ทนายพี 084-3602694 รับทำคดีรถชน ปรึกษาคดีฟรีและรับทำคดีแพ่ง/อาญาต่างๆ

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ทนายพี 084-3602694 รับทำคดีรถชน ปรึกษาคดีฟรีและรับทำคดีแพ่ง/อาญาต่างๆ ให้คำปรึกษาฟรี รับทำคดีรถชน รับว่าความทั่วราชอาณาจักร ทนายพี โทร. 084-3602694 , e-mail ; [email protected]
(301)

พอพูดถึงเรื่องจัดงานศพก็เลยมีเรื่องมาเล่าต่อ ...เคยมีเพื่อนเราอยู่คนหนึ่งรู้จักสมัยเรียน ม.ราม รู้จักกันในกลุ่ม...สนิทกั...
11/10/2026

พอพูดถึงเรื่องจัดงานศพก็เลยมีเรื่องมาเล่าต่อ ...เคยมีเพื่อนเราอยู่คนหนึ่งรู้จักสมัยเรียน ม.ราม รู้จักกันในกลุ่ม...สนิทกันพอสมควร

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อบุญธรรม เพื่อนเสียชีวิต แล้วโทรมายืมเงินเราเพื่อไปจัดงานศพให้พ่อบุญธรรม(พ่อแท้ๆตาย พ่อบุญธรรมก็รับเลี้ยงมาจนโต)

ด้วยความเป็นเพื่อนและสนิทกันพอสมควร ในใจเราก็คิดว่าคงต้องให้ยืมเป็นแน่แท้ แต่อีกใจก็ลังเลอยู่มากเพราะเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นบาท

เพื่อนก็พูดด้วยความจำเป็นอ้างเหตุผลความจำเป็นหลายอย่าง และสิ่งหนึ่งที่เพื่อนพูด คือ มีสิทธิกู้ยืมทางราชการอยู่ แต่การจัดงานศพจะรอกู้ไม่ทัน

*** เราฟังเหตุผลแล้วก็เห็นมีแนวทางได้เงินคืนอยู่บ้าง และอีกใจหนึ่งก็คิดว่าถ้าหากถูกโกงไม่ได้เงินคืน ก็ถือเสียว่าไปใช้หนี้เราชาติหน้าละกัน (ก็กลัวไม่ได้เงินคืนเหมือนกัน)
..แต่อีกใจก็คิดว่าเพื่อนก็มีความจำเป็นเพราะพ่อบุญธรรมเสียชีวิตจะไม่ไปช่วยจัดงานศพก็จะเนรคุณคนเกินไป

สุดท้ายเราก็ตัดสินใจให้ยืมเงินไป แต่พอเวลาผ่านไปไม่กี่วัน เพื่อนก็มาขอยืมเงินเพิ่มอีก เพราะเงินไม่พอ เราก็เลยให้ยืมเงินไปรวม 2 ครั้ง (ในใจก็กลัวไม่ได้เงินคืนมากๆ)

พอเราให้ยืมเงินไปจัดงานศพ เพื่อนก็มาเล่าให้ฟังว่า ญาติพี่น้องไม่มีใครให้ยืมเงินเลย และงานศพก็จัดแบบตามมีตามเกิด...!!! เพื่อนก็พูดขอบคุณเราอย่างมากๆ

พอจัดงานศพเสร็จเวลาผ่านมาไม่กี่วันเพื่อนก็ส่งข้อความไลน์มาบอกว่าตอนนี้ไปยื่นกู้เงินจากส่วนงานราชการแล้วนะ แล้วก็ส่งข้อความมาแจ้งเราอยู่เรื่อยๆ ว่าอยู่ขั้นตอนไหนบ้าง จนกระทั้งได้เงินมา แล้วก็โอนเงินคืนเราทั้งหมด เราก็รู้สึกขอบคุณที่เพื่อนรักษาคำพูด และเราก็รู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเพื่อนจัดงานศพพ่อบุญธรรมจนจบได้

เวลาผ่านไปเป็นปีอยู่เหมือนกัน เพื่อนกลุ่มนั้นมีการนัดกินข้าวกันแล้วโทรชวนเราซึ่งเราก็อยู่ข้างนอกบ้านพอดีก็เลยขับรถมอไซค์แวะไปเจอหน้าสักแป๊บหนึ่ง ส่วนเพื่อนที่พ่อบุญธรรมเสียชีวิตไม่ได้มา

