JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย

  • Home
  • Australia
  • Melbourne, VIC
  • JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย

JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย, Legal, Melbourne.

26/08/2026

ประกาศสำคัญ ช่วงนี้จะมีมิจฉาชีพติดต่อนักศึกษามาเพื่อให้ทุน อย่าหลงเชื่อเด็ดขาดครับ หากมีการเสนอทุนให้ติดต่อมหาวิทยาลัยต้นสังกัดเท่านั้น

03/08/2026

เรายังเห็นคดีฆ่าต่อเนื่อง คดีฆ่าข่มขืน คดีฆ่าชิงทรัพย์ หรือคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งที่ผู้กระทำผิดหลายคน เคยติดคุกมาก่อน แต่กลับออกมาก่อเหตุซ้ำอีก เพราะระบบ
“ลดโทษ – พักโทษ – อภัยโทษ” เปิดช่องให้กลับคืนสู่สังคมเร็วเกินไป
คำถามคือ…
เราจ่ายเงินเดือนให้ผู้บริหารประเทศไปทำหน้าที่จริงจังหรือไม่
และ เมื่อไหร่จะเริ่มปกป้องประชาชนอย่างแท้จริง?
🔥 ขอเสนอร่างมาตรา 92/2 – มาตราฆาตกรต่อเนื่องและคดีอุกฉกรรจรซ้ำซาก
เพื่อ “ปิดช่องโหว่” และ “แยกอาชญากรโดยสันดานออกจากสังคมอย่างถาวร”
เพิ่มนิยาม ฆาตกรต่อเนื่อง / คดีอุกฉกรรจรซ้ำซาก
🔹 สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
หากผู้กระทำผิดเคยต้องโทษคดีฆ่า หรือคดีอุกฉกรรจ์รุนแรงมาก่อน แล้ว
กลับมาก่อเหตุซ้ำ
→ ศาลต้องลงโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว
ห้ามลดโทษทุกกรณี ไม่ว่ารับสารภาพหรือให้การเป็นประโยชน์
ห้ามพักโทษ – ห้ามลดวันต้องโทษ – ห้ามอภัยโทษ
เน้น “ปกป้องสังคม” มากกว่า “ให้โอกาสผู้กระทำผิดซ้ำซาก”
เปรียบเทียบหลักแนวคิด ทางกฎหมายกฎหมายประเทศออสเตรเลีย
🇦🇺 ออสเตรเลียทำอย่างไร? ทำไมเขาควบคุมอาชญากรอุกฉกรรจ์ได้ดีกว่าเรา
ออสเตรเลียไม่มีโทษประหารชีวิต ( ออสเตรเลียไม่มีโทษประหารชีวิต และยกเลิกอย่างเป็นทางการทั่วประเทศแล้วตั้งแต่ปี 1985 ) แต่เขามีระบบที่ “จริงจังจริง ๆ” ในการแยกอาชญากรอันตรายออกจากสังคม เช่น:
🔹 1. ไม่มีระบบ “ลดโทษสะสม” แบบไทย (มีแหล่งอ้างอิง)
✔ Parole ไม่ใช่การลดโทษ แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของโทษ”
Australian Law Reform Commission (ALRC) ระบุว่า:
“Parole is not a discount or leniency… the offender remains under sentence while on parole.”
(แหล่งอ้างอิง: ALRC – Sentencing Review, Australia)
