ทนายบอกเล่า นายนิคม จอมหงษ์ 1900/2549
Notarial Services Attorney
ทนายส?

15/11/2021

อายัด !! เงิน ลูกจ้าง

ตามชื่อเรื่อง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่ชำระ ซึ่งในกรณีลูกหนี้ เป็นพนักงาน ลูกจ้าง คนงาน ในบริษัท ห้างร้านต่างๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ (ไม่รวมถึง ราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างในหน่วยงานรัฐ)

เจ้าพนักงานบังคับคดี (โดยการร้องขอจากเจ้าหนี้) จะส่งหนังสือถึงนายจ้างของลูกหนี้ ให้นำส่งเงิน ดังต่อไปนี้ ให้สำนักงานบังคับคดี

1.เงินค่าจ้าง/เงินเดือน รายได้อื่นที่มีลักษณะเดียวกันที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับก่อนหักรายจ่ายอื่น โดยให้ลูกจ้างเหลือไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ต่อเดือน
แปลตรงๆ หากลูกหนี้มีเงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาท จะไม่ถูกอายัด

2.เงินโบนัสประจำปี อัตราร้อยละ 50

3.เงินบำเหน็จ ค่าชดเชย เงินตอบแทนกรณีออกจากงาน หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกัน โดยให้ลูกจ้างเหลือไม่น้อยกว่า 300,000 บาท
สมุติว่า ลูกจ้างถูกเลิกจ้างได้รับค่าชดเชย 350,000 บาท เงินจะถูกอายัด 50,000 บาท ,แต่หากได้รับค่าชดเชยไม่ถึง 300,000 บาท จะไม่ถูกอายัด

4.เงินตอบแทนการทำงานเป็นครั้งคราว อัตราร้อยละ 30
ก็คือเงินที่ได้จากทำงานค่าล่วงเวลา หรือ โอที นั้นละ

ในกรณีที่ลูกหนี้ ถูกอายัด ลูกหนี้ยังมีสิทธิขอลดเงินเดือนและค่าจ้างที่อายัดได้ แต่ไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนเงินที่อายัดไว้เดิม โดยให้ลูกหนี้ไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ชี้แจงเหตุจำเป็นที่ต้องขอลด ได้แก่ มีภาระต้องเลี้ยงดูลูก คนในครอบครัว ต้องผ่อนบ้าน โดยต้องระบุว่าขอลดเหลือเท่าไร และให้แนบเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วเจ้าพนักงานบังคับคดีจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร

อนึ่ง การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหนีหนี้ อาจเป็นความผิดทางอาญา เพื่อให้กระจ่างยิ่งขึ้น โปรดอ่านเรื่อง “โกงเจ้าหนี้” https://www.facebook.com/208197673343128/posts/998905130939041/

และหากถูกฟ้องล้มละลาย แต่ใจยังฮึดสู้ ควรอ่าน “เหตุผล ศาลยกฟ้อง (คดีล้มละลาย ตอน 2)” https://www.facebook.com/208197673343128/posts/993226441506910/

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

ข้อมูล/ประวัติผู้เขียน
https://www.facebook.com/208197673343128/posts/1084122585750628/

12/11/2021

หนังสือรับสภาพหนี้ /หลักฐานการกู้ยืม

หนังสือรับสภาพหนี้ เป็นหนังสือที่ลูกหนี้ทำมอบไว้แก่เจ้าหนี้ เพื่อยอมรับว่าตนเป็นหนี้เจ้าหนี้ และแม้เจ้าหนี้จะไม่ได้เซ็นชื่อในหนังสือด้วย ก็มีผลบังคับได้

หนังสือรับสภาพหนี้ ควรมีข้อความว่า จะชำระหนี้ให้เสร็จ (พร้อมดอกเบี้ย) ภายในกี่เดือน กี่ปี กี่งวด พร้อมระบุวันเริ่มชำระ หากไม่ชำระ ให้ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ให้เจ้าหนี้ดำเนินคดีได้ทัน

หนังสือรับสภาพหนี้ มีผลทางกฎหมาย ประการสำคัญ คือ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แปลว่า อายุความที่ผ่านมาหยุดลง และจะเริ่มนับใหม่ แต่ตั้งวันที่ทำหนังดังกล่าว

