ย่ามน้ำเงิน

  • Home
  • ย่ามน้ำเงิน

ย่ามน้ำเงิน โหราศาสตร์จีน ฮวงจุ้ย ดูดวง เสี่ยงท?

ฌานสมาธิ (禪) และ  #ความหมายดวงจีน ในสมาธิใช้วิชาแห่งฟ้าดิน มาเป็นที่รวมแห่งกุศล ปลาบปลื้ม เฉียดฉิวมาก ปิดงาน ตี 3 .30 วั...
29/09/2026

ฌานสมาธิ (禪) และ #ความหมายดวงจีน ในสมาธิ
ใช้วิชาแห่งฟ้าดิน มาเป็นที่รวมแห่งกุศล

ปลาบปลื้ม เฉียดฉิวมาก ปิดงาน ตี 3 .30 วันที่ 30 กย
จัด Course สมาธิ รุ่น 2 Rising Spirit วันที่ 2 ตค.
ขอบคุณ ทุกท่าน มากมาก ที่มาช่วย
ตั้งใจทำกันมาก ยิ่งกว่างานหลัก
งานอาสา
ไม่ได้ะไร มีแต่เปย์ มากมาย
ทว่าได้ กุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ประมาณค่ามิได้

ทั้งคุณอั้ม คุณฤทธ คุณสิน คุณพราวพิม คุณพิ้งค์ คุณเต้ และอีกหลายท่าน ขอบคุณมากมาก

ขอบคุณ Clients ที่ Trust & Restpect ตอบตกลง
ตามคำเชิญ ใน ไม่กี่ชั่วโมง
หลายท่าน ยอม Cancelled งาน เพื่อมาติว
หลายท่าน ขับมาจากต่างจังหวัด
.
OCT Rising Spirit 2 เนื่องจากงานยุ่งวุ่นวายมาก
ผมจึงเพิ่งมาเริ่มทำ ต้นเดือน ( ขอโทษคร้าบ )

-ไล่ประสานงาน Campus
สำหรับ 閉關修練( ปี้กวนซิวเลี่ยน )ปิดด่านฝึกตน

-ไล่ตั๋วเครื่องบินแต่ละท่าน

-จากนั้นรวมพล Clients ดวงจีน มา จัดติว สมาธิ

ใช้ เวลา 2 อาทิตย์จบ ครบทุก Process
รอบนี้ ไม่ได้ ไฮโซอั้มช่วย นี่ตายเลย.
ทุกรอบคัดจาก Clients ที่เคยมาดู
ดวงจีนปาจื้อ BAZI & ฮวงจุ้ย
อาจจะมีพันธะมาแต่เก่าก่อน
หรือ
เห็นแวว พรสวรรค์จากดวงชะตาและ พอส่งปราณทางสายตา สามารถสัมผัสได้
เหล่านี้เรียกว่า
"禅骨" (ฉานกู่ ผู้มีกระดูกแห่งฌาน)
หรือ
慧根" (ฮุ่ยเกิน รากแก้วแห่งปัญญา).
รอบนี้ 39 ท่าน รวมสตาฟ
สำหรับ
閉關修練(ปี้ กวน ซิว เลี่ยน)
"ปิดด่านกักตน เพื่อฝึกฝนชำระจิตใจ"

กักตนอยู่กับความเงียบเพื่อดึงพลัง "อิน" (陰) ออกมาสยบอารมณ์ฟุ้งซ่านของ 5 ธาตุ
เน้นการสะสมพลังความนิ่ง "靜坐修行的"

ปิดการสื่อสาร ฝึกเข้มข้นเป็นกลุ่มเล็ก
กับ พระอาจารย์ผู้มีฌานสูงสุด ...
JUL Rising Spirit 1 รอบก่อน 37 ท่าน
หวังว่า ก่อนจบปิ่งอู่ ม้าไฟ (2569)
จะได้ 100 ท่าน ซึ่งเฟ้นหา จาก Clients ที่มาดูดวงจีน
เชิญไปฝึกให้เป็นผู้ที่เข้าถึง ฌาน และรักในกรรมฐาน.
สมาธิ/ฌาน (禪定 ฉานติ้ง)
คัดจากดวงชะตา

1." 有人天生為禪定, (บางคนเกิดมาเพื่อนั่งสมาธิ)

2.有人禪定為化煞, (บางคนต้องนั่งสมาธิเพื่อแก้ชะตา/สลายเคราะห์ร้าย)

3.有人禪定為助運。 (บางคนต้องนั่งสมาธิเพื่อเสริมชะตา/หนุนนำโชคลาภ).

อธิบาย

1.有人天生為禪定 (บางคนเกิดมาเพื่อนั่งสมาธิ)
ศัพท์
天生 (Tiān shēng)
คือสิ่งที่สวรรค์ให้มาใน แถว 1 ปีเกิด(วาสนา)

禪定 (Chán dìng)
คือความนิ่งดิ่งลึกของจิตใจใน แถว 4 ยามเกิด (สมาธิ)

คนกลุ่มนี้คือผู้ที่มี "ฉานกู่" (禪骨 กระดูกแห่งฌาน)
มีดาวฮวาไก๊และดาวอิ่งตั้งมั่นในเสายามมาตั้งแต่เกิด ชีวิตทางโลกมีภาระ บางอย่าง แต่ท้ายสุด เมื่อสำเร็จ จะบำเพ็ญ

2.有人禪定為化煞 (บางคนนั่งสมาธิเพื่อแก้ชะตา)
化煞 (Huà shà)เป็นศัพท์ดวงจีนชั้นสูง
แปลว่า
"การแปรเปลี่ยนพลังงานร้าย (煞 ซัว) ให้กลายเป็นดี"

คนกลุ่มนี้ในแถว 1-3 (ปี เดือน วัน)
อาจจะมีแรงปะทะ ชง หรือมีปัญหาทางโลกเข้ามามาก จึงต้องใช้พลังความนิ่ง (靜) ของสมาธิใน แถว 4
มาทำหน้าที่เป็นโช้คอัพรองรับและสลายแรงกระแทกเหล่านั้น
ไม่ให้เข้ามาทำร้ายจิตใจได้ สอดคล้องกับหลักการ ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ของคัมภีร์ตีเทียนสุ่ย

3.有人禪定為助運 (บางคนนั่งสมาธิเพื่อเสริมชะตา)

助運 (Zhù yùn)
แปลว่า "การเกื้อหนุนดวงชะตา พัดพาพลังงานที่ดี"

เป็นการใช้สมาธิเพื่อจัดระเบียบ 5 ธาตุภายในร่างกายให้สมดุล ยามที่จิตเป็นหนึ่งเดียว
พลังงานบวกจะถูกดึงดูดเข้ามา ส่งผลให้แถว 4 (บั้นปลายชีวิตและอนาคต)
แข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
..
ดวงชะตาคือกรรมเก่า
(แถว ปี เดือน วัน)
แต่กำลังจิตจากสมาธิคือทางรอด (แถว 4 เวลา)

คานอำนาจ ของ ธาตุ ทั้ง 5 ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ
ด้วย สมาธิ
.
คัมภีร์ดวงจีนปาจื้อ (BAZI )

ปี :ฟ้าลิขิตแถว 1 (ราก)
เดือน :โลกกำหนดแถว 2 (ลำต้น)
วัน : ตัวเราคือแถว 3 (ดอก)
ยาม :อนาคตและทางรอดคือแถว 4 (ผล)

ถ้าแถว 4 มั่นคงด้วยการฝึกจิต
ต่อให้ทั้งต้นจะโดนพายุพัด
แต่อดทนจนผลสุกงอม ชะตาชีวิตนั้นก็ถือว่าชนะ

เวลาเกิด คือ กุยซู่" (归宿 )
แปลว่า "ที่พำนักสุดท้าย" หรือ "บทสรุปของชีวิต"
เสายามเกิด
คือ
จุดสุดท้ายที่พลังงานทุกเสา ปี เดือน วัน
ในดวงชะตาจะเดินทางมาบรรจบและตกผลึก..
ความหมาย ของ หลัก ปี เดือน วัน ยาม ของดวงจีน
ในทาง Spiritual

แถวที่ 1 หลักปีเกิด วาสนา (สิ่งที่ฟ้าหยิบยื่นให้)
วาสนาที่ฟ้าลิขิต
สุขหรือทุกข์ในแถวนี้เกิดจากกรรมเก่าที่เราทำมาในอดีต
ชาติตระกูล บุญเก่า เปรียบเหมือน “เปลือกนอกของชีวิต” ที่เราเลือกไม่ได้ แต่ต้องยอมรับเป็นจุดเริ่ม.
แถวที่ 2 หลักเดือนเกิด
การกระทำ (เวทีขับเคลื่อนชะตา)
กรรมปัจจุบันและการทำมาหากิน
เป็นจุดที่คนเรามักจะเกิดความเครียดและความฟุ้งซ่านทางโลกมากที่สุด

แถวนี้คือจุดที่พลังงานมี “ความเคลื่อนไหว (動 ต้ง)” สูงที่สุดในดวง
เป็นเวทีที่เราต้องออกแรงปะทะและแข่งขันกับโลกภายนอก

แถวนี้ดี ชนะในทางโลก
มันคือเลือดลม กำลังภายใน ..
แถวที่ 3 หลักวันเกิด ตัวตน (แกนกลางรองรับโลก)
ปัจจุบันขณะที่เป็นกายภาพ
คือร่างกายและสภาวะอารมณ์ชั้นนอกของเรา

เป็นแกนกลางที่คอยทำหน้าที่แบกรับแรงกระแทกจากเรื่องงาน (แถว 2 เดือน ) และสังคม (แถว 1ปี)

บ่งบอกว่าเนื้อแท้ของเราแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเพียงใดในการเผชิญโลก.
แถวที่ 4 หลักยามเกิด สมาธิ
(กำลังจิตและการดับปัญหา)
สมาธิและการปล่อยวาง
ปัญหาจากแถว ปี เดือน วัน

เป็นเพียงคลื่นกระทบภายนอก
แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าเราจะทุกข์หรือสุขคือวิธีที่ใจ ตอบสนอง (แถว 4 เวลา)

แถวนี้คือพื้นที่ของพลังงาน
“ความสงบ (靜 จิ้ง)” หรือพลังอินลึกซึ้ง
ความคิดลึก ๆ จิตใต้สำนึก ความฝันที่ซ่อนอยู่

คือ “ดอกผลและบทสรุปของชีวิต” ซึ่งปรมาจารย์
เน้นย้ำว่าเป็นจุดสำคัญที่สุดในการเหนือกรรม
Novamasters Consulting..
เสายามเกิด (แถว 4) คือประตูบานสุดท้าย
ถ้ารู้จักปิดประตูใจด้วยสติ
โลกภายนอกก็ทำร้ายเราไม่ได้
(วาทะ ปรมาจารย์เว่ยจ่างชง)

ความหมาย
ไม่ว่าโลกภายนอกจะส่งบททดสอบหรือปัญหาใด ๆ เข้ามาปะทะดวงชะตา
ตราบใดที่เราใช้สมาธิคอยทำหน้าที่เป็น
"ยามเฝ้าประตู" ที่เสาต้นที่ 4
จิตใจของเราจะไม่เปิดรับเอาความทุกข์นั้นเข้ามาปรุงแต่ง
ปัญหาเหล่านั้นก็จะสลายไปเอง.