หมายความว่า
Parole ไม่ใช่การลดโทษ
ผู้ต้องขังยังถือว่า “กำลังรับโทษ”
หากผิดเงื่อนไข จะถูกส่งกลับคุกทันที
ต่างจากไทยที่มีระบบ “ลดวันต้องโทษตามชั้นนักโทษ” ซึ่งทำให้โทษจริงลดลงเรื่อย ๆ
🔹 2. คดีรุนแรงต้องรับโทษจริงขั้นต่ำ 80% หรือมากกว่า
รัฐ Queensland มีระบบ Serious Violent Offences (SVO) Scheme) ระบุว่า:
ผู้กระทำผิดรุนแรงต้องรับโทษอย่างน้อย 80% ของโทษ หรือ 15 ปี ก่อนจะมีสิทธิ์ยื่นขอ parole
(แหล่งอ้างอิง: Queensland Corrective Services – SVO Scheme)
นี่คือระบบที่ “บังคับให้รับโทษจริง” โดยไม่มีการลดโทษสะสมแบบไทย
🔹 3. หลายรัฐไม่มี automatic parole และไม่มีการลดโทษตามชั้นนักโทษ
Human Rights Law Centre (Australia) ระบุว่า:
“Some jurisdictions do not have automatic parole… people in prison must apply to be considered for release.”
ความหมาย:
ไม่มีปล่อยตัวอัตโนมัติ
ไม่มีลดโทษตามชั้นนักโทษ
ต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
🔹 ทำไมไทยต้องเข้มงวดถึงขั้นนี้?
✔ ปิดช่องว่างการลดโทษสะสมที่ทำให้คนร้ายติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปี
✔ ทำงานร่วมกับกฎหมาย JSOC — หากผู้ต้องหาหลุดรอดไปก่อเหตุซ้ำ มาตรา 92/2 จะลงโทษขั้นสูงสุดทันที
✔ เพิ่มนิยาม “ฆาตกรรมต่อเนื่อง” ให้ศาลใช้พิจารณาพฤติการณ์ที่ล่าเหยื่อซ้ำ ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
🔹 ข้อถกเถียงที่ต้องระวัง
⚠ หลักความสมควรแก่เหตุ — การตัดดุลพินิจศาลทั้งหมดอาจถูกมองว่าขัดรัฐธรรมนูญ
⚠ ความเสี่ยงแพะรับบาป — หากพิพากษาผิด จะไม่สามารถเยียวยาได้เลย
❓ คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมคิด
กฎหมายนี้ควรใช้เฉพาะผู้ใหญ่ (18 หรือ 20 ปีขึ้นไป) เท่านั้นหรือไม่?
เพราะการบังคับโทษสูงสุดแบบ “ไม่เปิดช่องลดหย่อนใด ๆ” อาจไม่เหมาะกับเยาวชนที่ยังมีโอกาสฟื้นฟูสูงกว่า
หากสังคมไทยและผู้บริหารประเทศ “จริงจังจริง ๆ”
เราจะสามารถสร้างสังคมที่ปลอดภัยขึ้นได้อย่างแท้จริง
ไม่ใช่แค่ในตำรา ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน แต่ในชีวิตจริงของประชาชนค่ะ
จัดหลักสูตร ดูงานต่างประเทศกันเยอะแยะมากมาย ช่วยนำความรู้หรือสิทธิที่ตนได้รับมาพัฒนาบ้านเกิดตนเอง ให้เห็นผล ...มากกว่านี้ได้มั้ยคะ
จิตติมา เมืองจีน
ทนายความ &Partner See less

