สำนักงานนิติธรรมทนายความและการบัญชี

สำนักงานนิติธรรมทนายความและการบัญชี สำนักงานนิติธรรมทนายความและการบัญ?

19/05/2024
24/06/2019
07/03/2019

ไม่ได้จะเชียร์อาชีพทนายนะครับ แต่ว่ามีคนมาปรึกษาหลายเคสละ เราก็งงว่า ก่อนจะมีปัญหาทำไมไม่มาปรึกษา พอมาปรึกษา มันก็ไม่ทันละสิ เพราะคดีถึงที่สุดไปแล้ว ก็เลยอยากมาบอกว่า ทำไมเราถึงไม่จ้างทนายแต่แรก จะได้ไม่มีปัญหา
มาดูว่า ถ้าเรามีทนาย จะส่งผลดียังไงบ้าง
1 ทนายความสามารถหาช่องทางด้านกฎหมายช่วยคุณได้ เพราะทนายความรู้ขั้นตอนของคดี มีอยู่หลายครั้งที่เค้านัดไกล่เกลี่ยแล้วไม่เอาทนายไป พอโดนยึดทรัพย์ก็ค่อยมาปรึกษา ถึงเวลานั้น ก้ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว
2 กรณีที่คุณทำผิดจริง ทนายสามารถแนะนำคุณได้ว่า ควรจะสู้หรือจะสารภาพ มันมีประโยชน์แน่ ถ้าคุณได้รับโทษน้อยลง หรือรอลงอาญา บางคนเรียกทนายประเภทนี้ว่า ทนายโจร แต่อย่าลืมว่า ทนายดีๆ เค้าก็แนะนำให้รับสารภาพได้ ทำให้คนผิดต้องติดคุกแต่โดยดี
3 ถ้าคุณไม่มีทนายความแล้วคุณไม่ได้จบกฎหมาย แต่อีกฝ่ายมีทนายความ คุณไม่มีทางรู้กฎหมายมากกว่าทนายความของฝ่ายตรงข้ามแน่นอน ดังนั้น คุณจะเสียเปรียบในทางคดี
4 ก่อนทำสัญญาไม่ปรึกษาทนายความ พอเกิดเรื่อง ค่อยมาปรึกษา มันก็ช้าไปแล้ว เช่น กู้ยืมเงินไม่ทำสัญญาไม่มีหลักฐาน ถึงเวลาจะฟ้อง มันก็อาจจะฟ้องไม่ได้
5 ในคดีอาญา คำให้การกับ ตร มีผลต่อคดีมาก แล้วเค้าให้ปรึกษาทนายความได้ แต่คุณไม่ปรึกษา ทำให้เสียสิทธิอย่างแรง แถมอาจส่งผลเสียต่อรูปคดีได้ พลิกจากถูกเป็นผิดได้เลย
6 คำว่า ไม่ผิดไม่ติดคุก ไม่จำเป็นต้องมีทนายความ มันไม่แน่เสมอไปแล้ว เช่น คดีครูจอมทรัพย์ เป็นต้น ถึงคุณจะไม่ผิด แต่ก็ควรมีทนายความคอยให้คำแนะนำ จะมีประโยชน์ต่อคดีมาก
กรณีไม่มีเงินหรือยากจน เดี๋ยวนี้มีทนายฟรีเยอะ มีศูนย์ช่วยเหลือเยอะ หาในกูเกิลได้เลยนะ ก่อนที่อิสรภาพของคุณจะสูญสิ้นไป
เพจ สายตรงกฎหมาย ยึดมั่นความยุติธรรม
ขอบคุณเจ้าของภาพ ขอบคุณภาพจากยูทูป

21/01/2019

ปลายทางไม่มีรางวัลใดๆ

ขออนุญาตแชร์กฏหมายใหม่ครับ
25/06/2018

ขออนุญาตแชร์กฏหมายใหม่ครับ

#กฎหมายเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์

หลังจากเมื่อวานได้ลอง Live สดไขข้อข้องใจกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว วันนี้ผมขอมาเขียนสรุปถึงประเด็นสำคัญให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะครับ เผื่อใครไม่มีเวลาได้ดูย้อนหลัง
.....

1 กรกฎาคม 2561 กฎหมายใหม่ฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับแล้วนะครับ

ความจริงแล้ว กฎหมายเช่าซื้อใหม่นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว เพียงแต่ให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับปรุงสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่นี้

โดยกฎหมายนี้ ใช้เฉพาะกับ การ #เช่าซื้อรถยนต์ หรือ #เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ระหว่าง #ผู้ประกอบการ กับ #ผู้บริโภค ที่ซื้อไปใช้ส่วนตัวเท่านั้น
..

