Kittimate and Associates

Kittimate and Associates ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kittimate and Associates, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, 621 ซอยราชวิถี 21 แขวงบางยี่ขัน, Bang Phlat.

Law firm: บริษัทที่ปรึกษากฎหมายให้บริการแก่ธุรกิจคุณ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและดำเนินการต่างๆให้ในฐานะตัวแทนจัดการธุรกรรมที่เกี่ยวข้ององค์กรธุรกิจ รวมทั้งทำหน้าที่แทนฝ่ายกฎหมายภายในองค์กรและการจัดอบรมสัมมนาทางกฎหมายธุรกิจโดยทนายความที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

การประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและเช่าแบบลิสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ด้วยปัจจุบัน การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่...
13/12/2025

การประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและเช่าแบบลิสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์

ด้วยปัจจุบัน การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีการให้บริการกับประชาชนเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีจำนวนธุรกรรมคงค้างของการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการ ให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมแล้วมีประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 12.3 ของ หนี้ครัวเรือนทั้งหมด และประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนธุรกรรมดังกล่าวเป็นการให้บริการของผู้ประกอบการ ที่มิใช่สถาบันการเงินและมิใช่บริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ (non-bank) ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ ชัดเจน อีกทั้งที่ผ่านมา ข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการใช้บริการดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดทำกฎหมาย พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 โดยมีการประกาศลงในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

เนื่องด้วยธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลิสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจทางการเงินประเภทหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับประชาชน เดิมธุรกิจเหล่านี้อยู่ภายใต้กำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่ปัจจุบันธุรกิจดังกล่าวมีการให้บริการประชาชนในวงกว้าง มีอัตราการขยายตัวสูง มีปริมาณธุรกรรม ณ เดือน ธ.ค. 67 สูงขึ้นมาก ทำให้การที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามา กำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ที่เคยอยู่ "นอกระบบ" การควบคุมของสถานบันการเงินหรือนอกการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่ ยกระดับมาตรฐานการบริการ, คุ้มครองผู้บริโภคให้เป็นธรรมมากขึ้น, และสร้างเสถียรภาพให้ระบบการเงิน โดยกำหนดให้บริษัทลีสซิ่งต้อง รายงานตัวกับ ธปท. และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ การประกอบธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น เช่น การคิดดอกเบี้ย การคิดค่าธรรมเนียม และการจัดการหนี้ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเดิมและรายใหม่ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์กับ ธปท.แต่ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเดิมและรายใหม่มีหน้าที่ต้องรายงานตัวต่อ ธปท. โดยมีรายละเอียดตามที่ ธปท. จะกำหนดต่อไป

ทั้งนี้ในการกำกับดูแลนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติ ซึ่งยังไม่มีกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ จากกฎหมาย "พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568" ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจใน 2 ด้าน คือ ประการแรกการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงิน เพื่อดูแลระดับหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่เป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภคก่อหนี้สินเกินตัวโดยไม่จำเป็น และประการถัดมาเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมและดูแลประชาชนทั่วไปให้ได้รับบริการที่เป็นธรรม ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ถูกหลอก ถูกบังคับ ถูกรบกวน หรือถูกเอาเปรียบ ตลอดจนสามารถ เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินด้วยราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้ ประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่ ธปท. ประกาศกำหนดโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ฎ.ฯ อาทิการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูล เช่น อัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ ต่าง ๆ ให้ผู้บริโภคทราบ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การกำหนดหลักการในการเรียกเก็บดอกเบี้ย การคำนวณเบี้ยปรับ

ทั้งนี้ตามกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม พ.ร.ฎ.ฯ ซึ่งมีโทษทั้งปรับ จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับเพื่อเป็นการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ดังกล่าวในข้างต้น จะได้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กล่าวคือผู้บริโภค จะได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและเป็นธรรมรวมถึงมีข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการอย่างเพียงพอ อีกทั้งทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมภายใต้การกำกับดูแลตามระดับความมีนัยสำคัญของความเสี่ยง (risk proportionality) และทำให้ภาครัฐ สามารถกำกับดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงความเป็นธรรมในการให้บริการด้วย

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนแนวทางการดำเนินธุรกิจและการขอใบอนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ เราพร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีพนักงานร่วมกันนัดหยุดงานไม่ทำงานชั่วคราวอันเป็นมาตรการที่ลูกจ้างใช้กดดันนายจ้างในเรื่องข้อพิพ...
05/12/2025

จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีพนักงานร่วมกันนัดหยุดงานไม่ทำงานชั่วคราวอันเป็นมาตรการที่ลูกจ้างใช้กดดันนายจ้างในเรื่องข้อพิพาทแรงงาน เมื่อบริษัทขนาดใหญ่ที่มีโรงงานที่ตั้งในประเทศไทยแห่งหนึ่งได้มีการปิดงาน นั้นเพื่อเป็นการใช้สิทธิตอบโต้พนักงานที่มีการประท้วงเรื่องของเงินโบนัสพนักงานซึ่งเป็นข้อขัดแย้งยังไม่สามารถหาข้อยุติได้นั้นทำให้หลายคนสงสัยว่า มีการ “ปิดงานงดจ้าง” คือออะไรใช่การปิดกิจการเลยหรือไม่ หรือเป็นการปิดงาน ตามกฎหมายหรือไม่ และคงสงสัยถึงความแตกต่างระหว่าง "ปิดงาน" กับ "หยุดกิจการ"

