Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia

  • Home
  • Australia
  • Sydney, NSW
  • Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia

Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia Pratan Attorneys offers legal advice to clients mainly Thai people, communities and allied in Australia and Thailand

23/04/2026

Q: พี่ก่อค่ะ เห็นข่าวบอกว่ารัฐบาลให้ energy rebate $300 แต่หนูไม่รู้ว่าต้องสมัครหรือเปล่า? แล้วมีความช่วยเหลืออื่นอีกไหมคะ เพราะค่าไฟค่าน้ำแพงมากเลย?

A: ข่าวดีคือ energy rebate $300 ไม่ต้องสมัครครับ รัฐบาลกลางจะหักลดค่าไฟให้ทุกครัวเรือนโดยอัตโนมัติ โดยแบ่งเป็น $75 ต่อไตรมาส (ทุก 3 เดือน) รวม 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 จนถึงธันวาคม 2025 (รวม $300) คุณจะเห็นจำนวนเงินลดลงในบิลค่าไฟโดยตรง ไม่ต้องทำอะไรเลย โปรแกรมนี้ครอบคลุมทุกครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กประมาณ 1 ล้านราย นอกจากนี้ แต่ละรัฐยังมี energy rebate เพิ่มเติมอีก ซึ่งรวมกันได้กับ rebate กลาง $300

สำหรับ NSW มี Low Income Household Rebate $285/ปี สำหรับผู้ถือ concession card (Pensioner, Health Care Card, DVA), Gas Rebate $121/ปี, และ Family Energy Rebate $180/ปี สำหรับครอบครัวที่มีลูก หาก qualify ทั้งหมด รวมกับ rebate กลาง $300 คุณอาจได้รับมากกว่า $800/ปี เลย แต่ต้องสมัครผ่าน Service NSW หรือติดต่อบริษัทไฟฟ้าโดยตรง สำหรับรัฐอื่นๆ เช่น Victoria มี utility relief grants สูงสุด $650 ต่อ utility ต่อปีถ้าคุณประสบปัญหาทางการเงิน, Queensland มี electricity rebate $1,000 สำหรับผู้ถือ concession card, South Australia มี Cost of Living Concession $249.40/ปี, Western Australia มี Energy Assistance Payment $305.25/ปี และ Tasmania มี Aurora annual concession $597/ปีสำหรับ pensioners

นอกจาก energy rebate แล้ว ยังมีความช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมาย เช่น Commonwealth Rent Assistance (เพิ่มขึ้น 10% เมื่อกันยายน 2024) สูงสุด $188.20/สองสัปดาห์สำหรับคนโสด, Tax cuts ที่ทำให้คนที่รายได้ $18,201-$45,000 จ่ายภาษีน้อยลง $268/ปีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 (และ $536/ปีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2027), PBS medicine ลดราคาจาก $31.60 เหลือ $25.00 ต่อใบสั่งยาตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 (ลดที่สุดในรอบ 20 ปี), และ Cheaper Child Care (ครอบครัวที่รายได้ต่ำกว่า $80,000 ได้รับ subsidy 90%) หากคุณทำงานแต่รายได้ต่ำ อาจมีสิทธิ์ได้ Low Income Health Care Card ซึ่งให้ส่วนลดยา PBS, bulk billing, และส่วนลดค่าขนส่ง

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

16/04/2026

Q: พี่ก่อค่ะ หนูกำลังจะแยกทางกับสามีชาวออสเตรเลีย มีลูก 2 คน อายุ 5 ปีกับ 8 ปี ลูกจะอยู่กับหนู สามีบอกว่าจะจ่าย child support ให้ แต่หนูไม่รู้ว่าเขาต้องจ่ายเท่าไหร่? แล้วถ้าสามีกลับไทยหนีไป หนูจะเก็บเงินได้ไหมคะ? เพื่อนบอกว่าไทยไม่มีสัญญากับออสเตรเลีย กังวลมากค่ะ

A: เรื่องนี้สำคัญมากครับ และมีข้อมูลที่หลายคนไทยไม่รู้ ขอตอบทีละส่วนให้เข้าใจชัดเจน
การคำนวณ Child Support ในออสเตรเลียใช้สูตรมาตรฐาน 8 ขั้นตอน (8-step formula) ของ Services Australia โดยพิจารณาจาก รายได้ของทั้งสองฝ่าย (Adjusted Taxable Income), จำนวนลูก, อายุลูก, จำนวนวันที่ลูกอยู่กับแต่ละฝ่าย (care percentage), และค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกตามมาตรฐาน ตัวอย่างเช่น ถ้าสามีมีรายได้ $80,000/ปี น้องมีรายได้ $30,000/ปี ลูกอยู่กับน้อง 100% (365 คืน/ปี) สูตรคำนวณประมาณว่าสามีต้องจ่าย child support ประมาณ $1,200-1,500/เดือน สำหรับลูก 2 คน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดอื่นๆด้วยนะครับ) หากต้องการคำนวณแบบแม่นยำ สามารถใช้ Child Support Estimator บนเว็บ Services Australia ได้ หรือโทรไปขอให้เจ้าหน้าที่คำนวณให้ โดยทั่วไปการประเมิน (assessment) จะออกภายใน 1-2 สัปดาห์หลังจากยื่นเรื่อง และ child support จะเริ่มนับจากวันที่ยื่นขอ ไม่ย้อนหลัง

