25/06/2018
ขออนุญาตแชร์กฏหมายใหม่ครับ
#กฎหมายเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
หลังจากเมื่อวานได้ลอง Live สดไขข้อข้องใจกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว วันนี้ผมขอมาเขียนสรุปถึงประเด็นสำคัญให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะครับ เผื่อใครไม่มีเวลาได้ดูย้อนหลัง
.....
1 กรกฎาคม 2561 กฎหมายใหม่ฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับแล้วนะครับ
ความจริงแล้ว กฎหมายเช่าซื้อใหม่นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว เพียงแต่ให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับปรุงสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่นี้
โดยกฎหมายนี้ ใช้เฉพาะกับ การ #เช่าซื้อรถยนต์ หรือ #เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ระหว่าง #ผู้ประกอบการ กับ #ผู้บริโภค ที่ซื้อไปใช้ส่วนตัวเท่านั้น
..
สาระสำคัญที่เปลี่ยนไปแบบชัดเจนเลย ก็คือ การคิดอัตราดอกเบี้ย *** (มีอธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง)
ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการใช้ #อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) แทนที่ #อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Interest Rate)
ซึ่งเจ้าดอกเบี้ยแบบแท้จริงต่อปีนี้ ก็คือ ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เหมือนที่ใช้ในการผ่อนบ้านนั่นเองครับ
แล้วต่างจากเดิมอย่างไร ?
มันต่างมากครับ เพราะเดิมอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่นั้น หากเราผ่อนไปแล้ว ต้นเงินลดลงเรื่อย ๆ แต่ดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการคิดจากเรานั้นยังใช้การคำนวณดอกเบี้ยจากต้นเงินที่เรากู้ตอนแรก
เช่น เรากู้ 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยล่ะ 10 ต่อปี
หากคิดแบบ Flat Rate ก็เอา 10% คูณ 100,000 บาท แสดงว่าเราจะต้องเสียดอกเบี้ย 10,000 บาท รวมแล้วเราจะมีหนี้ 110,000 บาท
สมมติว่าเราจะผ่อน 10 เดือน
เราก็จะต้องผ่อนงวดล่ะ 11,000 บาท ครบ 10 เดือน ก็เท่ากับเราจ่ายไปทั้งหมด 110,000 บาท
ดูเหมือนจะยุติธรรมดีใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นลูกเล่นทางการเงิน
ที่บอกว่าเป็น 10% ต่อปีนั้น หากคิดเป็นอัตราแบบลดต้นลดดอกแล้ว ที่เราผ่อนไปนั้นจะกลายเป็นประมาณ 18% ต่อปีเลยทีเดียว
ไม่ต้องงงว่าอีก 8% มันงอกมาจากไหน
มันงอกมาจากการดอกเบี้ยที่ไม่ลดตามเงินต้นที่เราผ่อนไงครับ
จากตัวอย่างเดิม
หากเราผ่อนงวดแรก 11,000 บาท โดยเป็นเงินต้น 100,000 บาท และดอกเบี้ย 1,000 บาทแล้ว
แปลว่าต้นเงินจะเหลือเพียง 90,000 บาทเท่านั้น หากคิดดอกเบี้ย 10% เราก็ควรจะเสียดอกเบี้ยเพียง 900 จริงไหมครับ
และทุกงวดที่เราผ่อนไปนั้น เมื่อต้นลดแล้ว ดอกก็ควรจะลดด้วย
แต่ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate ที่เราผ่อนรถมาตลอดนั้น ไม่เคยลดครับ ทำให้ดอกเบี้ยที่เราจ่ายไปนั้น แพงกว่าที่เรารับรู้มากครับ
ดังนั้น การที่กฎหมายเช่าซื้อใหม่สั่งให้ผู้ประกอบการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เราก็จะเห็นดอกเบี้ยที่แท้จริงเราจ่ายไปชัดเจนมากขึ้นครับ
แล้วหลังวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คนที่ผ่อนรถตามสัญญาเก่าจะได้รับประโยชน์ในเรืองดอกเบี้ยจากกฎหมายใหม่นี้หรือไม่
คำตอบ คือ ไม่
เพราะกฎหมายเช่าซื้อฉบับใหม่นี้ บอกว่าสัญญาที่ทำมาก่อนหน้านี้ ให้ใช้ตามสัญญาเดิมต่อไปได้ครับ
*** [อธิบายเพิ่มเติม] ***
มีรุ่นน้องที่คณะมาอธิบายเพิ่มว่า สคบ. แค่กำหนดให้ผู้ประกอบการแสดงอัตราแบบลดต้นลดดอก (Effective rate) เท่านั้นครับ
ไม่ได้หมายความว่าต้องคิดแบบลดต้นลดดอกก็ได้
ถ้าเป็นแบบนี้ แปลว่าเราก็จะผ่อนเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะเห็นดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ (เพราะต้นลด แต่ดอกไม่ลด)
ก็งงดีเหมือนกันครับ ที่ สคบ. กำหนดแบบนี้ สุดท้ายเป็นภาระของผู้บริโภคที่จะต้องตรวจสอบเองว่าบริษัทแสดงดอกเบี้ยถูกต้องหรือไม่
ทั้งนี้ บริษัทไหนจะเปลี่ยนไปคิดแบบลดต้นลดดอก อันนี้ สคบ. ก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด
แบบนี้ ผมว่า สคบ. ทำแบบไม่สุดทาง และสร้างความสับสนให้ผู้บริโภคพอสมควรเลยครับ
..
นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่าซื้อมากก็คือ
การกำหนดให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่ที่ต้องดำเนินการตามลำดับในการยึดรถไปขายทอดตลาด
หากผู้เช่าซื้อผิดนัด 3 งวดติดกันแล้ว ผู้ประกอบการก็สามารถยึดรถ แล้วเอาขายทอดตลาดได้เลย (หลักเดิม)
แต่กฎหมายใหม่
ผู้ประกอบการหลังจากยึดไปแล้ว ก่อนจะขายทอดตลาดจะต่องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
โดยให้สิทธิผู้เช่าซื้อมาชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แล้วเอารถคืนไปได้
และหากผู้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิ ผู้ประกอบการก็จะต้องแจ้งไปยัง #ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) ไม่น้อยกว่า 15 วัน
เพื่อให้ผู้ค้ำประกันตัดสินใจที่จะมาใช้สิทธิแทนผู้ซื้อได้
ถ้าผู้ค้ำประกันมาชำระหนี้ส่วนที่ผู้เช่าซื้อค้างอยู่ ผู้ค้ำประกันก็จะได้รถไปเลย
ซึ่งข้อนี้แหละครับ ผมมองว่าเป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้ค้ำประกันมาก
ทำให้ผู้ค้ำประกันมีทางเลือก ที่จะเสียเงินแล้วได้รถไปด้วย ดีกว่าต้องมาเสียเงินเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้อะไร
...
จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ยังมีหลักการอื่น ๆ อีกพอสมควร แต่ผมไม่อยากให้โพสต์นี้ยาวไปมากกว่านี้
เอาเป็นว่า เพื่อน ๆ ลองเข้าไปอ่านกฎหมายเช่าซื้อใหม่ตัวเต็มได้ที่http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/035/6.PDF
แล้วถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมยังไง ก็เข้ามาสอบถามได้ครับ
https://drpeerapat.com/2018/06/26/new_leasing_reg/
ดร.พีท พีรภัทร
25 มิ.ย. 61