การปิดงาน ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 คือ สิทธิของนายจ้างในการตอบโต้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ซึ่งในกรณีนี้คือ ประเด็นเรื่องของเงินโบนัสนั่นเอง โดยเป็นการปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททำงานเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามในเรื่องของสถานะการจ้างนั้น การปิดงานไม่ถือเป็นการเลิกจ้างลูกจ้างถาวรแต่อย่างใด แต่เป็นการระงับการทำงานชั่วคราวเพื่อกดดันให้ข้อพิพาทจบลง ทั้งนี้ สำหรับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้นั้น อาจเกิดจากข้อเรียกร้องที่ถูกยื่นอย่างเป็นทางการและได้มีการไกล่เกลี่ยโดยพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ขณะนั้น นายจ้างจึงสามารถที่จะใช้สิทธิ "ปิดงาน" ได้นั่นเอง โดยนายจ้างต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่าย (ลูกจ้าง/สหภาพ) ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ก่อนเริ่มปิดงาน โดยเมื่อนายจ้างใช้สิทธิปิดงาน ย่อมส่งผลทำให้ นายจ้างไม่มีภาระหน้าที่ผูกพันในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างที่ถูกปิดงานในช่วงเวลานั้น

ขณะที่การหยุดกิจการ เป็นกรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดที่สำคัญอันมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้าง จนทำให้นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย ยกตัวอย่างเช่น เหตุขัดข้องในระบบกระบวนการผลิต หรือ การขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เป็นต้น ซึ่งการหยุดกิจการนี้ อาจไม่มีหรือไม่ได้เกิดขึ้นจากข้อพิพาทแรงงานแต่อย่างใด เพียงแต่เกิดขึ้นจากเหตุความจำเป็นทางธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเท่านั้น เมื่อมีการหยุดกิจการดังกล่าวย่อมส่งผลให้นายจ้างยังคงมีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงานอยู่นั่นเอง ทั้งนี้อาจมีเงื่อนไขที่นายจ้างต้องปฏิบัติตามด้วยการแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันเริ่มหยุดกิจการไม่น้อยกว่า 3 วันทำการนั่นเอง

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อเรียกร้องและเจรจราไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติความขัดแย้ง รวมถึงการเจรจราแบบกลุ่มต่างๆตามกฎหมายแรงงาน เราพร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วมจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา ล่าสุดและพื้นที่ต่างๆในปร...
27/11/2025

การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา ล่าสุดและพื้นที่ต่างๆในประเทศไทยที่เกิดขึ้น นั้นปัญหาน้ำท่วมทำให้ทรัพย์สินต่างๆ ของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อาทิ บ้านและของใช้ภายในครัวเรือน รวมทั้งรถยนต์ เป็นต้นจึงเห็นได้ว่า ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย รวมทั้งการที่หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือดำเนินการล่าช้าทำให้ประชาชนอาจได้รับความเดือดร้อน บางท่านก็ใช้สิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย หลายแห่งในฐานะผู้รับประกันภัย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและพบได้บ่อยในสถานการณ์ปัจจุบัน การเรียกร้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วมจึงต้องมาพิจารณาเรื่องการซ่อมแซมยานพาหนะ รถยนต์ หรือบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ด้วยเหตุนี้ประชาชนที่ทำประกันภัยไว้ในฐานะผู้เอาประกัน หลายแห่งอาจพบปัญหาว่าบางบริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากกรณีน้ำท่วม หรือมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนเงินน้อยกว่าความเสียหายจริงซึ่งทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้เงินชดเชยเยียวยาเพียงพอครบถ้วนตามความเสียหายจริง เป็นต้น

เมื่อพิจารณาถึงเหตุน้ำท่วมนั้น หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ตามมาตรา ๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติ คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า “เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น” เมื่อพิจารณาแล้วเราอาจต้องทำความเข้าใจแนวทางการพิจารณาและการตีความปรับใช้กฎหมายของศาลแล้ว หากกรณีที่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่อาจป้องกันได้ย่อมเข้าเป็นกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป เพราะหากเป็นน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำตามฤดูกาลและสามารถคาดการณ์ได้ ก็อาจไม่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยเสมอไปนั่นเอง จากเหตุสุดวิสัยดังกล่าวนี้จึงต้องมีการที่ผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงตามมูลเหตุเพื่อนำมาใช้ในการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้เอาประกัน ประกอบกับการพิจารณาถึงการตีความและเงื่อนไขของกรมธรรมประกันภัยที่คุ้มครองว่าผู้รับประกันภัยรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนมากน้อยเพียงใดอีกด้วย