กรณีสามีกลับไทย ประเทศไทยไม่ใช่ reciprocating jurisdiction ครับ ซึ่งหมายความว่าออสเตรเลียและไทยไม่มีข้อตกลงในการบังคับเก็บ child support ระหว่างกัน ถ้าสามีกลับไทยและไม่จ่าย Services Australia ไม่สามารถบังคับเก็บเงินจากเขาในประเทศไทยได้เลย นี่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับครอบครัวไทย-ออสเตรเลีย เพราะประเทศที่เป็น reciprocating jurisdiction (ออสเตรเลียเก็บเงินได้) มีประมาณ 80 ประเทศ เช่น UK, USA, Canada, NZ, ประเทศในสหภาพยุโรป, Hong Kong, Singapore, Malaysia, Philippines แต่ไม่รวมประเทศไทย

หากสามียังอยู่ในออสเตรเลีย และมี child support ค้างจ่ายเกิน $2,500 หรือคาดว่าจะไม่จ่าย Services Australia สามารถยื่นขอ Departure Prohibition Order (DPO) ต่อศาลเพื่อห้ามไม่ให้สามีออกนอกประเทศได้จนกว่าจะจ่ายเงินหรือทำข้อตกลงการจ่ายที่น่าพอใจ แต่ต้องยื่นก่อนที่เขาออกนอกประเทศ ถ้าสามีออกไปแล้ว จะยื่นขอ DPO ไม่ได้ นอกจากนี้ ถ้าสามีมีรายได้ในออสเตรเลีย (เช่น ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์, เงินปันผล, ดอกเบี้ย) Services Australia สามารถหักเงินจากแหล่งรายได้เหล่านั้นได้ แต่ถ้าสามีไม่มีรายได้หรือทรัพย์สินใดๆ ในออสเตรเลีย และอาศัยอยู่ในไทยถาวร การบังคับเก็บเงินเป็นไปไม่ได้เลย

หากสามีไม่จ่าย child support สามารถยื่นขอ Family Tax Benefit (FTB) Part A จาก Centrelink ซึ่งเป็นเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง โดยจำนวนเงินขึ้นอยู่กับรายได้ จำนวนลูก และอายุลูก สำหรับลูก 2 คน อาจได้รับประมาณ $300-600/สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับรายได้ นอกจากนี้ ถ้าสามีไม่จ่าย child support ตามที่ประเมินไว้ Centrelink จะเพิ่มเงิน FTB ให้เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหาย (Maintenance Income Credit) แต่เงินนี้ไม่เท่ากับ child support เต็มจำนวน และจะต้องรายงานรายได้ให้ Centrelink ทุก 2 สัปดาห์ หากรายได้เกินเกณฑ์ จำนวนเงิน FTB จะลดลงหรืออาจไม่ได้รับเลย

น้องสมควรที่จะ ยื่นขอ child support assessment กับ Services Australia ทันทีที่แยกทาง อย่ารอ อย่าทำข้อตกลงส่วนตัว (private arrangement) ถ้าไม่มีทนายช่วย เพราะถ้าสามีไม่จ่าย อาจจะไม่มีทางบังคับได้ การมี official assessment จาก Services Australia จะทำให้สามารถใช้มาตรการบังคับต่างๆ ได้ เช่น หักเงินเดือน, ยึดเงินคืนภาษี, แบนการออกนอกประเทศ, หรือแม้แต่ฟ้องศาล และควรเก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น SMS, อีเมล, หลักฐานการโอนเงิน เพราะอาจใช้ในศาลได้

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569 💦🌸เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย สำนักงานขออำนวยพรให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ...
13/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2569 💦🌸

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย สำนักงานขออำนวยพรให้ทุกท่านและครอบครัว
ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยในการเดินทาง

ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งความสำเร็จ
ทั้งในด้านการงาน ธุรกิจ และการใช้ชีวิต

ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนสำนักงานของเราเสมอมา
เรายินดีอย่างยิ่งที่จะได้ดูแลและให้บริการทุกท่านต่อไป

Q: พี่ก่อค่ะ ช่วงนี้ราคาน้ำมันแพงมากเลย เติมเต็มถังเกือบ $200 เลยค่ะ เห็นข่าวบอกว่าเกิดจากสงครามที่ตะวันออกกลาง แต่หนูสั...
09/04/2026

Q: พี่ก่อค่ะ ช่วงนี้ราคาน้ำมันแพงมากเลย เติมเต็มถังเกือบ $200 เลยค่ะ เห็นข่าวบอกว่าเกิดจากสงครามที่ตะวันออกกลาง แต่หนูสังเกตว่าบางปั๊มขึ้นราคาสูงกว่าปั๊มอื่นมากเลย และบางร้านค้ายังคิดค่า fuel surcharge เพิ่มถึง 70% เลย นี่ถูกกฎหมายหรือเปล่าคะ? แล้วรัฐบาลช่วยอะไรบ้างคะ?

