Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia

  • Home
  • Australia
  • Sydney, NSW
  • Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia

Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia Pratan Attorneys offers legal advice to clients mainly Thai people, communities and allied in Australia and Thailand

20/08/2026

Q: พี่ก่อครับ ผมกำลังจะซื้อแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ ได้ยินว่ากฎหมาย Franchising Code เปลี่ยนไปเมื่อปีที่แล้ว มีอะไรที่ผมควรรู้ก่อนเซ็นสัญญาบ้างครับ?

A: ใช่ครับ Franchising Code of Conduct ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้กับสัญญาแฟรนไชส์ที่ทำ ต่อสัญญา หรือโอนสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 เป็นต้นไป และมีการเพิ่มเติมรอบสุดท้ายมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

จุดที่เปลี่ยนแปลงสำคัญที่ผู้จะซื้อแฟรนไชส์ควรรู้ ได้แก่ Franchisor ต้องให้โอกาสที่สมเหตุสมผลแก่ Franchisee ในการคืนทุนจากการลงทุน (reasonable opportunity for return on investment) ตลอดอายุสัญญา, มีกลไก "Name and Shame" ที่ให้ Australian Small Business and Family Enterprise Ombudsman (ASBFEO) เปิดเผยชื่อ Franchisor ที่ปฏิเสธเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาท และหากมีการต่อสัญญาด้วยเงื่อนไขที่ใกล้เคียงเดิม Franchisor สามารถขอยกเว้นบางข้อกำหนดด้าน Disclosure และช่วง Cooling-off 14 วันได้ในบางกรณี

สิ่งสำคัญคือ เอกสาร Disclosure Document ที่ Franchisor มอบให้ต้องเป็นข้อมูลล่าสุดตาม Code ใหม่ หากท่านได้รับเอกสารที่ยังอ้างอิง Code เก่า ควรตั้งข้อสงสัยและสอบถามให้ชัดเจน

คำแนะนำคือ อย่าเซ็นสัญญาแฟรนไชส์โดยไม่ให้ผู้รู้ตรวจสอบ Franchise Agreement และ Disclosure Document ก่อน โดยเฉพาะเงื่อนไขเรื่องการต่อสัญญา การยกเลิก และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพราะเป็นสัญญาที่ผูกพันระยะยาวและมีมูลค่าการลงทุนสูง

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

13/08/2026

Q: พี่ก่อครับ ผมจ้างน้องที่ถือ Student Visa มาช่วยงานในร้าน แต่ช่วงนี้คนขาดเลยให้น้องทำงานเกินชั่วโมงที่กำหนดไปหน่อย อยากรู้ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง ทั้งกับตัวน้องเองและกับร้านผมครับ?

A: เรื่องนี้สำคัญมากและหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแค่เรื่องของนักเรียนฝ่ายเดียว แต่จริงๆ แล้วกระทบทั้งสองฝ่าย ผู้ถือ Student Visa (Subclass 500) มีเงื่อนไขวีซ่าข้อ 8105 กำหนดว่าในช่วงที่หลักสูตรกำลังเปิดเรียน (course is in session) สามารถทำงานได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อทุกช่วง 2 สัปดาห์ (fortnight) โดยนับรวมทุกที่ทำงาน ไม่ใช่แยกนับตามนายจ้างแต่ละราย ส่วนช่วงปิดเทอมสามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมง

หากนักเรียนทำงานเกิน 48 ชั่วโมงในช่วงเปิดเทอม ถือว่าละเมิดเงื่อนไขวีซ่า ซึ่งกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง (Department of Home Affairs) มีอำนาจยกเลิกวีซ่าได้ และอาจส่งผลต่อการขอวีซ่าในอนาคตด้วย ส่วนนายจ้างเอง แม้กฎหมายจะเน้นความรับผิดชอบไปที่ตัวนักเรียนเป็นหลัก แต่การรู้เห็นหรือส่งเสริมให้ลูกจ้างทำงานเกินเงื่อนไขวีซ่าก็อาจสร้างความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและกฎหมายจ้างงานให้กับธุรกิจได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากเกิดข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างในภายหลัง

สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าจะถือวีซ่าประเภทใด ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิ์ได้รับค่าแรงขั้นต่ำ, superannuation และสภาพการทำงานที่เป็นธรรมเท่าเทียมกัน การจ่ายต่ำกว่ากฎหมายกำหนดหรือจ่ายเป็นเงินสดโดยไม่มีบันทึกไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมายเพียงเพราะลูกจ้างเป็นนักเรียนต่างชาติ