ประชาชนผู้เอาประกันนั้นสามารถใช้สิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จากกรณีล่าสุดที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ได้ประสานกับทางบริษัทประกันภัย ให้เร่งจ่ายเคลมประกันภัยบ้าน และรถยนต์ในพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และลดขั้นตอนการขอเคลมประกัน โดยให้ใช้เพียงรูปถ่าย ส่งทางไลน์ อีเมล หรือแอปพลิเคชัน ให้กับบริษัทประกันภัยเป็นหลักฐานในการเคลมประกันให้เร็วที่สุดเพื่อ การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้ง คปภ.ยังได้มีการกำหนดสำหรับแนวทางการจ่ายเคลมรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วมให้แบ่งเป็น 5 ระดับมาตรฐานประเมินความเสียหายรถยนต์จากน้ำท่วม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเรื่องประกันภัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือเว็บไซต์ www.oic.or.th หรือหากใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแล้วพบปัญหาสามารถปรึกษาข้อกฎหมายและแนวทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้กับทางบริษัทเรา

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ หรือการใช้สิทธิทางกฎหมายในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัย เรามีทนายความที่มีประสบการณ์พร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนท่าน ทางบริษัทขอเป็นกำลังใจและช่วยเหลือท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ข้อสัญญาแบบ back to back คืออะไร ทำไมนิยมใช้ในวงการก่อสร้างข้อสัญญาแบบ back to back นั้นอาจปรากฏในหลายรูปแบบ อาทิ อาจปรา...
20/11/2025

ข้อสัญญาแบบ back to back คืออะไร ทำไมนิยมใช้ในวงการก่อสร้าง

ข้อสัญญาแบบ back to back นั้นอาจปรากฏในหลายรูปแบบ อาทิ อาจปรากฏในลักษณะของการทำธุรกรรมอนุพันธ์ในเรื่องการเงิน หรือปรากฏในเรื่องการค้าระหว่างประเทศในการใช้ การเปิด Letter of Credit (L/C) ในการค้า (Back-to-Back L/C) ในเรื่องของการชำระเงินค่าสินค้าและการรับสินค้าสำหรับผู้ขายในประเทศใช้ L/C ที่ได้รับจากลูกค้าต่างประเทศเป็นหลักประกันในการเปิด L/C อีกฉบับหนึ่ง (L/C ฉบับที่สอง) เพื่อซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าโดยตรง แต่วันนี้จะขอกล่าวถึงเรื่อง ข้อสัญญาแบบ back to back ที่ใช้ประจำกันในสัญญาก่อสร้างตามโครงการต่างๆ

สำหรับข้อสัญญาแบบ back to back นั้น ในวงการก่อสร้างนั้น เราจะพบเห็นข้อสัญญานี้ได้บ่อยตามโครงการเนื่องจาก การทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องมีการทำสัญญาการจ้างช่วงหรือมีการจ้างเหมาช่วงเกิดขึ้นหรือ(subcontract) ซึ่งการจ้างเหมาช่วงแบบนี้มีการกำหนดเงื่อนไขที่ใช้กันเป็นปกติทั่วไป เราเรียกว่า back to back ซึ่งต้องมีมากกว่า 1 สัญญา เนื่องจากมีสัญญาการว่าจ้างหรือสัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างเจ้าของโครงการในฐานะผู้ว่าจ้าง และผู้รับเหมาหรือผู้รับจ้างซึ่งปรากฏในสัญญาจ้างทำของ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังมีการจ้างช่วงที่ผู้รับเหมาหรือผู้รับจ้างสามารถว่าจ้างบุคคลภายนอกมาเป็นผู้รับเหมาช่วงหรือผู้รับจ้างช่วง ซึ่งมีลักษณะเป็นการจ้างเหมาช่วงได้อีกด้วยจึงทำให้ผู้รับจ้างสามารถนำเอาสัญญาว่าจ้างหรือสัญญาจ้างทำของที่เอาเงื่อนไขของสัญญาอีกฉบับหนึ่งมาใช้บังคับในสัญญาจ้างเหมาช่วงในทำนองเดียวกันได้

ทั้งนี้สำหรับสัญญา back to back ที่เอาเงื่อนไขของสัญญาอีกฉบับหนึ่งมาใช้บังคับในทำนองเดียวกัน อาทิ หากในสัญญาจ้างเหมาช่วง มีเงื่อนไขกำหนดว่าถ้าแบบงานที่จ้างช่วงขัดแย้งกัน แล้วเจ้าของงานสั่งให้ทำอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้รับจ้างช่วงตกลงเป็นผู้ทำงานตามคำสั่งของเจ้าของงาน ถ้าการทำงานตามคำสั่งนั้นผู้รับเหมาหลักได้ค่าจ้างเพิ่ม ผู้รับเหมาหลักก็จะจ่ายค่าจ้างเพิ่มให้ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนสัญญา back to back กำหนดเงื่อนไขในสัญญาระหว่างเจ้าของงานมาใช้บังคับกับสัญญาจ้างช่วงก็ตาม แต่ยกเว้นเรื่องของ ขอบเขตของงาน ค่าจ้าง และการจ่ายค่าจ้าง ฯลฯ เพราะส่วนใหญ่จ้างช่วงเฉพาะงานบางส่วนของผู้รับเหมาหลัก ที่ยกเว้นค่าจ้างเพราะค่าจ้างน้อยว่าค่าจ้างของผู้รับเหมาหลัก ที่ตกลงยกเว้นการจ่ายค่าจ้างเพราะส่วนใหญ่แล้วในทางปฏิบัติผู้รับเหมาหลักจะจ่ายผู้รับเหมาช่วงนั้น ก็ต่อเมื่อหลังจากได้รับเงินค่างานส่วนที่ผู้รับจ้างช่วงทำได้แล้วภายใน 15 วันหรือ........วันขึ้นอยู่กับที่ตกลงกันไว้ เป็นต้น