***ด้วยความที่เราสวดมนต์นั่งสมาธิเป็นประจำอยู่แล้ว เห็นบอกเป็นร้านอาหารเราก็เลยแวะไป แต่ลืมคิดไปว่าร้านอาหารก็สั่งเหล้ากินได้ร้องเพลงได้(ห้องส่วนตัว) ถ้าเรานึกเรื่องแบบนั้นออกเราก็จะไม่ไปนั่งร่วมโต๊ะ พอไปถึงเข้าไปในห้องเพื่อนบางคนก็ส่งแก้วเหล้าให้ บางคนก็ส่งไมค์ให้ร้องเพลง เราก็ปฏิเสธหมด!!! และนั่งอยู่ห่างๆ กับคนที่กินเหล้า ในใจเราก็คิดว่าเราพลาดเองที่มาเพราะลืมไปว่าร้านอาหารก็กินเหล้าได้ แต่มาแล้วจะรีบลุกเดินกลับเลยก็จะเสียมารยาทเกินไปก็เลยคิดว่าจะนั่งอยู่สัก 5-10 นาที ค่อยหาเหตุผลอ้างออกจากห้อง

และนั้นก็คือ มีเพื่อนบางคนที่เคยถูกเพื่อนคนที่พ่อบุญธรรมเสียชีวิตโทรไปยืมเงินเหมือนกัน ก็เอาเรื่องนี้มาพูดกัน แล้วเพื่อนคนอื่นที่เคยถูกโทรไปยืมเงินเหมือนกันก็ร่วมกันพูด " แบบสนุกปาก เห็นความทุกข์ ความเดือดร้อน เห็นพ่อของเพื่อนตาย เป็นเรื่องสนุก คือ ไม่ช่วย ไมให้ยืมเงินก็ควรจะนิ่งๆไป ไม่ควรเอามาพูดนินทา มาพูดเล่นเป็นเรื่องสนุกหัวเราะกันแบบนั้น "
..พอเพื่อนในกลุ่มมาถามเราว่าถูกโทรมายืมเงินไหม เราก็ยิ้มๆ นิ่งๆ ไปไม่พูดอะไร เพื่อนในกลุ้มอีกคนก็พูดว่าคงโดนโทรมายืมเงินอยู่แล้วเพราะเพื่อนในกลุ่มโดนกันหลายคน ...และเพื่อนในกลุ่มอีกคนก็ถามเราว่า " ได้ให้ยืมเงินไปไหม..." เราก็ไม่ได้พูดตอบอะไรไป(เราก็มีความคิดในใจว่า ไม่ช่วยแล้วยังเอามาคุยเล่นสนุกปาก นิทาอีก ...มีบางคนก็พูดเรื่องอะไรกูจะให้ยืม)

*** เรื่องของคนตายเป็นเรื่องที่เราไม่ควรไปเอามาทำเล่นๆ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเล่น หรือสมควรทำ เพราะเวลาตายเราไม่รู้หรอกว่าเราจะตายเป็นศพไร้ญาติหรือไม่ หรือเราไปตายให้ศพเน่าอยู่ในป่าที่ไหน หรือจมน้ำเน่าพิสูจน์ตัวตนไม่ได้กลายเป็นศพไร้ญาติหรือไม่ เรื่องจัดงานศพก็ไม่ควรเอามาทำเป็นเรื่องคุยเล่นสนุกปาก

ส่วนตัวเราเองบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ให้สภากาชาดแล้ว ถ้าเราตายเมื่อไรเดี๋ยวสภากาชาดก็มาเอาศพเราไปทำประโยชน์ต่อไป เมื่อจบขั้นตอน สภากาชาดก็จัดการเผาศพให้เราเอง โดยไม่เป็นภาระหรือให้ญาติพี่น้องมาทำจัดงานศพให้ ส่วนเราก็หมดห่วงเรื่องศพตัวเองไป ตายไปก็ไม่มีอะไรต้องห่วง

ส่วนเพื่อนคนที่เราให้ยืมเงินไปจัดงานศพพ่อบุญธรรม ก็จะทักเราอยู่ทุกปี ปีละหลายครั้ง เราก็เคยบอกไปว่าไม่ต้องทักบ่อยๆ ก็ได้เราไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เวลาเจอหน้ากันก็ค่อยทักทายกันก็พอ แต่เพื่อนคนนี้ก็ทักทายเราอยู่เรื่อยๆ เพื่อแสดงให้รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ลืมเรื่องที่เราได้เคยช่วยเหลือไป

*** ส่วนตัวเราเองก็บอกตรงๆ ว่าเราไม่ได้อยากยึดติดกับใคร หรืออะไร ทุกวันนี้เราพยายามปล่อยบาง พยายามไม่จำอะไร ไม่ว่าใครจะทำไม่ดีกับเรา หรือทำดีกับเรา ก็ตาม เพราะเราพยายามจะไม่ยึดติด นั้นเอง