คำแนะนำคือ วางแผนตารางงานให้รัดกุมล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอม และตรวจสอบสถานะวีซ่าของลูกจ้างผ่านระบบ VEVO เพื่อยืนยันเงื่อนไขที่ถูกต้อง

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

06/08/2026

Q: พี่ก่อครับ ผมทำงานร้านอาหารแบบพาร์ทไทม์ ได้ยินว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม อยากรู้ว่าตอนนี้ค่าแรงขั้นต่ำเท่าไหร่ แล้วถ้านายจ้างยังจ่ายเท่าเดิมทำอะไรได้บ้างครับ?

A: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 Fair Work Commission ได้ปรับขึ้น National Minimum Wage เป็น $26.44 ต่อชั่วโมง หรือ $1,004.90 ต่อสัปดาห์ (คิดจากสัปดาห์ทำงาน 38 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ค่าแรงขั้นต่ำรายสัปดาห์ทะลุหลัก $1,000 ส่วนลูกจ้างที่เป็น casual จะได้รับเพิ่ม 25% casual loading ทำให้อัตราขั้นต่ำสำหรับ casual อยู่ที่ประมาณ $33.05 ต่อชั่วโมง

สำหรับลูกจ้างที่อยู่ภายใต้ award (ซึ่งครอบคลุมลูกจ้างส่วนใหญ่ในธุรกิจร้านอาหารและค้าปลีก) อัตราค่าจ้างตาม award จะปรับขึ้น 4.75% เริ่มจากรอบจ่ายเงินเดือนแรกที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2026

หากท่านเป็นลูกจ้างและสงสัยว่านายจ้างยังจ่ายในอัตราเก่า วิธีตรวจสอบง่ายที่สุดคือเทียบสลิปเงินเดือนกับ Pay and Conditions Tool ของ Fair Work Ombudsman หรือดูอัตรา award ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน หากพบว่าได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ท่านมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อ Fair Work Ombudsman ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะวีซ่า เพราะกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างทุกคนไม่ว่าจะถือวีซ่าประเภทใด และนายจ้างที่จ่ายต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำถือเป็นความผิดฐาน "wage theft" ซึ่งมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงในปัจจุบัน

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

30/07/2026

Q: พี่ก่อครับ ได้ยินว่ากฎการจ่าย Super ของพนักงานเปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในฐานะเจ้าของร้าน ผมต้องปรับตัวอย่างไรบ้างครับ แล้วถ้าจ่ายช้าจะมีผลอะไรไหม?

A: ใช่ครับ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป ออสเตรเลียเริ่มใช้ระบบ "Payday Super" ซึ่งเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน Superannuation Guarantee (SG) ของนายจ้างอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่นายจ้างจ่าย SG เป็นรายไตรมาส (ทุก 3 เดือน) เปลี่ยนเป็นต้องจ่ายพร้อมกับทุกรอบเงินเดือน โดยเงินต้องเข้ากองทุน super ของลูกจ้างภายใน 7 วันทำการหลังจากวันจ่ายเงินเดือน

อัตรา SG เองยังคงอยู่ที่ 12% ของ ordinary time earnings เท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือความถี่และความเร็วในการจ่าย หากนายจ้างจ่ายรายสัปดาห์ ก็ต้องจ่าย super ทุกสัปดาห์ ไม่ใช่รอสะสมไว้จ่ายทีเดียวเหมือนเดิม

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรทำคือ ตรวจสอบระบบ payroll ว่ารองรับการจ่ายแบบใหม่หรือไม่ หากใช้ clearing house ควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ เพราะ ATO จะนับวันที่เงินเข้าถึงกองทุนจริง ไม่ใช่วันที่นายจ้างกดโอน การจ่ายช้าหรือขาดจะทำให้ต้องเสีย Superannuation Guarantee Charge (SGC) ซึ่งมีทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ แพงกว่าการจ่ายตรงเวลามาก และตั้งแต่มีระบบ Single Touch Payroll ทาง ATO ตรวจจับการไม่จ่ายได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

23/07/2026

Q: พี่ก่อครับ ผมเปิดร้านกาแฟเล็กๆ แล้วเพิ่งได้รับจดหมายจาก SIRA (State Insurance Regulatory Authority) แจ้งว่าธุรกิจผมไม่มีประกัน Workers Compensation ในช่วงที่ผ่านมา แล้วเรียกเก็บเงินทั้งค่าปรับและ "Double Avoided Premium" รวมกันเกือบหมื่นเหรียญ ผมไม่รู้มาก่อนว่าต้องทำประกันตัวนี้ด้วย มีทางแก้ไขอะไรได้บ้างครับ?

