Thanai phalui ปรึกษากฎหมายฟรี!!
ปัญหาการจดทะเบียน?

👉 ถ้าพบพนักงานมีไข้ มีความเสี่ยง มีความไม่น่าวางใจเรื่องโควิด      นายจ้างออกคำสั่งให้กักตัวได้ โดยเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง1...
03/05/2021

👉 ถ้าพบพนักงานมีไข้ มีความเสี่ยง มีความไม่น่าวางใจเรื่องโควิด

นายจ้างออกคำสั่งให้กักตัวได้ โดยเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง
1. Work From Home - จ่ายค่าจ้างปกติ
2. ออกคำสั่งให้เป็นวันหยุดพักผ่อน - จ่ายค่าจ้างปกติ
3. อนุมัติให้ใช้สิทธิลาป่วย - จ่ายตามกฎหมายกำหนด
4. สั่งหยุดกักตัวเพราะเหตุสุดวิสัย - no work no pay แต่ช่วยพนักงานทำเรื่องเบิกกรณีว่างงานกับ สนง.ประกันสังคม
4.1 นายจ้างคีย์แจ้งรับรองการหยุดงานเพราะสุดวิสัยและไม่ได้จ่ายค่าจ้าง ใน website ประกันสังคม
4.2 พนักงานเขียนเอกสาร
(1) แบบคําขอรับประโยชน์ทดแทน สปส.2-01/7 กรณีว่างงาน
(2)เอกสารใบรับรองแพทย์ระบุให้ผู้ประกันตนกักตัวจากโควิด
(3)สำเนาหน้าบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน

❌เสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ กักตัว ไม่กักตัว ❌ลองอ่านจากภาพได้เลยค่าอธิบายการแพร่ระบาด ไวรัส COVID-19 🦠 ฉบับการ์ตูน ดูเข้าใจง่า...
28/04/2021

❌เสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ กักตัว ไม่กักตัว
❌ลองอ่านจากภาพได้เลยค่า

อธิบายการแพร่ระบาด ไวรัส COVID-19 🦠 ฉบับการ์ตูน ดูเข้าใจง่าย เห็นภาพชัดเจน

Credit : Jones’ SALAD

 #พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา(จำเลย) ชำระหนี้หรือเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา(...
31/01/2021

#พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ

ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา(จำเลย) ชำระหนี้หรือเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา(ผู้ชนะคดี) และศาลได้ออกหมายบังคับคดี(หมายตั้ง)แล้ว แต่เมื่อไปสืบทรัพย์ของลูกหนี้ผลปรากฏว่า ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดเลย ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน รถ ลำดับต่อไปก็คือการตามยึดหรืออายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือทนายความหรือตัวแทน ที่จะไปขอข้อมูลข่าวสาร ต้องคัดถ่ายหมายบังคับคดี คำพิพากษา หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด (หนังสือมอบอำนาจ) เพื่อไปขอคัดถ่ายเลขบัญชีเงินฝากและรายการเดินบัญชีของลูกหนี้จากธนาคาร เพื่อนำมาตั้งเรื่องยึดหรืออายัดต่อเจ้าหนักงานบังคับคดี ถ้าธนาคารไม่ให้ ให้ท่านแนบสำเนาคำวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ที่ สค. ๓๓/๒๕๖๑ นี้ประกอบการขอคัดถ่ายด้วยครับ 😍😘😜🥰

30/01/2021

( #)สัญญาจ้างนักฟุตบอล​เป็นสัญญาจ้าง.......?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9202/2559

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์มอบอำนาจให้นางสาวปารดาฟ้องคดีแทนโจทก์ โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของจำเลย ต้นเดือนสิงหาคม 2555 ทีมงานผู้ฝึกสอนของจำเลยปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์เข้าร่วมฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมสโมสรและไม่ใส่ใจดูแลโจทก์ ทั้งแจ้งกับโจทก์ว่าไม่ต้องการว่าจ้างโจทก์ให้เป็นนักกีฬาฟุตบอลประจำสโมสรอีกต่อไป แล้ววินิจฉัยว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นสัญญาจ้างแรงงาน และจำเลยเลิกจ้างโจทก์ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2555 โดยโจทก์ไม่มีความผิด

คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ในทำนองว่าสัญญาว่าจ้างนักกีฬาฟุตบอลไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน เนื่องจากคู่สัญญามุ่งเน้นถึงความสำเร็จของงานเป็นสำคัญ เห็นว่า เมื่อพิจารณาสัญญาว่าจ้างนักกีฬาฟุตบอลระหว่างโจทก์กับจำเลยแล้ว แม้สัญญาดังกล่าวข้อ 3.1 และ 3.2 จะได้ความว่า โจทก์ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของจำเลยทั้งที่กำหนดไว้แล้วในขณะทำสัญญาหรือกำหนดขึ้นใหม่ในภายหน้า ทั้งนี้กฎระเบียบดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา โจทก์ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการฝึกซ้อม แข่งขัน และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีมหรือผู้บริหารทีมของจำเลยอย่างเคร่งครัด แต่ก็ปรากฏวัตถุประสงค์หลักของสัญญาในข้อ 8 ว่า คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจจุดมุ่งหมายของสัญญาฉบับนี้ถูกต้องตรงกันแล้วว่าผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างมีความผูกพันในความสำเร็จของงาน ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จทางการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการมีชื่อเสียงของผู้ว่าจ้างตามนโยบายของผู้ว่าจ้างเท่านั้น ประกอบกับระเบียบปฏิบัติแนบท้ายสัญญาข้อ 3 ถึงข้อ 5 ที่กำหนดการจ่ายโบนัสการแข่งขันโดยพิจารณาจากผลการแข่งขันเฉพาะผลการแข่งขันที่ชนะหรือเสมอว่าหากลงแข่งขันชนะจะได้รับโบนัสรวม 6,000 บาทต่อคน แต่หากผลการแข่งขันเสมอจะได้รับโบนัสรวม 3,500 บาทต่อคน กำหนดการประเมินผลและเงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันและเงินรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดโดยคิดคำนวณจากการให้คะแนนจัดกลุ่มซึ่งคำนึงถึงการลงแข่งขันและการฝึกซ้อม แสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์หลักตามสัญญาว่ามุ่งถึงผลการแข่งขันและการมีชื่อเสียงของจำเลยจึงได้กำหนดค่าตอบแทนในความสำเร็จดังกล่าวไว้ ดังนี้ สัญญาว่าจ้างนักกีฬาฟุตบอล จึงเป็นสัญญาที่โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ฝึกซ้อม แข่งขัน ตลอดจนการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ฝึกสอนเจ้าหน้าที่ทีมหรือผู้บริหารทีมของจำเลย โดยมุ่งประสงค์ต่อความสำเร็จของงานที่รับจ้างซึ่งก็คือผลการแข่งขันและนำไปสู่การมีชื่อเสียงของผู้ว่าจ้างอันเป็นเป้าหมายสำคัญของจำเลย สัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยดังกล่าว จึงมิใช่สัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หากแต่เป็นสัญญาในทางแพ่งประเภทหนึ่ง เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยมิใช่สัญญาจ้างแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินตามกฎหมายแรงงานในฐานะลูกจ้างเป็นคดีนี้ แต่โจทก์ก็ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินหรือค่าเสียหายตามสัญญาในฐานะคู่สัญญาที่ศาลที่มีอำนาจต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

26/01/2021

"เครื่องจับเท็จศาลรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด" มีคำตอบในฎีกานี้ครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2553

เครื่องจับเท็จเป็นเพียงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่นำผลการตอบคำถามของจำเลยมาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการแล้วประเมินผลจากการวิเคราะห์นั้นว่าจำเลยพูดจริงหรือพูดเท็จ อันมีลักษณะเป็นเพียงความเห็นทางวิชาการย่อมไม่อาจนำมาพิสูจน์ทราบถึงข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลยเป็นที่แน่ชัดได้ ต่างกับการพิสูจน์ตัวบุคคลที่อาจพิสูจน์ทราบได้โดยอาศัยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยฆ่าผู้ตายประการใด ลำพังเครื่องจับเท็จและความเห็นของผู้ชำนาญด้านเครื่องจับเท็จยังไม่อาจรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตาย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง

"ทนาย พาลุย"

รู้ไว้ไม่ถูกหลอก.. โจรในโลกออนไลน์กำลังระบาดไม่ว่าจะเป็น การปลอมเป็นเพื่อน เว๊บไซด์ปลอม มัลแวร์ และอีกหลายเรื่อง..ตั้งสต...
28/06/2020

รู้ไว้ไม่ถูกหลอก.. โจรในโลกออนไลน์กำลังระบาด

ไม่ว่าจะเป็น การปลอมเป็นเพื่อน เว๊บไซด์ปลอม มัลแวร์ และอีกหลายเรื่อง..

ตั้งสติ ไม่รีบคลิก ตรวจดูlink ให้ดี ก่อนให้ข้อมูล🧐

#อาทิตย์สดใส

: ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเพจ ศคง.1213 ค่ะ👍

25/05/2020

#จันทร์น่ารู้
กรรมการกู้ยืมเงินบริษัทอาจติดคุก

ทุกท่านครับ ท่านทราบหรือไม่ว่า กรรมการบริษัทกู้ยืมเงินบริษัท อาจติดคุก 7 ปีได้ ฟังแล้วทุกท่านอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่คนที่ติดคุกจริงๆ คงไม่คิดเหมือนท่านแน่ๆ และ เท่าที่ผมเป็นทนายความมาหลายปี ผมเห็นคนที่ติดคุกเพราะเรื่องตลกๆแบบนี้มามากแล้วครับ วันนี้ผู้เขียนนำเรื่องจริงคดีจริงมาเล่าสู่กันฟัง

คุณดนัย (นามสมมุติ) เป็นวัยรุ่นที่กำลังไฟแรง อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และ ด้วยความที่เป็นคนมีไฟจึงเป็นคนที่ใกล้จะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อร่างสร้างธุรกิจของแกด้วยน้ำพักน้ำแรง โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากเฮียเจ๋ง (นามสมมุติ) เฮียเจ๋งเป็นเศรษฐีที่ดินมีเงินจำนวนมาก เห็นว่าดนัย เป็นคนที่อยากจะประสบความสำเร็จเหมือนกับแกตอนสมัยหนุ่มๆ ก็เลยให้การสนับสนุนทางการเงิน แต่เฮียเจ๋งก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการบริหารจัดการงานของดนัยเลยเพราะเชื่อใจ สัดส่วนการถือครองหุ้นคือ ดนัยถือหุ้น 40% และ เป็นกรรมการบริษัทเพียงผู้เดียว ได้เงินเดือนกรรมการเดือนละ 60,000 บาท เฮียเจ๋งถือหุ้นในบริษัท 60% และ หากบริษัทขาดสภาพคล่อง เฮียเจ๋งยังให้กู้ยืมเงินส่วนตัวเข้ามาเสริมสภาพคล่องอีกด้วย กิจการของดนัยเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่บริษัทก็ไม่เคยปันผลเลยซักครั้งเฮียเจ๋งก็ไม่เคยถามเรื่องการปันผลเพราะเชื่อใจดนัยและก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ดนัยเห็นว่าเฮียเจ๋งไม่เคยถามเรื่องเงินปันผลเลยเป็นเวลานานแล้ว จึงกันเงินของบริษัทบางส่วนไปซื้อคอนโดส่วนตัว และ ซื้อที่ดินที่จังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อสร้างบ้านตากอากาศใช้เงินไปรวมกว่า 15 ล้านบาท โดยตั้งใจว่าจะให้บันทึกบัญชีว่าเป็นเงินยืมกรรมการ เวลาผ่านมาก็เป็นเวลาหลายปี จู่ๆเฮียเจ๋งก็เกิดสอบถามดนัยถึงเรื่องผลประกอบการบริษัท และ สอบถามเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผล แถมยังขอดูงบการเงินของบริษัทด้วย ดนัยกลัวว่าจะต้องนำเงิน 15 ล้านบาทที่ยืมไปมาคืนบริษัท จึงไม่ให้พนักงานบัญชีลงเงินยืมดังกล่าวในงบการเงิน แต่ให้หาทางบัญชีทำจ่ายออกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เงินจำนวน 15 ล้านบาทนั้นหายไปโดยมีที่มาที่ไป เฮียเจ๋งตรวจสอบงบการเงินแล้วเห็นความผิดปกติ จึงจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีมาตรวจสอบจึงพบว่า ดนัยนำเงินของบริษัทไปใช้ส่วนตัว และ ไม่ลงรายการนั้นในงบการเงินของบริษัท จึงได้ฟ้องดนัยเป็นคดีอาญา ในหลายๆข้อหาด้วยกัน ทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า กรณีของดนัยนั้น เป็นความผิดฐานใด และต้องรับโทษอย่างไรบ้าง