จะเลือกผัว จะเลือกเมีย ก็เลือกให้ดีๆ คนที่จะมาเป็นคู่สมรสเวลาตายเขาก็กลายเป็นแค่คนอื่น " ดีไม่ดีก็จะมาทะเลาะกับญาติพี่น้...
11/10/2026

จะเลือกผัว จะเลือกเมีย ก็เลือกให้ดีๆ คนที่จะมาเป็นคู่สมรสเวลาตายเขาก็กลายเป็นแค่คนอื่น " ดีไม่ดีก็จะมาทะเลาะกับญาติพี่น้อง เช่น แย่งสมบัติกองมรดก แย่งศพ หรือหากำไรจากการจัดงานศพเก็บซอง ...ฯลฯ "

1.เวลาเจ็บป่วยนอนติดเตียง ส่วนใหญ่ก็มีญาติพี่น้องที่มาเฝ้า มาดูแลก่อนตาย

2.เวลาตายญาติพี่น้องก็ช่วยจัดงานศพให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน " ส่งเป็นครั้งสุดท้าย และไม่จัดให้แพงเกินตัว "

***ส่วนคนเป็นผัว หรือเป็นเมีย(คู่สมรส) ก็มีอยู่มากที่ เวลาคนใกล้ตาย นอนป่วยติดเตียง ก็ไม่มาเฝ้าไข้ ไม่มาค่อยดูแล และเวลาตายก็ไม่สนใจจัดงานศพให้ หรือ ***ถ้าคนตายมีสมบัติก็จะมาแย่งศพเอาไปจัดงานศพ(เพื่อหากำไร เก็บซอง) แล้วมาฟ้องเรียกค่าทำศพแพงๆ ถ้าไม่มีสมบัติคนเป็นผัวหรือเป็นเมีย(คู่สมรส) ก็คงไม่มาแย่งศพไปจัดให้เป็นภาระ
..เพราะคนดีๆ เขาไม่มาแย่งศพกัน " พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง " เขามี ควรปล่อยให้ญาติพี่น้องเขาทำศพไปตามธรรมเนียมครอบครัวเขา ...ถ้าหากคู่สมรสอยากช่วยจริงๆ ก็ร่วมจัดงานศพไปกับญาติพี่น้องคนตายไปตามกำลัง

แต่ก็มีคนเลวๆ อยู่เหมือนกัน ทีไปแย่งศพจากญาติพี่น้องเขามาเพราะหวังสมบัติของคนตาย และก็ยังมีทนายบางคนที่เลวไม่แพ้กันที่ไปแนะนำให้ คนเป็นผัว หรือเป็นเมีย(คู่สมรส) ทำอะไรเลวๆ แบบนั้น
..คนป่วยนอนติดเตียงก็ไม่มาดูแล มาเฝ้าไข้ แต่พอคนป่วยใกล้ตายก็เอาทนายมาที่โรงพยาบาล คนอะไรจะเลวได้ขนาดนั้น และคนที่แนะนำให้ทำก็คงเลวมากๆ เหมือนกัน สักวันเวรกรรมคงจะตามทันเอง

***อย่างเคสนี้ คู่สมรสของคนตาย ตอนคนป่วยนอนติดเตียงก็ไม่มาดูแลอะไรเลย พอคนป่วยตายก็มาแย่งศพคนตาย และเอาศพคนตายไปจัดวัดที่ไกลๆ จากบ้าน และไม่ยอมเอาศพมาจัดวัดเดียวกับพ่อแม่ ที่เก็บกระดูกไว้ โดยเอาไปจัดวัดที่ไกลๆ จากญาติพี่น้อง ...ทนายบางคนที่แนะนำคู่สมรสแบบนี้ ก็เลวจริงๆ

จะมีผัว จะมีเมียก็เลือกคนที่ดีๆ กันหน่อย เวลาตายจะได้ไม่มาแย่งศพกันแบบนี้ หรือทำพินัยกรรมทิ้งไว้ก่อนตายว่าใครควรเป็นผู้จัดงานศพ และทรัพย์สมบัติควรแบ่งให้ใครบ้าง จะได้หมดปัญหาเวลาตาย...!!! เพื่อตัดปัญหาการทะเลาะกันระหว่างคู่สมรสกับญาติพี่น้อง

แม้กฎหมายจะบัญญัติให้ทายาทตามกฎหมายทุกคนมีสิทธิได้รับมรดกตามสัดส่วนอยู่แล้วก็ตาม แต่ปัญหาที่เห็นบ่อยๆ คือ การทะเลาะแย่งสมบัติจากกองมรดกกัน