Send a message to learn more

03/08/2026

🏡 พลิกโฉมกรมที่ดิน!
จดทะเบียนที่ดินออนไลน์ได้ทั่วประเทศแล้ว 🎉

ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานที่ดินที่โฉนดตั้งอยู่อีกต่อไป!
วันนี้ กรมที่ดินเปิดให้บริการ

"จดทะเบียนต่างสำนักงานแบบออนไลน์"
ครบทั้ง 77 จังหวัด 462 สำนักงานทั่วประเทศ
ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าเดินทาง และทำธุรกรรมได้สะดวกขึ้น

📌 จดทะเบียนอะไรได้บ้าง?
สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เช่น
✅ โอนกรรมสิทธิ์
✅ จดจำนอง / ไถ่ถอนจำนอง
✅ ให้
✅ ขาย
✅ แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ (ตามเงื่อนไข)
✅ นิติกรรมอื่น ๆ ที่กรมที่ดินกำหนด

เงื่อนไข: ต้องเป็นโฉนดที่ดิน ไม่มีการรังวัดหรือประกาศ
และเจ้าของที่ดินต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง

📱 ขั้นตอนใช้งาน
ดาวน์โหลดแอป e-QLands Plus
เลือกเมนู "จองคิวยื่นคำขอจดทะเบียนต่างสำนักงานแบบออนไลน์"
เลือกสำนักงานที่ดินที่สะดวก
เตรียมเอกสารตามประเภทนิติกรรม
ไปดำเนินการตามวันและเวลาที่นัดหมาย

💡 ข้อดี
✔ ไม่ต้องเดินทางไปจังหวัดที่โฉนดตั้งอยู่
✔ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย
✔ สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส
✔ รองรับการให้บริการทั่วประเทศแล้ว

📌 ใครกำลังจะซื้อ-ขาย โอน หรือจำนองที่ดิน
บริการนี้ช่วยให้ทำธุรกรรมง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

#กรมที่ดิน #โอนที่ดิน #จดทะเบียนที่ดิน
#ซื้อขายที่ดิน #โอนกรรมสิทธิ์ #จำนอง #อสังหาริมทรัพย์

https://www.facebook.com/share/p/18EEvBw4hP/?mibextid=wwXIfr
02/08/2026

https://www.facebook.com/share/p/18EEvBw4hP/?mibextid=wwXIfr

🚨 ด่วน! ศาลเยอรมนีปัดตกข้ออ้าง "Fair Use" ชี้ AI ดูดข้อมูลไปฝึกฝนถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ สั่งระงับบริการ Suno และให้จ่ายค่าเสียหาย! ⚖️

ศาลแขวงมิวนิกที่ 1 (Munich Regional Court I) ประเทศเยอรมนี ได้มีคำพิพากษาในคดีประวัติศาสตร์ระหว่าง GEMA (องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ดนตรี) และ Suno (ผู้ให้บริการ AI สร้างเสียงดนตรี) โดยศาลตัดสินให้ Suno มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง พร้อมสั่งให้ระงับการกระทำ (Cease and desist) เปิดเผยข้อมูล และชดใช้ค่าเสียหาย 🛑💸

ประเด็นสำคัญจากคำพิพากษา (คดีหมายเลข 42 O 763/25) มีดังนี้:

🌐 อำนาจศาลและกฎหมายที่ใช้บังคับ: ศาลมิวนิกยืนยันว่าตนมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ เนื่องจากผลลัพธ์จาก AI สามารถเข้าถึงได้ในประเทศเยอรมนี โดยศาลใช้กฎหมายเยอรมนีในการพิจารณาการละเมิดที่เกิดขึ้นในประเทศ และใช้กฎหมายสหรัฐฯ ในการพิจารณาขั้นตอนการฝึกฝนโมเดล (Training) ที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ

🧠 การจดจำ = การทำซ้ำ (Memorisation = Reproduction): ศาลชี้ว่าการที่ AI บันทึกข้อมูลผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไว้ในโมเดล ถือเป็นการทำซ้ำ (Reproduction) แล้ว แม้จะถูกเก็บในรูปแบบของการเข้ารหัสหรือค่าความน่าจะเป็นก็ตาม เพราะผลงานเหล่านั้นสามารถถูกดึงออกมาได้ผ่านการป้อนคำสั่ง (Prompt)

🚫 ไม่มีข้อยกเว้นทางกฎหมาย: การดึงข้อมูลไปใช้ในกรณีนี้ ไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นเรื่องการทำเหมืองข้อความและข้อมูล (Text and Data Mining) และกฎหมาย AI Act ของยุโรปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลักการคุ้มครองลิขสิทธิ์นี้

📢 ถือเป็นการ "สื่อสารต่อสาธารณะ": การให้บริการโมเดล AI ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและเสพผลงานได้โดยตรง ถือเป็นการสื่อสารต่อสาธารณะ (Communication to the public) ซึ่งละเมิดสิทธิของเจ้าของผลงาน

🇺🇸 ปัดตกข้ออ้าง "Fair Use" ของสหรัฐฯ: ไฮไลต์สำคัญคือ ศาลได้พิจารณาการฝึกฝน AI ในสหรัฐฯ ตามกฎหมายสหรัฐฯ และพบว่า ไม่เข้าข่ายการใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม (Fair Use) เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้สามารถผลิตซ้ำของเดิมได้โดยไม่มีความสร้างสรรค์ใหม่ (Not Transformative) และยังมีผลกระทบเข้าไปแย่งตลาดหรือแทนที่ผลงานต้นฉบับอีกด้วย (Substitutive effect) 📉

