ทนายเบญจวรรณ ระตินัย

ทนายเบญจวรรณ ระตินัย กรรมการสภาทนายความจังหวัดสงขลา

สำหรับสะสม และใช้ประโยชน์ได้ มากด้วยคูณค่าและคุณภาพดีเหมาะสำหรับทุกวัย สินค้าทุกชนิดบรรจงคัดสรรมาอย่างดี สวยงามและเป็นของแท้ทุกชิ้น

09/06/2026
ทุกคดีคือความตั้งใจ ทุกความไว้วางใจคือความรับผิดชอบ
09/06/2026

ทุกคดีคือความตั้งใจ ทุกความไว้วางใจคือความรับผิดชอบ

งานเช้าเลย
08/06/2026

งานเช้าเลย

การเดินทางทึ่เช้ามากกับการสืบพยานศาลตจว... #รถน้ำท่วม/รอรถใหม่ #
08/06/2026

การเดินทางทึ่เช้ามากกับการสืบพยานศาลตจว... #รถน้ำท่วม/รอรถใหม่ #

"คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง
21/05/2026

"คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง

จากข่าว ทวี สอดส่อง โพสต์ ปิดฉาก “คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง

ครับ แต่ท่านครับ เพิ่งวาระแรก ขั้นรับหลักการ หนทางอีกยาวไกลเหลือเกิน

จากต้นโพสมีเนื้อความว่า
ปิดฉาก “คุกทวงหนี้” สภาฯ รับหลักการยกเลิกโทษอาญาคดีเช็คเด้ง
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณามีมติรับพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. ... วาระที่ 1 ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งเป็นกฎหมายค้างการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว
เมื่อมีการยุบสภา รัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้ยืนยันตามกำหนด และรัฐสภาได้เห็นชอบ
ส่วนตัวในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เสนอการพิจารณายกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้า ครม. และรัฐบาลได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวมาแล้ว เห็นว่าเป็นการสร้างระบบนิติธรรมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หลักสากล และสอดคล้องกับความจริงทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- ประการแรก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดคือพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 วิธีการกำหนดให้เป็นโทษทางอาญาสำหรับผู้ซึ่งไม่สามารถชำระเงินตามเช็คได้ อันเป็นการนำโทษทางอาญามาใช้บังคับกับการผิดนัดทางแพ่ง ซึ่งพฤติการณ์นี้ไม่สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงเท่านั้น และไม่สอดคล้องกับข้อ 11 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญามิได้ สมควรยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับผิดทางอาญาโดยไม่สมควรอีก
- ประการที่สอง การใช้เช็คทวงหนี้ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13 “ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมดังต่อไปนี้ (2) การเสนอหรือจูงใจให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้อยู่ว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้”
ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว จะต้องระวางโทษตามมาตรา 39 คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเมื่อกฎหมายทวงถามหนี้ลงโทษเจ้าหนี้ที่ใช้เช็คเป็นเครื่องมืออย่างไม่เป็นธรรมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเก็บกฎหมายเช็คปี 2534 ไว้
- ประการที่สาม การยกเลิกโทษอาญา สอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยาที่ว่า ความผิดเรื่องเช็คเด้งนั้น ตรงกับคำในอาชญาวิทยาว่า Mala prohibita คือ ”เป็นความผิดเพราะกฎหมายห้ามและกำหนดโทษไว้“ ไม่ใช่ความผิดประเภท Mala in se ซึ่งหมายถึง “ความผิดที่เป็นสิ่งชั่วร้ายในตัวเองหรืออาชญากรรมโดยแท้” และพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการใช้เช็คเดิมก็ไม่ได้แยกแยะชัดเจนระหว่างผู้จนมุมทางธุรกิจกับผู้ทุจริตหรือโกง ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สุจริตแต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราวต้องกลายสภาพเป็นอาชญากรและต้องติดคุก ซึ่งขัดกับหลักความยุติธรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ หากผู้สั่งจ่ายเช็คมีพฤติกรรมตั้งใจหลอกลวงหรือมีเจตนาทุจริตฉ้อโกงมาตั้งแต่แรก สามารถปรับเข้ากับความผิดอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาได้อยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายเช็คฉบับนี้
ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้ (มาตรา 6) โดยให้กรมราชทัณฑ์มีอำนาจปล่อยตัวผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยเร็วและทันทีภายในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับโดยไม่ต้องรอหมายปล่อยจากศาล และแจ้งให้ศาลทราบ รวมถึงให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษ พ้นจากการคุมประพฤติหรือการพักการลงโทษโดยทันทีตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องขังในเรือนจำทั้งประเทศ จำนวน 327,478 ราย เป็นผู้ต้องขังตามคดีเช็ค 555 ราย ซึ่งถือเป็นบทบัญญัติที่เป็นธรรมและมีมนุษยธรรมอย่างแท้จริง
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