การที่จะฝึกนั่งสมาธิได้เห็นผลบ้างต้องไม่ยึดติดกับ " ความสุขสบาย " และไม่ใช่แค่ฝึกตอนนั่งเพียงอย่างเดียว ต้องฝึกทุกอย่างใ...
08/10/2026

การที่จะฝึกนั่งสมาธิได้เห็นผลบ้างต้องไม่ยึดติดกับ " ความสุขสบาย "

และไม่ใช่แค่ฝึกตอนนั่งเพียงอย่างเดียว ต้องฝึกทุกอย่างให้ชินกับความธรรมดาของชีวิตให้ได้ คือ ความไม่สุข ไม่สบาย จึงจะเริ่มเห็น " ทุกข์ "

ถ้ามองความลำบาก " ทางกาย ทางใจ " เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเจอทุกข์ก็จะรู้สึกธรรมดาตามไปด้วย

ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็น จะนั่งนอนแล้วปวดหรือเมื่อย มดกัดยุงกัดรบกวน ฯลฯ ก็จะทำให้รู้สึกเฉยๆ ธรรมดาได้ ...เมื่อชินก็จะไม่ร้อนรุ่มกลุ้มใจกับสิ่งเหล่านั้น ใจก็จะไม่ไปจดจ่อกับเรื่องเหล่านั้น ให้เสียสมาธิ

***เพราะความสุขสบายเป็นอุปสรรค์อย่างมากในการฝึกนั่งสมาธิ และเป็นตัวเสริมกิเลสให้เข้ามาในจิตใจ ...ความสุขสบายเป็นตัวเสริมกิเลสให้ยึดติด " ความอยาก "

แล้วก็จะกลายเป็นวิ่งวนยึดติดอยู่กับการสนองกิเลสให้กับร่างกาย อากาศไม่ดีร้อนไปเย็นไป เจ็บนิดปวดหน่อย มีกลิ่นเหม็นบ้าง " ก็จะทนไม่ได้ ก็จะนั่งไม่ได้ ก็จะนอนไม่ได้ และก็จะอยู่ไม่ได้ " เพราะยังยึดติดอยู่กับร่างกายอยู่มากนั้นเอง

การฝึกสมาธิเราก็ฝึกทั้งการนั่ง และการนอน จะนั่งไม่สบาย จะนอนไม่สบาย เราก็ฝึกให้เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

การนั่งก็ไม่หาอาสนะหนาๆ นุ่มๆ ...มาใช้นั่ง แต่จะใช้ผ้าธรรมดาที่ไม่หนามาปูนั่ง(แน่นอนว่าต้องเจ็บก้น ขา ข้อเท้า) ...ส่วนการนอนก็นอนกับพื้น หมอนก็แข็งๆ ผ้าห่มก็ไม่นุ่ม มีพัดลมเก่าๆ ใช้(อากาศก็จะอบอ้าวไปตามสภาพ) ไม่เปิดแอร์(แน่นอนว่านอนพื้นต้องปวดเมื่อยตามร่างกาย หมอนแข็งๆ ต้องปวดคอเจ็บหัว ผ้าห่มที่ไม่นุ่มก็จะรู้สึกไม่สบายตัว) ***แต่พอทำจนชินก็จะใช้ชีวิตได้ปกติ " เวลาจะนั่ง จะนอน ใจก็จะไม่อยากได้อะไร "

เวลาฝึกนั่งสมาธิ เมื่อใจไม่มีความอยากอะไรมาก ใจไม่ได้สนใจกับอะไรมาก เวลานั่งใจก็จะนิ่งได้ดี และความลำบากความไม่สุขสบายจะทำให้เรารู้สึกตัว มีสติได้ดี ไม่หลงลืมตัวเวลานั่ง ...โอกาสที่จะนั่งหลับขาดสติลืมตัวก็มีน้อยลง

พอสืบพยานเสร็จก็จะหลับให้ได้เลย ขับรถมอไซค์มุดกลับบ้านก็ง่วงนอนสุดๆ เพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เวลาจะไปสืบพยานที่ไหนก็จ...
07/10/2026

พอสืบพยานเสร็จก็จะหลับให้ได้เลย ขับรถมอไซค์มุดกลับบ้านก็ง่วงนอนสุดๆ เพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เวลาจะไปสืบพยานที่ไหนก็จะมีความกังวลแล้วก็จะนอนไม่ค่อยหลับ ...ได้กินอะไรร้อนๆ ก็คงจะสดตื่นได้บ้าง