แถว 1ปีเกิด
คือโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก
แต่ แถว 4 หลักยามเกิด
คือ "ห้องพระ" หรือ "โลกส่วนตัวตอนดึก" ของเจ้าชะตา

ทำไม ?
ทางดวงจีน แถว 4 ยามเกิด
แทนเวลาตกฟากและบั้นปลายชีวิต

ซึ่งตามสัญชาตญาณมนุษย์
เมื่อโลกภายนอก (แถว 1 ปี และ 2 เดือน ) ดับแสงลง จิตจะเดินทางกลับเข้าสู่แถว 4 เวลา เสมอ
ทั้งเป็น สวิตช์ควบคุมจิตใต้สำนึก (潛意識)
เป็นจุดสร้างพลังงาน "อิน" (陰) เพื่อดับ "หยาง" (陽) ที่ร้อนรุ่ม

ปัญหาหรือความทุกข์ทั้งหมดในชีวิต
แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากปีชง
หรือ
การปะทะในแถว ปี เดือน วัน
แต่เกิดจาก
"การที่จิตใต้สำนึกในแถว เวลาเกิด
เปิดรับเอาพลังงานลบเหล่านั้นมาปรุงแต่งต่อ
(เกิดความกลัว ความโลภ ความกังวล)
.

คัมภีร์ สมัยราชวงศ์จิ้น.

ปรมาจารย์ดวงชะตา เฉินถ้วน สอนว่า
ดวงชะตาเป็น "พิมพ์เขียวทางกายภาพ"
(先天炁 เซียนเทียนชี่)
เป็น พลังงานฟ้าที่ติดตัวมาแต่เกิด
แต่สิ่งนี้ ไม่ใช่คำพิพากษาเด็ดขาด
มันเป็นเพียงร่องรอยของกรรมเก่า (พิมพ์เขียว)
ที่รอการแสดงผลเท่านั้น

กำลังจิตสมาธิ
คือ
พลังงานผู้สร้างใหม่ (後天炁 โฮ่วเทียนชี่)

มนุษย์มีพลังงานอีกชุดหนึ่งที่สวรรค์มอบสิทธิ์ขาดมาให้ควบคุมเอง นั่นคือ
"พลังจิตและสติปัญญาปัจจุบัน"

พลัง 5 ธาตุ (ดิน ไม้ ไฟ ทอง น้ำ) ในดวงชะตานั้น
มีอำนาจควบคุมได้เฉพาะวัตถุและอารมณ์ดิบชั้นนอกที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน..

เมื่อมนุษย์ฝึกฝน การทำสมาธิ (禪定)
จนจิตใจเข้าสู่ความสงบ (靜 จิ้ง)
จิตจะยกระดับขึ้นไปอยู่เหนือการปรุงแต่งของธาตุทั้ง5
จิตที่เป็นสมาธิขั้นลึกจะ
-ไม่ถูกธาตุไฟแผดเผาให้โกรธ
-ไม่ถูกธาตุน้ำดึงให้เศร้าหมอง
-ไม่ถูกธาตุดินทำให้เฉื่อยชา
-ไม่ถูกธาตุทอง ทำให้หดหู่ วิตกกังวล จมกับอดีต
-ไม่ถูกธาตุไม้ ทำให้ ดื้อรั้น ฟุ้งซ่าน อยากแข่งขัน

ดึงกระแสจิตออกจากโลกภายนอก
ตัดการทำงานของแถว ปีเกิด และ เดือนเกิด
ตัดตัวตนของ แถววันเกิด
ล้างและจัดระเบียบพลังงานที่เสาต้นที่ 4" ยามเกิดที่แถว 4 นิ่งสนิท
พลังงานลบหรือเคราะห์กรรมที่วิ่งมาจากแถวอื่น ๆ จะสูญเสียอำนาจทันที
เพราะไม่มี "ตัวตน" หรือ "อารมณ์" ไปรองรับแรงกระแทกนั้น.
คำแนะนำ

กระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นระบบ
จากความวุ่นวายภายนอก (แถว 1-3)
เข้าสู่ความตั้งมั่นภายใน (แถว 4)

สภาวะที่ 1
เผชิญอารมณ์ 5 ธาตุ (ต้ง 動)
ในช่วงแรก จิตจะฟุ้งซ่านและวิ่งไปหาปัญหาทางโลก เจออารมณ์ดิบของธาตุต่าง ๆ
เช่น
ธาตุไฟ (ใจร้อน/โกรธ),
ธาตุน้ำ (กังวล/กลัว),
หรือธาตุไม้ (ดื้อรั้น/คิดวน)
หน้าที่ในขั้นนี้คือ "รู้เท่าทันแต่ไม่กระโดดลงไปร่วมวง"

ใช้งาน
ครั้งที่เจอเรื่องกระทบกระทั่งจากงานหรือสังคม (แถว 2-3) ให้ใช้เทคนิค "หยุด-นิ่ง-เฝ้าดู"
ดึงความรู้สึกกลับมาที่ฐานลมหายใจทันที

สภาวะที่ 2
ตั้งมั่นเป็นอิสระ (จิ้ง 靜)
เมื่อดึงจิตกลับมาที่ลมหายใจได้อย่างต่อเนื่อง
พลังงานหยางที่พลุ่งพล่านจะลดลง
พลังอินอันสงบเย็นจะแผ่ซ่าน
จิตจะเริ่มเกิดอาการ ปีติและสุข (องค์ฌานของฌาน 1) ร่างกายจะเบาโล่ง เป็นสภาวะที่
"ฉัตรแก้วฮวาไก๊" (เป็น สิ่งสั๊วะ )
เริ่มกางกั้นจิตออกจากโลกภายนอก

ต้องฝึกแบบ "ฉานกู่" (禪骨 วินัยแห่งสมาธิ)
การฝึกสมาธิเพื่อเปลี่ยนผังดวงชะตาต้องการความสม่ำเสมอ ควรจัดเวลาฝึกวันละ 120 นาที ( 60 นาที 2 รอบ ).
เป้าหมาย
จะไปถึงอาการของจิต 5 อย่างในฌาน 1
ที่เรียกว่า "初禅五支" (ชู ฉาน อู่ จือ)

วิตก 寻 (xún) การประคองจิตสู่อารมณ์สมาธิ
วิจาร 伺 (sì) การเคล้าคลึงอยู่กับอารมณ์นั้น
ปีติ 喜 (xǐ) ความอิ่มเอิบใจ
สุข 樂 乐 (lè) ความสุขสบายกายใจ
เอกัคคตา 心 (yī xīn) จิตเป็นหนึ่งเดียว

1 สัปดาห์ เตรียมใจ ก่อน ไปเจอ พระอาจารย์ 修心 (ซิวซิน) การบำเพ็ญจิต หรือ "การขัดเกลาใจ" 静心 ( จิ้งซิน) ทำใจให้สงบ ระงับความ...
28/09/2026

1 สัปดาห์
เตรียมใจ ก่อน ไปเจอ พระอาจารย์
修心 (ซิวซิน) การบำเพ็ญจิต หรือ "การขัดเกลาใจ"

静心 ( จิ้งซิน) ทำใจให้สงบ ระงับความฟุ้งซ่านจากเรื่องราวทางโลก (เช่น เรื่องน้ำท่วม หรือความกังวล)

正心 ( เจิ้งซิน)ปรับจิตให้เที่ยงตรง มีเจตนาที่บริสุทธิ์ในการฝึกตน ไม่วอกแวก

定心 ( ติ้งซิน)ปักหมุดจิตให้อยู่กับร่องกับรอย เกิดเป็นสมาธิที่แน่วแน่และมั่นคง ..
ติวผ่าน ความรู้พื้นฐาน ให้ Clients ที่เลือกมาจาก BAZI ก่อนไปพบ พระอาจารย์ ผู้มีฌานสูงสุด
ไว้เจอกันอีกครั้งนะครับทุกท่าน ที่ เชียงใหม่
ผมจะขึ้นไปเตรียม สถานที่ก่อน
สิ่งที่จะให้แก่โลกมากที่สุด คือ ทำให้มีผู้รักการทำกรรมฐาน แบบถูกต้อง ให้มีจำนวนมากที่สุด
.
ขอบคุณ น้องพิ้งค์ น้อง พิมพฺ์ น้องเต้ คุณอั้ม คุณสิน
พี่ริท

財旺身弱 (ไฉ่วั่งเซินรัว) และ หยางเยิ่น (羊刃) อาชวุธ ใบมีดอัคคีไม่ปล่อยวาง ใบมีดจะกลับมาฟันตน .Clients เดินทางมาหา จากต่างจัง...
28/09/2026

財旺身弱 (ไฉ่วั่งเซินรัว) และ หยางเยิ่น (羊刃) อาชวุธ ใบมีดอัคคี
ไม่ปล่อยวาง ใบมีดจะกลับมาฟันตน .
Clients เดินทางมาหา จากต่างจังหวัด
สอบถามดวงชะตา
เมื่อ ดูจากยามที่มา
และ อ่านในดวงชะตาทะลุไป ถึงลูก

เห็นสัญญาณอันตราย
เลย บอกว่า ลูกอยู่แถวนี้ไหม
รบกวนไปตามลูกมา ขอคุยด้วยหน่อย
เปิดดวงชะตา เด็ก

เห็น หยางเยิ่น (羊刃) อาชวุธ ใบมีดอัคคี
เปฺ็น (神煞 เสินซั่ว) ที่มีพลังรุนแรงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

ใจไม่แกร่งพอ ไม่ปล่อยวาง
คมมีด จะย้อนกลับมาฟาดฟันตน .
( เมื่อวาน พระอาจารย์บอก
ทำไมจะไปพยายามไปแบก ไปฝืน ให้คนขนาดนั้น
เดี๋ยวก็โดนถีบจากเจ้ากรรมนายเวร แต่ก็
ไม่เป็นไร เราบุญมาก 55 )
มีมนต์ ให้ ไม่มีอะไรมองเห็น.