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารโครงการก่อสร้าง บริหารจัดการสัญญาและการจัดการข้อเรียกร้องต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง การวางแนวทางโครงสร้างของสัญญาและบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆตามโครงการก่อสร้างของรัฐและเอกชน และอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าและไฟฟ้า

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

เปิดร้านอาหารต้องขออนุญาตเกี่ยวกับสถานที่ตั้งตามข้อกฎหมายอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตามที่ผู้ประกอบการควรรู้เมื่อประกอบธุรกิจ...
13/11/2025

เปิดร้านอาหารต้องขออนุญาตเกี่ยวกับสถานที่ตั้งตามข้อกฎหมายอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตามที่ผู้ประกอบการควรรู้

เมื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารหรือขยายสาขาในธุรกิจร้านอาหาร บุฟเฟต์ ชาบูหรือสุกี้ ร้านอาหารเหล่านี้ต้องทราบในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับตามหลักแกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนดไว้บ้าง รวมทั้งมีข้อกฎหมายหรือใบอนุญาตที่น่าสนใจอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการจัดเตรียมสถานที่ประกอบกิจการธุรกิจร้านอาหารมีอะไรบ้าง เพื่อให้ร้านดำเนินกิจการได้ถูกต้องและปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการถูกปรับหรือสั่งปิดร้านอาหารในภายหลัง การเปิดร้านอาหารไม่ใช่แค่การทำอาหารอร่อย แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ร้านสามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งผู้ประกอบการอาจศึกษาและเตรียมตัวในการประเมินตนเองหรือวางแผนในการเตรียมการก่อนเปิดร้านอาหารได้ โดยเราสรุปมา 4 เรื่องสำคัญ

1.ใบอนุญาตเกี่ยวกับสถานที่ประกอบกิจการด้านอาหารหรือสถานที่จำหน่ายอาหาร
ผู้ประกอบการจะเปิดกิจการร้านอาหารนอกจากคำนึงถึงเรื่องความอร่อยของรสชาติอาหารแล้ว เรื่องของความปลอดภัยและถูกสุขอนามัยในสถานประกอบกิจการร้านอาหารก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน หากผู้ประกอบการจะเปิดร้านอาหารนั้นถ้าเป็นร้านอาหารทั่วไปหรือสถานที่จำหน่ายอาหาร ผู้ประกอบการควรปฏิบัติตามมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร SAN สำหรับการใช้พื้นที่พัฒนาปรับปรุงให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร ตามที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นของกรมอนามัย ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต่อหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย นอกจากนี้ร้านอาหารต้องมีการวัดพื้นที่อาหารด้วยว่าร้านมีขนาดพื้นที่เท่าไหร่บ้าง หากร้านที่มีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม.: ต้องแจ้งการจัดตั้งร้าน และขอหนังสือรับรองการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่น แต่ ร้านที่มีพื้นที่มากกว่า 200 ตร.ม.: ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขตหรือเทศบาล มีค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นมาด้วย

2.ใบอนุญาตเกี่ยวกับสถานที่สะสมอาหาร
นอกจากร้านอาหารทั่วไปที่มีสถานที่จำหน่ายอาหารแล้วหรือปรากฏเป็นลักษณะสาขาต่างๆโดยร้านอาหารไม่ได้มีพื้นที่แค่ในการปรุงอาหารในที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นร้านอาหารที่มีครัวกลางหรือผลิตจากโรงงานในการเก็บสะสมอาหารและวัตถุดิบแล้วนำเอาวัตถุดิบไปกระจายหรือขนส่งไปยังสาขาต่างๆเพื่อทำการปรุงอาหารแล้ว ย่อมมีลักษณะเป็นพื้นที่โรงงานหรือสถานที่สะสมอาหารซึ่งต้องขออนุญาตในการจัดตั้งโรงงานหรือสถานที่สะสมอาหารต่อหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขหรือสาธารณสุขจังหวัดนั้นอีกด้วยเพื่อขอใบอนุญาตและมีการตรวจประเมินสถานที่โรงงานว่าได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กฎหมายเกี่ยวข้องกำหนดไว้หรือไม่รวมทั้งการประเมินถึงสุขอนามัยหรือ้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารเพื่อให้ได้รับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานว่ามีการทำอย่างถูกต้องและปลอดภัยไม่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค

3. ใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หากร้านอาหารนั้นมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่นั้น ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตขายสุราจากสำนักงานสรรพสามิตรในแต่ละพื้นที่โดยใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตผู้ประกอบการที่จำหน่ายจึงต้องให้ความสำคัญเป็นเป็นพิเศษาอย่างมากเนื่องจากต้องดำเนินการขอใบอนุญาตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกปีโดยสามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนใบอนุญาตหมดอายุ อีกทั้งก่อนจำหน่ายเครื่องดิ่มแอลกอฮอลผู้ประกอบการต้องมีการกำหนดให้พนักงานของร้านตรวจสอบสถานบันเทิงหรือสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มดังกล่าวด้วยว่าต้องไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้เยาว์ หาก ฝ่าฝืนขายสุราหรือขายให้กับผู้เยาว์โดยไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรืออาจถูกสั่งปิดร้านได้

4.การขออนุญาตด้านภาษีเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง
ในการประกอบธุรกิจร้านอาหารผู้ประกอบการอาจต้องเสีย ภาษีป้าย เมื่อมีการติดป้ายร้านค้าหรือร้านอาหาร, ภาษีที่ดิน หรือ ภาษีโรงเรือน ขึ้นอยู่กับประเภทของกิจการและตำแหน่งที่ตั้งในบริเวณพื้นที่นั้นๆด้วย เป็นต้น อีกทั้งยังมีเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่อาจมองข้ามได้หากร้านอาหารมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าทุกคนที่ขอ และเก็บภาษีจากลูกค้าด้วย รวมทั้งหากมีการตั้งบริษัทหรือนิติบุคคลขึ้นมาทางผู้ประกอบการย่อมต้องมีหน้าที่ในการจัดทำบัญชีและคำนวณภาษีนิติบุคคลอีกด้วยในภายหลัง

อันนี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการเปิดร้านอาหารหรือการประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารเป็นร้านที่มีสาขาจำนวนมาก หรือมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้นเหมือนร้านอาหารปกติทั่วไปเท่านั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบในบริเวณร้านอาหารดังกล่าวได้ ซึ่งรูปแบบของการจัดเตรียมใบอนุญาตเกี่ยวกับสถานที่จำหน่ยอาหารนี้ยังไม่รวมถึงเรื่องของการตั้งสถานบันเทิงหรือธุรกิจบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกด้วยที่มีกฎหมายด้านอื่นเฉพาะที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนแนวทางการดำเนินธุรกิจและการขอใบอนุญาตรวมทั้งหลักเกณฑ์การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจร้านอาหารมาแล้วมากกว่า 20 แบรนด์ร้านอาหาร เราพร้อมให้บริการและดูแลสนับสนุนธุรกิจท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ความปลอดภัยของสินค้านั้นที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสินค้าบางรายการเป็นสินค้าที่อยู่ในการควบคุมที่ต้องปฏิบัติตาม...
05/11/2025

ความปลอดภัยของสินค้านั้นที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน

สินค้าบางรายการเป็นสินค้าที่อยู่ในการควบคุมที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือขั้นตอนทางกฎหมายหลายเรื่องและหลายหน่วยงานที่เข้ามาควบคุมดูแลในเรื่องต่างๆ ผู้ประกอบการควรตระหนักว่าสินค้าที่ตนผลิตหรือเป็นผู้ขายจำหน่ายนั้นได้ตามมาตรฐานหรือไม่และเป็นของดีมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาหรือความเสี่ยงเกิดขึ้นมาในภายหลังที่มีการผลิตและวางจำหน่ายไปแล้วก็ได้ ยกตัวอย่างปัญหาของสินค้าที่อาจพบบ่อยได้ อาทิ สินค้าไม่ตรงปก สินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือสินค้าได้มาตรฐานแต่ไม่มีคุณภาพเพียงพอ รวมไปถึงสินค้าตามกระแสหรือสินค้าที่มีอายุสั้น เป็นต้นโดยปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องจัดการภายในองค์กรหรือโรงงานการผลิตของท่านซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความเสี่ยงทางกฎหมายแฝงอยู่

การที่ผู้ประกอบการผลิตสินค้านั้นต้องคำนึงถึงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าด้วยเนื่องจากเป็นหนึ่งในปัญหาของการผลิตสินค้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานซึ่งเป็นปัญหาที่มีความเสี่ยงที่สุดที่อาจนำไปสู่ปัญหาเรื่องการถูกตรวจสอบและดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างที่เราเห็นในข่าว อาทิ เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม ยาดมสมุนไพร เป็นต้นหากคุณภาพสินค้ายังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนด หรือมีการขอแจ้งสถานประกอบการ โรงงานที่ไม่ครบถ้วนและไม่ตรงตามระเบียบอาจส่งผลต่อการถูกตรวจสอบ ซึ่งอาจมีโทษทางอาญาสั่งปรับและโทษจำคุกผู้บริหารหรือกรรมการบริษัท เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าควบคุมที่ต้องจดทะเบียนหรือขอใบอนุญาต และสินค้าอันตรายตามกฎหมายที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของสินค้า ตามกฎหมาย ของพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึ่งหากขาดความตระหนักแล้วผู้ประกอบการต้องชดใช้ค่าสินค้าทดแทนและค่าเสียหายเชิงลงโทษหรือหากเป็นกรณีที่สินค้าไม่ได้มาจรฐานการผลิตนั้นอาจนำไปสู่คำสั่งในการสั่งปิดกิจการได้จากคำวินิจฉัยของศาลหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนั้นได้