เราทำอาชีพทนายความเราก็มีอุดมการณ์ส่วนตัวของเรา1.ถ้ามารยาทไม่ดีเราจะไม่ให้คำปรึกษาหรือไม่รับทำคดี ดูได้จากการเรียก ถ้าเร...
06/10/2026

เราทำอาชีพทนายความเราก็มีอุดมการณ์ส่วนตัวของเรา

1.ถ้ามารยาทไม่ดีเราจะไม่ให้คำปรึกษาหรือไม่รับทำคดี ดูได้จากการเรียก ถ้าเรียก " ทนายๆ " ห้วนๆ ส่วนใหญ่ที่เจอมาจะไม่ให้เกียรติต่อทนายความ หรือพอรับทำคดีก็จะไม่ทำตามที่ทนายแนะนำ หรือบางคนก็จะมาใช้ มาสั่งให้ทนายทำตามหรืออวดรู้กว่าทนาย(แต่ไม่ทำตามที่ทนายบอก) หรือหนักกว่านั้น คือ ไม่พอใจก็ " หาเรื่อง " ฟ้องทนายซะเลย!!! เคยเห็นทนายที่รู้จักถูกลูกความฟ้องมา 2 คน อีกคดีหนึ่งทนายสู้คดีชนะเพราะมีพยานหลักฐาน ส่วนอีกคดีอยู่ระหว่างทำคดี ...ส่วนเราเองก็เคยคืนคดีไปประมาณ 10 คดี เพราะลูกความไม่มีมารยาท และไม่ทำตามที่ทนายแนะนำ ความร่วมมือไม่ได้ หรือมาอวดรู้อวดเก่งกว่าทนาย ***ทุกวันนี้เราจะตัดปัญหา " ดูจากมารยาท ดูจากการเรียก " ใครมาปรึกษา มาจ้างทำคดี แต่เรียก " ทนายๆ " ห้วนๆ เราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเสียเวลาคุยด้วย เพราะไม่อยากเสียเวลาเจอคนที่ไม่มีมารยาทหรือมาทะเลาะกันในภายหลังเพราะไม่ทำตามที่ทนายแนะนำ ไม่ให้ความร่วมมือ ร่วมงานกันยาก จะกลั่นกรองจากมารยาทก่อน
..การเรียกทนายก็เหมือนการเรียกคนทั่วไปที่เรียกแบบให้เกียรติ เช่น คุณทนาย คุณตำรวจ คุณหมอ คุณ....(คุณ) หรือจะเรียกสรรพนามแบบไทยๆ เช่น พี่ทนาย (พี่ น้า อา ลุง) การให้เกียรติต่อกันก็ดูจากคำเรียกและคำพูดหรือน้ำเสียง ยกเว้นสนิทกัน

2.การรับทำคดีเราจะเลือดดูว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเราเคยพูดอธิฐานต่อหน้าพระพุทธรูปไว้ประมาณว่า " ขอให้ได้เป็นทนายความ ได้ทำอาชีพทนายความ ขอให้มีแต่คดีฝ่ายถูกมาจ้าง และจะทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง คดีสีเทาสีดำอย่าให้มีเข้ามา คดีทำผิดเป็นถูก ทำถูกเป็นผิดเราจะไม่ทำ ...ฯลฯ (เท่าที่จำได้) และเราเองก็ปฏิเสธไม่รับทำคดีมาก็หลายคดี(ถ้าดูแล้วจะผิดคำอธิฐาน) ดังนั้น คนที่มาจ้างเราส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากคำอธิฐาน หรือมีโชคชะตาร่วมกัน จึงได้มาพบเจอกัน(ไม่มีเหตุบังเอิญ เพราะมีกรรมเป็นผู้กำหนด)

ในบางครั้งก็จะมีคดีที่ทำให้ผิดคำสัจจะมาทดสอบจิตใจเหมือนกัน

***แต่ในชีวิตจริง ก็ทำคดีมาทั้ง " ทนายฝ่ายโจทก์(ดูแล้วไม่ควรผิด) ทนายฝ่ายจำเลย(รับผิดและทำจากหนักเป็นเบา) ทนายผู้ร้อง " ก็เลือกรับทำคดีที่ดูแล้วไม่เสี่ยงต่อการเสียคำพูด ผิดสัจจะต่อพระพุทธรูป (ลางสังหรณ์(คำอธิฐานจะแว๊บเข้ามาให้จำได้)หรือจิตสำนึกจะบอกเราเองว่าควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่)
..แต่ในความจริงอีกนั้นแหละที่ความจริงต้องแพ้เพราะ " ข้อกฎหมาย หรือไม่มีพยานหลักฐาน หรือแพ้เพราะดุลพินิจมุมมอง หรือแม้แต่ความเป็นจริงที่ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องยอมรับไปตามสภาพ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม " กรรมใครกรรมเขา " สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หนีกรรมไม่พ้น เคยทำอะไรไว้ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติก่อนก็ตามก็ต้องได้รับผลนั้นไปบ้าง