นอกจากนี้ ศาลยังมองว่าคำสั่งระงับการให้บริการนั้นไม่ได้เกินสมควร เพราะกฎหมายเยอรมนีไม่ยอมรับโมเดลธุรกิจที่สร้างผลกำไรบนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นฟรีๆ 🚫🆓

สถานะของคดี:
คำพิพากษานี้ยังไม่ถึงที่สุดและ Suno สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ (ศาลได้ปฏิเสธการส่งเรื่องให้ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป หรือ CJEU ตีความ) ⚖️📜

💡 บทสรุปที่น่าสนใจ (Takeaway):
คำตัดสินนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ใครก็ตามที่ต้องการให้บริการ Generative AI ในยุโรป จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำข้อตกลงและ "ขอใบอนุญาต" (Licensing) ได้อีกต่อไป ผู้ให้บริการไม่สามารถเพิกเฉยต่อมาตรฐานทางกฎหมายของยุโรปได้ 🇪🇺🤖

📍 สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI)
📍33 อาคารบ้านราชครู ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
📞 +66 2 114 3128
📧 [email protected]
🌐 www.seaproti.org

01/08/2026

🎬 รู้หรือไม่? คลิป YouTube และวิดีโอที่เราสร้าง... ถือเป็น "มรดก" ตกทอดให้ลูกหลานได้นะ! 📦✨

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า "คอนเทนต์ออนไลน์" หรือคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่เราตั้งใจทำลงโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นคลิปสายกิน สายเที่ยว หรือคลิปให้ความรู้ ทั้งช่องที่ "สร้างรายได้แล้ว" หรือ "ยังไม่ได้เปิดสร้างรายได้" ในทางกฎหมายถือเป็น "มรดก" ที่ส่งต่อให้ทายาทได้คะ !
สรุปประเด็นสำคัญมาให้เข้าใจง่าย ๆ ใน 3 ข้อนี้เลย 👇

📌 1. คลิปวิดีโอคือ "ทรัพย์สินทางปัญญา"ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ทันทีที่เรากดอัปโหลดคลิป ตัววิดีโอจะได้รับความคุ้มครองทันทีในฐานะ "งานโสตทัศนวัสดุ" ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ตามกฎหมาย

📌 2. คุ้มครองยาวนานถึง 50 ปี นับจากวันอัปโหลด!ลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุ (คลิปวิดีโอ) จะระบุวันเริ่มนับชัดเจนคือ นับจากวันที่เราเผยแพร่หรืออัปโหลดคลิปนั้นสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก โดยจะคุ้มครองยาวไปอีก 50 ปีเต็ม (ไม่ใช่เริ่มนับตอนเสียชีวิต) หมายความว่าตลอดช่วงเวลานี้ ทายาทจะมีสิทธิ์ในคลิปนั้นอย่างเต็มที่ และถ้าคลิปยังรันยอดวิวสร้างเงินอยู่ ทายาทก็มีสิทธิ์รับรายได้นั้นต่อคะ
หมายเหตุ

สรุปข้อแตกต่างเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติม:

👔งานทั่วไป (เช่น เขียนหนังสือ, วาดภาพ): คุ้มครองตลอดชีวิตผู้สร้าง + ต่อไปอีก 50 ปีหลังเสียชีวิต

👔งานคลิปวิดีโอ/ภาพยนตร์/ภาพถ่าย (โสตทัศนวัสดุ): กฎหมายแยกออกมานับ 50 ปีนับจากวันที่สร้างสรรค์ หรือนับจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก (วันกดเผยแพร่บน YouTube)

📌 3. รายได้จากช่อง... ทายาทจะรับช่วงต่อยังไง?แม้ว่าจะเป็นมรดก แต่ทายาทจะไม่สามารถกดเข้าช่องหรือดึงเงินออกมาได้ทันทีนะคะ