21/05/2026

เกาะกระแสใช้เช็คชำระหนี้/ค้ำประกันหนี้ มีความแตกต่างกันในทางกฎหมายและผลทางคดีอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “เจตนาในการออกเช็ค” และ “สิทธิในการฟ้องคดี” ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิด
1. เช็คชำระหนี้
คือ เช็คที่ออกเพื่อ “ชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและถึงกำหนดแล้ว”
ตัวอย่างเช่น
ซื้อสินค้าแล้วออกเช็คจ่ายค่าสินค้า
กู้เงินแล้วออกเช็คใช้คืน
จ่ายค่าเช่าหรือค่าบริการ
ลักษณะสำคัญ
มีหนี้ที่ต้องชำระอยู่แล้ว
ผู้รับเช็คสามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ทันทีตามวันที่ในเช็ค
หากเช็คเด้ง อาจมีทั้ง
ความรับผิดทางแพ่ง (ฟ้องเรียกเงิน)
และความรับผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.เช็ค หากเข้าองค์ประกอบกฎหมาย
ผลทางกฎหมาย
หากเช็คไม่มีเงินและพิสูจน์ได้ว่าออกเพื่อชำระหนี้จริง ผู้รับเช็คสามารถดำเนินคดีได้ทั้งแพ่งและอาญา
2. เช็คค้ำประกัน
คือ เช็คที่ออกไว้เพื่อ “ประกันการปฏิบัติตามสัญญา” ไม่ใช่เพื่อชำระหนี้ทันที
ตัวอย่างเช่น
เช็คค้ำประกันสัญญาเช่ารถ
เช็คประกันการผ่อนสินค้า
เช็ควางประกันการทำงานหรือสัญญาธุรกิจ
ลักษณะสำคัญ
ยังไม่มีหนี้ที่ถึงกำหนดต้องชำระในวันที่ออกเช็ค
ผู้รับเช็คจะนำไปใช้เมื่ออีกฝ่ายผิดสัญญา
เป็นเพียง “หลักประกัน” ไม่ใช่การจ่ายเงินโดยตรง
ผลทางกฎหมาย
!!! หากเป็น “เช็คค้ำประกัน” จริง แม้เช็คเด้ง ก็อาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.เช็ค เพราะไม่ได้ออกเพื่อชำระหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ
ศาลฎีกาหลายคดีวางหลักไว้ว่า
“เช็คที่ออกเพื่อประกันหนี้ในอนาคต ไม่ใช่เช็คเพื่อชำระหนี้อันพึงบังคับได้ในขณะออกเช็ค”
ดังนั้น คดีลักษณะนี้มักเป็นเรื่องแพ่ง มากกว่าคดีอาญา

“มรดก” ไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สินแต่คือเรื่องที่ทำให้คนในครอบครัวเกิดข้อพิพาทกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง!!!ปัญหาที่พบบ่อยในการ...
20/05/2026