A: สถานการณ์น้ำมันในออสเตรเลียช่วงนี้เป็นวิกฤตจริงๆ ครับ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนมีนาคม 2026 ราคาน้ำมันเบนซินในออสเตรเลียพุ่งสูงถึง $2.30-2.38/ลิตร และดีเซลสูงถึง $3.00+/ลิตร ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในรอบหลายปี รัฐบาลกลางได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือโดยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (fuel excise) รวม 32 เซนต์/ลิตร (แบ่งเป็นภาษีกลาง 26.3 เซนต์ + GST คืนจากรัฐ 5.7 เซนต์) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 จนถึง 30 มิถุนายน 2026 ซึ่งหมายความว่าราคาน้ำมัน ณ ปั๊มควรลดลง 32 เซนต์/ลิตร แต่ต้องใช้เวลา 2-3 วันให้ stock เก่าในปั๊มขายหมดก่อน

สิ่งที่สำคัญคือ Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) กำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่าปั๊มน้ำมันทุกแห่งส่งผ่านการลดภาษีเต็มจำนวนให้ผู้บริโภคหรือไม่ โดย ACCC พบว่ามีปั๊มบางแห่งขึ้นราคาก่อนที่รัฐบาลจะประกาศลดภาษี แล้วจึงลดราคาลง ซึ่งเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค (misleading conduct) ที่ผิดกฎหมาย Australian Consumer Law นอกจากนี้ รัฐสภาได้ผ่าน Treasury Laws Amendment (Doubling Penalties for ACCC Enforcement) Bill 2026 ซึ่งเพิ่มค่าปรับสูงสุดจาก $50 ล้านเป็น $100 ล้านต่อความผิด 1 กระทง สำหรับบริษัทน้ำมันที่ทำผิด เช่น แสดงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับราคา, สมรู้ร่วมคิดกันขึ้นราคา (price fixing), หรือ cartel behaviour ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Federal Court สั่งปรับ Mobil Oil Australia $16 ล้าน เพราะแสดงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับน้ำมันที่ขายใน Queensland

เรื่อง fuel surcharge ที่ร้านค้าหรือบริษัทขนส่งเรียกเก็บนั้น ACCC กำลังสอบสวนอย่างจริงจังครับ โดยเฉพาะกรณีที่มีการคิด surcharge สูงเกินจริง เช่น 70% ซึ่ง ACCC ได้ส่ง substantiation notices (หนังสือขอให้แสดงหลักฐาน) ไปยังบริษัทหลายแห่ง ให้พิสูจน์ว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บนั้นสมเหตุสมผลและตรงกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ภายใน 3 สัปดาห์ หากธุรกิจใดอ้างว่าเป็นเพราะราคาน้ำมันแพง แต่จริงๆ แล้วขึ้นราคาเกินความจำเป็น ถือเป็นการแสดงข้อมูลเท็จ (misleading representation) ซึ่งผิด Australian Consumer Law และอาจถูกฟ้องร้องได้ นอกจากนี้ หากธุรกิจหลายรายร่วมกันตกลงขึ้นราคาหรือ surcharge พร้อมกัน ถือเป็น price coordination ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายการแข่งขัน

สิ่งที่ท่านสามารถทำได้: ใช้แอปติดตามราคาน้ำมันในแต่ละรัฐ เช่น FuelCheck (NSW), FuelWatch (WA), หรือแอปอื่นๆ เพื่อหาปั๊มที่ขายถูกที่สุดในบริเวณใกล้เคียง ในช่วงที่ราคาพุ่ง แอปเหล่านี้ช่วยหาปั๊มที่ถูกกว่า 10-30 เซนต์/ลิตรได้ หากพบว่าปั๊มไหนไม่ลดราคาตามการลดภาษี หรือขึ้นราคาก่อนแล้วลดภายหลังเพื่อหลอกลวงว่าได้ส่งผ่านผลประโยชน์ หรือหากร้านค้าใดเรียกเก็บ fuel surcharge ที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ สามารถรายงานต่อ ACCC ได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ www.accc.gov.au/consumers/petrol-and-fuel หรือโทร 1300 138 917 ACCC จะนำข้อมูลไปสอบสวนและอาจดำเนินคดีกับธุรกิจที่ทำผิด รวมถึงออกคำสั่งให้คืนเงินผู้บริโภคหรือปรับเป็นเงินจำนวนมาก

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

In Australia, petrol, diesel and automotive LPG prices are deregulated – that is, they are not controlled by the government. The market determines Australian fuel prices.