A: เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายจ้างในออสเตรเลียต้องระวังให้มาก เพราะกฎหมาย Workers Compensation Act 1987 (NSW) กำหนดให้นายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้าง (ไม่ว่าจะพาร์ทไทม์หรือแคชวล) ต้องทำประกัน Workers Compensation Insurance ไว้เสมอ แม้ธุรกิจจะเล็กแค่ไหนก็ตาม การ "ไม่รู้" ว่าต้องมีประกันไม่ใช่เหตุผลที่จะขอผ่อนผันโทษได้

หากตรวจพบว่าไม่มีประกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง SIRA มีอำนาจ 2 ทาง คือ (1) ออก Penalty Infringement Notice (PIN) และ (2) เรียกเก็บ Double Avoided Premium (DAP) ซึ่งคือเบี้ยประกันที่ควรจะจ่าย คูณสอง โดยคำนวณจากค่าจ้างรวมที่จ่ายให้ลูกจ้างในช่วงที่ไม่มีประกัน

สิ่งที่ควรทำทันทีคือ อย่าเพิกเฉยต่อจดหมาย เพราะมีกำหนดเวลาดำเนินการชัดเจน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าตอนนี้มีกรมธรรม์ที่ถูกต้องแล้ว หากคิดว่าตัวเลขคำนวณผิดพลาด หรือมีเหตุผลพิเศษ (exceptional circumstances) สามารถยื่นขอทบทวนได้ผ่าน Revenue NSW แต่ต้องมีหลักฐานประกอบชัดเจน ส่วน PIN จะถอนได้เฉพาะกรณีออกผิดตัว หรือผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้กฎหมาย

สำหรับเจ้าของธุรกิจไทยหลายท่านที่เพิ่งเริ่มกิจการร้านอาหารหรือคาเฟ่หรือร้านนวด ควรตรวจสอบตั้งแต่วันแรกที่จ้างพนักงานคนแรก เพราะดอกเบี้ยและค่าปรับสะสมเร็วมาก

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

16/07/2026

Q: พี่ก่อค่ะ หนูกำลังรอผล Partner Visa (subclass 820/801) อยู่ แต่ความสัมพันธ์กับสามีเริ่มมีปัญหา กลัวว่าถ้าเลิกกันก่อนวีซ่าผ่าน มีคนบอกว่าหนูจะถูกส่งกลับประเทศทันที จริงไหมคะ?

A: การเลิกความสัมพันธ์ระหว่างที่วีซ่ายังพิจารณาอยู่ไม่ได้ทำให้ถูกส่งตัวกลับประเทศโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องแจ้ง Department of Home Affairs เรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานภาพความสัมพันธ์ ในบางกรณีหากความสัมพันธ์สิ้นสุดลงเนื่องจากความรุนแรงในครอบครัว (family violence) จากคู่สมรส ท่านอาจยังมีสิทธิ์ได้รับวีซ่าต่อไปได้ผ่าน Family Violence Provision โดยไม่ต้องพึ่งพาคู่สมรสในการสนับสนุนคำร้อง หากมีหลักฐานยืนยันที่เพียงพอ เช่น คำสั่งศาล รายงานตำรวจ หรือคำให้การจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีบุตรร่วมกัน อาจมีข้อพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ในการดูแลบุตรที่เป็นพลเมืองหรือผู้มีถิ่นพำนักออสเตรเลีย แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นใด ๆ คำร้องวีซ่าอาจถูกปฏิเสธ เนื่องจากเงื่อนไขหลักของ Partner Visa คือความสัมพันธ์ที่แท้จริงและต่อเนื่อง (genuine and continuing relationship) จึงไม่ควรตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากตกอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ความปลอดภัยของท่านต้องมาก่อนเสมอ

สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1800RESPECT: 1800 737 732 (24 ชั่วโมง มีล่าม), Translating and Interpreting Service (TIS): 131 450, หรือ Legal Aid (แต่ละรัฐ): 1300 888 529 (NSW) / 1300 792 387 (VIC)

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน

กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้
ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

09/07/2026

Q: พี่ก่อครับ ผมเพิ่งถูกตำรวจเรียกตรวจแอลกอฮอล์แล้วเป่าเกินค่าที่กำหนด ตอนนี้ใบขับขี่ถูกยึดทันที ผมกังวลมากเพราะต้องขับรถไปทำงานทุกวัน มีทางออกอะไรบ้างครับ?