ดวงจีน สำนักหมากรุก อ่านการไหลของธาตุ
จะชอบ การไหลเวียนของห้าธาตุอย่างราบรื่นไม่ติดขัด
( 五行流通 อู่สิงหลิวทง )

อันดับแรก หา
จุดติดขัด ( 流 หลิว )และ จุดไหลลื่น (通ทง).
ถ้าเป็นภาวะอารมณ์
ความเครียดหรืออารมณ์ดิ่งในใจ
เกิดจากการจัดวางพลังงานในดวงชะตาที่ยังไม่สมดุล

จากดวงชะตา
พลังงานมีการติดขัดชั่วคราวเพราะ

"ธาตุทอง (โชคลาภ/สิ่งเร้า) มันหนาแน่นเกินไปจนไปสกัดทางเดินของธาตุไม้"

ทำให้กระแสพลังงานในดวงไม่สามารถไหล (流通) ไปส่งเสริมตัวเจ้าชะตาที่เป็น
ไฟปิ่ง
ได้อย่างสะดวก
จิตใจจึงเกิดความอึดอัดเครียดดิ่ง
บางที ทำร้ายตนเอง

คุณแม่ ก็ บอกว่า ทำนองนั้น .
จิตใจตีกันเอง (Internal Conflict)
เหตุผล/ความกังวล (ทอง)
ความต้องการความสงบ/อารมณ์ความรู้สึก (ไม้)

ความคิดแล่นเข้ามาสั่งให้ต้องคิด ต้องกังวล ต้องรับผิดชอบ หรือกลัวความไม่มั่นคง (พลังของทองซิน)
ส่งผลให้เกิดสภาวะ "คิดวนเวียน" หรือกดดันตัวเองในโลกส่วนตัวเงียบๆ โดยที่คนภายนอกอาจมองไม่เห็น
.
ไฟปิ่ง มีไฟเดี่ยว
แต่ โชคดี มิ่งกง วังชะตา ดี
มิ่งกงตัวนี้คือ "รากฐานค้ำจุนชีวิต" (禄神 ลู่เสิน) ที่ส่งพลังมาอุ้มชูไฟปิ่งไม่ให้ล้มลง
ไม่งั้น มี โอกาสเกิด โศกนาฏกรรม

มิ่งกง - ไฟติ่ง 丁 (ติง)
อักษรที่ผมชอบ เปรียบเสมือน "แสงเทียน" หรือ "ประทีปนำทาง"..
เลยส่งปราณ เข้าไปให้ ในเส้นประสาทเด็ก
เด็กปิดใจ ตั้งกำแพง
เลยบอกว่า อย่าต่อต้าน ไว้ใจ เปิดใจ

กระตุ้นในระดับจิตใต้สำนึก
ใช้ปราณเข้าไปใน pineal gland
ส่งพลังงานข้างในนำทางให้ดึง "กองกำลังเสริม" ตัวนี้ขึ้นมาใช้งานเพื่อประคับประคองจิตใจในปัจจุบัน
กับ ให้ความกล้า

Hope Help Care ..

ยามรู้สึกอึดอัด ติดขัด (滯 จื้อ) หรือรู้สึกดิ่งจากสภาวะ
"จงหันกลับมาเปิดประตูวังชะตา (มิ่งกง) ของตัวเอง"
ไฟเดี่ยว แต่ มี มิ่งกงเป็น "กองทัพไฟ" (丁巳) คอยสนับสนุน
แปลว่า
เป็นคนที่มีแรงฮึด มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดสูงมาก ยามคับขันที่สุด
พลังไฟจากมิ่งกงนี้จะปะทุขึ้นมาช่วยซับน้ำตาและฉุดขึ้นจากความมืดมิดเสมอ

เมื่อทอง (ความเครียด/สิ่งเร้า) รุมล้อม พลังไฟจากมิ่งกงจะทำหน้าที่ไปสลายแรงกดดันเหล่านั้น ช่วยให้ค่อยๆ
ตระหนักรู้
รู้เท่าทันอารมณ์
ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
.
ยามเกิด คือ ไม้หม่าว
ไม้หม่าวเปรียบเสมือน "สติและสมาธิ" ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจ

หม่าว คือ อักษร แห่งพระจันทร์ เมตตา เร้นลับ สมาธิ
ยามเกิด คือ ความคิด ความทุ่มเท

ไปนั่ง โง่ โง่ มองลม ฟ้า อากาศ ผู้คน
หาความสงบ มีความเมตตาต่อตัวเอง และมีปัญญาญาณที่จะพาตัวเองรอดพ้นจากความทุกข์ได้เสมอ
ขอเพียงแค่ "หยุดส่งพลังไปให้ทองซิน" แล้วหันกลับมาดูแลไม้หม่าวในใจ
1.ฝึกสมาธิเบาๆ ความสงบจะช่วยเปลี่ยนความตึงเครียด (ทอง) ให้กลายเป็นการตกผลึกทางความคิด (น้ำ) แล้วกลับมาเยียวยาจิตใจ (ไม้)

2.การเรียบเรียงความคิดที่ตีกันในหัวออกมาเป็นตัวอักษร จะช่วยลดกำลังของทองซินลง ทำให้ไม้หม่าวในใจมีพื้นที่หายใจมากขึ้น
เขียนลง บนกระดาษ และ ไดอารี่ ....
ถ้าในระบบ ดวงจีน ทั่วไป คือ ดูความอ่อนแข็ง
ด้วย เยี่ยลิ่ง

เก๋อจวี๋ (格局) คือ โครงสร้างของดวงชะตา
ดูจาก กิ่งฟ้าที่โปรยมาจากก้านดินของเสาเดือนเกิด

โครงสร้างนี้ เรียก เพียรไฉเก๋อ" (偏财格) หรือ โครงสร้างโชคลาภด้านข้าง
แต่เนื่องจากองค์ประกอบรวมในกระดาน (จวี๋) มีธาตุทองหนาแน่นเกินไป จนทำให้ (ดิถีไฟ) รับไม่ไหว
เลย เรียก ไฉวั่งเซินรัว 財旺身弱 (ไฉ่วั่งเซินรัว)

จึงเหนื่อยล้าเรื้อรัง

โครงสร้างดวงแบบนี้ เปรียบเสมือน
"คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาทองคำ"

แคร์ความรู้สึกคนอื่น ขี้เกรงใจ และปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็น
แบกรับความกดดันและวิตกกังวลสูง

คัมภีร์ว่า
"财星太旺,กิเลสและสิ่งเร้าจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวตน

ดินคือธาตุที่เกิดจากไฟ (ไฟเผาสิ่งต่างๆ กลายเป็นดิน) ในทางจิตวิทยาจีน ดินคือ "ผลผลิต ไอเดีย ความหวัง และการแสดงออก
จะมีความคิดที่พรั่งพรูมากเกินไป คิดลึกซึ้ง คิดเผื่อคนอื่น คิดจนสมองไม่เคยได้หยุดพัก จิตใจจะรู้สึก "หม่นแสง"

โครงสร้างดวงจะ "สำเร็จหรือพังทลาย" (成败)
ดวงดิถีอ่อนแอที่มีโชคลาภล้อมรอบ จะต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ไม่แบกภาระเกินตัว
.
ปีจร ไฟ มะเมีย มาร่วม กับ ดิถี ไฟปิ่ง
เรียก หยางเยิ่น (羊刃) อาชวุธ
ความใจร้อน อารมณ์ชั่ววูบ หรือความรู้สึกดื้อดึงอึดอัดดั่งไฟสุม

พลิกมุมคิด
อ่อนแอเหมือนในอดีตจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว
พลังงานของ "มีด" อาวุธหยาง ที่กำลังคมกริบ ให้นำมีดนี้ไปใช้ในทางที่ถูก คือ ใช้ฟันฝ่าอุปสรรค ใช้ตัดความกังวลทิ้ง

ถ้า จิตใจ สบาย ผ่อนคลาย การสอบ อันดับต้นประเทศ ไม่เกิน เอื้อม

ขอให้ โชคดี

พอโพสต์บทกวี เทียนหลัว ตี้ว่าง 天罗地网 หลายท่านสนใจ ถามมา เลย เขียนเพิ่มเติม ทียนหลัว ตี้ว่าง" (天罗地网 tiān luó dì wǎng)สำนวน...
27/09/2026

พอโพสต์บทกวี เทียนหลัว ตี้ว่าง 天罗地网
หลายท่านสนใจ ถามมา
เลย เขียนเพิ่มเติม

ทียนหลัว ตี้ว่าง" (天罗地网 tiān luó dì wǎng)

สำนวนนี้อุปมาถึง
การวางกำลังหรือตั้งค่ายกลล้อมศัตรู
หรือผู้ร้ายไว้อย่างหนาแน่นและรัดกุมทุกทิศทุกทาง
จนไม่มีช่องว่างให้เล็ดลอดหรือหลบหนีไปได้..
ในดวงจีนปาจื้อ จะมี
ระบบ ที่เรียกว่า เสินซ่า 神煞
神 (Shén เสิน)
แปลว่า เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือความมงคล
煞 (Shà - ซ่า)
แปลว่า พิฆาต อัปมงคล หรืออุปสรรค

ในปาจื้อ มี เสินซ่า 神煞 ประมาณ ร้อยกว่าแบบ
ในศาลเจ้า หมอดูริมถนน ชาวบ้าน จะใช้
เสินซ่า 神煞 ในการทำนาย แล้ว สะเดาะเคราะห์
ในปัจจุบัน คนทั่วไป จะนิยม นำ Birth Chart มากรอก
ใน App หา แอปพลิเคชันดูดวง เพื่อหา เสินซ่า 神煞
ถ้า เราส่ง วัน เดือน ปี เกิด ให้ซินแส ทาง ออนไลน์ แล้ว เขาส่ง เสินซ่า 神煞 มา ว่า เรามี อะไรบ้าง กับ บรรยาย ลักษณะ เสินซ่า 神煞 ที่เรา มี
ให้ ตีไว้ ในใจ ว่า ซินแส นั้น อาจ เป็น มิจ และไม่ต้อง เชื่อถือ
เพราะ
เสินซ่า 神煞 จำนวน นับร้อย ใช้ แล้ว
มีความ แม่นยำ ไม่ถึง 10 และ สามารถใช้แอพ หาเองได้

1 ใน เสินซ่า 神煞 ที่ผม เก็บ DATA มานาน แต่ ยังไม่แน่ใจ 100 % แต่เวลาใช้ สามารถ ไขโจทก์
พลังจิต และ การเคี่ยวกรำ ที่ พวกเขาเหล่านั้น เผชิญได้ดี คือ
เทียนหลัว ตี้ว่าง 天罗地网
เทพศัสตรา หรือ ดาวร้าย (神煞 ซิ้งสัวะ)

1.天罗 (เทียนหลัว ตาข่ายฟ้า)
เกิดขึ้นเมื่อในดวงชะตามีการกระทบกันระหว่างตัว
ตัว 戌 (สวี/จอ) และ 亥 (ไห่/กุน)
(มักส่งผลเต็มกับคนเกิดปีธาตุไฟ)

เหตุผล
พลังตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศประตูสวรรค์)
มักส่งผลรุนแรงกับผู้ที่มี ดิถีธาตุไฟ (丙/丁) หรือเกิดในปีมะเมีย/ขาล/จอ