สาเหตุที่พูดเรื่องนี้ เพราะว่าคดีแพ่งมีอายุความฟ้องร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 193/9 เขียนไว้ว่า “สิทธิเรียกร้องใด ๆ ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ”

มาตรา 193/10 เขียนไว้ว่า “สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้”

(คดีที่ขาดอายุความ ลูกหนี้ต้องไปศาลยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความและขอให้ศาลยกฟ้อง ถ้านั่งตากลมอยู่บ้าน ไม่ไปศาล ศาลจะพิพากษายกฟ้องไม่ได้)

การทำหนังสือรับภาพ เจ้าหนี้จะได้ประโยชน์ ดังนี้
1.ลูกหนี้ยืนยันว่าเป็นหนี้,รับรองยอดหนี้
2.อายุความจะเริ่มนับใหม่

นอกจากนี้แล้ว หนังสือรับภาพหนี้ ยังถือว่าเป็น "หลักฐานการกู้ยืม" ได้ด้วย ที่พูดแบบนี้ เพราะกู้ยืมเงิน กฎหมายมีหลักว่า “การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 ขึ้นไป ถ้าไม่ได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ +ลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้”

คำว่า “หลักฐานการกู้ยืม” ไม่ได้จำกัดเฉพาะ หนังสือที่เขียน หัวกระดาษว่า “สัญญากู้ยืม” เท่านั้น หนังสือ บันทึกใดๆ ที่มีข้อความลักษณะว่า ลูกหนี้ได้กู้เงินเจ้าหนี้และได้เซ็นชื่อ ก็ถือว่าใช้ได้ ดังนั้น หนังสือรับสภาพหนี้ จึงถือว่าเป็นหลักฐานการกู้ยืมได้

หลักฐานการกู้ยืม ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำขณะรับเงิน จะทำก่อนหรือหลังรับเงินก็ได้ เอาเป็นว่าก่อนมายื่นฟ้อง ขอให้มีแล้วกัน

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2982/2535 (ย่อ) หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือนั้น กฎหมายมิได้มีความหมายเคร่งครัดถึงกับว่า จะต้องมีถ้อยคำว่า กู้ยืมอยู่ในหนังสือนั้นไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งมีใจความว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์และจำเลยรับจะชดใช้เงินแก่โจทก์ กับมีลายมือชื่อจำเลยในฐานะลูกหนี้ลงไว้มาแสดง ทั้งมีพยานบุคคลมาสืบประกอบอธิบายถึงมูลหนี้ดังกล่าว ถือได้ว่าหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าว เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

ข้อมูล/ประวัติผู้เขียน https://www.facebook.com/208197673343128/posts/1084122585750628

10/11/2021

ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน

ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2545 ให้ความหมายไว้คำว่า
ครอบครอง หมายถึง ยึดถือไว้, มีสิทธิปกครอง
ปรปักษ์ หมายถึง ข้าศึก, ศัตรู, ฝ่ายตรงข้าม
จึงแปลความ แบบสั้นๆ ได้ว่า การเข้าไปแย่งเอาที่ดินคนอื่น

บางคนมีที่ดินเยอะ จนจำไม่หมดว่า มีอยู่ท้องที่ตำบลใดบ้าง บางคนก็จน ชนิดที่ว่า แม้แต่ที่ดินคืบเดียว ก็ไม่มีเป็นของตนเอง แต่นั่น ไม่ใช่เหตุผล เรื่องนี้ รัฐต้องการให้ใช้ที่ดินอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่ปล่อยให้รกร้าง จึงได้ออกกฎหมายรับรอง ให้สิทธิคนที่เข้าไปครอบครองที่ดินของคนอื่น ถ้าได้ครอบครองติดต่อกันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว บุคคลนั้นก็จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยผลของกฎหมาย

ตามประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เขียนไว้ว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้ โดยความสงบ และ โดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ... ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”

แม้จะบอกว่า ได้โดยผลของกฎหมาย แต่ก็ยังมีกระบวนการทางศาล คือจะต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าตนได้ที่ดินมาโดยครอบครองปรปักษ์ ซึ่งตรงนี้ ศาลก็จะเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดิน ที่มีชื่อในโฉนด เข้ามาคัดค้านด้วย และหากศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่ขอแล้ว ก็นำคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลดังกล่าว ไปขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ประเภทได้มาโดยการครอบครอง