นอกจากนี้ปัญหาที่พบกันแพร่หลายคือ สินค้าได้มาตรฐานแต่สินค้าไม่มีคุณภาพนั้น เป็นกรณีที่สินได้มาตรฐานแต่ไม่โดดเด่นไม่มีความแตกต่างแข่งขันกับคนอื่นไม่ได้อาจส่งผลทำให้นำไปสู่กลยุทธ์การทำ “สงครามราคา” ในการลราคาเพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อสินค้าและเอาชนะคู่แข่งในตลาดสินค้ากลุ่มนั้นและส่งผลกระทบต่อปัญหาต้นทุนการผลิตซึ่งเราสามารถพบเห็นได้บ่อย หรือเป็นกรณีที่สินค้าไม่ตรงปก ซึ่งเราพบเห็นได้บ่อยจากรณีที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ แล้วใช้โฆษณาสวยหรู แต่ของจริงไม่สามารถใช้งานได้ตรงตามโฆษณาหรือสรรพคุณไม่เป็นไปตามที่แจ้งไว้ ซึ่งอาจเข้าข่ายการหลอกลวงหรือที่เรียกว่า “การย้อมแมว” ซึ่งเป็นปัญหาของผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบางแบรนสินค้านั้นได้ปัดความรับผิดชอบไม่รับคืนเงินสินค้า ซึ่งหลายผู้ประกอบการมองข้ามแล้วนำไปสู่ปัญหาด้านความคดีหรือมีการตกลงไกล่เกลี่ยชี้แจงต่อหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ในเรื่องการควบคุมเนื้อหาการโฆษณาได้ เป็นต้น

Kittimate and Associates เราเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมายและหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติตามในการจัดการเรื่องความปลอดภัยสินค้าตามกฎหมายและการควบคุมเรื่องของมาตรฐานการผลิตสินค้าควบคุม อาทิ การจดแจ้งหรือจดทะเบียนสินค้าจำพวกอาหารและยา(อย.) เครื่องมือแพทย์ สมุนไพร เป็นต้นและการจัดการตรวจสอบเนื้อหาและการขออนุญาตโฆษณาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆให้ถูกต้องครบถ้วนและลดความเสี่ยงทางกฎหมายให้แก่บริษัทหรือองค์กกรของท่าน

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

สำหรับเรื่องของมาตรการในการกำกับดูแลควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายหรือประชาชน หน่วยงานอย่าง ก.ล.ต.จึง...
30/10/2025

สำหรับเรื่องของมาตรการในการกำกับดูแลควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายหรือประชาชน หน่วยงานอย่าง ก.ล.ต.จึงต้องมีภารกิจในการออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการปฏิบัติงานในตลาดทุนรวมไปถึงการคุ้มครองผู้ลงทุนอีกด้วยตั้งแต่การระดมทุนจนไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ จึงมีมาตรการหรือหลักเกณฑ์กฎหมายที่กำหนดลักษณะของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (Unfair Securities Trading) คือ การทำธุรกรรมหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ทำให้เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ มีหลายรูปแบบที่อาจละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ แต่โดยหลักแล้วจะมี 4 ฐานความผิด ได้แก่

1. เป็นกรณีที่มีการเปิดเผย/เผยแพร่ข่าวเท็จ คือ การจงใจสร้างข่าวเท็จหรือเผยแพร่ข่าวเท็จที่จะก่อให้เกิดความสำคัญผิด ซึ่งน่าจะกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ หรือการตัดสินใจของผู้ลงทุน ด้วยการการบอกกล่าวหรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือที่ทำให้สำคัญผิด อาจเป็นข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัท ราคาการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้นหรือเป็นกรณที่มีการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ ที่ใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนข้อมูล ซึ่งรู้ว่าข้อมูลนั้นเป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนแต่ยังเลือกใช้ข้อมูลนั้น ละเลยพิจารณาความถูกต้องของข้อมูล หรือบิดเบือนข้อมูลที่นำมาใช้ เป็นต้น

2. การใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading) คือ การใช้ข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะในการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการเปิดเผยข้อมูลภายในให้บุคคลอื่น โดยผู้รับข้อมูลอาจนำไปใช้ประโยชน์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลภายใน เช่น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้สอบบัญชี หรือแม้แต่ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐที่สามารถรู้ข้อมูลภายในจากการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ก.ล.ต. หรือ ผู้รับข้อมูลจากบุคคลภายในดังกล่าว เป็นต้น

3.การซื้อขายแบบตัดหน้า (Front Running) คือ การดำเนินการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวก่อนดำเนินการตามคำสั่งหรือข้อมูลล่วงหน้าที่ได้รับจากลูกค้า อาทิ หากบริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือ โบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน รวมทั้งพนักงานและลูกจ้างของบริษัทเหล่านี้ได้นำข้อมูลคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์ตัดหน้าลูกค้า เป็นต้น