2.地网(ตี้ว่าง ตาข่ายดิน)
เกิดขึ้นเมื่อในดวงชะตามีการกระทบกันระหว่างตัว
辰 (เฉิน/มะโรง) และ 巳 (ซื่อ/มะเส็ง)

(มักส่งผลเต็มกับคนเกิดปีธาตุน้ำและธาตุดิน)
พลังตะวันออกเฉียงใต้ (ทิศประตูดิน) มักส่งผลรุนแรงกับผู้ที่มี ดิถีธาตุน้ำ (壬/癸) หรือธาตุดิน (戊/己).
เงื่อนไข
พลังนี้จะทำงานเมื่อในพื้นดวง
มีอักษรทั้งสองตัวนี้อยู่คู่กัน
หรือใน "วัยจร" (大运) หรือ "ปีจร" (流年)
เดินทางมาบรรจบครบระเบิดพลังพอดี.
ผล
หากดวงชะตาช่วงใดถูกตาข่ายนี้ครอบคลุม (โดยเฉพาะยามที่ปีจรเข้ามาซ้ำ) จะส่งผลต่อชีวิตในลักษณะ "ถูกจำกัดวงแคบ" หรือ "ทำดีไม่ได้ดี ทำอะไรก็ติดขัด

ความอึดอัดทางใจและสถานการณ์
รู้สึกเหมือนถูกกักขัง
คิดทำธุรกิจหรือขยับขยายอะไรก็เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวาง ก้าวหน้ายาก

เกณฑ์คดีความและการถูกเพ่งเล็ง
เป็นช่วงที่ห้ามทำสิ่งผิดกฎหมายหรือสีเทาเด็ดขาด เพราะดวงข่ายฟ้าดินคือตาข่ายจับกุม มีโอกาสเกิดข้อพิพาท ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือถูกโกงได้ง่ายกว่าปกติ
ปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุ
ร่างกายอาจเจ็บป่วยเรื้อรัง หาโรคไม่ค่อยเจอ หรือรู้สึกไร้เรี่ยวแรงชั่วขณะ (เนื่องจากพลังปราณในดวงถูกกดทับ.
จุดที่ น่ากลัว
ราศีล่างของวันเกิด
ความรู้สึกข้างใน
เจ้าชะตามักมีความรู้สึกอึดอัดลึกๆ
ในใจโดยไม่มีสาเหตุ
รู้สึกเหมือนชีวิตถูกจำกัดกรอบ
มีความกังวลหรือคิดวนเวียนเหมือนหาทางออกให้จิตใจไม่ได้ในบางช่วงเวลา

มักมีเซนส์พิเศษ
คนที่วันเกิดติดตาข่ายฟ้าดิน
(โดยเฉพาะคู่ 戌-亥 ข่ายฟ้า) มักจะมีซิกส์เซนส์ดี มีความสนใจในเรื่องลี้ลับ ปรัชญา หรือศาสนาเป็นพิเศษ เพราะจิตใต้สำนึกพยายามหาทางหลุดพ้นจากตาข่ายที่มองไม่เห็นนี้

"วังคู่ครอง" หากมีตัวตาข่ายอยู่ แล้วมีอักษรคู่ปฏิปักษ์จรเข้ามาชน (เช่น ในดวงเกิดวัน มะโรง แล้วปีจร มะเส็ง เวียนมาถึง)
ส่งผลให้
ลึกๆ จะเกิดความรู้สึกอึดอัดในความสัมพันธ์ รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับคู่ครอง
หรือความรักมีเงื่อนไข/อุปสรรคที่ทำให้ขยับขยายความสัมพันธ์ได้ยากในช่วงนั้น
ราศีล่างของวันเกิดเปรียบเสมือนฐานรองรับตัวตน (ดิถี)
หากฐานนี้โดนตาข่ายครอบงำหรือถูกกระตุ้น
ย่อมส่งผลให้ร่างกายรู้สึกล้า เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ หรือพลังชีวิต (Qi) ถดถอยได้ง่ายกว่าการที่ตาข่ายไปตกอยู่ที่หลักอื่นอย่างหลักปีหรือหลักเดือน
.

เกิดวัน 戌 (จอ) หรือ 亥 (กุน)
มีเชือกของ ข่ายฟ้า ผูกไว้ที่ตัว
อธิบาย

ในทางทิศทางดวงจีน คู่ 戌-亥 คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็น "ประตูสวรรค์" (天门)
แต่เป็นจุดที่แสงอาทิตย์กำลังจะดับมืดลงสนิท
(เข้าสู่ช่วงเวลาดึก) พลังงานตรงนี้จึงเป็นพลังแห่งความมืดมิดและไร้ขอบเขต
ลึกๆ ในใจ (เมื่อเป็นวันเกิด)
จะมีโลกส่วนตัวสูง มีความอึดอัดลึกๆ ที่บอกใครไม่ได้ ชอบคิดทบทวนเรื่องชีวิต หรือมีเซนส์เกี่ยวกับเรื่องลี้ลับ ศาสนา จิตวิทยา และปรัชญา

กลไกการดึงเชือก
เกิดวัน 戌 (จอ) เชือกจะถูกดึงตึงเมื่อเจอปีจร 亥 (กุน)
ถ้าเกิดวัน 亥 (กุน) เชือกจะถูกดึงตึงเมื่อเจอปีจร 戌 (จอ)

เมื่อตาข่ายทำงาน
จะรู้สึกเหมือน "สมองตื้อ คิดหาทางออกไม่เจอ" (เพราะข่ายฟ้าคลุมหัวไว้) งานที่ต้องใช้ความคิดจะสะดุด หรือรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างเหมือนไม่มีใครเข้าใจ

เกิดวัน 辰 (มะโรง) หรือ 巳 (มะเส็ง)
มีเชือกของ ข่ายดิน ผูกไว้ที่ตัว

ทางทิศทางดวงจีน คู่ 辰-巳 คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็น "ประตูดิน" (地户) พลังงานตรงนี้เป็นจุดที่แสงแดดกำลังจะจ้า (ช่วงสาย) เป็นพลังงานของโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา และความวุ่นวาย
ลึกๆ ในใจ (เมื่อเป็นวันเกิด)
มักจะต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องทางโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ปัญหาความสัมพันธ์ เรื่องเงินทอง หรือข้อพิพาทกับผู้คนรอบข้าง ลึกๆ จะรู้สึกเหนื่อยใจกับความวุ่นวายรอบตัว
กลไกการดึงเชือก
เกิดวัน 辰 (มะโรง) เชือกจะถูกดึงตึงเมื่อเจอปีจร 巳 (มะเส็ง)
เกิดวัน 巳 (มะเส็ง) เชือกจะถูกดึงตึงเมื่อเจอปีจร 辰 (มะโรง)
เมื่อตาข่ายทำงาน
จะส่งผลทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมชัดเจน เช่น "ถุกจำกัดบริเวณ"
เดินทางไม่สะดวก, มีปากเสียงกับคนรัก (เพราะวันเกิดคือวังคู่ครอง), ถูกเอาเปรียบ หรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดีความ (ตาข่ายดินล้อมไว้ไม่ให้หนี).
ทางรับมือ
เมื่อรู้ว่าตาข่ายจะกาง ให้เปลี่ยนจากการ
"รุกก้าวหน้า" เป็นการ "ตั้งรับอย่างมีสติ"
ห้ามทำเรื่องสีเทา ผิดกฎหมาย หรือคดโกงใครเด็ดขาด เพราะดวงข่ายฟ้าดินจะทำให้ความลับแตกและถูกจับกุมง่าย

ใช้ทางบวก
เนื่องจากตาข่ายฟ้าดินส่งเสริมเรื่องจิตวิญญาณ ปีที่ตาข่ายทำงานจึงเป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการ
สวดมนต์ ทำสมาธิ เรียนต่ออัปสกิล หรือศึกษาศาสตร์ทางเลือก
ซึ่งจะช่วยพลิกพลังติดขัดให้กลายเป็นการตกผลึกทางปัญญาขั้นสูงได้

คัมภีร์หยวนไห่จื่อผิง และซานมิ่งทงฮุ่ย
มีกลุ่มคนที่ตาข่ายฟ้าดิน "ทำอะไรไม่ได้เลย" หรือที่เรียกว่า "ไม่กลัวตาข่าย"

คนที่มีดิถีหรือปีเกิดเป็น "ธาตุไม้" หรือ "ธาตุทอง" จะไม่ติดข่ายนี้
เนื่องจากคุณสมบัติของธาตุมีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่ตาข่ายจะกักขัง

ดิถีธาตุไม้ (甲 เจี่ย / 乙 อี่ )
เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่หรือกิ่งไม้ที่แข็งแรง เมื่อตาข่ายกางลงมาครอบ ต้นไม้จะค้ำยันแทงทะลุจนตาข่ายขาดออก ไม่สามารถกดทับได้
ดิถีธาตุทอง (庚 แกง / 辛 ซิน)
เปรียบเหมือนมีด ขวาน หรือโลหะที่คมกริบ
คุณสมบัติของทองคือการตัดฟัน เมื่อตาข่ายล้อมเข้ามา คมมีดของธาตุทองจะเฉือนตัดข่ายจนขาดกระจุยทันที.
ประสบการณ์ส่วนตัว

ตาข่ายฟ้าดิน" (เทียนหลัวตี้ว่าง)
มีข้อดีที่โดดเด่นมาก
โดยเฉพาะในมิติของ สติปัญญา จิตวิญญาณ และการเอาตัวรอด
ซึ่งซินแสมักจะเรียกข้อดีของพลังนี้ว่าเป็นพลังแห่ง "การตกผลึกอันลึกซึ้ง"

ตาข่ายฟ้าดินเปรียบเสมือน "ดักแด้"
ช่วงที่ตาข่ายทำงานชีวิตอาจจะอึดอัดขยับตัวยาก เหมือนหนอนที่ถูกขังอยู่ในรังดักแด้
แต่ข้อดีคือมันคือช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดที่จะได้ สะสมพลัง หล่อหลอมสติปัญญา
เพื่อรอวันเวลาที่ดวงจรเปิด แล้วคุณจะลอกคราบกลายเป็น "ผีเสื้อ" ที่บินได้สูงและแข็งแรงกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน

1.มี "ซิกส์เซนส์" (Sixth Sense) และลางสังหรณ์ที่แม่นยำ
คนที่ดวงมีตาข่ายฟ้าดิน (โดยเฉพาะคู่ 戌-亥 ข่ายฟ้า) มักจะมีเรดาร์พิเศษในตัวเอง
สามารถจับโกหกคนได้เก่ง สัมผัสได้ไวว่าใครมาดีหรือมาร้ายมีลางสังหรณ์แม่นยำล่วงหน้า ทำให้หลายครั้งสามารถไหวตัวทันและรอดพ้นจากอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติมาได้อย่างหวุดหวิด