อนึ่ง ที่ดินจะที่ครอบครองปรปักษ์ได้ ต้องเป็นประเภทมี "กรรมสิทธิ์" ได้แก่ โฉนดที่ดิน ถ้าเป็นประเภทมี "สิทธิครอบครอง" ได้แก่ น.ส.3 ก, น.ส.3., น.ส.3 ข., ส.ค.1 ไม่สามารถทำได้

แต่ไม่ได้หมายความว่า เจ้าของที่ดิน น.ส.3 ก, น.ส.3., น.ส.3 ข.,ส.ค.1 จะโชคดี เพราะแท้จริงแล้ว อาจเสียที่ดินไปด้วยการถูกแย่งครอบครอง และเสียง่ายกว่าเจ้าของที่ดินที่มีโฉนด ซึ่งมาตรา 1375 วรรคสอง เขียนไว้ว่า “การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง”

ขอยกตัวอย่าง ฎ.2750/2559 (ย่อ) มาตรา 1375 วรรคสอง บัญญัติให้ผู้ครอบครองที่ถูกแย่งการครอบครอง ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่ง โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ครอบครอง (เจ้าของที่ดิน) จะทราบว่าถูกแย่งการครอบครองหรือไม่ จำเลยบุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ปลายปี 2546 โดยทำประโยชน์ปลูกไม้ยืนต้น อันมีลักษณะเป็นการยึดถือ แต่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองไม่ได้ใช้สิทธิฟ้องคดี เพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ครอบครองปรปักษ์ มีรายละเอียดปลีกย่อย ค่อนข้างเยอะ ผมมาเล่าให้เห็นภาพใหญ่เท่านั้น

อีกประการหนึ่ง โปรดอย่าลืมว่า การเข้าไปในที่ดินของคนอื่นนั้น ผิดกฎหมาย ในระหว่างยังไม่ครบกำหนด 10 ปี กรณีเป็นโฉนด หรือยังไม่ครบกำหนด 1 ปี กรณีเป็น น.ส.3 ก, น.ส.3., น.ส.3 ข.,ส.ค.1 พูดง่ายๆ ก็คือ ยังไม่ได้สิทธิในที่ดิน ต้องแบกรับความเสี่ยง อาจถูกฟ้องเป็นอาญาในข้อหาบุกรุก ถูกฟ้องแพ่งให้ขับไล่

เรื่องเล่าครั้งนี้ ไม่ได้เสี้ยมให้ใครไปแย่งที่ดินของคนอื่น เพียงแต่พูดถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังเป็นการให้ความรู้กับเจ้าของที่ดิน ควรหมั่นสอดส่องที่ดินของตน หากพบเห็นบุกรุกควรแจ้งให้ออกหรือดำเนินคดีทันที อนึ่ง การอนุญาตให้คนอื่น ทำกิน ทำประโยชน์บนที่ดิน ควรทำสัญญา หรือบันทึกข้อตกลง เพื่อป้องกันไว้

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

ข้อมูล/ประวัติผู้เขียน https://www.facebook.com/208197673343128/posts/1084122585750628/

07/11/2021

ซื้อขายที่ดิน (ต้องจดทะเบียน)

ผมกำลังจะพูดถึงที่ดิน ประเภทที่มีหลักฐานทางทะเบียน ได้แก่ โฉนดที่ดิน (กรรมสิทธิ์), น.ส.3 ก, น.ส.3., น.ส.3 ข. (ที่ดินมือเปล่า แต่มีสิทธิครอบครอง) ถ้าเป็นที่ดินประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน ส.ค.1, ที่ดิน ภ.บ.ท.5 ที่ดินเหล่านี้ ไม่มีหลักฐานทะเบียน โดยสภาพจึงไม่มีอะให้จดกันอยู่แล้ว

เหตุผลข้อแรก ซึ่งสำคัญมาก เป็นเรื่อง “แบบนิติกรรม” ที่กฎหมายกำหนดไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 เขียนไว้ว่า “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ...” หมายความว่า เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย

แต่มีข้อสังเกตุว่า การซื้อขายที่ดินเฉพาะที่มี น.ส.3 ก, น.ส.3, น.ส.3 ข. (สิทธิครอบครอง) แม้จะเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียน แต่หากผู้ขายส่งมอบและผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินแล้ว ก็ถือว่าเป็นการซื้อขายกันแล้ว อีกแบบหนึ่ง ตามมาตรา 1378 เขียนไว้ว่า “การโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง” แต่ตามความเห็นผม ถึงจะมีผลตามกฏหมาย ก็ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้อง ดูเหตุผลข้อถัดไป

การซื้อขาย ที่ไม่ได้จดทะเบียน แม้ผู้ซื้อเป็นคนเก็บรักษาต้นฉบับเอกสารที่ดินไว้ คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่ปรากฏว่าผู้ขายบางรายไปแจ้งโฉนดหาย และขอออกโฉนดใหม่ (ใบแทน) หรือที่ดินประเภท น.ส.3 ก, น.ส.3, น.ส.3 ข. ผู้ขายไปแจ้งหายและขอเปลี่ยนเป็นโฉนด และที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อได้เอกสารที่ดินฉบับใหม่ ผู้ขายเอาไปจำนอง, ขายฝาก หรือขายต่อ ความยุ่งยากจึงตามมา

ข้อสุดท้าย เมื่อไม่ได้จดทะเบียน หลักฐานทางทะเบียน จึงยังเป็นชื่อผู้ขาย หากผู้ขายเป็นหนี้คนอื่น และถูกฟ้อง จนศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ เช่นนี้ ก็มีโอกาสสูงที่ดินดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินของ “ลูกหนี้ตามคำพิพากษา” จะถูกยึดขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้

หากเป็นที่ดิน น.ส.3 ก, น.ส.3, น.ส.3 ข. ที่ซื้อขายและส่งมอบการครอบครอง ก็พอมีโอกาส ที่ผู้ซื้อจะยื่น “คำร้องขัดทรัพย์” ว่าทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ ไม่ใช่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ขอให้ปล่อยทรัพย์ แต่หากโฉนดที่ดิน อาจหมดสิทธิเพราะการซื้อขายเป็นโมฆะตั้งแต่แรก

เล่าเพื่อให้คิด อย่าไปฟังว่า ไม่มีอะไรหรอก ไม่โกงหรอก วันหลังค่อยไป บางครั้งความคิดใสซื่อมองโลกในแง่ดีจนเกินจริง อาจสร้างความยุ่งยากมาใส่ตัว

*หมายเหตุ การซื้อขายที่ดินประเภทโฉนด ที่เป็นโมฆะ คนซื้ออาจได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ แต่ไม่ขอเล่าในคราวนี้ เดี๋ยวจะยาวจนเกินไป

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

05/11/2021

ความรับผิดของกรรมการบริษัท (หนี้แพ่ง)

โดยปกติ กรรมการบริษัท ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวต่อเจ้าหนี้ของบริษัท พูดให้ชัดก็คือ ไม่ต้องรับผิดในหนี้สินของบริษัท แม้บริษัทจะล้มละลายก็ตาม

เพราะความเกี่ยวพันกันในระหว่าง กรรมการ, บริษัท และบุคคลภายนอก จะบังคับตามกฎหมายตัวแทน ดังนั้น เมื่อกรรมการเป็นเพียงตัวแทนของบริษัท ได้ทำไปภายในวัตถุประสงค์ กิจการ (ดูตามหนังสือรับรองว่าประกอบกิจการอะไรบ้าง) สิ่งเหล่านั้นจะผูกพันบริษัท กรรมการจึงไม่ต้องผูกพัน ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว (เล่าแค่หลักการ ไม่ขอลงลึก)

แม้กฎหมายจะมีหลักการแบบนี้ แต่ในชีวิตจริง หลายคดีที่ผมเป็นทนายความให้ลูกหนี้ซึ่งเป็นบริษัท พบว่า เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจ้าหนี้ทางการค้า มักจะฟ้องกรรมการให้ร่วมรับผิดในหนี้ด้วย ลึกๆ ก็คงต้องการให้กรรมการเหล่านั้น กลัว กดดันให้มาเจรจาไกล่เกลี่ย รีบๆ หาเงินมาจ่าย ไม่ได้คาดหวังถึงกับให้ศาลพิพากษาให้กรรมการรับผิดในหนี้ด้วย เพราะรู้อยู่แล้ว หากเป็นการทำไปภายในวัตถุประสงค์ ศาลจะพิพากษาว่า กรรมการไม่ต้องรับผิด และพิพากษายกฟ้อง