02/04/2026

Q: พี่ก่อค่ะ แม่ของหนูอายุ 62 ปี เป็นโรคพาร์กินสัน เดินลำบาก ต้องมีคนดูแลตลอดเวลา เพื่อนบอกให้ลองขอ NDIS แต่พอไปสอบถามก็บอกว่าอายุเกือบ 65 แล้ว ให้ไปขอ Aged Care แทน หนูสงสัยว่ามันต่างกันยังไง? และถ้าแม่อายุ 64 ปีตอนนี้ ควรรีบขอ NDIS ก่อนไหมคะ?

A: คำถามนี้สำคัญมากครับ เพราะหลายครอบครัวคนไทยสับสนระหว่าง NDIS (National Disability Insurance Scheme) กับ Aged Care และมักพลาดโอกาสในการขอรับความช่วยเหลือที่เหมาะสม ขอตอบให้เข้าใจชัดเจนครับ

NDIS คือระบบสนับสนุนสำหรับผู้พิการที่อายุต่ำกว่า 65 ปี (หรือต่ำกว่า 50 ปีสำหรับชาวอะบอริจินัล) โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มความเป็นอิสระและคุณภาพชีวิต NDIS จะให้เงินทุนสนับสนุน (funding) ตามแผนส่วนบุคคล เช่น ค่าผู้ช่วยส่วนตัว (support worker), อุปกรณ์ช่วยเหลือ (mobility aids, wheelchairs), การบำบัด (physiotherapy, occupational therapy), การปรับแต่งบ้านให้เหมาะกับผู้พิการ, หรือแม้แต่ค่ารถพิเศษ สิ่งสำคัญคือ NDIS ให้คุณเลือกผู้ให้บริการได้เอง (choice and control) และเงินทุนจะมากกว่า Aged Care มาก โดยบางรายได้รับถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อปี แต่เงื่อนไขสำคัญคือต้องมีอายุต่ำกว่า 65 ปี ณ วันที่ยื่นขอ และต้องพิสูจน์ว่าความพิการนั้นเป็นถาวรหรือมีแนวโน้มเป็นถาวร ไม่ใช่ชั่วคราว

Aged Care คือระบบดูแลผู้สูงอายุสำหรับคนอายุ65 ปีขึ้นไป โดยมุ่งเน้นที่การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น อาบน้ำ, แต่งตัว, ทำอาหาร, ทำความสะอาดบ้าน, พาไปพบแพทย์ แต่เงินทุนสนับสนุนจะจำกัดกว่า NDIS มาก โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ (Support at Home Program) ตั้งแต่ Level 1 (ความต้องการพื้นฐาน ประมาณ $10,000/ปี) ถึง Level 4 (ความต้องการสูง ประมาณ $65,000/ปี) และคุณอาจต้องรอคิวหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะได้รับบริการ นอกจากนี้ คุณอาจต้องจ่ายค่าใช้จ่ายร่วม (co-contribution) ขึ้นอยู่กับรายได้และทรัพย์สินของคุณ

กรณีของแม่ที่อายุ 62 ปี: ตอนนี้แม่ยังมีสิทธิ์ยื่นขอ NDIS ได้ครับ และควรรีบยื่นโดยเร็วที่สุด เพราะถ้ารอจนอายุครบ 65 ปี จะยื่นขอ NDIS ไม่ได้แล้ว และจะต้องเข้าระบบ Aged Care ซึ่งได้การสนับสนุนน้อยกว่ามาก ในการยื่นขอ NDIS คุณต้องมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าแม่มีความพิการถาวร (permanent disability) และต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โรคพาร์กินสันถือเป็นโรคที่ NDIS รับพิจารณา แต่ต้องแสดงให้เห็นว่ากระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ ควรให้แพทย์เฉพาะทาง (neurologist) เขียนรายงานแนบด้วย

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้: ถ้าแม่เข้า NDIS ได้ก่อนอายุ 65 ปี แม่จะสามารถอยู่ใน NDIS ต่อไปได้ตลอดชีวิต แม้จะอายุเกิน 65 ปีแล้วก็ตาม (grandfathered) ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนที่ดีกว่า Aged Care มาก นี่คือเหตุผลที่ต้องรีบยื่นก่อนอายุ 65 ปี แต่ถ้าพลาดไป แม่จะติดอยู่กับระบบ Aged Care ที่มีข้อจำกัดมากกว่า นอกจากนี้ หากทั้ง NDIS และ Aged Care ปฏิเสธการสนับสนุน คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ และถ้ายังไม่ได้ผล อาจพิจารณายื่นขอ Carer Payment หรือ Carer Allowance จาก Centrelink เพื่อรับเงินสนับสนุนสำหรับคนดูแลแทน