2.เป็นอัจฉริยะในศาสตร์เฉพาะทาง (ผู้เชี่ยวชาญเชิงลึก)
เนื่องจากพลังของตาข่ายคือ "การจำกัดวงแคบและการบีบอัด"
ส่งผลให้เจ้าชะตาเป็นคนที่มีสมาธิสูงมากเมื่อได้โฟกัสเรื่องที่สนใจ
เหมาะมากกับงานวิจัย, งานวิเคราะห์ข้อมูลลึกๆ, งานวางแผนกลยุทธ์, หรือการเป็นแพทย์เฉพาะทางปลีกตัวจากความวุ่นวายเก่ง
ทำให้สามารถเรียนรู้หรือฝึกฝนทักษะยากๆ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ที่หาตัวจับยากในวงการ

3. มีปัญญาญาณ หยั่งรู้เรื่องโลกและชีวิต
พลังตาข่ายบีบให้เจ้าชะตาต้องมองเข้าไปข้างในจิตใจตัวเองบ่อยกว่าคนอื่น
ทำให้เป็นคนเข้าใจโลกเร็ว มีความฉลาดทางอารมณ์ในมุมมืด
(รู้ทันกิเลสและเล่ห์เหลี่ยมมนุษย์)มักประสบความสำเร็จอย่างสูงหากผันตัวไปทำอาชีพสาย จิตแพทย์, นักจิตวิทยา, ซินแส/หมอดู, ที่ปรึกษาชีวิต (Life Coach) หรือนักบวช/นักปฏิบัติธรรม

4.เกราะคุ้มกันจากความเสี่ยง (ทำให้ไม่ตกต่ำ)
เพราะตาข่ายทำหน้าที่เหมือน "กรอบควบคุม" ลึกๆ แล้วคุณจะเป็นคนคิดหน้าคิดหลังรอบคอบ ไม่กล้าเสี่ยงในสิ่งที่ไม่มั่นใจ
ความกลัวหรือความระแวงที่เกิดจากตาข่ายนี้เอง ที่กลายเป็นข้อดีทำให้
ไม่พาตัวเองไปเสี่ยงในจุดที่ล้มละลาย หรือไม่หลงเชื่อแชร์ลูกโซ่/การลงทุนที่จับต้องไม่ได้ง่ายๆ เหมือนคนอื่น
.
อ้างอิงคัมภีร์ โบราณ
渊海子平หยวนไห่จื่อผิง
และ
三命通ซานมิ่งทงฮุ่ย
ได้มีการบันทึกถึง "เทียนหลัว ตี้ว่าง" (ตาข่ายฟ้าดิน) ไว้อย่างเป็นระบบ โดยถอดรหัสผ่านกลไกของธรรมชาติและทิศทางพลังงาน
"天倾西北,戌亥者,六阴之终也;地陷东南,辰巳者,六阳之终也。阴阳终极,则暗昧不明,如人之在罗网,此其义也

1.ข่ายฟ้า (戌-亥 จอ/กุน)
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นจุดที่ "ฟ้าเอียง" และเป็นจุดสิ้นสุดของพลังหยิน (ความมืด) แสงสว่างดับลงสนิท

2.ข่ายดิน (辰-巳 มะโรง/มะเส็ง)ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดที่ "ดินยุบ" และเป็นจุดสิ้นสุดของพลังหยาง (แสงแดดจ้า)

เมื่อพลังงานเดินทางมาถึงจุด "สุดทาง" ของทั้งสองฝั่ง มันจะเกิดสภาวะ "อับแสง มืดมน และไร้ทิศทาง" (暗昧不明) มนุษย์ที่ตกอยู่ในพลังนี้จึงเหมือนคนที่ถูกตาข่ายครอบไว้แล้วมองไม่เห็นทางออกนั่นเอง

男子忌之于天罗,女人忌之于地网。"

(ผู้ชายให้ระวังข่ายฟ้า ผู้หญิงให้ระวังข่ายดิน)

ผู้ชาย (กลัวข่ายฟ้า 戌亥)
ผู้ชายเป็นพลังหยาง (ฟ้า) ถ้าข่ายฟ้ามืดมิด หน้าที่การงาน การเติบโต และความก้าวหน้าในชีวิตจะถูกกดทับทันที

ผู้หญิง (กลัวข่ายดิน 辰巳)
ผู้หญิงเป็นพลังหยิน (ดิน) หากข่ายดินมีปัญหา จะส่งผลกระทบต่อรากฐานชีวิต ครอบครัว ความรัก และส่งผลให้เกิด
"การแตกหักในชีวิตคู่หรือสุขภาพเสื่อมถอย" (破婚害子,薄命抱疾)

多主蹇滞,加恶杀必至死亡。
(ชีวิตมักติดขัด อึดอัด ก้าวไม่ออก และหากดวงชะตามีดาวร้ายดวงอื่น (อสูรซ้ำเติม) วิ่งเข้ามาชนพร้อมกัน อาจนำมาซึ่งภัยพิบัติร้ายแรงถึงแก่ชีวิต)

ถึงแก่ชีวิต" ในบริบทโบราณ มักหมายถึง การถูกจองจำในคุกหลวง (牢狱之灾) หรือหมดอนาคตในราชการเนื่องจากทำผิดกฎหมาย เพราะตาข่ายฟ้าดินคือตาข่ายแห่งกฎหมายสวรรค์นั่นเอง..
ซินแส ปัจจุบัน จากที่ Discuss มองว่า Burnout
พลังนี้จะสะท้อนออกเป็น ภาวะซึมเศร้าอึดอัด (Depression), ภาวะหมดไฟ (Burnout), หรือการตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เช่น อยากลาออกจากงานแต่ลาออกไม่ได้เพราะภาระ, ธุรกิจอิ่มตัวไปต่อไม่ได้แต่ก็ทิ้งไม่ได้ หรือความสัมพันธ์ที่ทนอยู่แต่ไม่มีความสุข
สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม/นักคิด
"คนที่ฝักใฝ่ในธรรมะหรือชอบฝึกจิต หากดวงมีตาข่ายฟ้าดิน จะกลายเป็นเรื่องมงคลขั้นสูง (僧道見則為吉)"
เพราะมันคือพลังงานที่ช่วยควบคุมสมาธิ ดึงจิตให้อยู่กับร่องกับรอย ส่งเสริมให้ถือศีลได้บริสุทธิ์ และทำให้เกิดการ "ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ" (靈性覺醒) ที่เหนือกว่าคนอื่นอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณ Clients ทุกท่านที่มาตามนัดทั้งฝนตก น้ำท่วม แต่ทุกคนก็มา  ติวการนั่งสมาธิ สำหรับเตรียมตัว  สำหรับ Rising Spirit Tr...
27/09/2026

ขอบคุณ Clients ทุกท่านที่มาตามนัด
ทั้งฝนตก น้ำท่วม แต่ทุกคนก็มา ติวการนั่งสมาธิ สำหรับเตรียมตัว สำหรับ Rising Spirit Trip 2 : ตุลาคม 2025

風雨無阻 (เฟิงอวี่อู๋จู่) จิตใจที่แน่วแน่ เด็ดเดี่ยว และการรักษาคำพูดอย่างเป็นเลิศ

ครั้งนี้ รอบ ที่ 4 ของเดือน
ผมคัดเลือก และ เชิญ จาก ปาจื้อ (八字) ของแต่ละท่าน มาติว พื้นฐานของการฝึกสมาธิ
อาจจะ มีพันธะหน้าที่ต่อกัน / มีแวว / หรือ ต้องใช้กำลังจิตในการแก้ไขชะตา ...
Clients บางท่าน สอบถาม มาว่า ติวเนื้อหาอะไร ?
“修炼先修心,心静万物清。”

(ซิวเลี่ยน เซียน ซิวซิน, ซิน จิ้ง วั่น อู้ ชิง)
ความหมาย
จะฝึกฝนตนเองต้องฝึกที่ใจก่อน เมื่อใจสงบแล้ว ทุกสรรพสิ่งรอบตัวจะกระจ่างแจ้ง
ทฤษฎี ตามหนังสือจิต และ เทคนิค พระอาจารย์ ผู้ไปถึงจุดสูงสุดของ ฌาน
เพื่อ
จะได้ เปฺน หนึ่งเดียว
ก่อนไป ฝึกเข้ม ปิดด่าน 闭关 (ปิดด่าน)
กับ พระอาจารย์ ที่เชียงใหม่ สัปดาหหน้า
ขอบคุณทุกท่าน ที่มา

Clients ฝ่าฝนมาหา จากเพชรบูรณ์ มาเปิดหมาก แล้ว ก็ กลับขอบคุณที่ให้เกียรติมา    #ดวงจีน
27/09/2026

Clients ฝ่าฝนมาหา จากเพชรบูรณ์
มาเปิดหมาก แล้ว ก็ กลับ

ขอบคุณที่ให้เกียรติมา
#ดวงจีน

ฝนตก คนมาหามากมายเมื่อคืนวาน ฝนตก น้ำท่วม แต่ Clients  ก็ วางแผน ฝ่าฝนมา ฝ่าน้ำท่วม มาตามกำหนดนัด เพื่อมาติวความรู้ พื้น...
27/09/2026

ฝนตก คนมาหามากมาย

เมื่อคืนวาน ฝนตก น้ำท่วม
แต่ Clients ก็ วางแผน ฝ่าฝนมา ฝ่าน้ำท่วม มาตามกำหนดนัด เพื่อมาติวความรู้ พื้นฐาน และ นั่งสมาธิเบื้องต้น ทั้งที่มีพื้นฐานกันดี ก่อนไปฝึกเข้มข้น ที่เชียงใหม่

ขอบคุณทุกท่าน ที่สละเวลามาฝึกปรือ ร่วมกัน
Rising Spirit 2 .
Clinet : นานไหมครับ ?
ผม : ไม่น่านานนะ ไม่แน่ใจ
มากัน 1 ทุ่ม กลับ เที่ยงคืน

26/09/2026

อ่านคัมภีร์โบราณ แล้วชอบ
สำหรับ ผู้มีอักษร ตัว 戌 (สวี/จอ) และ 亥 (ไห่/กุน)
ตาข่ายฟ้า

สำหรับ ผู้มีอักษร 辰 (เฉิน / มะโรง) และ กับ 巳 (ซื่อ / มะเส็ง).
สุภาษิตแห่งชะตา บทแห่งปรมาจารย์
การ เข้าสู่ รู้แจ้ง (明师 หมิงซือ)
การทลาย ตาข่ายฟ้าดิน
เทียนหลัว ตี้ว่าง" 天罗地网

บันทึก ระบบศิษย์สายตรง (Lineage )
ปรมาจารย์เหลียงเซียงรั่น" (梁湘潤)

凡欲成天命明師者,若一生順遂,則難悟世間之真苦。故明師之命,多伏天羅地網、歷經劇烈沖合,此乃天地之煆煉。及至破網而出,雖心受苦楚,然仍以慈悲、禪定、仁愛待人;其苦終化為智慧法眼,洞悉天道,濟世渡人。此方為實至名歸之明師。