สาระสำคัญที่เปลี่ยนไปแบบชัดเจนเลย ก็คือ การคิดอัตราดอกเบี้ย *** (มีอธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง)

ที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการใช้ #อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) แทนที่ #อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Interest Rate)

ซึ่งเจ้าดอกเบี้ยแบบแท้จริงต่อปีนี้ ก็คือ ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เหมือนที่ใช้ในการผ่อนบ้านนั่นเองครับ

แล้วต่างจากเดิมอย่างไร ?

มันต่างมากครับ เพราะเดิมอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่นั้น หากเราผ่อนไปแล้ว ต้นเงินลดลงเรื่อย ๆ แต่ดอกเบี้ยที่ผู้ประกอบการคิดจากเรานั้นยังใช้การคำนวณดอกเบี้ยจากต้นเงินที่เรากู้ตอนแรก

เช่น เรากู้ 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยล่ะ 10 ต่อปี

หากคิดแบบ Flat Rate ก็เอา 10% คูณ 100,000 บาท แสดงว่าเราจะต้องเสียดอกเบี้ย 10,000 บาท รวมแล้วเราจะมีหนี้ 110,000 บาท

สมมติว่าเราจะผ่อน 10 เดือน

เราก็จะต้องผ่อนงวดล่ะ 11,000 บาท ครบ 10 เดือน ก็เท่ากับเราจ่ายไปทั้งหมด 110,000 บาท

ดูเหมือนจะยุติธรรมดีใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นลูกเล่นทางการเงิน

ที่บอกว่าเป็น 10% ต่อปีนั้น หากคิดเป็นอัตราแบบลดต้นลดดอกแล้ว ที่เราผ่อนไปนั้นจะกลายเป็นประมาณ 18% ต่อปีเลยทีเดียว

ไม่ต้องงงว่าอีก 8% มันงอกมาจากไหน

มันงอกมาจากการดอกเบี้ยที่ไม่ลดตามเงินต้นที่เราผ่อนไงครับ

จากตัวอย่างเดิม

หากเราผ่อนงวดแรก 11,000 บาท โดยเป็นเงินต้น 100,000 บาท และดอกเบี้ย 1,000 บาทแล้ว

แปลว่าต้นเงินจะเหลือเพียง 90,000 บาทเท่านั้น หากคิดดอกเบี้ย 10% เราก็ควรจะเสียดอกเบี้ยเพียง 900 จริงไหมครับ

และทุกงวดที่เราผ่อนไปนั้น เมื่อต้นลดแล้ว ดอกก็ควรจะลดด้วย

แต่ดอกเบี้ยแบบ Flat Rate ที่เราผ่อนรถมาตลอดนั้น ไม่เคยลดครับ ทำให้ดอกเบี้ยที่เราจ่ายไปนั้น แพงกว่าที่เรารับรู้มากครับ

ดังนั้น การที่กฎหมายเช่าซื้อใหม่สั่งให้ผู้ประกอบการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เราก็จะเห็นดอกเบี้ยที่แท้จริงเราจ่ายไปชัดเจนมากขึ้นครับ

แล้วหลังวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คนที่ผ่อนรถตามสัญญาเก่าจะได้รับประโยชน์ในเรืองดอกเบี้ยจากกฎหมายใหม่นี้หรือไม่

คำตอบ คือ ไม่

เพราะกฎหมายเช่าซื้อฉบับใหม่นี้ บอกว่าสัญญาที่ทำมาก่อนหน้านี้ ให้ใช้ตามสัญญาเดิมต่อไปได้ครับ

*** [อธิบายเพิ่มเติม] ***

มีรุ่นน้องที่คณะมาอธิบายเพิ่มว่า สคบ. แค่กำหนดให้ผู้ประกอบการแสดงอัตราแบบลดต้นลดดอก (Effective rate) เท่านั้นครับ

ไม่ได้หมายความว่าต้องคิดแบบลดต้นลดดอกก็ได้

ถ้าเป็นแบบนี้ แปลว่าเราก็จะผ่อนเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะเห็นดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ (เพราะต้นลด แต่ดอกไม่ลด)

ก็งงดีเหมือนกันครับ ที่ สคบ. กำหนดแบบนี้ สุดท้ายเป็นภาระของผู้บริโภคที่จะต้องตรวจสอบเองว่าบริษัทแสดงดอกเบี้ยถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ บริษัทไหนจะเปลี่ยนไปคิดแบบลดต้นลดดอก อันนี้ สคบ. ก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด

แบบนี้ ผมว่า สคบ. ทำแบบไม่สุดทาง และสร้างความสับสนให้ผู้บริโภคพอสมควรเลยครับ
..

นอกจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่าซื้อมากก็คือ

การกำหนดให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่ที่ต้องดำเนินการตามลำดับในการยึดรถไปขายทอดตลาด

หากผู้เช่าซื้อผิดนัด 3 งวดติดกันแล้ว ผู้ประกอบการก็สามารถยึดรถ แล้วเอาขายทอดตลาดได้เลย (หลักเดิม)

แต่กฎหมายใหม่

ผู้ประกอบการหลังจากยึดไปแล้ว ก่อนจะขายทอดตลาดจะต่องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

โดยให้สิทธิผู้เช่าซื้อมาชำระหนี้ส่วนที่เหลือ แล้วเอารถคืนไปได้

และหากผู้เช่าซื้อไม่ใช้สิทธิ ผู้ประกอบการก็จะต้องแจ้งไปยัง #ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) ไม่น้อยกว่า 15 วัน

เพื่อให้ผู้ค้ำประกันตัดสินใจที่จะมาใช้สิทธิแทนผู้ซื้อได้

ถ้าผู้ค้ำประกันมาชำระหนี้ส่วนที่ผู้เช่าซื้อค้างอยู่ ผู้ค้ำประกันก็จะได้รถไปเลย

ซึ่งข้อนี้แหละครับ ผมมองว่าเป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้ค้ำประกันมาก

ทำให้ผู้ค้ำประกันมีทางเลือก ที่จะเสียเงินแล้วได้รถไปด้วย ดีกว่าต้องมาเสียเงินเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้อะไร
...

จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ยังมีหลักการอื่น ๆ อีกพอสมควร แต่ผมไม่อยากให้โพสต์นี้ยาวไปมากกว่านี้

เอาเป็นว่า เพื่อน ๆ ลองเข้าไปอ่านกฎหมายเช่าซื้อใหม่ตัวเต็มได้ที่http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/035/6.PDF

แล้วถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมยังไง ก็เข้ามาสอบถามได้ครับ

https://drpeerapat.com/2018/06/26/new_leasing_reg/

ดร.พีท พีรภัทร
25 มิ.ย. 61

07/06/2018

บัตรเครดิตต้องใช้ให้เป็นนะครับ

08/05/2018

ต่อไปนี้จะคุยอะไรกันในโลกออนไลก็ต้องระมัดระวังกันนะครับ ปัจจุบันข้อมูลต่างๆในโลกออนไลมีกฏหมายบังคับใช้จึงสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้แล้วนะครับ ดังเช่น เรื่องนี้.
ฎีกาที่ ๖๗๕๗/๒๕๖๐ ข้อความที่โจทก์ส่งถึงจําเลยทางเฟสบุ๊คมีใจความว่า เงินทั้งหมด ๖๗๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องส่งคืนให้แล้ว ยกให้หมดไม่ต้องส่งดอกอะไรมาให้ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว
การส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องนําพระราชบัญญัติว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๔ มาใช้บังคับ

ซึ่งตามมาตรา ๗ บัญญัติว่า ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

และมาตรา ๘ บัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว

ดังนั้นข้อความที่โจทก์ส่งถึงจําเลยทางเฟสบุ๊ค แม้จะไม่มีการลง ลายมือชื่อโจทก์ก็ตาม แต่การส่งข้อความของโจทก์ทางเฟสบุ๊คจะปรากฏชื่อผู้ส่งด้วยและโจทก์ก็ยอมรับว่าได้ส่งข้อความทางเฟสบุ๊คถึงจําเลยจริง

ข้อความการสนทนาจึงรับฟังได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แก่จําเลยโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๐ แล้ว หนี้ตามสัญญากู้ยืมย่อมระงับ

โจทก์ไม่อาจยกเหตุว่าโจทก์ไม่มีเจตนาที่จะปลดหนี้ให้จําเลยแต่ทําไปเพราะความเครียดต้องการประชดประชันจําเลยขึ้นอ้างเพื่อให้เจตนาที่แสดงออกไปตกเป็นโมฆะ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจําเลยได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายในของโจทก์

คดีนี้จำเลยถูกฟ้องข้อหาบุกรุกป่าสงวนแปรรูปไม้และมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยปฏิเสธข้อหาบุกรุกป่าส...
27/04/2018

คดีนี้จำเลยถูกฟ้องข้อหาบุกรุกป่าสงวนแปรรูปไม้และมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยปฏิเสธข้อหาบุกรุกป่าสงวน รับสารภาพข้อหามีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองและแปรรูปไม้สัก ศาลชั้นต้นยกฟ้องข้อหาบุกรุกป่าสงวนส่วนข้อหามีไม้สักไว้ในครอบครองไม่รอลงอาญา คู่ความอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนข้อหาบุกรุก ข้อหามีไม้สักไว้ในครอบครองรอลงอาญา ใช้เวลาต่อสู้เกือบ2ปี ข้อเท็จจริงเป็นการเข้าไปอยู่ในเขตป่าสงวนก่อนที่รัฐจะประกาศเป็นเขตป่าสงวน การต่อสู้คดีจึงต้องต่อสู้เรื่องขาดเจตนา

ที่อยู่

ถนน บุญวาทย์
Amphoe Muang Lampang
52000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66 81 908 9293

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานนิติธรรมทนายความและการบัญชีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานนิติธรรมทนายความและการบัญชี:

แชร์