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

สำนักงานเราจะปิดทำการในวันที่ 3 และ 6 เมษายนนี้ เนื่องจากเป็นวัน Public holiday แต่อย่างไรก็ตามทุกท่านยังสามารถติดต่อเรา...
02/04/2026

สำนักงานเราจะปิดทำการในวันที่ 3 และ 6 เมษายนนี้ เนื่องจากเป็นวัน Public holiday แต่อย่างไรก็ตามทุกท่านยังสามารถติดต่อเราผ่านช่องทางต่างๆ ได้เหมือนเดิม และเราจะรีบตอบกลับด้วยเร็วที่สุด

ขอให้วันหยุดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และช่วงเวลาดีๆ

📢 คนไทยใน Albury และใกล้เคียงห้ามพลาด!ทาง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เปิดให้บริการ👉 “ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเบื้องต้น ฟรี!...
27/03/2026

📢 คนไทยใน Albury และใกล้เคียงห้ามพลาด!

ทาง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เปิดให้บริการ
👉 “ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเบื้องต้น ฟรี!”

🗓 วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
⏰ เวลา 9.30 – 16.30 น.
📍 ณ Dawson Room, Atura Hotel Albury

💬 เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา เช่น

ปัญหาครอบครัว
ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย / สัญญาเช่า
ปัญหาการจ้างงาน
ข้อพิพาททางกฎหมายทั่วไป

📚 พร้อมมีช่วง “บรรยายให้ความรู้กฎหมายใน NSW”
ช่วงเช้า 11.00 น. และช่วงบ่าย 14.00 น.

💡 เรื่องกฎหมาย อย่าปล่อยไว้ให้เป็นปัญหาใหญ่
เริ่มต้นปรึกษาให้ถูกทางตั้งแต่วันนี้ครับ

พิเศษ! แก่ชาว Albury “บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายฟรี”
ในระหว่างการให้บริการกงสุลสัญจรที่เมือง Albury ในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น. ณ ห้อง Dawson Room โรงแรม Atura Hotel Address: 648 Dean St, Albury, NSW, 2640

สถานกงสุลใหญ่ฯ เปิดให้บริการคลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ หากท่านมีปัญหาทางกฎหมายที่ต้องการคำปรึกษาเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว การถูกจับกุมในคดีอาญา รวมทั้งข้อพิพาทเกี่ยวกับที่พักอาศัย การจ้างงาน รวมทั้งให้คำปรึกษาเบื้องต้นในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือคดี
ความต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของชุมชนไทย สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอจองคิวนัดหมายล่วงหน้าได้ที่
https://sydney.thaiembassy.org/th/publicservice/legal-consultation?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2Tq4HCTMvhgAVhKiPUu42NBVsjrlCCMkPtLORYSoxs7defP4JVyWnm5HY_aem_C4C16r9X0rcmvf0BHOfd5g

นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายให้ความรู้สำคัญด้านกฎหมายที่ชาว NSW ควรทราบ ทั้งในช่วงเช้าและ
ช่วงบ่ายอีกด้วย

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-92412542 หรืออีเมล [email protected]

26/03/2026

Q: พี่ก่อค่ะ พ่อของหนูทำ Power of Attorney ไว้แล้วตอนที่กลับไทย แต่เพื่อนบอกว่ายังต้องทำ Enduring Guardianship อีก หนูสงสัยว่าทำไมต้องทำ 2 อย่าง? แล้วถ้าพ่อป่วยหนักหรือเป็น Dementia จะต่างกันอย่างไรคะ?

A: คำถามนี้สำคัญมากครับ เพราะหลายครอบครัวคนไทยเข้าใจผิดว่า Power of Attorney ครอบคลุมทุกเรื่อง แต่ความจริงแล้ว Enduring Power of Attorney (EPA) และ Enduring Guardianship เป็นคนละเรื่องที่แยกกันอย่างสิ้นเชิงตามกฎหมาย NSW และต้องทำเป็นเอกสาร 2 ฉบับแยกกัน
EPA ใช้สำหรับมอบอำนาจเฉพาะเรื่องการเงินและทรัพย์สินเท่านั้น เช่น จ่ายบิล, จัดการบัญชีธนาคาร, ซื้อขายทรัพย์สิน, ยื่นภาษี แต่ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการรักษาพยาบาลหรือการใช้ชีวิตได้เลย ตรงข้ามกับ Enduring Guardianship ที่ใช้มอบอำนาจเฉพาะเรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิตเท่านั้น เช่น ตัดสินใจผ่าตัดหรือไม่, เลือกสถานพยาบาล, ตัดสินใจเข้าบ้านพักคนชรา, ยินยอมหรือปฏิเสธการรักษา แต่ไม่สามารถจัดการเรื่องการเงินได้เลย ตัวอย่างเช่น ถ้าพ่อเป็น Dementia และต้องผ่าตัดฉุกเฉิน แต่น้องมีเพียง EPA น้องจะไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการยินยอมให้ผ่าตัดแทนพ่อได้ แม้จะเป็นลูกก็ตาม หมอจะต้องหาคนที่มี Enduring Guardianship หรือต้องไปขอคำสั่งศาล ซึ่งเสียเวลาและอันตรายต่อชีวิตพ่อ