แปล

ผู้จะเป็นปรมาจารย์แห่งชะตา
หากชีวิตราบรื่นเกินไป 生顺遂
ย่อมไม่อาจหยั่งรู้ความทุกข์ที่แท้จริง
ของโลกมนุษย์

ชะตาของปรมาจารย์
จึงมักถูกกักขังด้วยตาข่ายฟ้าดิน
และผ่านการชนปะทะเคี่ยวกรำอย่างรุนแรง
เป็นการหลอมรวมจากฟ้าดิน

ทว่า...
เมื่อทลายตาข่ายฟ้าดิน
แม้ใจจะเคยเจ็บปวด
แต่ยังคงเปี่ยมด้วยเมตตา สมาธิจิต และกรุณาต่อผู้คน

ความเคี่ยวกรำที่ผ่านมา
ในที่สุดจะแปรเปลี่ยนเป็นปัญญาญาณหยั่งรู้สัจธรรมแห่งฟ้า
เพื่อนำมาช่วยเหลือและฉุดช่วยผู้คน

เหนือกว่า ความแม่นยำ
คือ ผู้ชี้ทางสว่างและปลุกปลอบจิตวิญญาณของผู้คน
นี่จึงเป็นปรมาจารย์ผู้แจ้ง ที่แท้จริง ..
อธิบาย เทียนหลัว ตี้ว่าง 天罗地网
เทพศัสตรา" หรือดาวร้าย (神煞 - ซิ้งสัวะ

天罗 (เทียนหลัว ข่ายฟ้า)
เกิดขึ้นเมื่อในดวงชะตามีการกระทบกันของปี/วัน/เวลา ระหว่าง地支 (จี่จือ ราศีล่าง)

ตัว 戌 (สวี/จอ) และ 亥 (ไห่/กุน) (มักส่งผลเต็มกับคนเกิดปีธาตุไฟ)地网

(ตี้ว่าง ข่ายดิน)
เกิดขึ้นเมื่อในดวงชะตามีการกระทบกันระหว่างตัว 辰 (เฉิน/มะโรง) และ 巳 (ซื่อ/มะเส็ง)
(มักส่งผลเต็มกับคนเกิดปีธาตุน้ำและธาตุดิน)

คำศัพท์
煆煉 / 煅炼 (ต้านเลี่ยน)
แปลว่า "การหลอมเหล็กในเตาไฟ"
อุปมาถึงการที่ฟ้าดินส่งตาข่ายและการชนมาเคี่ยวกรำให้เจ็บปวด เพื่อหลอมเขาจากเหล็กธรรมดาให้กลายเป็นดาบทองคำบริสุทธิ์

智慧法眼 (จื้อฮุ่ยฝาเหยี่ยน)
แปลว่า "ดวงตาแห่งปัญญาและสัจธรรม" (ความทุกข์ที่แปรเปลี่ยนเป็นเรดาร์หยั่งรู้ดวงคน)

實至名歸 / 实至名归 (สื่อจื้อหมิงกุย)
แปลว่า "การเป็นปรมาจารย์ที่แท้จริงทั้งในนามและความเป็นจริง" (ไม่ใช่แค่หมอดูที่ตั้งชื่อตัวเองขึ้นมา แต่เป็นผู้ที่ฟ้าดินการันตีชะตากรรม)..
เกร็ด
天命明師 (เทังมิ่งหมิงซือ)
แปลว่า "อาจารย์ผู้รับโองการฟ้า"
บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เลือกเป็นซินแสด้วยความโลภ
แต่เป็นเพราะ "ฟ้าดินเลือกเขา" ให้มาทำหน้าที่นี้ผ่านบททดสอบ

天地之煆煉 (เทียนตี้จือต้านเลี่ยน)
แปลว่า "เตาหลอมของฟ้าดิน"

ที่ถ้าไม่โดนไฟพระอาทิตย์เผาและโดนน้ำทุบ (巳亥ชง) ก็จะเป็นแค่คนธรรมดา
แต่เมื่อโดนหลอมแล้ว จะกลายเป็นมงกุฎหรือดาบทองคำที่ล้ำค่า

濟世渡人 (จี้ซื่อตู้เหริน)เป็นคำระดับสูงในทางธรรม หมายถึง "ผู้ข้ามมหาสมุทรแห่งความทุกข์เพื่อไปส่งผู้คนให้ถึงฝั่ง".

บทถัดมา
การ ฟัน ตาข่ายฟ้าดิน

金木日主,能斷羅網之縛;
天月二德,可解囚禁之災

วรรคแก :ดิถีทองและไม้
คือผู้สามารถฟันตัดบ่วงพันธนาการแห่งตาข่ายฟ้าดิน

วรรคสอง : (ซิ้งสั้วะ ) ดาวคุณธรรมสวรรค์และจันทรา
คือผู้ปลดล็อกภัยกักขังชะตากรรมให้สลายไป

คำศัพท์

金木日主 (จินมู่ยู่จู่)
หมายถึง ดิถีราศีบนวันเกิดธาตุทองและธาตุไม้

天月二德 (เทียนเยวี่ยเอ้อร์เต๋อ)
หมายถึง ดาวเทียนเต็ก (คุณธรรมสวรรค์) และดาวเว่ยเต็ก (คุณธรรมจันทรา) มารวมกันเรียกว่า
"ดาวคุณธรรมคู่สองดวง"
.
ความหมายเชิง ปรัชญา

ทองและไม้
คือผู้ที่ต้อง "ออกแรงสู้และเติบโตเพื่อพังตาข่ายออกมาเอง"

ผู้มีดวงชะตา
มีดาวเทียนเต็กและเว่ยเต็ก คือผู้ที่ "ฟ้าดินประทานใบมีดโกนและเกราะกำบังมาตัดตาข่ายให้"

อธิบาย
1.กลุ่มที่ใช้ "คุณลักษณะเฉพาะตัวของธาตุประจำตัว" ในการสู้และพังตาข่ายออกมาด้วยตัวเอง

ดิถีทอง (庚/辛)
ใช้ความเด็ดขาด ความกล้าหักดิบ และกฎเกณฑ์ทางโลก เปรียบดั่ง "คมมีดที่เฉือนตัดตาข่ายจนขาดกระจุย" (ทองซินลับคมด้วยปัญญาจนพังตาข่ายออกมาได้
ทองเกิง ใช้ความเด็ดขาด มุ่งมั่น อดทน )

ดิถีไม้ (甲/乙)
ใช้ความอดทน การยืดหยุ่น พลังชีวิตที่เหนียวแน่นและการไม่ยอมแพ้ เปรียบดั่ง "รากไม้แกร่งที่ชอนไชและค้ำยันจนตาข่ายตึงฉีกขาด"

2.เป็นกลุ่มที่ไม่ว่าจะเป็นดิถีธาตุอะไร (ต่อให้เป็นธาตุไฟ น้ำ หรือดิน ที่ตำราว่ากลัวตาข่ายมากที่สุด)
แต่ถ้าในดวงมีดาวคุณธรรมสวรรค์ (天德) หรือคุณธรรมจันทรา (月德) สถิตอยู่ ตาข่ายจะสลายตัวไปเอง

กลไกสวรรค์
ดาวสองดวงนี้คือดาวแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์
เมื่อสถิตในดวงชะตา
ยามที่ตาข่ายฟ้าดินที่มืดมิดกางลงมาครอบ แสงสว่างจากดาวคุณธรรมจะ
"สลายพลังอับแสงของตาข่ายให้กลายเป็นความโปร่งโล่ง"

ชีวิตจริง
ยามตกต่ำจะมีผู้ใหญ่มาช่วย ยามมีคดีความจะมีคนเคลียร์ให้ ยามป่วยไข้จะเจอหมอดียารักษา พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้เสมอ ดั่งคำที่ปรมาจารย์บันทึกไว้ว่า
"มีดาวสองดวงนี้ แย่ก็กลับกลายเป็นดี ไร้ภัยไร้กังวล"

ดวงจีน 3 สำนักหมากรุก   ชง ฮะ เฮ้ง ไห่ ยาพิษ ฝนตกหนัก อาคันตุกะมาพบ ในยามค่ำ เลยสนทนาผ่านดวงจีน คุยยาว 18.00 -00.00 น ยั...
25/09/2026

ดวงจีน 3 สำนักหมากรุก ชง ฮะ เฮ้ง ไห่ ยาพิษ

ฝนตกหนัก อาคันตุกะมาพบ ในยามค่ำ
เลยสนทนาผ่านดวงจีน คุยยาว 18.00 -00.00 น
ยังแกะไม่หมด ทุกหัวข้อนะ กับ ยังไม่กระจ่างพอ สำหรับผม
อย่างไรก็ตาม จากดวง มีพลังงาน แห่ง การนั่งสมาธิ
เลยแจ้งรายละเอียดไปปฎิบัติธรรมด้วยกัน.
ระหว่างดูดวง
เหลือบ เห็นดวงชะตา ลักษณะ ยาพิษ จับกันหลายคู่

ยาพิษ หรือ เฮ้ง ในทางพลังงาน
คือ
ความเครียดภายในสสาร (Internal Stress)
และ
"แรงเสียดทานสะสม" (Accumulated Friction)
จนเป็น
ปรากฏการณ์บีต" (Beats)
ส่งผลให้เกิดการกระเพื่อมของพลังงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ระบบจึงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

เลยคิดว่าเอามา เขียน เป็น ดวงจีน หมากรุก 3
...
กาลเวลาคือคลื่นพาหะ (Carrier Wave)
ที่เปลี่ยนความถี่ไปเรื่อยๆ

ส่วนตัวเราคือ เครื่องรับสัญญาณ (Receiver)
หน้าที่ของเราคือการปรับ
"ความต้านทานและประจุในตัว"
ให้เข้าสู่สภาวะพ้องเสียง (Resonance) กับคลื่นเวลาในแต่ละช่วง เพื่อดึงประสิทธิภาพชีวิตออกมาให้สูงที่สุด

นี่คือ 4 กลยุทธ์ภาคปฏิบัติในการจัดการประจุคลื่นในตัวให้ตรงกับกาลเวลา
1.ปรับ Impedance Matching (จูนความ
ต้านทานส่วนบุคคลให้ตรงกับคลื่นปี)
ในทางพลลังาน
การส่งผ่านพลังงานจะสูงสุดเมื่อความต้านทาน (Impedance) ของแหล่งจ่ายและตัวรับตรงกัน ในดวงชะตา คลื่นของแต่ละปี (เช่น ปีเถาะ ปีกุน หรือปีอื่นๆ) จะมี "ความถี่ธาตุเด่น" เคลื่อนตัวเข้ามา

ปีที่เป็น "ฮะ" (เฟสตรงกัน)
สัญญาณภายนอกจะช่วยเร่งแรงดันไฟฟ้าในตัวเรา ช่วงนี้ต้อง "เปิดรับสัญญาณ"
(ลดความต้านทานลง) โดยการลงมือทำสิ่งใหม่ ขยายตัวทางธุรกิจ หรือเข้าสังคม พลังงานจะไหลราบเรียบและงอกเงยอย่างรวดเร็วเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ไร้ตัวต้านทาน

