13/05/2023
ว่าด้วยข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อ
- ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาโดยการคืนรถ ขณะที่ไม่มีหนี้ใดๆค้างต่อผู้ให้เช่าซื้อ ไม่ต้องรับผิดในค่าส่วนต่าง ฎ.1203/2565
- ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อค้างชำระค่าเช่าซื้อผิดนัด 3 งวดติดต่อกัน แต่ผู้ให้เช่าซื้อยังไม่ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ เมื่อผู้เช่าซื้อนำรถมาคืนและลงชื่อรับผิดค่าขาดราคา ถือว่าสมัครใจเลิกสัญญาต่อกัน นำรถออกขายได้ราคาน้อยกว่าหนี้ จะเรียกค่าขาดราคาไม่ได้ (ฎ.975/2564) แต่หากผู้ให้เช่าซื้อได้มีการบอกกล่าวให้ชำระหนี้แล้วเช่นนี้ แม้ผู้เช่าซื้อนำรถมาส่งมอบคืนก็ไม่ถือเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาต่อกัน เมื่อนำรถออกขายได้ราคาน้อยกว่าหนี้ ผู้เช่าซื้อคงต้องรับผิดค่าขาดราคา ฎ3965/2564 (ประชุมใหญ่)
หมายเหตุ
ฎ.975/2564
จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกัน แต่ไม่ปรากฎว่าโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้และใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 1 ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่าซื้อจึงไม่เลิกกันตามข้อสัญญา พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปส่งมอบคืนโจทก์ และโจทก์ได้นำรถยนต์ออกประมูลขาย ถือได้ว่าคู่สัญญาสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย แม้จำเลยที่ 1 จะเขียนข้อความไว้ในสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ว่า “ขอรับผิดชอบในส่วนต่างที่เกิดขึ้น” ซึ่งส่วนต่างน่าจะหมายถึงส่วนที่ขาด หรือค่าขาดราคาในกรณีที่โจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกประมูลขายได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้ออันเป็นค่าเสียหายโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน แต่โจทก์ไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดชดใช้ได้เนื่องจากสิทธิเรียกร้องค่าขาดราคาเป็นค่าเสียหายที่โจทก์อาจเรียกร้องให้รับผิดได้ เฉพาะในกรณีที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตามข้อสัญญาโดยชอบเท่านั้น
ฎ3965/2564 (ประชุมใหญ่)
การที่จำเลยที่ 1 (ผู้เช่าซื้อ) ผิดนัดค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดกัน และโจทก์ (ผู้ให้เช่าซื้อ) มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค่างภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากพ้นกำหนดไม่ชำระให้ถือเอาหนังสือบอกกล่าวเป็นการบอกเลิกสัญญา การที่จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ที่เช่าซื้อมาส่งมอบคืนให้แก่โจทก์ไม่รอให้ล่วงพ้นกำหนดเวลา 30 วัน โดยไม่มีข้อโต้แย้ง เท่ากับจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าจะไม่ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว และไม่ประสงค์ที่จะชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระเพื่อให้สัญญาเช่าซื้อมีผลผูกพันต่อไป พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์หาจำต้องโต้แย้งคัดค้านการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแต่อย่างใดไม่ ทั้งการส่งมอบรถยนต์คืนเช่นนี้ มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ที่กำหนดให้สิทธิจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใด ๆ เสียก็ได้ ด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีให้แก่โจทก์เนื่องจากข้อสัญญาดังกล่าวกำหนดว่าจำเลยที่ 1 ต้องชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่ในเวลานั้นทันทีด้วย และถือไม่ได้ว่าเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อกันโดยปริยาย จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในค่าขาดราคา
ฎ.1203/2565
ขณะจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์ และโจทก์รับคืนไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใดหรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์ จึงไม่อาจถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13 เพราะการแสดงเจตนาคืนรถที่จะถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 ที่ระบุว่า “ผู้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใดๆเสียก็ได้โดยผู้เช่าซื้อจะต้องคืนและส่งมอบรถยนต์...และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที...” ต้องปรากฏว่าจำเลยยังคงมีหนี้หรือเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ในขณะที่ส่งมอบรถคืนโจทก์เมื่อจำเลยไม่มีเงินหรือหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ กรณีถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาด้วยการส่างมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาและไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 573 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาเช่าซื้อตามสัญญาจากจำเลย
แม้จำเลยตกลงรับผิดในบรรดาหนี้ค้างชำระที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 13 ตามหนังสือแสดงเจตนาคืนรถของจำเลยก็ตาม แต่หนังสือแสดงเจตนาคืนรถมิใช่สัญญาเช่าซื้อ เป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนและจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรับรองต่อโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อว่า หากโจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายได้เงินไม่พอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะยอมรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งหามีผลให้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งหามีผลให้จำเลยต้องรับผิดค่าขาดราคาตามเอกสารนั้นไม่ เพราะเป็นการรับสภาพหนี้สินว่ามีอยู่ทั้งที่ไม่มีเนื่องจากโจทก์และจำเลยไม่มีมูลหนี้ค่าขาดราคาต่อกัน จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้