กรณีกรรมการไปค้ำประกันในหนี้ของบริษัท พบเห็นบ่อยในบริษัทจำกัด ที่ไปกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีหลักประกัน ประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร หรือไม่ ไม่ว่าจะหลักประกันเหล่านั้นจะเพียงพอต่อภาระหนี้หรือไม่ สถาบันการเงินมักจะให้กรรมการ ทำสัญญาค้ำผู้ค้ำประกันเสมอ เช่นนี้ หากบริษัทผิดนัดชำระหนี้ กรรมการต้องร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าว (รับผิดตามสัญญา ไม่ใช่รับผิดเพราะเป็นกรรมการ)

อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งควรนำมาเล่า ในกรณีกรรมการสั่งจ่ายเช็คในนามบริษัท เพื่อชำระหนี้ และเช็คเด้ง ก็เป็นปัญหาอีกหนึ่งที่พบได้บ่อย กรรมการ (เฉพาะคนที่ลงลายมือชื่อ เซ็นเช็ค สั่งจ่าย) จะมีความผิดทางอาญาร่วมกับบริษัท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

05/11/2021
03/11/2021

“คนเห็นประโยชน์ไม่เห็นภัย ปลาเห็นเหยื่อไม่เห็นเบ็ด”

นี่! ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริง และที่หยิบมาเล่าไม่ได้เจตนาซ้ำเติมผู้ใด เพียงแต่ให้เป็นอุทาหรณ์ และให้ทราบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประกาศ ! “ต้องการผู้ร่วมลงทุนใน... รับผลตอบแทน ร้อยละ 3 /สัปดาห์ จ่ายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง”

พูดมาแล้วประหลาด ฟังแล้ว ไม่น่าจะมีใครเชื่อ แต่เรากลับได้ยินว่า มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

การหลอกลวง มีในหลายรูปแบบ หลายวิธีการ ได้แก่ รับฝาก การกู้ยืม ร่วมลงทุน และอื่นๆ โดยชักชวนเอง มีทีมงาน ผ่านโซเชียลมีเดีย จัดสัมมนาตามโรงแรม แอบอ้างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลที่มีความเชื่อถือ พูดจาเป็นเหตุเป็นผล ยิ่งฟังก็ยิ่งคล้ายมีวาสนาต่อกัน

แม้รูปแบบ วิธีการจะต่างกัน แต่จุดที่เหมือนกัน คือ ในระยะแรกจะจ่ายดอกเบี้ย เงินปันผล หรือผลประโยชน์ตอบแทนให้อย่างงาม และจ่ายตรงตามกำหนด (ย้ำ! ตรงตามกำหนด) พูดได้ว่า ปล่อยให้เราดึงเบ็ด เป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย จนเคลิ้มและลงทุนเพิ่มเขาไปอีก เมื่อเป็นของดี จึงบอกต่อ กระโดดจากปากคนนั้น ไปเข้าหูคนนี้ รวมกันเป็นฝูงแมลงเม่า ที่หลับหู หลับตา บินเข้ากองไฟ ตกหลุมพรางที่เขาขุดไว้ทีละขั้น และในที่สุด ก็ติดเบ็ด

ไอ้ที่ว่า “ลงทุน” แท้จริงแล้ว เป็นการนำเงินจากสมาชิกใหม่ ไปจ่ายให้สมาชิกเก่า หมุ่นเวียนไปอย่างนี้ เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจทำได้จริง เป็นผู้มีวาจาสัตย์ เมื่อใดไม่มีเหยื่อรายใหม่แล้ว ก็เป็นอันว่า ต้องจบกันแบบไม่สวย และความหวังที่ได้เงินคืนนั้น ริบหรี่