ปีที่เป็น "ชง" (เฟสตรงข้าม 180 องศา)
คลื่นเวลาจะพุ่งเข้าปะทะตรงๆ หากต่อต้าน (อยู่นิ่งๆ รักษาสภาพเดิม) จะเกิดความร้อนสูงสะสมจนระบบภายในพัง (ดวงแตก/ขัดแย้ง)

วิธีรับมือคือ "จงใจเปลี่ยนเวกเตอร์ก่อน"
เช่น ย้ายมุมโต๊ะทำงาน เปลี่ยนแผนธุรกิจ หรือเดินทาง เพื่อกระจายแรงดันจลน์ให้ไหลไปในทิศทางที่ควบคุมได้
เทคนิค บริหารช่วงเวลาตามกลไก "นาฬิกาชีวภาพเชิงประจุไฟฟ้า" (Circadian Frequency)
พลังงานใน 1 วันเปลี่ยนไปทุกๆ 2 ชั่วโมงตามตำแหน่งพิกัดโลก (12 นักษัตร)
การจัดการงานให้ตรงกับค่าความถี่ของสมองและร่างกายจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

ช่วงเวลาเถาะ (05:00 - 07:00 น. | ธาตุไม้หยิน)
เป็นช่วงที่ชั้นบรรยากาศเริ่มรับแสงประจุไฟฟ้าอ่อนๆ พลังงานไม้พุ่มของเถาะคือความไวต่อสัญญาณ เหมาะที่สุดสำหรับการตั้งโปรแกรมจิต วางแผนกลยุทธ์ นั่งสมาธิ หรือบันทึกไอเดีย เพราะ Noise (สิ่งรบกวน) ในชั้นบรรยากาศยังต่ำ สมองจะดักจับความรู้สึกลึกๆ ได้คมชัดที่สุด

ช่วงเวลากุน (21:00 - 23:00 น. | ธาตุน้ำลึก/เทียนเหมิน)
เป็นช่วงเวลาที่คลื่นความถี่ต่ำและมวลหนาแน่น (หยินเข้มข้น) เข้าปกคลุม ระบบประสาท (ซานเจียว/Triple Burner) กำลังปรับสมดุล
ควรงดการรับสารเคมีหรือข้อมูลความเครียดหนักๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กระแสจิตใต้สำนึกเชื่อมต่อกับพลังงานซ่อมแซมตัวเอง การนอนหรือปล่อยใจให้ว่างในช่วงนี้จะช่วยเรียก "ลางสังหรณ์แม่นยำ" ออกมาในเช้าวันถัดไป .
เทคนิค
ควบคุม Noise-to-Signal Ratio (ลดสิ่งรบกวนเพื่อเพิ่มสัมผัสพิเศษ)
สำหรับคนที่มีเกณฑ์ กุน + เถาะ หรือเกณฑ์สายญาณลี้ลับในดวง พลังงานในดวงชะตามีกลไกเหมือน "แอมพลิฟายเออร์ขยายสัญญาณความถี่ต่ำ" อยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้รับสัญญาณกาลเวลาได้แม่นยำคือการควบคุมสิ่งรบกวน (Noise)
ลด Noise ทางกายภาพ
ความเครียด อาหารแปรรูปหนักๆ หรือการนอนผิดเวลา คือประจุขยะที่สร้างคลื่นรบกวนระบบประสาท

เพิ่ม Signal (สัญญาณ)
ฝึกดึงจิตกลับมาที่ฐาน (Grounding) เพื่อทำให้อนุภาคพลังงานในตัวสอดคล้องเป็นระเบียบ (Coherence) เมื่อตัวรับสัญญาณนิ่งใส กระแสข้อมูลลางสังหรณ์ที่ไหลมาจากธาตุน้ำของกุน จะถูกแปลงออกมาเป็นคำตอบทางปัญญาของเถาะได้อย่างเฉียบคมทันที

ใช้กฎ Entropy (การจัดระเบียบโครงสร้างพลังงาน)
หากปล่อยทิ้งไว้ พลังงานในชีวิตจะวิ่งไปสู่ความกระจัดกระจายเสมอ (High Entropy) วิธีการสอดรับกับกาลเวลาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการ "ป้อนพลังงานด้านบวกที่มีระเบียบเข้าสู่ระบบ" ผ่านการกระทำที่เป็นธาตุไม้ (ความเมตตา การุณยธรรม การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์)
เพราะในโหราศาสตร์พลังงานจากการให้สร้างสนามแม่เหล็กที่มีความถี่สูงและเสถียรที่สุด ซึ่งสามารถปกป้องดวงชะตาจากคลื่นกระแทก (ปีชง) ได้โดยอัตโนมัติ...
เกณฑ์ โหราศาสตร์จีน

เกณฑ์ "ฮะ" (合 - Combination) = พันธะเคมี
และ
สภาวะพ้องเสียง (Chemical Bonding & Resonance)

ในทางวิทยาศาสตร์
"ฮะ" คือการแทรกสอดของคลื่นแบบเสริมกัน (Constructive Interference)
กลไกเวกเตอร์
เมื่ออักษรสองตัวที่ "ฮะ" กันมาเจอกัน (ไม่ว่าจะในดวงชะตาหรือระหว่างบุคคล)
คลื่นความถี่ของพลังงาน (ธาตุ) จะมีเฟส (Phase) ที่ตรงกันพอดี

การรวมตัวของมวล
พลังงานจะวิ่งเข้าหากันและดึงดูดกันเหมือน
ประจุบวกและประจุลบ
เกิดการสร้าง "พันธะเคมีใหม่" เปลี่ยนสภาพจากพลังงานเดี่ยวๆ กลายเป็นโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้นและเสถียรขึ้น (เช่น กุน + เถาะ แปรสภาพเป็นธาตุไม้ที่แข็งแกร่ง)
ผลลัพธ์เชิงระบบ
ระบบพลังงานจะนิ่ง มี Noise (สัญญาณรบกวน)
ต่ำ ความขัดแย้งลดลง เกิดความราบรื่น ร่มเย็น และดึงดูดสิ่งดีๆ เข้าหากันอย่างเป็นระบบ

เกณฑ์ "ชง" (冲 - Clash) = การชนของมวลสาร และ การหักล้าง (Particle Collision & Destructive Interference)
ในทางพลังงาน"ชง" คือการแทรกสอดของคลื่นแบบหักล้าง (Destructive Interference) หรือการชนกันของอนุภาค

กลไกเวกเตอร์
อักษรที่เป็นคู่ชงกัน (เช่น ชวด-มะเมีย, ขาล-วอก) ในเชิงดาราศาสตร์และองศาหน้าปัดดวงจีน จะอยู่ ตรงข้ามกัน 180 องศาพอดี
ในทางฟิสิกส์ แปลว่าคลื่นพลังงานของทั้งสองตัวมีทิศทางเวกเตอร์พุ่งเข้าหากันตรงๆ ในแนวเส้นตรง
การถ่ายโอนพลังงานจลน์
เมื่อเคลื่อนที่มาเจอกัน พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) ของทั้งสองฝั่งจะปะทะกันอย่างรุนแรง พลังงานไม่มีที่ไป จึงเกิดการ ระเบิดและกระจายตัวออก (Disruption)

ผลลัพธ์เชิงระบบ
โครงสร้างพลังงานเดิมจะพังทลายหรือสูญเสียความเสถียร (Instability) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน การแตกหัก การโยกย้ายที่อยู่ หรือการเปลี่ยนสถานะอย่างรวดเร็วเพื่อปรับสมดุลใหม่ (เหมือนอะตอมที่โดนชนจนแตกตัวเพื่อหาโครงสร้างใหม่)..
การชง แบบ ฝูหยิน สำนัก นี้ จะ ชอบ
"ฝูหยิน" (伏吟)
ฝู (伏) แปลว่า หมอบกราบ หรือ ก้มหน้าลงหยิน
(吟) แปลว่า คร่ำครวญ หรือ ถอนหายใจ
กลอนว่า บนเหมือน ล่างชง
"天同地冲,明合暗"

(เทียนถงตี่ชง, หมิงเหออ้านแย่ง)
แปลว่า "ราศีบนเหมือนกัน ภายนอกดูปรองดองร่วมมือ แต่ราศีล่างปะทะกัน ลับหลังกลับแย่งชิงผลประโยชน์"
ตำราเรียกว่าเกณฑ์ "เปลี่ยนฟ้าพลิกดิน" จะเกิดเรื่องให้ต้องเลือกอย่างเด็ดขาด เป็นปีแห่งการโยกย้าย ขยับขยาย หรือตัดสัมพันธ์เพื่อไปเริ่มสิ่งใหม่
เสือสองตัวอยํถ้ำเดียวกันไม่ได้

อ.นริศ จะบอกว่า
ต้องพึ่งพาตนเอง
ยามรุ่งเรืองจะมีคนมาขอแบ่งปัน ยามตกต่ำต้องเผชิญหน้าคนเดียว
วลี ประจำตัวท่าน
มีงจะเอาเพื่อน หรือ เอารวย

ถ้าทายความรัก
ยามรัก
จะหลงใหลและผูกพันกันรวดเร็วมาก เพราะราศีบนที่เป็นธาตุเดียวกันทำให้จูนคลื่นความคิดตรงกันทันทียามขัดแย้ง
ราศีล่างที่ชงกันจะแสดงผล ทำให้เกิดการทะเลาะ ปะทะอารมณ์ หรือมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ขัดกันสุดขั้ว
ดัวนั้น
คู่นี้จะอยู่ด้วยกันแบบ "เลิกยาก" เพราะแรงชงดึงดูดให้กลับมาเจอกันเสมอ เป็นลักษณะความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยสีสัน ตื่นเต้น และเหนียวแน่นกว่าคู่
ผมทาย ไป 10 ผิดไป 3 ถูกไป 7 ที่ผิดคือ เพื่อนสนิทรหมดเลย เซ็ง
พวก เฮ้ง แบบ เถาะ มะแม ชวด ผูกแรงกว่า..
สำนักนี้ เทิดทูน แถว ปี นะ เพราะ คือ วาสนา
วาสนา คือ ทุกอย่าง
และ
อวยยศ แถว เดือน วัน
อาจารย์เทียนหม่า สอนผมว่า สำคัญสุด สำหรับ ลูกผู้ชาย มันคือ อาชีพ การเงิน จะได้ เลี้ยงตัวเองได้
อาจารย์ นริศ ท่านว่า มันคือ เลือดลม ความขยัน อาชีพ เงิน .
การเฮ้ง 刑

ภาษาดวงจีน เรียก ภาคีไร้คุณธรรม/ไร้สัจจะ
(無禮之刑)
ในทางพลังงาน คือ
ความเครียดภายในสสาร (Internal Stress)
และ
"แรงเสียดทานสะสม" (Accumulated Friction)