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เอกสารทั้ง 2 ชนิดนี้ต้องมีพยานพิเศษ (prescribed witness) เท่านั้นที่เซ็นรับรองได้ ไม่ใช่พยานทั่วไป สำหรับ EPA พยานต้องเป็น ทนายความ NSW, solicitor ต่างประเทศที่มีใบอนุญาต, licensed conveyancer ที่ผ่านหลักสูตรเฉพาะ, หรือเจ้าหน้าที่ NSW Trustee and Guardian ส่วน Enduring Guardianship พยานสามารถเป็น Registrar ของ Local Court, ทนายความ, หรือเจ้าหน้าที่ NSW Trustee and Guardian โดยพยานจะต้องทดสอบความสามารถในการตัดสินใจ (capacity testing) ของผู้ทำก่อนเซ็นรับรอง และต้องอธิบายผลของเอกสารให้เข้าใจชัดเจน หาก Registrar เห็นว่าเอกสารมีข้อความซับซ้อนหรือสงสัยเรื่อง capacity จะปฏิเสธการเป็นพยานและส่งต่อให้ปรึกษาทนายความ

ข้อควรระวังสำคัญ: ต้องทำเอกสารทั้งสองตอนที่พ่อแม่ยังมี capacity อยู่ ถ้ารอจนเป็น Dementia หรือสติไม่ดีแล้ว จะทำไม่ได้ และจะต้องยื่นขอให้ NSW Civil and Administrative Tribunal (NCAT) แต่งตั้ง guardian หรือ financial administrator แทน ซึ่งใช้เวลา 3-6 เดือน มีค่าใช้จ่ายหลายหมื่นดอลลาร์ และศาลอาจแต่งตั้งคนที่ไม่ใช่ญาติ เช่น NSW Trustee and Guardian (หน่วยงานรัฐ) ซึ่งจะคิดค่าบริการจากทรัพย์สินของพ่อแม่ทุกปี นอกจากนี้ EPA และ Enduring Guardianship ที่ทำในประเทศไทยไม่มีผลทางกฎหมายในออสเตรเลียเลย ต้องทำเอกสารตามกฎหมาย NSW ใหม่

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

Q: สวัสดีค่ะทนายก่อ หนูทำงานในออสเตรเลียมา 5 ปี เปลี่ยนงานหลายที่ ไม่แน่ใจว่า super ที่นายจ้างแต่ละที่จ่ายให้ไปอยู่ที่ไห...
19/03/2026

Q: สวัสดีค่ะทนายก่อ หนูทำงานในออสเตรเลียมา 5 ปี เปลี่ยนงานหลายที่ ไม่แน่ใจว่า super ที่นายจ้างแต่ละที่จ่ายให้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง และมีเพื่อนที่กลับไทยแล้วบอกว่าเขาเอา super คืนได้ จริงไหมคะ?

A: เรื่องนี้คนไทยในออสเตรเลียหลายคนไม่รู้ มีเงินจำนวนมากที่ "หาย" อยู่ในระบบโดยไม่ถูกเคลม ข้อมูล ณ วันที่ 30 June 2025 มีเงิน super ที่สูญหายและไม่มีเจ้าของเคลมในออสเตรเลียรวมกันถึง $18.9 พันล้านดอลลาร์ เลยทีเดียวครับ
ค้นหา Super ที่หายไป

ทำได้ง่ายมากผ่าน myGov โดยเข้า www.my.gov.au แล้ว login จากนั้นคลิก Australian Taxation Office และเลือกเมนู Super แล้วเลือก Fund details ระบบจะแสดง super ทุกบัญชีที่เชื่อมกับ Tax File Number (TFN) ของน้องครับ หากพบบัญชีหลายใบ ควรโอนรวมเป็นบัญชีเดียวเพื่อลดค่าธรรมเนียม

ผู้ที่เคยทำงานในออสเตรเลียด้วย Temporary Visa (เช่น Working Holiday Visa, Student Visa, วีซ่า 482) และกลับออกจากออสเตรเลียแล้ว สามารถยื่นขอรับ Super คืนได้เรียกว่า Departing Australia Superannuation Payment (DASP) โดยมีเงื่อนไขดังนี้ ต้องออกจากออสเตรเลียแล้ว วีซ่าต้องหมดอายุหรือถูกยกเลิกแล้ว และต้องไม่มีวีซ่าออสเตรเลียที่ active อยู่ หากน้องมี PR หรือ Citizenship อยู่ จะยังไม่สามารถถอน DASP ได้ เพราะ super จะต้องอยู่ในกองทุนจนอายุครบกำหนดนะครับ

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

Access government services from one place.