ทุกวันนี้เราไปไหนเราจะไม่ค่อยอยากให้ใครมาเลี้ยง อาหาร หรือน้ำชากาแฟต่างๆ เพราะเราไม่รู้ว่า เงินที่เขาได้มานั้น ได้มาแบบสุจริตหรือไม่ และเราไม่เข้าสังคม หรือรวมกลุ่มเพื่อน หรืองานกินเลี้ยงต่างๆ เพราะเราไม่รู้ว่าเงินที่นำมาจัดเลี้ยงหรือซื้อเลี้ยงเป็นเงินที่ได้มาแบบไหน สุจริตหรือไม่ ...ยิ่งพวกมีตำแหน่งเราจะไม่อยากกินอะไรจากคนพวกนี้เลย ไม่รู้ว่าได้เงินสีเทา เงินใต้โต๊ะมาบ้างหรือเปล่า(เงินทุจริตเงินบาป) แม้แต่คนที่ทำอาชีพทนายความบางคนก็ด้วย

และเวลาไปเจอใคร แล้วต้องมาเลี้ยงน้ำ เลี้ยงอาหาร เราจะรู้สึกเกลียดทันที / ไปไหนเราจซื้อกินเองเป็นหลัก
..แต่สำหรับลูกความที่เรารับทำคดีให้ สาเหตุที่เราไม่ให้เลี้ยงน้ำหรืออาหารเพราะเราเกรงใจ จ่ายเงินค่าจ้างให้ทนายแล้วก็ไม่ควรมาเปลืองเงินเลี้ยงอะไรให้ทนายอีก คือ ไม่อยากให้สิ้นเปลืองเงินเกินไป ประมาณนั้น

ยื่นฎีกาเสร็จก็แวะนั่งสมาธิวัดแถวบ้านก่อนกลับบ้าน พระเตรียมสวดมนต์เย็นแล้วนั่งนานเดี๋ยวจะไม่สะดวกออกจากบ้านก็ได้แวะวัดนั...
05/10/2026

ยื่นฎีกาเสร็จก็แวะนั่งสมาธิวัดแถวบ้านก่อนกลับบ้าน

พระเตรียมสวดมนต์เย็นแล้วนั่งนานเดี๋ยวจะไม่สะดวก

ออกจากบ้านก็ได้แวะวัดนั่งสมาธิสะสมบุญต่อไป ครับ

เตรียมเอกสารส่งให้ลูกความ 2 เรื่อง การส่งคำเบิกความและเอกสารหมาย ให้ลูกความอ่านก่อนสืบพยานก็สำคัญ เพื่อการเตรียมตัวสืบพย...
01/10/2026

เตรียมเอกสารส่งให้ลูกความ 2 เรื่อง

การส่งคำเบิกความและเอกสารหมาย ให้ลูกความอ่านก่อนสืบพยานก็สำคัญ เพื่อการเตรียมตัวสืบพยานต่อไป

เมื่อวานปริ้นรูปงานศพและเอาเอกสารต่างๆ ไปถ่ายสำเนาเพื่อเตรียมทำคำเบิกความ ก็คิดว่า ตอนกลางคืนค่อยนั่งจัดเอกสารและทำคำเบิ...
30/09/2026

เมื่อวานปริ้นรูปงานศพและเอาเอกสารต่างๆ ไปถ่ายสำเนาเพื่อเตรียมทำคำเบิกความ ก็คิดว่า ตอนกลางคืนค่อยนั่งจัดเอกสารและทำคำเบิกความให้เสร็จ(คำเบิกความร่างรอไว้คร่าวๆ แล้ว)

พอมานั่งทำตอนประมาณ 19.00 น. เอารูปคนตาย รูปการจัดงานศพ และเอกสารของคนตายมาดู ก็รู้สึกสงสาร พอคิดว่าน้องเขาน่าสงสาร ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ คือ มีความกลัวและขนลุกอย่างแปลกๆ ก็เลยคิดว่ายังไม่ทำดีกว่า ...ก็เลยคิดในใจบอกน้องเขาไปว่าคดีใกล้จบแล้วนะ จะได้ความยุติธรรมไหมก็ต้องวัดดวงกันต่อไป