เมื่อหลายปีก่อน ผมเป็นธุระพาผู้เสียหายกลุ่มใหญ่ ไปร้องทุกข์ที่ DSI ซึ่งส่วนใหญ่รับราชการ ความเสียหายนั้นหลายสิบล้านบาท หากจะถามว่าเอาเงินมาจากไหนมาลงทุน บ้างก็เป็นเงินเก็บ ขายทรัพย์สิน รวบรวมจากญาติ เอาบ้านที่ดินเข้าแบงค์ก็มี นี้ก็เป็นตัวอย่างความเสียหาย ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

ผู้กระทำความผิด ผู้หลอกลวงคนอื่น อาจมีความผิดตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้
-ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, มาตรา 343
-พระราชกําหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, มาตรา 5 ประกอบมาตรา 12
-พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1)
-พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 มาตรา 19 ประกอบมาตรา 46
-และกฎหมายอื่นๆ

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

01/11/2021

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ยึด อายัด ได้ไหม ?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันตั้งมาด้วยใจสมัคร หลักการก็เพื่อให้ลูกจ้างเก็บออมเงินไว้ใช้เมื่อเกษียณอายุงาน ออกจากงาน ทุพพลภาพ (หย่อนกำลังความสามารถที่จะทำงานตามปรกติได้) สมชื่อ “สำรองเลี้ยงชีพ” นอกจากนี้ ยังเป็นหลักประกันให้ครอบครัว กรณีลูกจ้างตาย

ด้วยเหตุดังกล่าว รัฐจึงตรากฎหมายออกมาดูแล คือ พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 และในมาตรา 24 เขียนไว้ว่า “สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทุนตามมาตรา 23 มาตรา 23/2 และมาตรา 23/3 ไม่อาจโอนกันได้ และ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี”

และเพื่อให้สอดคล้องชื่อเรื่อง จำเป็นต้องเอ่ยถึง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 346 ถือเป็นพระเอกอีกคน ซึ่งเขียนไว้ว่า “สิทธิเรียกร้องรายใด ตามกฎหมายศาลจะสั่งยึดมิได้ สิทธิเรียกร้องรายนั้น หาอาจจะเอาไปหักกลบลบหนี้ได้ไม่”

จึงเป็นผล ดังนี้

1.โอนกันไม่ได้ การไปทำสัญญา ข้อตกลงใดๆ ที่มีผลเป็นการโอนสิทธิที่จะได้รับเงินจากกองทุนไปให้บุคคลอื่น ข้อตกลงแบบนี้ บังคับกันไม่ได้ เป็นโมฆะ

2.แม้ลูกจ้างมีหนี้สินกับนายจ้าง นายจ้างก็จะหักหนี้จากเงินกองทุนที่ลูกจ้างมีสิทธิรับไม่ได้

3.เจ้าหนี้จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินกองทุนไม่ได้

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817

หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

30/10/2021

ลูกนอกกฎหมาย (มรดก)

หลายครั้งที่ผ่านมุ่งไปในเรื่องหนี้สิน ห่างเหินกฎหมายครอบครัวนานพอสมควร วันนี้จะมาเล่าเรื่องนี้กัน

ตามท้องเรื่อง ลูกที่เกิดจากชายหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ลูกที่เกิดกับเมียน้อย เกิดกับชู้ จะเป็น “บุตรนอกกฎหมาย” ของฝ่ายชาย (พ่อ)

ส่วนฝ่ายหญิง (แม่) ไม่ว่าหญิงจะได้จดทะเบียนสมรสหรือไม่ เมื่อมีลูก ลูกที่เกิดมาจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงเสมอ

ประเด็นนี้ จึงเป็นเรื่องระหว่าง “ลูก กับ พ่อ”

โดยหลักการ บุตรประเภทนี้ เมื่อพ่อเสียชีวิตจะไม่ได้รับมรดกของพ่อ เว้นแต่ ผู้เป็นพ่อได้มีพฤติการณ์รับรองโดยทั่วไปว่าเป็นลูกของตน จึงจะทำให้ลูกคนนั้น มีสิทธิรับมรดกของพ่อได้ ในฐานะ “ผู้สืบสันดาน” ซึ่งได้แก่ พ่อไปแจ้งเกิด ให้ใช้นามสกุลพ่อ ส่งเสียอุปการะเลี้ยงดู หรือการแสดงกับคนบุคคลทั่วไปว่าเป็นลูกของตน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 เขียนไว้ว่า “บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว และบุตรบุญธรรมนั้น ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้”