การที่ดนัย นำเงินของบริษัทไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แล้วปกปิดข้อมูลนั้นไม่ยอมแจ้งให้ผู้ถือหุ้นอื่นทราบ ถือว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ของบริษัท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ผู้ถือหุ้นทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหาย
การที่ดนัยมีหนี้ต่อบริษัทแล้วไม่ลงรายการหนี้นั้นในงบการเงินของบริษัท ถือได้ว่าเป็นการลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในเอกสารของบริษัท โดยมีเจตนาไม่ให้เฮียเจ๋งรู้ ถือว่ามีเจตนาเพื่อลวงให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์อันควรได้ ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 42 มีโทษจำคุก ไม่เกิน 7 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ผู้ถือหุ้นที่เสียประโยชน์หรืออาจเสียประโยชน์ย่อมเป็นผู้เสียหาย
ทุกท่านอย่าคิดว่าเป็นเรื่องตลกและเป็นไปไม่ได้นะครับ และหากมีเรื่องในทำนองนี้เกิดขึ้นกับท่าน ขอให้ท่านจงอย่าได้ประมาท คดีประเภทนี้ศาลตัดสินให้ติดคุกจริงๆนะครับ และ ก็มีคนติดคุกจริงเพราะเรื่องทำนองนี้มามากแล้วครับ

# #น้องทนาย

มาตรการช่วยเหลือ นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตนมาแล้ววว
27/04/2020

มาตรการช่วยเหลือ นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตนมาแล้ววว

ระวังด้วยนะคะ
31/03/2020

ระวังด้วยนะคะ

รัฐบาลออกมาตรการดูแลเยียวยา แรงงาน ลูกจ้างชั่วคราวและอาชีพอิสระ # covid-19
24/03/2020

รัฐบาลออกมาตรการดูแลเยียวยา แรงงาน ลูกจ้างชั่วคราวและอาชีพอิสระ # covid-19

Covid-19
07/03/2020

Covid-19

ไม่มี ... ก็ช่วยกันสร้างอ้างว้าง ... จับมือกันไว้ทะเลาะ ... อย่าหนีกันไกลห่างไกล ... อย่าทอดทิ้งกันรักกัน ... ก็ช่วยกันก...
08/02/2020

ไม่มี ... ก็ช่วยกันสร้าง
อ้างว้าง ... จับมือกันไว้
ทะเลาะ ... อย่าหนีกันไกล
ห่างไกล ... อย่าทอดทิ้งกัน
รักกัน ... ก็ช่วยกันก่อ
ไม่พอ .., ก็ช่วยกันหา
หัวใจ ... อย่าพาใครเข้ามา
รักนะ ... อย่าไปไหนเลย

(Cr. ฝากไว้ให้คิด)

ที่อยู่

300/1023 Banggruai-Sainoi Road Bangrakpatta
Bang Bua Thaung
11110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 23:00
อังคาร 08:00 - 23:00
พุธ 08:00 - 23:00
พฤหัสบดี 08:00 - 23:00
ศุกร์ 08:00 - 23:00
เสาร์ 08:00 - 23:00
อาทิตย์ 08:00 - 23:00

เบอร์โทรศัพท์

+66918617952

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thanai phaluiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thanai phalui:

แชร์