พอเวลา 21.00-22.00 น. ได้เวลาไปสวดมนต์ก็มีความรู้สึกแปลกๆ อีก คือ ตรงมุ้งที่เรานั่งสวดมนต์เรารู้สึกกลัวๆ ไม่อยากเดินไปที่มุ้ง มันมีความรู้สึกกลัวๆ และขนลุกอีก พอไปนั่งสวดมนต์ก็ยังมีความรู้สึกกลัวและระแวงอย่างบอกไม่ถูก พอสวดมนต์เสร็จก็นั่งสมาธิต่อ แต่ก็ยังรู้สึกขนลุกอีกและระแวงหลังจนเกือบจะหันไปมองข้างหลัง แต่ก็คิดว่าเราจะแพ้ต่อความกลัวไม่ได้ ก็เลยไม่หันไปมองแล้วนั่งสมาธิต่อไป...ก็เลยคิดว่ามันแปลกๆ นะ เมื่อคืนก็เลยเหมือนคนนอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกว่าฝันแต่จำความฝันไม่ได้

วันนี้ตอนเช้าก็เลยต้องมานั่งปั่นงานทำเอกสาร คำเบิกความ แล้วไปยื่นตอนบ่าย 3 กว่าๆ

ในบางครั้งชีวิตก็แปลกดีการรู้สึกกลัวและขนลุกแปลกๆ ไม่ได้เป็นแบบนี้มานานแล้ว

คนเราได้มาพบเจอกัน...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน ถ้า " มีบุญร่วมกัน " ก็ได้เป็นมิตรกัน ได้ช่วยเหลือกัน เจอกันก็ทักทายกัน ....
29/09/2026

คนเราได้มาพบเจอกัน...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

ถ้า " มีบุญร่วมกัน " ก็ได้เป็นมิตรกัน ได้ช่วยเหลือกัน เจอกันก็ทักทายกัน
..แต่ถ้า " มีกรรมร่วมกัน " ก็จะไม่ชอบกัน เกลียดกัน มีเหตุให้ไม่ชอบหน้ากัน

มีน้องทนายคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เราไปพบเจอกันที่ศาลมาคดีห้องพิจารณาเดียวกันก็เลยทักทายชวนคุย น้องทนายคนนี้ก็มารยาทดีมากๆ ด้วยความเป็นคนมารยาทดี เราพูดอะไรไปก็รับฟังหมด แล้วถามแนวทางการลุยทำทนายของเราๆ ก็เล่าให้ฟัง แล้วก็แลกเบอร์โทรกัน

ต่อมาผ่านมาได้ประมาณ1-3 วันเราก็จำไม่ค่อยได้แล้ว อยู่ๆ เพื่อนเราโทรมาสอบถามว่าพอมีน้องทนายคนไหนที่ทำคดีเป็นและไว้ใจได้และมีรถบ้างไหม จะให้มาช่วนทำคดีชุด เราก็ไม่มีน้องทนายที่มีคุณสมบัติแบบนั้นเลย ...แต่ก็บอกเพื่อนไปว่าเพิ่งได้รู้จักน้องทนายคนหนึ่งมารยาทดีจากการได้คุยกันทำทนายมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว เราก็เลยโทรไปถามน้องทนายคนนี้ว่าสนใจไหม แล้วเราก็เอาเบอร์ให้เพื่อนเราโทรคุย พอเพื่อนเรานัดเจอตัว ก็ถูกใจเป็นคนมารยาทดี นอบน้อม ไม่ถือตัว ก็เลยได้ไปทำคดีชุดกับเพื่อนเราอยู่หลายปี

เวลาผ่านมาหลายปี (ช่วงโควิด) อยู่ๆ น้องทนายคนนี้ ก็มาทำธุระแถวบ้านเรา แล้วจำเราได้ก็เดินเข้ามาทักมายกมือไหว้เรา ๆ ก็จำไม่ได้ ...เพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยจำใคร 555+ ขนาดญาติเราไม่ได้เจอหน้ากันนานๆ เรายังจำชื่อไม่ได้เลย

พอมาแนะนำตัวเราก็เลยอ๋อว่าเคยแนะนำให้ไปทำคดีชุดกับเพื่อน ก็เลยได้มาเจอกันเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงโควิด ทุกวันนี้เราก็ยังจำชื่อน้องทนายคนนี้ไม่ได้เลย

เรายังโทรไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าอยู่ๆ ก็ได้มาเจอน้องทนายคนนี้อีกครั้งแถวบ้านเรา ก็ยังขำๆ กันอยู่เลยว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ได้มาพบเจอกัน ถ้าไม่มีบุญก็ต้องมีกรรม ถึงได้มาเจอกัน