15/03/2026

Q: สวัสดีค่ะทนายก่อ หนูแต่งงานกับสามีชาวออสเตรเลียมา 8 ปี เขาควบคุมการเงินหนูตลอด ไม่ให้ทำงาน ไม่ให้จับเงิน บัตรเครดิตอยู่ในชื่อเขาหมด ตอนนี้จะแยกทางกัน หนูมีสิทธิ์อะไรบ้างคะ?

A: สิ่งที่น้องอธิบายมานั้น กฎหมายออสเตรเลียถือว่าเป็น Financial Abuse หรือ Economic Abuse ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ Domestic Violence และกฎหมายใหม่ปี 2025 ให้ความคุ้มครองน้องอย่างชัดเจนมาก

ตั้งแต่วันที่ 10 June 2025 Family Law Amendment Act 2024 มีผลบังคับใช้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรื่องแรก Financial Abuse นับเป็น Family Violence อย่างเป็นทางการ กฎหมายใหม่ได้ขยายความหมายของ Financial/Economic Abuse ให้ชัดเจนขึ้น ครอบคลุมถึงการปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงเงิน การบังคับให้ลงนามในเอกสารทางการเงิน และการควบคุมรายรับรายจ่ายของอีกฝ่าย

เรื่องที่สอง ผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก Family Violence นำมาคิดในการแบ่งทรัพย์สินได้ นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากครับ ตอนนี้ศาลต้อง คำนึงถึงผลเสียทางการเงินที่เกิดจากความรุนแรง ในครอบครัวเมื่อแบ่งทรัพย์สิน เช่น น้องไม่ได้ทำงานมา 8 ปีเพราะถูกควบคุม ศาลอาจจะสามารถปรับการแบ่งทรัพย์สินให้น้องได้ส่วนแบ่งมากขึ้นเพื่อชดเชยความเสียหายนั้นได้ เรื่องที่สาม Duty of Disclosure สามีต้องเปิดเผย ทรัพย์สิน หนี้สิน และรายได้ทั้งหมดต่อน้องและศาลอย่างครบถ้วนและซื่อสัตย์ หากปิดบังมีบทลงโทษหนักครับ

ในขั้นต้น หากน้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ให้ติดต่อ 1800 RESPECT ก่อนเป็นอันดับแรกครับ และอย่าลงนามในเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินก่อนปรึกษาทนายความ

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

12/03/2026

Q: พี่ก่อครับ เพื่อนคนไทยของผมเพิ่งเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท มีคนเสียชีวิต ตอนนี้ตำรวจจับตัวเขาข้อหา Murder ครับ แต่เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า ตกใจมากเพราะไม่รู้ว่าต่างจาก Manslaughter ยังไง และจะเป็นอย่างไร?

A: เรื่องนี้ร้ายแรงมากครับ และเวลามีค่อนข้างกดดัน ขอตอบให้เข้าใจง่ายๆ ว่าต่างกันอย่างไร และควรทำอย่างไร
ความแตกต่างหลักระหว่าง Murder (ฆาตกรรม) กับ Manslaughter (ฆ่าคนโดยไม่เจตนา) อยู่ที่ "เจตนา" ครับ Murder คือการฆ่าคนอื่นโดยมีเจตนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เจตนาฆ่า, เจตนาทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรง (grievous bodily harm), กระทำด้วยความไม่แยแสต่อชีวิตมนุษย์ (reckless indifference), หรือฆ่าคนในระหว่างกระทำอาชญากรรมร้ายแรงอื่น (เช่น ปล้นธนาคารแล้วยิงคนตาย) โทษสูงสุดของ Murder คือจำคุกตลอดชีวิต ส่วน Manslaughter คือการฆ่าคนอื่นแต่ไม่มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายอย่างร้ายแรง โทษสูงสุดคือจำคุก 25 ปี

Manslaughter แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Voluntary Manslaughter ซึ่งมีองค์ประกอบของ Murder แต่มีเหตุลดหย่อน เช่น ถูกยั่วยุอย่างรุนแรง (extreme provocation) — เช่น เห็นคู่สมรสนอกใจต่อหน้าจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้, มีความบกพร่องทางจิตใจที่ลดความรับผิด (substantial impairment), หรือป้องกันตัวเกินขอบเขต (excessive self-defence) — เช่น ถูกต่อย 1 ครั้ง แต่ตอบโต้ด้วยอาวุธปืนจนเสียชีวิต และ Involuntary Manslaughter ซึ่งไม่มีเจตนาเลย เช่น การกระทำที่ผิดกฎหมายและอันตราย (unlawful and dangerous act) — เช่น ตบหัวคนอื่นเล่นๆ แต่เขาล้มศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (criminal negligence) — เช่น พ่อแม่ทอดทิ้งลูกจนอดตาย