ขั้นตอนที่ต้องทำคือ

:ตั้งผู้จัดการมรดก: ทายาทต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกให้ถูกต้อง

ติดต่อแพลตฟอร์ม: นำใบคำสั่งศาลและใบมรณบัตร ยื่นเรื่องต่อ Google/YouTube เพื่อขอสิทธิ์การเข้าถึงช่องและเปลี่ยนบัญชีรับเงิน (AdSense)
💡 คำแนะนำสำหรับชาวครีเอเตอร์:เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เราสามารถทำ "พินัยกรรม" ระบุรายละเอียดชื่อช่อง อีเมลรหัสผ่าน รวมถึงสิทธิ์ในการจัดการคลิปและรายได้ไว้ให้ชัดเจน หรือใช้ฟีเจอร์ Inactive Account Manager (ผู้จัดการบัญชีที่ไม่ใช้งาน) ของ Google ไว้ล่วงหน้าได้เลยคะ

ใครที่กำลังทำช่องอยู่ ลุยต่อได้เลยครับ! เพราะทุกคลิปที่เราสร้างในวันนี้ คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าส่งต่อให้คนที่เรารักได้ในอนาคตแน่นอนคะ ✌️❤️ #ความรู้กฎหมาย

#ทรัพย์สินทางปัญญา #มรดกออนไลน์

"📌 ข้อชี้แจง: เนื้อหาในโพสต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อแชร์ความรู้และให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย หรือการให้คำปรึกษาจากทนายความ เนื่องจากแต่ละคดีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน หากท่านกำลังเผชิญปัญหาข้อพิพาท แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความโดยตรงเพื่อประโยชน์สูงสุดคะ"

31/07/2026

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมและแบ่งปันทรัพย์ให้ทายาทด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยต้องรับผิดทางแพ่งหากผิดหน้าที่ และอาจมีความผิดทางอาญาฐานยักยอกตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2563 หากทุจริต

หน้าที่ของผู้จัดการมรดกรวบรวมทรัพย์สิน: สำรวจและรวบรวมทรัพย์มรดกทั้งหมดของผู้ตาย

ชำระหนี้สิน: นำทรัพย์มรดกไปชำระหนี้หรือภาระผูกพันต่างๆ ของผู้ตายก่อน

แบ่งปันมรดก: จัดสรรทรัพย์ที่เหลือให้แก่ทายาทตามพินัยกรรมหรือตามกฎหมาย

ความรับผิดชอบทางกฎหมาย

ความรับผิดทางแพ่ง: หากจัดการทรัพย์สินโดยไม่สุจริตหรือล่าช้าจนเกิดความเสียหาย ทายาทมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
ความรับผิดทางอาญา: หากมีเจตนาทุจริต เบียดบังทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง จะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามกฎหมายอาญา

"📌 ข้อชี้แจง: เนื้อหาในโพสต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อแชร์ความรู้และให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย หรือการให้คำปรึกษาจากทนายความ เนื่องจากแต่ละคดีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน หากท่านกำลังเผชิญปัญหาข้อพิพาท แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความโดยตรงเพื่อประโยชน์สูงสุดคะ"

