หางานกฎหมายภาครัฐและเอกชน

  • Home
  • Sri Lanka
  • Alawwa
  • หางานกฎหมายภาครัฐและเอกชน
Directions Contact the practice

หางานกฎหมายภาครัฐและเอกชน เราจะมุ่งมั่นสรรหางานด้านกฎหมาย หรืองานด้านอื่นๆที่วุฒินิติศาสตร์สมัครได้ มาให้กับท่าน

เพจเราจะมุ่งมั่นหางานด้านกฎหมาย หรืองานอื่นๆที่วุฒินิติศาสตร์จะสมัครได้ อีกทั้งจะหาความรู้และสาระ รวมถึงข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการกฎหมายมาให้กับท่าน

คดีแอร์สาวไทยในออสเตรเลีย: ถ้าเธอคือเหยื่อ รัฐไทยต้องช่วยให้ได้รับความเป็นธรรมคดีแอร์สาวการบินไทยที่ถูกจับที่ประเทศออสเต...
04/07/2026

คดีแอร์สาวไทยในออสเตรเลีย: ถ้าเธอคือเหยื่อ รัฐไทยต้องช่วยให้ได้รับความเป็นธรรม

คดีแอร์สาวการบินไทยที่ถูกจับที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีน เป็นคดีที่สังคมควรใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการแสดงความคิดเห็น เพราะขณะนี้ข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่อารมณ์ ความหมั่นไส้ หรือการตัดสินจากอาชีพและภาพลักษณ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่คือ “พยานหลักฐาน” ว่าเธอรู้หรือไม่ว่าสินค้าที่รับฝากหิ้วนั้นเป็นยาเสพติด

จากรายงานข่าวล่าสุด พยานหลักฐานหลายส่วนเริ่มมีน้ำหนักไปในทางว่า แอร์สาวรายนี้อาจไม่ได้มีส่วนรู้เห็นว่าสินค้าที่รับฝากหิ้วเป็นยาเสพติด หากเป็นเช่นนั้นจริง เธอก็ควรถูกมองในฐานะ “เหยื่อ” ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มากกว่าจะถูกประณามล่วงหน้าว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการโดยเจตนา

โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าตำรวจไทยสามารถจับกุมผู้ที่นำพัสดุไปส่งให้แอร์สาวได้แล้ว และผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าเป็นผู้ส่งของให้จริง รวมถึงมีรายงานว่าเจ้าตัวกล่าวขอโทษแอร์สาว ข้อเท็จจริงส่วนนี้ยิ่งทำให้ต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า แอร์สาวเป็น “ผู้ร่วมกระทำความผิด” หรือเป็นเพียง “คนรับหิ้ว” ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงที่แท้จริง

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก คือมีรายงานข่าวว่า แอร์สาวเป็นฝ่ายแจ้งศุลกากรออสเตรเลียด้วยตนเองว่ามีกระเป๋า 12 ใบ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนจะพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า หากข้อเท็จจริงนี้เป็นจริง ย่อมเป็นพฤติการณ์แวดล้อมที่มีน้ำหนักอย่างยิ่งต่อประเด็นเรื่อง “เจตนา” เพราะโดยสามัญสำนึก คนที่รู้ว่าตนเองกำลังขนยาเสพติดข้ามประเทศ คงไม่นำของนั้นไปสำแดงหรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้วยตนเองให้ตรวจสอบง่าย ๆ

แน่นอนว่า การสำแดงของต่อศุลกากรไม่ได้แปลว่าไม่มีความผิดโดยอัตโนมัติ เพราะศาลยังต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด แต่ในเชิงพฤติการณ์ การที่เธอไม่ได้หลบเลี่ยง ไม่ได้ปกปิดสัมภาระ และเป็นฝ่ายแจ้งเจ้าหน้าที่เอง ย่อมสอดคล้องกับข้ออ้างว่าเธออาจเข้าใจว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นสินค้าปกติ ไม่ใช่ยาเสพติด พูดง่าย ๆ คือพฤติกรรมนี้ไม่เหมือนคนที่มีเจตนาลักลอบขนยาเสพติด แต่กลับคล้ายคนที่เชื่อว่าตนเองกำลังขนของธรรมดาเสียมากกว่า

นอกจากนี้ พยานแวดล้อมอีกประการหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาคือ ค่าจ้างรับหิ้วที่มีรายงานว่าอยู่เพียงประมาณ 8,000–8,800 บาท ขณะที่ของกลางเป็นยาเสพติดมูลค่าราว 11–12 ล้านบาท หากใช้สามัญสำนึกของวิญญูชนทั่วไป ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า หากบุคคลหนึ่งรู้ว่าตนเองกำลังขนยาเสพติดมูลค่ามหาศาลข้ามประเทศไปยังประเทศที่มีกฎหมายยาเสพติดเข้มงวดมาก จะยอมรับความเสี่ยงระดับนั้นด้วยค่าจ้างเพียงหลักพันบาท