ตัวอย่างเปรียบเทียบ หากยิงศีรษะคนอื่นจากระยะใกล้ จะถือว่าเป็น Murder เพราะเจตนาฆ่าชัดเจน แต่หากต่อยหน้าคนอื่นในผับหลังทะเลาะ คนนั้นล้มฟาดพื้นตาย จะถือเป็น Manslaughter (unlawful and dangerous act) เพราะไม่ได้ตั้งใจฆ่า หรือหากเห็นคู่สมรสนอกใจในบ้าน โกรธจัดจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ใช้มีดฟันตาย อาจลดจาก Murder เป็น Manslaughter ได้ (extreme provocation)

สิ่งที่ต้องทำทันทีหากถูกจับ ประการแรกคือใช้สิทธิ์เงียบ (Right to Silence) — ไม่ต้องตอบคำถามตำรวจใดๆ นอกจากบอกชื่อและที่อยู่ อย่าให้การอะไรเลยก่อนพบทนายความ เพราะสิ่งที่พูดทุกอย่างจะถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐาน ประการที่สองคือขอทนายความทันที เนื่องจากข้อหา Murder/Manslaughter เป็นคดีอุกฉกรรจ์ (indictable offence) ต้องขึ้น Supreme Court หรือ District Court และต้องมีทนายความผู้ชำนาญคดีอาญาเฉพาะทางเท่านั้น อย่าขึ้นศาลคนเดียวโดยเด็ดขาด หากไม่มีเงินจ้าง สามารถขอ Legal Aid NSW ได้

เรื่องการประกันตัว (Bail) นั้น ข้อหา Murder มักถูกปฏิเสธประกันตัวเพราะถือเป็นความผิดร้ายแรงสูงสุด ส่วนข้อหา Manslaughter อาจมีโอกาสได้ประกันตัวมากกว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ทนายจะเป็นผู้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล และสิ่งสำคัญอีกประการคือ อย่าคุยเรื่องนี้กับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักโทษในคุก อย่าโพสต์ Facebook อย่าโทรบอกใครนอกจากทนาย เพราะทุกอย่างที่พูดสามารถถูกนำมาเป็นพยานได้

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

05/03/2026

Q: สวัสดีครับทนายก่อ เพื่อนคนไทยของผมเพิ่งโดนตำรวจ NSW จับข้อหา Drink Driving ค่าแอลกอฮอล์ 0.09 ไม่เคยมีประวัติมาก่อน กังวลมากเพราะเขาถือวีซ่า 482 อยู่ โทษจะเป็นยังไงครับ?

A: เรื่องนี้ต้องรีบดำเนินการโดยเร็วครับ ขอแยกตอบ 2 ส่วนคือเรื่องโทษทางอาญา/จราจร และผลกระทบต่อวีซ่า

ส่วนที่ 1 — โทษทางกฎหมาย NSW
ค่า BAC 0.09 ถือเป็น Mid-Range PCA (0.08 – 0.149) ซึ่งเป็นความผิดที่ต้องขึ้นศาล สำหรับผู้กระทำผิดครั้งแรก โทษที่อาจได้รับ ได้แก่ ปรับสูงสุด $2,200 หรือจำคุกสูงสุด 9 เดือน และพักใบขับขี่อย่างน้อย 6 เดือน นอกจากนี้ ยังต้องเข้าร่วมโครงการ Alcohol Interlock Program บังคับ ซึ่งหมายความว่าเมื่อได้ใบขับขี่คืน จะต้องติดตั้งอุปกรณ์วัดแอลกอฮอล์ในรถยนต์เป็นระยะเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี ศาลอาจพิจารณาออกคำสั่ง Section 10 ซึ่งหมายความว่าไม่มีการบันทึกโทษในประวัติ แต่ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลและสถานการณ์แวดล้อม แต่ยากสำหรับ Mid-Rangeการมีทนายความช่วยโต้แย้งในศาลจึงสำคัญมากครับ

ส่วนที่ 2 — ผลกระทบต่อวีซ่า
นี่คือส่วนที่น่ากังวลที่สุดครับ ออสเตรเลียมีการทดสอบ Character Test ตาม Migration Act 1958 ผู้ที่ถูกตัดสินจำคุกเกิน 12 เดือน (รวมโทษทั้งหมด) อาจถูกยกเลิกวีซ่าหรือปฏิเสธการต่อวีซ่าได้ แม้ว่า Drink Driving ครั้งแรกมักไม่ถึงเกณฑ์นี้ แต่ก็ยังต้องระมัดระวัง เพราะหาก มีประวัติอาชญากรรม บันทึกไว้แม้คดีเล็กน้อย ก็อาจกระทบต่อการยื่น PR หรือวีซ่าในอนาคตได้

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123/ 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

Address

Suite 205, Level 2, 368 Sussex Street
Sydney, NSW
2000

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share