29/07/2026

ในฐานะผู้ศึกษา และนักกฎหมาย เรามาลองวิเคราะห์ ในประเด็น กลุ่มออนไลน์ โพสต์ของสมาชิก…อาจทำให้แอดมินถูกมองว่า “มีส่วนร่วมเผยแพร่”** หรือไม่ ตรงนี้ น่าคิดและเป็นประเด็นที่ควรศึกษา และเกิดคำถามกันมามาก
แอดมินที่ปล่อยให้โพสต์ผิดกฎหมายอยู่ในกลุ่ม → เสี่ยงถูกฟ้องร่วม ได้ด้วยหรือไม่
โพสต์ของสมาชิก…อาจทำให้แอดมินถูกมองว่า “มีส่วนร่วมเผยแพร่” หรือไม่?**
นี่เป็นประเด็นที่ สำคัญมาก และควรศึกษาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่ดูแลกลุ่มออนไลน์ทั้งในไทยและออสเตรเลีย เพราะกฎหมายทั้งสองประเทศมีแนวคิดคล้ายกันในเรื่อง “การเผยแพร่ (publication)” ซึ่งเป็นหัวใจของคดีหมิ่นประมาท
🔍 1) หลักกฎหมายสำคัญ: อะไรคือการ “เผยแพร่”?
ในคดีหมิ่นประมาท ไม่ว่าจะไทยหรือออสเตรเลีย ใครก็ตามที่มีส่วนทำให้ข้อความหมิ่นประมาทถูกส่งต่อให้บุคคลอื่นเห็น → ถือว่าเป็นผู้เผยแพร่
และ “ผู้เผยแพร่” ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเขียนเอง อาจเป็นคนที่ ปล่อยให้ข้อความอยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองควบคุม เช่น กลุ่ม Facebook, Line, Discord, หรือเพจองค์กร
ดังนั้น แอดมินที่มีอำนาจควบคุมกลุ่ม
• ลบโพสต์ได้
• ปิดคอมเมนต์ได้
• เตือนสมาชิกได้
• ตั้งกฎกลุ่มได้
แต่ ไม่จัดการโพสต์ที่ผิดกฎหมาย → อาจถูกตีความว่า “มีส่วนร่วมเผยแพร่” ได้
⚠️ 2) แล้วแอดมินจะถูกฟ้องร่วมได้จริงหรือไม่?
ออสเตรเลีย
มีคดีจริงที่ศาลมองว่า
ผู้ดูแลเพจหรือกลุ่มที่ปล่อยให้คอมเมนต์หมิ่นประมาทอยู่ในพื้นที่ของตน = มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ (secondary publisher)
CASE STUDY จริงในออสเตรเลีย: Fairfax Media v Voller (2021)
คดีนี้คือหลักฐานชัดเจนที่สุดว่า “แอดมินเพจ/ผู้ดูแลกลุ่ม” สามารถถูกฟ้องร่วมได้ แม้ไม่ได้เป็นคนเขียนโพสต์หรือคอมเมนต์เอง
คดี: Fairfax Media Publications Pty Ltd v Voller [2021] HCA 27 (คำพิพากษาศาลสูงออสเตรเลีย)
📌 ข้อเท็จจริงในคดี (ตามแหล่งข้อมูล)
ศาลสูงพิจารณาว่าเพจข่าว 3 แห่งที่เปิดให้ประชาชนคอมเมนต์ใต้โพสต์ข่าว → มีส่วน “ช่วยเผยแพร่” คอมเมนต์หมิ่นประมาทที่ผู้อื่นเขียน เพราะเพจเหล่านั้น สร้างพื้นที่ เปิดให้คอมเมนต์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วม แม้เพจจะไม่ได้เขียนคอมเมนต์เองก็ตาม
คำวินิจฉัยสำคัญของศาลสูง
ศาลสูงตัดสินว่า:
การเป็นผู้ดูแลเพจที่เปิดให้คอมเมนต์ = การมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาท แม้จะไม่รู้ว่าคอมเมนต์นั้นหมิ่นประมาท และไม่ได้ตั้งใจเผยแพร่ก็ตาม
ศาลย้ำว่า “การเผยแพร่” ไม่จำเป็นต้องมีเจตนา เพียงแค่ สร้างพื้นที่ให้คนอื่นโพสต์ ก็ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมแล้ว
แหล่งอ้างอิง:
1. https://www.westernweekender.com.au/.../are-you-the.../...
2. https://defamationlawyer.au/new-defamation-law...
ดังนั้น แอดมินสามารถถูกฟ้องร่วมได้ แม้จะไม่ใช่คนเขียนโพสต์เอง
อำนาจศาลไทย
แม้กฎหมายไทยจะเน้น “ผู้กระทำ” แต่ในทางปฏิบัติ หากแอดมินปล่อยให้โพสต์หมิ่นประมาทอยู่ในกลุ่ม โดยเฉพาะกรณีที่มีการแจ้งเตือนแล้วแต่ไม่ลบ → อาจถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกระทำ” หรือ “สนับสนุน” ได้
สรุปคือ เสี่ยงจริงทั้งสองประเทศ
3) ทำไมแอดมินถึงเสี่ยง?
เพราะกฎหมายมองว่าแอดมินมี “อำนาจควบคุมพื้นที่” และการไม่จัดการ = การยอมให้เผยแพร่ต่อไป
ตัวอย่างที่เสี่ยงมาก:
• สมาชิกโพสต์กล่าวหาว่าโกง/มิจฉาชีพโดยไม่มีหลักฐาน
• โพสต์ประจานบุคคล
• แชร์ข่าวปลอมเกี่ยวกับบุคคล
• คอมเมนต์ด่าทอ ดูหมิ่น
• ไลฟ์สดพาดพิงบุคคลแบบเสียหาย
ถ้าแอดมิน ไม่ลบ ไม่เตือน ไม่ปิดคอมเมนต์ → เสี่ยงถูกมองว่า “ร่วมเผยแพร่