การทำคดีเราจะไม่ไปอวดเก่งกับทนายความฝ่ายตรงข้าม ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่กันไป อะไรคุยได้ อะไรจบได้ เราก็จบ เราก็คุยกันไป อา...
29/09/2026

การทำคดีเราจะไม่ไปอวดเก่งกับทนายความฝ่ายตรงข้าม ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่กันไป อะไรคุยได้ อะไรจบได้ เราก็จบ เราก็คุยกันไป อาชีพทนายความ เมื่อจบคดีนี้ เวลาไปเดินพบกันเจอกันที่ศาลอื่นยังทักทายกันได้ ยังเป็นมิตรกันได้

ล่าสุดเราก็ยังไปเจอพี่ทนายฝ่ายโจทก์คดีหนึ่งที่โรงอาหารศาลแห่งหนึ่งเราก็จำไม่ได้เพราะตอนสืบพยานเราก็ไม่ค่อยชอบฝ่ายโจทก์เท่าไรเล่นแง่กับเรา แต่พอพี่ทนายฝ่ายโจทก์เดินมาทักเราก็ยกมือไหว้ ทักทนายคุยกัน ยิ้มให้กัน แล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคนกันไป

เพื่อนเราก็ยังมาเล่าให้ฟัง มีอยู่คดีหนึ่ง ทนายฝ่ายโจทก์ คุยข่ม วางมาด แล้วทำให้ไม่ชอบหน้า แต่มีอยู่วันหนึ่งไปเดินเจอกันที่ประตูศาลแห่งหนึ่งเพื่อนเราก็เดินเข้าไปทัก ยกมือไหว้ ทักทาย " พี่จำผมได้ไหม เราเคยทำคดีที่ศาล...ด้วยกัน ... ก็คุยกันทักทายกันยิ้มให้กัน ก็สนุกดี "

อาชีพทนายความเวลาทำคดีก็มีบ้างที่จะไม่ค่อยชอบหน้ากัน แต่เวลาไปเจอกันที่ศาลอื่น จังหวัดอื่น เดินสวนกัน เราก็ทักทาย เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันไปตามโอกาสที่ได้พบเจอกัน
..มีอยู่คดีหนึ่งเราเป็นทนายฝ่ายจำเลย ศาลตัดสินแล้ว จากหนักเป็นเบาฝ่ายจำเลยได้ประโยชน์เหมาะสมแล้ว และฝ่ายโจทก์อยากจบ เราก็ไม่ยุตัวความให้สู้คดีต่อ แม้ตัวความยังลังเลสงสัยอยากยื่นอุทธรณ์กันไว้ก่อน ...เราก็จะอธิบายว่าสู้ต่อก็เสียเงินค่าทนายเปล่าๆ เสียเวลาทุกข์ใจกับการทำคดีต่อไปเปล่าๆ ก็จะไม่ดี เมื่อจบได้และได้ประโยชน์ก็ควรจบดีกว่า อย่าเสียเงินให้ทนายทำอุทธรณ์เลย บางคดีเราก็จะแนะนำประมาณนี้

ส่วนอีกคดีหนึ่งก็เป็นฝ่ายจำเลย แต่เหตุผลและรูปคดียังพอไปต่อได้ ยังพอลุ้นได้ ก็น่าลุ้น ก็จะแนะนำให้สู้คดีวัดดวงกันต่อไป

การแพ้ชนะคดีบางทีก็อยู่ที่พยานหลักฐาน ...แต่บางครั้งก็อยู่ที่ดุลพินิจเหมือนกัน ...คดีไหนเราเห็นด้วยก็จบไปตามนั้น ส่วนคดีไหนเราไม่เห็นด้วยเราก็วัดดวงสู้คดีต่อไปอีกศาลหนึ่ง คดีไหนน่าสู้คดีต่อเราก็จะแนะนำให้สู้คดีต่อไป

ที่อยู่

85/525 ม. หงส์ประยูร ทาวน์โฮม ม. 3 ซ. เทศบาล4 ถ. บางกรวย-ไทรน้อย ต. บางรักพัฒนา อ. บางบัวทอง จ. นนทบุรี
Amphoe Bang Bua Thong
11110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 08:30 - 17:00
อาทิตย์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66843602694

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ทนายพี 084-3602694 รับทำคดีรถชน ปรึกษาคดีฟรีและรับทำคดีแพ่ง/อาญาต่างๆ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายพี 084-3602694 รับทำคดีรถชน ปรึกษาคดีฟรีและรับทำคดีแพ่ง/อาญาต่างๆ:

ทางลัด

แชร์