A: เรื่องนี้เป็นความผิดที่ออสเตรเลียถือว่าร้ายแรง แต่ก็มีขั้นตอนและทางเลือกที่ควรทราบ หากผลตรวจ (Random Breath Test) เกินค่าที่กำหนด ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่ทันที (immediate licence suspension) โดยมีผลบังคับใช้จนกว่าคดีจะถึงศาล ระดับแอลกอฮอล์ที่ตรวจพบ (Low range, Mid range, High range) จะกำหนดความรุนแรงของโทษ และระยะเวลาการถูกตัดสิทธิ์ขับรถ

สิ่งที่ควรทำทันทีคือเก็บเอกสารยึดใบขับขี่ (Notice of Suspension) ไว้ให้ดี เพราะระบุวันนัดศาลและรายละเอียดสำคัญ ปรึกษาทนายความก่อนวันนัดศาล แม้จะตั้งใจรับสารภาพ เพราะทนายความสามารถช่วยเสนอข้อมูลที่ลดผลกระทบได้ เช่น Character reference หรือเหตุผลด้านอาชีพ ในบางรัฐ เช่น NSW อาจมีตัวเลือกขอ Work Licence หรือ Interlock Program เพื่อให้สามารถขับรถไปทำงานได้ในบางเงื่อนไข แม้จะถูกตัดสิทธิ์ และหากเป็นความผิดครั้งแรกและระดับแอลกอฮอล์ไม่สูงมาก บางรัฐมีโครงการ Traffic Offenders Program ที่อาจช่วยลดระยะเวลาการตัดสิทธิ์ได้ สำหรับผู้ถือวีซ่า ควรทราบว่าการถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาอาจส่งผลต่อ Character Requirement ในการขอวีซ่าถาวรหรือสัญชาติในอนาคต จึงควรแจ้งทนายความให้ทราบสถานะวีซ่าด้วยเสมอ

สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ Legal Aid (NSW): 1300 888 529, Victoria Legal Aid: 1300 792 387, หรือ Duty Lawyer ที่ศาล (บริการฟรีวันนัดศาล)

ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นการให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย แต่ทำเพื่อให้ข้อมูลโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้อความนี้เสมือนกับการได้รับคำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ท่านควรจะได้ดำเนินการเพื่อรับคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน
กรุณาติดต่อเราหากท่านต้องการคำปรึกษาทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในข้อความนี้

ติดต่อได้ที่ 0404 513 123 / 0421 630 386
อีเมล์: [email protected] / [email protected]
LINE: pratanattorneysau

🎉 ยินดีกับลูกค้าของเรา! Partner Visa GRANTED! 🎉Subclass 100 Permanent Residence — Granted!Date of Grant: 02 July 2026 🇦🇺...
08/07/2026

🎉 ยินดีกับลูกค้าของเรา! Partner Visa GRANTED! 🎉
Subclass 100 Permanent Residence — Granted!
Date of Grant: 02 July 2026 🇦🇺
ลูกค้าได้รับ Permanent Residence (PR) จาก Partner Visa เรียบร้อยแล้ว

Partner Visa สำหรับผู้สมัครนอกประเทศออสเตรเลีย โดยทั่วไปจะเริ่มจาก Subclass 309 ซึ่งเป็นวีซ่าชั่วคราวก่อน และเมื่อครบเงื่อนไข รวมถึงมีหลักฐานความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องและแน่นแฟ้น Department of Home Affairs จะพิจารณาอนุมัติ Subclass 100 ซึ่งเป็น Permanent Partner Visa หรือ PR

สำหรับเคสนี้ ลูกค้าได้รับอนุมัติ Partner Visa subclass 100 เป็นที่เรียบร้อย ขอแสดงความยินดีกับลูกค้าด้วยนะคะ 🌷

ขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้ Pratan Attorneys ดูแลเรื่องสำคัญในครั้งนี้ค่ะ

ีย #วีซ่าคู่รัก #วีซ่าคู่สมรส

Address

Suite 205, Level 2, 368 Sussex Street
Sydney, NSW
2000

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Pratan Attorneys ทนายความคนไทย ให้คำปรึกษาด้านกฏหมายของ Australia posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share