Send a message to learn more

29/07/2026

พูดได้…แต่ต้องระวัง!
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น vs การหมิ่นประมาท**

หลายคนเข้าใจว่า “พูดความจริงก็ไม่ผิด” หรือ “โพสต์ในกลุ่มปิดไม่น่ามีปัญหา”
แต่ในความเป็นจริง ทั้งใน ไทย และ ออสเตรเลีย
การแสดงความคิดเห็นมี ขอบเขตทางกฎหมาย ที่ต้องระวังอย่างมากค่ะ

เสรีภาพในการพูด คืออะไร?
คือสิทธิในการแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ หรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ แต่สิทธินี้ ไม่อนุญาตให้ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น

❌ อะไรคือ “หมิ่นประมาท”?
เกิดขึ้นเมื่อมีองค์ประกอบดังนี้:

กล่าวถึง บุคคล

ทำให้เขา เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

มี บุคคลอื่นรับรู้ (เช่น โพสต์ในโซเชียล กลุ่ม Line, Facebook)

📌 ตัวอย่างที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท

กล่าวหาว่าโกง ขโมย มิจฉาชีพ โดยไม่มีหลักฐาน

โพสต์ประจาน

แชร์ข้อมูลเท็จ

พาดพิงเป็นนัยจนคนอื่นรู้ว่าเป็นใคร

จุดที่คนไทยมักพลาดจนกลายเป็นคดี
คิดว่า “พูดความจริงไม่ผิด” → ผิดได้ถ้าไม่มีหลักฐาน

คิดว่า “กลุ่มปิดปลอดภัย” → ไม่ปลอดภัย

แชร์โพสต์ของคนอื่น → ผู้แชร์ก็ผิด คอมเมนท์สนับสนุนใต้โพสต์ก็อาจผิด

ใช้คำประชดที่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นข้อเท็จจริง

ข้อควรระวังสำหรับชมรม/องค์กร/กลุ่มออนไลน์
แอดมินกลุ่มอาจถูกมองว่ามีส่วนร่วมเผยแพร่

การออกประกาศต้องใช้ภาษากลาง ไม่กล่าวหา

หากต้องชี้แจง ให้เน้น “ข้อเท็จจริง” ไม่ใช่ “ความเห็นส่วนตัว”

"📌 ข้อชี้แจง: เนื้อหาในโพสต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อแชร์ความรู้และให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย หรือการให้คำปรึกษาจากทนายความ เนื่องจากแต่ละคดีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน หากท่านกำลังเผชิญปัญหาข้อพิพาท แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความโดยตรงเพื่อประโยชน์สูงสุดคะ"

29/07/2026
ทรงพระเจริญ 🙏❤️
28/07/2026

ทรงพระเจริญ 🙏❤️

Address

Melbourne, VIC
3037

Opening Hours

Monday 9:30am - 4pm
Tuesday 9:30am - 4pm
Wednesday 9:30am - 4pm
Thursday 9:30am - 4pm
Friday 9:30am - 4pm

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to JThaiLawyer ทนายความคนไทย กฎหมายไทย-ออสฯ เพื่อคนไทยในออสเตรเลีย:

Shortcuts

Featured

Share

Category