อยว่า บริษัทนั้นมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 3:1 หมายความว่าบริษัทมีหนี้สิน 3 ส่วน ต่อทุน 1 ส่วน ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งปกติแล้ว ค่ามาตรฐานทั่วไป หนี้มักไม่ควรเกิน 1–2 เท่าของทุน จึงส่งผลให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยสูงเสี่ยงต่อภาวะขาดสภาพคล่อง และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินล้มละลายได้ง่าย หากรายได้ลดลง แม้ในขณะเดียวกันจะถูกมองว่าช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในภาวะเศรษฐกิจเติบโตก็ตาม แต่หาก หากรายได้หรือกำไรของบริษัทปรับตัวลดลง บริษัทอาจเผชิญปัญหาในการหาเงินสดมาจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามกำหนดทำให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินสูงและเกิดปัญหาความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจที่ลดลงมาจนทำให้เจ้าหนี้หรือซัพพลายเออร์หลายรายรวมตัวกันฟ้องร้องบริษัทรายใหญ่ล้มละลายเจ้าหนี้

ดังนั้นหากจะฟ้องร้องดำเนินคดีล้มละลาย ควรทราบถึงสิทธิของเจ้าหนี้ในการฟ้องคดีล้มละลาย เป็นสิทธิทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ใช้กระบวนการล้มละลายเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของตน เมื่อเห็นว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่สามารถชำระหนี้ได้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำฟ้องต่อศาลล้มละลายได้ หากมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ เป็นเจ้าหนี้ที่มีหนี้แน่นอนและสามารถกำหนดจำนวนเงินหนี้ดังกล่าวได้แน่นอน และหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว โดยลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือมีเหตุอันกฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และมีจำนวนหนี้เป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด อาทิ บุคคลธรรมดามีหนี้สินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และนิติบุคคลมีหนี้สินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขั้นไป ย่อมเจ้าหนี้ทำให้มีสิทธิในการฟ้องร้องดำเนินคดีล้มละลายแก่ลูกหนี้ได้ต่อศาลล้มละลาย โดยหากศาลเห็นว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วศาลย่อมมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้ แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าหนี้สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อให้ได้รับส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้ตามลำดับสิทธิที่กฎหมายกำหนด

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาคำแนะนำในการลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องคดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการในภาคธุรกิจ โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

MOU แตกต่างจากสัญญาอย่างไรเมื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจMOU หรือ Memorandum of Understanding คือ บันทึกความเข้าใจ เอกสารท...
05/06/2026

MOU แตกต่างจากสัญญาอย่างไรเมื่อนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ

MOU หรือ Memorandum of Understanding คือ บันทึกความเข้าใจ เอกสารที่ใช้แสดงเจตนาและความตกลงร่วมกันระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นองค์กร, บริษัท, ภาครัฐ เพื่อเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ รวมถึงในการประกอบธุรกิจด้วย จึงเป็นเอกสารที่แสดงถึงความตั้งใจที่จะร่วมมือกันหรือทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่าง ๆ โดยทั่วไปจะไม่เป็นข้อผูกพันทางกฎหมายเพื่อใช้สำหรับการแสดงความตกลงใจในแนวทางหรือเป้าหมายร่วมกันในเบื้องต้นซึ่งจะปรากฏเนื้อหากรอบการทำงานร่วมกัน และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ โดย MOU นั้นจะไม่ผูกพันทางกฎหมายเป็นหลัก กล่าวคือ MOU มีผลทางกฎหมายในระดับหนึ่ง เป็นหลักฐานแสดงเจตนาของทั้งสองฝ่ายที่จะร่วมมือกัน แต่ MOU มีผลทางกฎหมายน้อยกว่าสัญญา เพราะมีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนเท่ากับสัญญา หากเกิดปัญหาที่คู่สัญญาหรือคู่กรณีอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม ทำให้การบังคับใช้ตามกฎหมายเป็นไปได้ยาก ไม่ได้มีความผูกพันทางกฎหมายที่เข้มงวดเท่ากับสัญญานั่นเอง

MOU ที่นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจหรือในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก นั้นจึงใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรหรือบุคคลต่างๆสดงเจตนาที่จะร่วมกันดำเนินงานโครงการหรือกิจกรรมต่างๆซึ่งอาจมีกรอบวางแผนงานไว้ สามารถใช้ขอรับการสนับสนุนจากองค์กรภายนอกได้ รวมทั้งใช้สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับองค์กรอื่นๆ ดังนั้น MOU เป็นหลักฐานแสดงเจตนาของทั้งสองฝ่ายที่จะร่วมมือกันในการดำเนินงานบางอย่าง ซึ่งอาจนำมาใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ในกรณีที่มีการผิดสัญญา มักเป็นขั้นตอนแรกก่อนที่จะทำสัญญาฉบับสมบูรณ์ ซึ่งรายละเอียดใน MOU อาจถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับสมบูรณ์ นอกจาก MOU ยังมีMOA หรือ (Memorandum of Agreement) ซึ่งเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายมากกว่า MOU โดยระบุข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่ชัดเจนและเจาะจงระหว่างทั้งสองฝ่าย โดย MOA มีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดกว่า MOU นั่นเอง

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและจัดทำสัญญาและ MOU เพื่อใช้ในความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆในภาคธุรกิจ โดยมีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ที่อยู่

621 ซอยราชวิถี 21 แขวงบางยี่ขัน
Bang Phlat
10700

เบอร์โทรศัพท์

+66956142664

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kittimate and Associatesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Kittimate and Associates:

แชร์