4.การสร้างราคาหลักทรัพย์ หรือ การปั่นหุ้น (Market Manipulation) คือ การทำกิจกรรม หรือการซื้อขายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมหรือสร้างราคาหลักทรัพย์ เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ลงทุน ซึ่งรูปแบบของการสร้างราคาหุ้นมีหลากหลาย เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อสร้างภาพลวงตาของปริมาณการซื้อขายที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดให้กับผู้ลงทุน หรือเป็นกรณีการซื้อขายสร้างราคาหุ้นให้สูงขึ้น และปล่อยข่าวสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทที่เกินกว่าความเป็นจริงเพื่อเป็นการจูงใจหรือดึงดูดให้ผู้ลงทุนเข้ามาซื้อขายหุ้นตัวนั้น และเมื่อได้เป้าหมายตามที่ต้องการ กลุ่มผู้ปั่นราคาก็จะเทขายทำกำไรจนราคาหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้น

การกระทำความผิด 4 รูปแบบข้างต้นนั้นเป็นเพียงตัวอย่างของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หากการที่ผู้บริหารไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะกรรมการหรือผู้บริหารอาจโดนมาตรการลงโทษตามกฎหมายได้จากการที่ทำให้การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ยุติธรรมและขาดความโปร่งใส ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้ลงทุนอย่างมาก กรรมการบริษัท ผู้บริหาร ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้สอบบัญชี หรือแม้แต่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมการลงทุนหรือเสนอขายหลักทรัพย์กันอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนในการตัดสินใจลงทุน

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและบริการทางกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต.การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องและการจัดการความเสี่ยงต่างๆภายในและระหว่างการทำธุรกรรมต่างๆของลูกค้าที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ธรรมนูญเครื่องมือในการช่วยบริหารธุรกิจครอบครัวสู่ความยั่งยืนธรรมนูญครอบครัว (Family Constitution)ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเค...
12/08/2025

ธรรมนูญเครื่องมือในการช่วยบริหารธุรกิจครอบครัวสู่ความยั่งยืน

ธรรมนูญครอบครัว (Family Constitution)ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางรากฐานความสัมพันธ์ของครอบครัวและธุรกิจร่วมกัน ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมที่สมาชิกทุกคนมีรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของซึ่งมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมธุรกิจ และบริบทของครอบครัว โดยการกำหนดกรอบความสัมพันธ์ครอบครัวและระบบการบริหารธุรกิจในระยะยาวดังนั้น ธรรมนูญครอบครัวจึงเป็นแนวทางเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยชี้แนวทางสร้างระบบการบริหารที่เป็นธรรมเป็นระเบียบและสามารถถ่ายทอดหรือส่งต่ออำนาจการบริหารธุรกิจได้อย่างมั่นใจและธรรมนูญครอบครัวยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของธุรกิจ

ทั้งนี้เนื้อหาสำคัญของธรรมนูญครอบครัวเป็นการกำหนดกรอบแนวทางกฎเกณฑ์รวมถึงค่านิยมที่ครอบครัวยึดถือร่วมกันเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีแนวทางในการตัดสินใจและบริหารธุรกิจไปในทิศทางเดียวกันและสามาารถลดความคลุมเครือในบทบาทหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการวางแนวทางเรื่องสืบทอดตำแหน่งผู้นำหรือผู้บริหารรุ่นต่อไปอย่างมีระบบและมีแนวทางชัดเจนในการจัดการประเด็นสำคัญ เช่น การแต่งตั้งและผู้บริหารจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก และเรื่องของการแบ่งปันสิทธิในหุ้นของบริษัท รวมทั้งเรื่องการจัดสรรผลกำไรหรือเงินปันผล อีกทั้งธรรมนูญครอบครัวจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการลดความขัดแย้งภายในครอบครัวและธุรกิจเพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคาดหวังกันได้อย่างเปิดใจเพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการกำหนดแนวทางและจัดทำธรรมนูญครอบครัวและวางโครงสร้างแนวทางการบริหารจัดการภายในธุรกิจครอบครัวหรือกงสีของท่านได้อย่างชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งเอกสารทางกฎหมายและนโยบายที่สำคัญต่างๆภายในให้แก่ท่านเพื่อให้ท่านสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืนทั้งบริษัทเอกชนและบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

เครื่องหมายการค้าหนึ่งในประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจอย่างหนึ่งหรือทางบัญชีอาจเรียกว่า สินทรัพย์ไม่มี...
08/08/2025

เครื่องหมายการค้าหนึ่งในประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจอย่างหนึ่งหรือทางบัญชีอาจเรียกว่า สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset)สามารถซื้อขาย โอน หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ได้อีกด้วยซึ่งสามารถใช้ได้เหมือนกับทรัพย์สินอื่นๆเลย และเครื่องหมายการค้าสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ผ่านการทำสินเชื่อผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินได้เหมือนกับที่ดิน หรือ เครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการธุรกิจเลย โดยไม่ต้องผ่านการสังหาริมทรัพย์ไปจำนำหรือเอาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไปจำนองเลย การประกอบธุรกิจในสมัยปัจจุบันซึ่งในบางองค์กรธุรกิจ ไม่มีที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่จะนำมาใช้ประกอบเป็นหลักประกันการกู้เงินผ่านสถาบันการเงินหรือธนาคารได้ หากการประกอบธุรกิจเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องขึ้นมา

