19/10/2025
【อธิบายวีซ่าพำนักในญี่ปุ่น ฉบับที่ 093 สำหรับคนไทยและผู้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย: เกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ของวีซ่าผู้บริหาร(เคเอคังริ)】
■ คำตอบ
สวัสดีครับ! นากาโอกะครับ
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 มีการประกาศอย่างกะทันหันเกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดขึ้นของวีซ่าผู้บริหาร(เคเอคังริ) ซึ่งจะเริ่มนำมาใช้พิจารณาตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568 โดยมีเกณฑ์ใหม่ดังต่อไปนี้
1. ต้องจ้างพนักงานประจำอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่งดังต่อไปนี้: (1)ชาวญี่ปุ่น
(2)ผู้ถือวีซ่าถาวรพิเศษ (3)ผู้ถือวีซ่าถาวร(เอจู) (4)วีซ่าคู่สมรสกับชาวญี่ปุ่น (5)วีซ่าคู่สมรสกับผู้ถือวีซ่าถาวร (6)วีซ่าพำนักระยะยาว (เทจู) โดยผู้ถือวีซ่าทำงานไม่ถือว่าเข้าข่ายเกณฑ์นี้
2. ต้องมีเงินทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ 30 ล้านเยนขึ้นไป
3. ผู้ขอวีซ่าหรือพนักงานประจำต้องมีความสามารถภาษาญี่ปุ่นในระดับที่เหมาะสม ซึ่งพนักงานประจำในที่นี้รวมถึงชาวต่างที่ถือวีซ่าทำงานด้วย นอกจากนี้ยกเว้นกรณีคนญี่ปุ่นและผู้ถือวีซ่าถาวรพิเศษ ความสามารถภาษาญี่ปุ่นที่เหมาะสมในที่นี้มีความหมายตามเกณฑ์ข้อใดขอหนึ่งต่อไปนี้
- JLPT N2 ขึ้นไป
- BJT 400 คะแนนขึ้นไป
- ถือวีซ่าระยะกลางและระยะยาวและอยู่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 20 ปีขึ้นไป
- สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นหรือวิทยาลัยวิชาชีพญี่ปุ่น
- สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษาตอนปลายที่ญี่ปุ่น
4. ในส่วนของประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน ผู้ยื่นวีซ่าต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก หรือปริญญาเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับลักษณะธุรกิจที่จะยื่นวีซ่า หรือต้องมีประสบการณ์บริหารหรือการจัดการธุรกิจเป็นเวลา 3 ปีขึ้นไป
5. แผนธุรกิจที่ยื่นให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(นิวกัง) จะต้องยื่นหนังสือรายงานการประเมินที่รับรองว่าแผนธุรกิจนั้นมีความเป็นรูปธรรม มีความสมเหตุสมผล และสามารถนำมาใช้ได้จริงซึ่งประเมินโดยผู้มีความรู้เฉพาะทางด้านการบริหารจัดการ (ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี ที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นต้น)
6. ต้องมีสำนักงานที่มั่นคงและสามารถใช้ได้ในระยะยาวโดยเป็นพื้นที่สำนักงานของบริษัทผู้ยื่นเท่านั้น ตามหลักแล้วไม่สามารถใช้ที่อยู่อาศัยเป็นสำนักงานได้ ซึ่งเหมือนกับเกณฑ์ก่อนหน้านี้
7. ในกรณีที่ดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการ จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหมือนกับเกณฑ์ก่อนหน้านี้
8. สถานะการลงทะเบียนประกันสังคมและประกันแรงงานจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น
ผู้ที่ได้รับวีซ่าผู้บริหารด้วยเกณฑ์เดิมจำเป็นต้องปรับธุรกิจให้ตรงตามเกณฑ์ใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องปรับให้ได้ตามเกณฑ์ใหม่ทันที เพียงปรับการทำธุรกิจให้ตรงตามเกณฑ์ใหม่ภายใน 16 ตุลาคม พ.ศ. 2571ก็เพียงพอ อย่างไรก็ตามการต่อวีซ่าหลังจากนี้มีข้อที่ควรระมัดระวังดังนี้
1. หากไม่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน จะถือว่าไม่ได้ทำการบริหารจัดการ และมีความเป็นไปได้ที่จะต่อวีซ่าไม่ผ่าน
2. สถานะการลงทะเบียนประกันสังคม ประกันแรงงาน และสถานะการเสียภาษีจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น
3. ในการต่อวีซ่าอาจมีการขอให้ตรวจสอบว่าธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างไม่มีปัญหาซึ่งต้องประเมินโดยผู้มีความรู้เฉพาะทางด้านการบริหารจัดการ (ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี ที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นต้น)
นอกจากนี้หากผู้ที่ถือวีซ่าผู้บริหารตามเกณฑ์เดิมจะยื่นขอวีซ่าถาวร จะต้องปรับการดำเนินธุรกิจให้ได้ตามเกณฑ์ใหม่ด้วยเช่นกัน
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น วีซ่าผู้บริหารถูกปรับให้เข้มงวดขึ้นในคราวเดียว ดังนั้นผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจในญี่ปุ่นโปรดตรวจสอบข้อกำหนดข้างต้นอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดำเนินธุรกิจต่อไปครับ
============
※ท่านที่ถูกใจบทความของผมอย่าลืมกดLike เพจนะครับ
Facebook เพจ<行政書士明るい総合法務事務所「Bright Legal Office」สดใสสำนักงานทนายความ>นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและปัญหาทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่คนไทยในญี่ปุ่นและผู้ที่เกี่ยวของกับคนไทยทั้งเรื่องปัญหาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองวิธีการขอวีซ่าญี่ปุ่นการแต่งงานกับคนต่างชาติปัญหาเรื่องทะเบียนบ้านระหว่างประเทศรวมไปถึงการวิธีการเริ่มต้นทำธุรกิจในประเทศไทยสำหรับคนญี่ปุ่นด้วยครับ
ติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่
โทรศัพท์สำนักงาน 03-6455-6835