กล่าวโดยสรุป หากผู้เป็นพ่อได้รับรองบุตรตามที่ได้เล่ามาข้างต้นแล้ว จะทำให้บุตรนอกกฎหมาย ก็มีสิทธิรับมรดก เท่ากับ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

19/10/2021

อายุความ (ซื้อขาย)

ขายสินค้าได้ ไม่ได้หมายความว่า จะได้รับเงิน ถ้าเกิดคนซื้อเบี้ยว ไม่จ่าย จ่ายไม่ครบ เอาเปรียบน้ำใจคนขาย ก็มีช่องทางตามกฎหมายที่พึงทำได้ คือ ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินค่าสินค้า และต้องฟ้องภายในอายุความ (ยังไม่ดูเรื่องฉ้อโกง)

หากผู้ประกอบการ ผู้ค้า มีความรู้ทางกฎหมาย หรือมีทนายความคอยให้คำปรึกษาอยู่แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับผู้ที่ขาดเรื่องดังกล่าว ควรรู้ไว้

อายุความ เป็นเรื่องสำคัญ ถึงขนาดที่ว่า หากจำเลยยื่นคำให้การสู้ต่อว่า คดีขาดอายุความ และในทางพิจารณาคดีเป็นอย่างนั้นจริงๆ ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์

นั่นหมายความว่า ผู้ขายแพ้คดี ไม่ได้เงิน นี่! ยังไม่ได้นับว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีอีก ได้แก่ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายความ ยิ่งกว่านั้น หากเป็นการซื้อขายที่มีมูลค่าสูง ก็อาจกระทบกับสภาพคล่องทางการเงินได้

โดยปกติ อายุความฟ้องเรียกเงินค่าสินค้า คือ 2 ปี อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ได้แก่ วันที่ส่งมอบ,รับสินค้ากัน หากให้เครดิตกัน 15 วัน ,30 วัน ก็เป็นไปตามนั้น

ที่ต้องบอกว่า “ปกติ” เพราะมี “พิเศษ” คือ หากการซื้อขายทำไปเพื่อกิจการของลูกหนี้ (ผู้ซื้อ) จะมีอายุความ 5 ปี

เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น เช่น ลูกหนี้ซื้อปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ไปก่อสร้างต่อเติมบ้านตัวเอง มีอายุความ 2 ปี แต่หากซื้อเพื่อเอาไปขายต่อในกิจการ จะมีอายุความ 5 ปี แบบนี้พอเข้าใจเนอะ

อย่างไรก็ตาม คดีขาดอายุความ “ไม่ได้ทำให้หนี้หมดไป” ฟ้องได้ เพียงแต่ลูกหนี้ปฏิเสธการจ่ายได้เช่นกัน โดยไปศาลเพื่อยื่นคำให้การว่าคดีขาดอายุความ ศาลจึงจะพิพากษายกฟ้อง (แต่หาก) ลูกหนี้ไม่ไปศาลสู้คดีในประเด็นนี้ ศาลจะพิพากษายกฟ้องไม่ได้

ดังนั้น ถ้าคิดจะฟ้อง ก็ควรลงมือภายในอายุความ อย่าไปเสี่ยงฟ้องหลังจากคดีขาดอายุความ ต้องมานั่งลุ้นเอาว่า จำเลยจะยื่นคำให้การหรือเปล่า ซึ่งมีโอกาสที่จะไม่สมหวังสูง

***การที่ลูกหนี้ชำระหนี้บางส่วน หรือ หนังสือรับสภาพหนี้ จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แปลว่า อายุความที่ผ่านมาหยุดลง และ จะเริ่มนับใหม่

โดยนายนิคม จอมหงษ์ ทนายความ 0862645817
หากเห็นว่าเรื่องที่นำมาเล่า พอจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและคนรอบข้างอยู่บ้าง โปรดกดไลน์ กดแชร์ กดติดตาม ให้กำลังใจกันได้นะครับ

ที่อยู่

123/12 หมู่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66862645817

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายบอกเล่าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายบอกเล่า:

แชร์