“มรดก” ไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สิน
แต่คือเรื่องที่ทำให้คนในครอบครัวเกิดข้อพิพาทกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
!!!ปัญหาที่พบบ่อยในการจัดการมรดก ได้แก่
• ไม่มีพินัยกรรม ทำให้แบ่งทรัพย์กันไม่ลงตัว
• ผู้จัดการมรดกไม่โปร่งใส ปิดบังทรัพย์สิน
• ทายาทบางคนครอบครองทรัพย์ไว้เพียงผู้เดียว
• บ้าน ที่ดิน หรือธุรกิจครอบครัวแบ่งกันไม่ได้
• มีหนี้สินของผู้เสียชีวิตที่ต้องรับผิดจากกองมรดก
• พินัยกรรมไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
• บุตรนอกสมรส หรือภรรยาหลายคน ทำให้เกิดปัญหาสิทธิรับมรดก
หลายคดีไม่ได้จบที่การพูดคุย
แต่ต้องไปสิ้นสุดกันที่ศาล
การวางแผนมรดกที่ถูกต้อง
และการจัดทำพินัยกรรมอย่างรอบคอบ
จึงเป็นวิธีลดปัญหาและรักษาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ดีที่สุด
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิในมรดก
การตั้งผู้จัดการมรดก
หรือการแบ่งทรัพย์สิน สามารถปรึกษาสำนักงานกฎหมายเพื่อประเมินแนวทางทางกฎหมายได้
#กฎหมายมรดก #ผู้จัดการมรดก #พินัยกรรม #แบ่งมรดก #ทนายความ #ความรู้กฎหมาย #สำนักงานกฎหมายเนตินัย

19/05/2026

เหตุรถไฟชนรถโดยสารหรือรถยนต์บริเวณทางตัด เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายจราจร กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดของหน่วยงานรัฐ ซึ่งประชาชนจำนวนมากอาจยังไม่ทราบว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ใครบ้างอาจต้องรับผิด และผู้เสียหายมีสิทธิได้รับความช่วยเหลืออย่างไร
เมื่อเกิดเหตุ รถไฟชนรถยนต์หรือรถโดยสาร ใครบ้างอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย ???? อุบัติเหตุบริเวณทางตัดรถไฟถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่มักก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และในทางกฎหมาย เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงว่า ใครชนใครเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาว่าแต่ละฝ่ายได้ปฏิบัติตามหน้าที่และมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่
ทั้งผู้ขับขี่รถยนต์ คนขับรถโดยสาร พนักงานกั้นทางรถไฟ พนักงานควบคุมการเดินรถ ตลอดจนหน่วยงานต้นสังกัด อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในความรับผิดตามกฎหมายได้ทั้งหมด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำโดยประมาทหรือบกพร่องต่อหน้าที่

📌กฎหมายอาญา
เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส พนักงานสอบสวนจะพิจารณาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยเฉพาะความผิดฐานกระทำโดยประมาท ได้แก่

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อาจถูกนำไปปรับใช้ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เช่น คนขับรถโดยสารขับรถฝ่าเข้าไปจนติดบนราง , พนักงานกั้นทางรถไฟละเลยหน้าที่ , พนักงานขับรถไฟใช้ความเร็วหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เหล่านี้หากพิสูจน์ได้ว่ามีความประมาท ก็อาจต้องรับโทษทางอาญา

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ใช้กับกรณีผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ

📌ความรับผิดของระบบรางและเจ้าหน้าที่
อุบัติเหตุทางรถไฟไม่ได้พิจารณาเฉพาะฝ่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยของการเดินรถด้วย เช่น ระบบสัญญาณเตือนทำงานหรือไม่ , มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ , เครื่องกั้นทำงานปกติหรือไม่ , พนักงานขับรถไฟปฏิบัติตามมาตรฐานหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่ละเลยต่อหน้าที่ หรือระบบความปลอดภัยบกพร่อง จนอาจเป็นสาเหตุร่วมของอุบัติเหตุ ก็อาจมีความรับผิดทั้งทางวินัย ทางอาญา และทางแพ่งได้

นอกจากนี้ หากพบว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย หรืออยู่ในภาวะหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ก็อาจเกี่ยวข้องกับความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 233 ผู้ใดกุมพวงมาลัยหรือขับขี่ยานพาหนะสาธารณะในขณะหย่อนความสามารถ ประกอบกับพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อันเป็นบทลงโทษสถานหนักแยกต่างหาก และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกด้วย