เมื่อสภาพเศรษฐกิจไม่ดี เมื่อเกิดปัญหาการประกอบธุรกิจนั้นขาดสภาพคล่องในระยะสั้นหรือมีความจำเป็นในการต้องใช้เงินทุนเพื่อไปดำเนินโครงการต่อขยายธุรกิจ จึงต้องหาหลักประกันด้วยการขายบ้านหรือรถยนต์รวมไปถึงทรัพย์สินส่วนตัวของตนไปเพื่อนำเอาทรัพย์เหล่านี้ไปจำนำหรือจำนองใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินแล้วเอามาใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินได้ แต่จะดีกว่านี้มั้ย หากผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจและมีการวางแผนในระยะยาวว่า มีการนำเอาแบรนด์โลโก้สินค้าหรือบริการของตนไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ นอกจากจะคุ้มครองแบรนด์ธุรกิจของตนเองได้แล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จดทะเบียนไว้ เครื่องหมายการค้ายังสามารถสร้างรายได้ในการทำแบรนด์อนุญาตให้คนอื่นใช้แล้วยังสามารถเอามาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินได้อีกด้วยผ่านกระบวนการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนได้ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์ได้แล้วในปัจจุบันอีกทั้งสถาบันการเงินหลายแห่งที่รองรับการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกันอีกด้วย

Kittimate and Associates เรามีทนายความความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่เริ่มการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และจัดเตรียมเอกสารและวิธีการสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งให้คำปรึกษาทางกฎหมายและพร้อมพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่ในการประเมินเครื่องหมายการค้า อีกทั้งการบันทึกข้อมูลการเป็นหลักประกันในทะเบียนเพื่อนำมา สำหรับการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนอันเป็นช่องทางหนึ่งมาใช้ในการระดมทุนหรือการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

Holding company คือการตั้งบริษัทด้วยวิธีการลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่นๆด้วยกลยุทธ์ในการจัดโครงสร้างธุรกิจเพื่อการบริหารจัดก...
05/08/2025

Holding company คือการตั้งบริษัทด้วยวิธีการลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่นๆด้วยกลยุทธ์ในการจัดโครงสร้างธุรกิจเพื่อการบริหารจัดการทั้งในเรื่องอำนาจการควบคุมกิจการของผู้ถือหุ้นและการกำหนดนโยบานการดำเนินงานของกิจการ รวมทั้งการบริการจัดการสิทธิประโยชน์และการเสียภาษีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเราจะพบเห็นในองค์กรขนาดใหญ่และธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่จะมีการจัดตั้ง holding company เพื่อบริหารจัดการธุรกิจและทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งเราจะพบเห็น holding company ออกเป็น 2 แบบได้แก่ family holdingหรือบริษัทถือหุ้นสำหรับสมาชิกครอบครัว และ business holding บริษัทถือหุ้นสำหรับธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยนิยมตั้งบริษัทกันแพร่หลายจะเห็นได้จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และในบริษัท SME ปัจจุบันนิยมทำกันมากขึ้นแล้ว

นอกจากนั้นแล้วหน้าที่ของ Holding company นั้นถูกนำมาใช้ในการควบคุมหรือบริหารจัดการในบริษัทย่อยหลายแห่งผ่านการถือหุ้นอันเป็นการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้การประกอบธุรกิจสามารถขยายธุรกิจสร้างเครือข่ายพันธมิตรและการเข้าถึงตลาดใหม่ในการประกอบธุรกิจซึ่งเกิดความสะดวกและสามารถแบ่งปันทรัพยากรในการลงทุนซึ่ง Holding company ถูกนำมาใช้ในการจัดการความเสี่ยงในธุรกิจเพื่อไม่ให้ปัญหาของบริษัทย่อยรายใดรายหนึ่งไปกระทบกับบริษัทอื่นในเครือ และปกป้องทรัพย์สินจากความเสี่ยงและคดีความ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษีในการช่วยลดภาระผ่านการวางแผนและบริหารจัดสรรได้ภายในกลุ่มบริษัทและสามารถวางแผนการส่งมอบธุรกิจให้ในการวางแผนสืบทอดต่อไปได้อีกด้วย

Kittimate and Associates เราเป็นที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการตั้งบริษัท Holding Company และวางแผนจัดโครงสร้างธุรกิจและให้แก่องค์กรของท่านสามารถพัฒนาและเติบโตได้ในการลงทุนและมองหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ รวมทั้งการวางแผนจัดการสืบทอดกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแก่บริษัทกลุ่มและบริษัทย่อยในเครือของท่านได้

ช่องทางการติดต่อและติดตามข่าวสารได้ที่

☎️เบอร์โทรศัพท์ +66(0)95-614-2664

💻 เว็บไซต์ - https://www.kittimatelegalcounsel.com

📩 อีเมล - [email protected]

ที่อยู่

621 ซอยราชวิถี 21 แขวงบางยี่ขัน
Bang Phlat
10700

เบอร์โทรศัพท์

+66956142664

เว็บไซต์

http://www.kittimatelegalcounsel.com/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kittimate and Associatesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Kittimate and Associates:

แชร์