ประเด็นนี้จึงต้องแยกให้ชัดว่า เธออาจมีความประมาทในการรับหิ้วของจากบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบตามกฎระเบียบของสายการบินหรือมาตรการด้านความปลอดภัย แต่ในทางอาญา คำถามสำคัญกว่านั้นคือ เธอมี “เจตนา” หรือมี “ความรู้เห็น” หรือไม่ว่าสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าคือยาเสพติด หากไม่มีเจตนาและไม่มีส่วนรู้เห็น เธอก็ไม่ควรถูกสังคมพิพากษาว่าเป็นอาชญากรตั้งแต่ต้น

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้ตัวคดี คือพฤติกรรมของบางเพจหรือบางบัญชีในโลกออนไลน์ ที่นำรูปหน้าของเธอมาลงอย่างเปิดเผย พร้อมพาดหัวหรือเขียนข้อความในลักษณะเสียหาย เช่น อ้างว่าเธอสารภาพแล้ว อ้างว่าเธอเป็นขบวนการแล้ว หรือกล่าวหาต่าง ๆ ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่เป็นที่ยุติ การกระทำลักษณะนี้ไม่ใช่การนำเสนอข่าวอย่างรับผิดชอบ แต่เป็นการใช้ชีวิตและศักดิ์ศรีของคนคนหนึ่งเป็นเครื่องมือเรียกยอด engagement หรือเรียกแสงจากกระแสสังคม

ที่สำคัญ หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นจริง ความเสียหายจากการถูกนำรูปหน้าไปประจาน ถูกกล่าวหาล่วงหน้า และถูกตีตราในโลกออนไลน์ อาจไม่สามารถเยียวยาให้กลับคืนมาได้โดยง่าย ชื่อเสียง หน้าที่การงาน ครอบครัว และสภาพจิตใจของคนคนหนึ่งอาจถูกทำลายไปแล้ว เพียงเพราะสังคมบางส่วนรีบตัดสินก่อนศาล และบางเพจเลือกยอดแชร์มากกว่าความถูกต้อง

หลักพื้นฐานของสังคมที่เคารพกฎหมายคือ ผู้ถูกกล่าวหายังต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิด การรายงานข่าวหรือการแสดงความคิดเห็นจึงควรทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการนำรูปหน้า ชื่อ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหามาเผยแพร่ในลักษณะที่ทำให้เสียหาย ทั้งที่คดียังไม่จบและข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน

ในส่วนของรัฐบาลไทย สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย แต่ต้องช่วยเหลือพลเมืองไทยให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งการประสานงานทางกงสุล การจัดหาล่าม การประสานทนายความ การติดตามสิทธิขั้นพื้นฐาน และการรวบรวมพยานหลักฐานฝั่งไทยทั้งหมดส่งให้ทางการออสเตรเลียพิจารณา โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับคนส่งของ เส้นทางพัสดุ แชตสนทนา เส้นทางการเงิน พฤติการณ์การสำแดงของต่อศุลกากรออสเตรเลีย และพฤติการณ์ของเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

เรื่องนี้ไม่ใช่การเข้าข้างคนผิด แต่คือการยืนอยู่ข้างหลักนิติธรรม หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่าเธอรู้เห็นและเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ ก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย แต่หากพยานหลักฐานชี้ว่าเธอถูกหลอกให้รับหิ้วสินค้าโดยไม่รู้ว่าข้างในคือยาเสพติด รัฐไทยและสังคมไทยก็ควรช่วยกันทำให้เธอได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ซ้ำเติมเหยื่อให้กลายเป็นจำเลยของสังคมไปก่อน

คดีนี้จึงไม่ควรถูกตัดสินด้วยคำพูดง่าย ๆ ว่า “เป็นแอร์ ไม่น่าถูกหลอก” หรือ “เงินเดือนดี จะไปรับหิ้วทำไม” เพราะอาชญากรรมข้ามชาติยุคใหม่ไม่ได้เลือกเหยื่อจากอาชีพหรือฐานะ แต่เลือกจากช่องโหว่ ความไว้ใจ ความประมาท และความต้องการหารายได้เสริมของคนทั่วไป

ถ้าเธอผิด ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย
แต่ถ้าเธอเป็นเหยื่อ รัฐไทยต้องช่วยให้เธอได้รับความเป็นธรรม

เด็ก 11 ขวบขับรถชนพระมรณภาพ ใครต้องรับผิด?กรณีเด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถกระบะชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร จนมีพระมรณภาพ...
02/07/2026

เด็ก 11 ขวบขับรถชนพระมรณภาพ ใครต้องรับผิด?