📌กฎหมายจราจรทางบก
ผู้ขับขี่มีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อผ่านทางตัดรถไฟ และต้องไม่ขับรถเข้าไปในบริเวณที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้รถพ้นรางรถไฟได้ ซึ่งตามหลักพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดหลักสำคัญไว้ เช่น ห้ามหยุดหรือจอดรถกีดขวางทางรถไฟ , เมื่อมีสัญญาณเตือนหรือเครื่องกั้น ต้องหยุดรถ , ห้ามฝ่าเครื่องกั้นหรือสัญญาณเตือน , ห้ามแซงรถในระยะใกล้ทางรถไฟ , ผู้ขับขี่ต้องประเมินสภาพการจราจร ไม่ขับรถเข้าไปติดค้างบนราง แม้การจราจรจะติดขัด ผู้ขับขี่ก็ยังมีหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้รถติดอยู่บนรางรถไฟ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทำโดยประมาทได้

📌ความรับผิดทางแพ่ง
แม้ในระหว่างที่กระบวนการพิจารณาคดีอาญาจะยังไม่สิ้นสุด ผู้เสียหายหรือครอบครัวผู้เสียชีวิตก็ยังสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่กันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 420
ผู้ใดกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
มาตรา 437
ผู้ควบคุมยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรกล เช่น รถไฟ รถเมล์ หรือรถยนต์ ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากยานพาหนะนั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายเอง
มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้าง

ดังนั้น หากลูกจ้างขับรถโดยประมาท หน่วยงานต้นสังกัดหรือบริษัทเจ้าของรถก็อาจต้องร่วมรับผิดด้วย
เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ แล้วแต่กรณี

📌พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

หากอุบัติเหตุเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น พนักงานกั้นทางรถไฟ หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบรางจะอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หลักสำคัญคือ ประชาชนผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐโดยตรง ไม่ใช่ฟ้องเจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานจึงจะไปไล่เบี้ยภายหลังได้

📌พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

อีกเรื่องสำคัญที่ประชาชนควรรู้ คือ แม้คดียังไม่ชัดว่าใครผิด ผู้บาดเจ็บหรือครอบครัวผู้เสียชีวิตยังมีสิทธิได้รับ ค่าเสียหายเบื้องต้น จากประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ ค่าชดเชยเบื้องต้น โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาของศาลก่อน เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน
อุบัติเหตุใหญ่ไม่ใช่ความผิดของคนคนเดียว ในหลายกรณี อุบัติเหตุร้ายแรงไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเพียงจุดเดียว แต่เกิดจากความบกพร่องหลายส่วนสะสมกัน เช่น ระบบเตือนไม่มีประสิทธิภาพ การควบคุมจราจรไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ละเลยหน้าที่ ระบบความปลอดภัยไม่ทันสมัย หรือแม้กระทั้งกรณีที่ผู้ขับขี่ขาดความระมัดระวัง ดังนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงเพื่อหาผู้รับผิด แต่เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคตด้วย
#ทนายนพ

ลค.นัดทำพินัยกรรม ทนายก็จัดให้ตามความประสงค์ เชื่อเถอะค่ะการทำพินัยกรรมโดยทนายความเป็นสิ่งที่ดีทึ่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญห...
13/05/2026

ลค.นัดทำพินัยกรรม ทนายก็จัดให้ตามความประสงค์ เชื่อเถอะค่ะการทำพินัยกรรมโดยทนายความเป็นสิ่งที่ดีทึ่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในภายหน้าเพราะว่าทรัพย์สินมรดกจะได้เป็นไปตามที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาไว้ # สำนักงานกฎหมายเนตินัย # ทนาย หาดใหญ่ # ทนาย สงขลา # ทนายทั่วราชอาณาจักรไทย #

ประมาท/เจตนา วางเพลิง #นัดคุ้มครองสิทธิ #
28/04/2026

ประมาท/เจตนา วางเพลิง #นัดคุ้มครองสิทธิ #

ที่อยู่

46/290 ถนนพัทธ์สงเคราะห์ 2
Ban Hat Yai
90110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายเบญจวรรณ ระตินัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายเบญจวรรณ ระตินัย:

แชร์