กรณีเด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถกระบะชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร จนมีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เมื่อผู้ขับเป็นเด็กอายุเพียง 11 ปี กฎหมายจะจัดการอย่างไร และใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ในทางอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 บัญญัติชัดว่า “เด็กอายุยังไม่เกินสิบสองปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ” ดังนั้น หากเด็กอายุ 11 ปีจริง แม้พฤติการณ์จะเข้าข่ายขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เด็กก็ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ไม่ถูกจำคุก ไม่ถูกปรับ แต่ต้องถูกส่งเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็กตามกฎหมาย

ส่วนพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ไม่ได้มีความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ เพียงเพราะลูกไปก่อเหตุ เว้นแต่มีข้อเท็จจริงว่ารู้เห็น ยินยอม สนับสนุน หรือปล่อยปละละเลยอย่างร้ายแรงจนเข้าข่ายความผิดอื่น อย่างไรก็ตาม หากเป็นเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถและยินยอมให้เด็กซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถนำรถไปขับ อาจเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 56 ซึ่งห้ามเจ้าของรถหรือคนขับรถยินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถเข้าขับรถของตน

แต่แม้เด็กจะไม่ต้องรับโทษทางอาญา ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรับผิดทางแพ่ง เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 กำหนดว่า แม้ผู้ทำละเมิดจะเป็นผู้เยาว์ ก็ยังต้องรับผิดในผลแห่งละเมิด และบิดามารดาหรือผู้อนุบาลต้องรับผิดร่วมด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของคดีแพ่งคือ ชนะคดีไม่ได้แปลว่าได้เงินจริง หากครอบครัวผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนและศาลพิพากษาให้พ่อแม่เด็กชดใช้ แต่พ่อแม่ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีที่ดิน ไม่มีบัญชีเงินฝาก หรือไม่มีรายได้ให้ยึดอายัดได้ คำพิพากษาก็อาจกลายเป็นเพียง “กระดาษคำพิพากษา” เพราะเมื่อสืบทรัพย์แล้วไม่พบทรัพย์ ก็ไม่สามารถบังคับคดีเอาเงินมาชดใช้ได้ สุดท้ายผู้เสียหายอาจไม่ได้รับการเยียวยาจากครอบครัวเด็กเลย

ในส่วนของประกันภัย หากรถคันเกิดเหตุมีประกัน ประกันอาจเป็นช่องทางเยียวยาที่เป็นรูปธรรมที่สุด โดยบริษัทประกันอาจต้องจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขและวงเงินกรมธรรม์ ทั้งประกันภาคบังคับหรือประกันภาคสมัครใจ แต่หลังจากจ่ายแล้ว บริษัทประกันอาจไปฟ้องไล่เบี้ยจากผู้ที่ต้องรับผิด เช่น เจ้าของรถ ผู้ปกครอง หรือผู้ที่ปล่อยให้เด็กนำรถไปขับ อย่างไรก็ตาม หากบุคคลเหล่านั้นไม่มีทรัพย์สินให้บังคับคดีได้ บริษัทประกันก็อาจฟ้องชนะได้เพียงคำพิพากษาเช่นกัน

สรุปคือ คดีนี้ต้องแยกให้ชัดว่า เด็ก 11 ปีไม่ต้องรับโทษทางอาญาตามมาตรา 73 ส่วนพ่อแม่หรือผู้ปกครองอาจต้องรับผิดทางแพ่งตามมาตรา 429 แต่ถ้าไม่มีทรัพย์สินให้บังคับคดี ก็อาจไม่สามารถชดใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ ผู้เสียหายจึงอาจต้องพึ่งพาการเยียวยาจากประกันภัยเป็นหลัก

กรณีนี้จึงสะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่าง “ความรับผิดตามกฎหมาย” กับ “การได้รับการเยียวยาจริง” เพราะแม้กฎหมายจะบอกว่าใครต้องรับผิด แต่ถ้าผู้รับผิดไม่มีเงินหรือทรัพย์สิน ความยุติธรรมของผู้เสียหายก็อาจเหลือเพียงคำพิพากษาที่บังคับใช้ไม่ได้จริง

บริษัท เอฟบีแอลพี ลีกัล จํากัดรับสมัครทนายความ/ผู้ช่วยทนายความสมัครได้ทาง admin@fblplegal.com
24/02/2026

บริษัท เอฟบีแอลพี ลีกัล จํากัด

รับสมัครทนายความ/ผู้ช่วยทนายความ

สมัครได้ทาง [email protected]

Address

Alawwa

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when หางานกฎหมายภาครัฐและเอกชน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to หางานกฎหมายภาครัฐและเอกชน:

Shortcuts

Share

Category