ชง มันคือ Head-on Collision ชงโครมเดียวจบ
เฮ้ง คือ แรงเค้นและแรงเครียดสะสม (Stress & Strain) กดทับ บีบอัด หรือบิดตัวของโครงสร้างอย่างช้าๆ
เหมือนเราเอาแผ่นเหล็กมาดัดงอไปเรื่อยๆ
จนเนื้อเหล็กข้างในเกิด "ความเครียดสะสม" (Internal Stress)
วันหนึ่งเมื่อถึงขีดจำกัด (Yield Point) มันจะปริแตกหรือร้าวจากภายใน
สัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนฟันเฟือง 3 ตัวที่มีขนาดและระยะห่างไม่พอดีกัน (Mismatch)
เมื่อระบบทำงาน เฟืองจะขบและเสียดสีกันตลอดเวลา (Continuous Friction)
ก่อให้เกิดความร้อนสะสม พลังงานสูญเสียไปกับแรงต้าน ทำให้ระบบเดินไม่ราบรื่นและสึกหรอเร็วกว่าปกติ
เรียก แรงเสียดทานและพลังงานความร้อน (Friction & Heat)
ซึ่งในเชิงคลื่น แหล่งกำเนิดคลื่นจาก
ชวด (ธาตุน้ำ) เถาะ (ธาตุไม้) และมะแม (ธาตุดิน) ไม่ได้หักล้างกันสนิทแบบชง

แต่เป็นคลื่นที่มีความถี่ใกล้เคียงกันจนเกิด
"ปรากฏการณ์บีต" (Beats)
ส่งผลให้เกิดการกระเพื่อมของพลังงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ระบบจึงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา
เรียก คลื่นรบกวนต่ำที่สร้างความไม่เสถียร (Low-Frequency Turbulence)
ชวด เถาะ เบียดเบียนอย่างรุนแรง
เพราะ
การล้นทะลักของพลังงาน (Overload)

ชวดคือเพลนน้ำ
เถาะคือไม้ขนาดเล็ก
เหมือนการป้อนกระแสไฟฟ้าที่แรงเกินไปเข้าสู่ตัวเก็บประจุขนาดเล็ก จนระบบไหม้เสียหาย
(น้ำมากเกินไปจนไม้เน่า)

เถาะ มะแม แม้จะเป็นคู่ "ซาฮะ" (ธาตุไม้) แต่หากเจอกันผิดจังหวะจะกลายเป็นเฮ้ง
คล้ายการเดินแถวของทหารข้ามสะพานด้วยจังหวะที่ตรงกับความถี่ธรรมชาติของสะพานพอดี จนทำให้สะพานแกว่งอย่างรุนแรงและพังทลายลงมา
(พลังงานส่งเสริมกันจนเกินพอดีข้ามขีดจำกัด)
เรียก การพ้องเสียงที่ล้มเหลว (Resonance Disaster)

ทางแก้
ใช้หลัก "การเปลี่ยนทิศทางแรง" (Force Vector Redirection)
หรือ "ตัวหน่วงซับแรงสั่นสะเทือน" (Damping System)
1.กระจายความเครียด (Stress Distribution)
ในการทำงานร่วมกันของกลุ่มนี้ ไม่ควรให้จับคู่ทำงานกันโดยตรงแบบ 1:1
แต่ต้องจัดโครงสร้างแบบกระจายงาน (Decentralized) เพื่อไม่ให้แรงกดดันไปตกอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง

2.เพิ่มตัวกลางลดแรงเสียดทาน (Lubricant Element)
หากในองค์กรหรือดวงมีพลังงานของ ชวด (น้ำ) และ เถาะ (ไม้) เสียดสีกันอยู่ ต้องใช้ "ธาตุไฟ" (ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารที่ชัดเจน ข้อตกลงที่เป็นระบบ) เข้ามาเป็นตัวดึงพลังงาน (คล้ายการเพิ่มโหลดให้กระแสไฟไหลผ่านได้สะดวก)

ชวด เถาะ และมะแม มารวมกันครบทั้ง 3 ตัว
ในระบบพลังงาน
(ไม่ว่าจะในดวงชะตาเดียวกัน หรือการร่วมทีมกัน 3 คน)
จะมี สภาวะที่เรียกว่า
"สภาวะวิกฤตจากแรงกดและแรงเค้นรอบทิศทาง" (Three-Way Multi-Axial Compression)

1.วงจรแรงกดสะท้อนกลับ (Feedback Loop of Stress)
ชวด (น้ำ) ส่งพลังงานบีบอัดไปที่ เถาะ (ไม้)
น้ำที่มากเกินไปทำให้ไม้บวมและอึดอัดเถาะ (ไม้) ส่งแรงเค้นไปที่ มะแม (ดิน)
รากไม้ชอนไชทำให้ดินแตกแยกและสูญเสียความมั่นคงมะแม (ดิน) ส่งแรงกดกลับไปที่ ชวด (น้ำ)
ดินที่ทลายลงมาทำให้น้ำขุ่นมัวและอุดตัน เดินทางไม่สะดวกผลลัพธ์คือ "ไม่มีใครเป็นอิสระ" พลังงานทั้งหมดจะถูก "กดและล็อก" ไว้ในระบบปิด ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด กดดัน มีแรงตึงเครียดสูงตลอดเวลา เหมือนหม้อต้มน้ำที่ปิดสนิทแล้วโดนความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย

ปกติ Action = Reaction
แต่เมื่อเป็น 3 ตัวนี้ พลังงานจะวิ่งเป็นวงกลมที่ไม่สมดุล

2.เมื่อระบบโดน "กด" และ "เค้น" ต่อเนื่องยาวนาน ในทางวิศวกรรมศาสตร์จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Fatigue (ความล้า) โครงสร้างภายนอกอาจจะดูปกติ ไม่มีอะไรชนกันโครมครามเหมือนการชง แต่เนื้อในจะค่อยๆ เสื่อมสภาพ วันดีคืนดีหากมีแรงกระตุ้นภายนอกเข้ามาเพิ่มเพียงนิดเดียว (เช่น ปีจรหรือเดือนจรที่เข้ามาขัดแย้งเพิ่ม) โครงสร้างนั้นจะ "พังทลายลงมาทันที"

แก้ด้วย
เพิ่มวาล์วระบายด้วย "ธาตุไฟ" (แสงสว่าง, ความชัดเจน, การปล่อยออก)
คือ เฮฮา ไม่เก็บกด มีอะไรก็คุย
โครงสร้างประคองด้วย "ธาตุทอง" (ความเด็ดขาด, กฎระเบียบ, ขอบเขต)ด้วย ในเชิงพฤติกรรม
คือ ตั้งกฎกติกา ขอบเขตหน้าที่ (Boundary) ของแต่ละคนให้ชัดเจนเด็ดขาด ไม่ก้าวก่ายกัน เพื่อหยุดวงจรการกดทับซึ่งกันและกัน.
ซื่อจื้อจื้อเฮ้ง(四字自刑 - Four Self-Punishments)
ประกอบด้วย
กุน-กุน (亥亥)
มะเมีย-มะเมีย (午午)
มะโรง-มะโรง (辰辰)
ระกา-ระกา (酉酉)
ดวงจีน เรียก จื้อเฮ้ง" (自刑)
แปลตรงตัวคือ "การลงโทษตัวเอง"
หรือการสร้างเงื่อนไขทำร้ายตัวเองจากภายใน

ชุดนี้ ต่าง จาก ชวด เถาะ มะแม
เพราะ ชุดนี้จะไม่ใช่แรงบดเคี้ยวจากภายนอก
แต่คือ
"การสะท้อนกลับของคลื่นและการพังทลายของระบบโครงสร้างภายในตัวเอง"
(Internal Wave Feedback & Self-Oscillation)

1.กุน + กุน (亥亥自刑)
คือ คลื่นยักษ์สะท้อนกลับในระบบปิด (Hydrodynamic Feedback)
ทางดวงจีน
ปีกุนคือธาตุน้ำใหญ่ (มหาสมุทร)
เมื่อ กุน เจอ กุน น้ำที่มหาศาลอยู่แล้วจะซัดเข้าหากันเอง ส่งผลให้เกิดอาการ คิดวนเวียน ดำดิ่ง สูญเสียการควบคุมทางอารมณ์ หรือเสพติดบางสิ่งเพื่อหลบหนี
ทางพลังงาน
เหมือนเราปล่อยคลื่นน้ำแรงสูงเข้าไปในถังแชมเบอร์ปิดสนิท
คลื่นที่ไม่มีทางระเบิดออกไปภายนอกจะวิ่งชนผนังแล้วสะท้อนกลับมาปะทะกันเอง (Wave Reflection)
ทำให้เกิด "คลื่นกระแทกสะท้อนกลับ" (Feedback Loop) พลังงานจะยิ่งทวีคูณและกัดเซาะโครงสร้างจาก
ข้างใน ระบบจะหนีปัญหายิ่งทำให้อึดอัดเอง

2. มะเมีย + มะเมีย (午午自刑) ปฏิกิริยาความร้อนเร่งตัวเอง (Thermal Runaway)
ทางดวงจีน
ปีมะเมียคือธาตุไฟบริสุทธิ์และรุนแรง เมื่อ มะเมีย เจอ มะเมีย จะกลายเป็นไฟที่ลุกโชนจนควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้เกิดความใจร้อน วู่วาม บทจะทำก็ทำสุดตัวจนพัง บทจะเบื่อก็ทิ้งทันที
แนวพลังงาน คือสภาวะ Thermal Runaway (เหมือนแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ร้อนเกินไปจนระเบิด) เมื่อความร้อนเพิ่มขึ้น มันจะไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่สร้างความร้อนเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ เป็นวงจรไม่สิ้นสุด หากระบบไม่มีการระบายความร้อน (Cooling System) ที่ดี พลังงานจะเผาไหม้ตัวเองจนฟิวส์ขาด (Burnout)

3.มะโรง + มะโรง (辰辰自刑)
การเกิดหลุมยุบจากน้ำหนักตัวเอง"
(Structural Gravitational Collapse)
ทางดวงจีน
ปีมะโรงคือธาตุดินแข็ง (ภูเขา/เขื่อน) ที่มีความทนทานสูง เมื่อ มะโรง เจอ มะโรง ดินที่หนักเกินไปจะทับถมกันเอง ส่งผลให้กลายเป็นคนดื้อเงียบ ยึดติดกับความคิดตัวเองสูงจนพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิต (คิดว่าตัวเองถูกเสมอ)
ทางพลังงาน เปรียบเหมือน การพังทลายจากแรงโน้มถ่วงของตัวเอง (Gravitational Collapse) เมื่อมวลของสสารหนาแน่นและหนักเกินกว่าที่ฐานล่างจะรับไหว (เช่น การเกิดดินสไลด์ หรือหลุมยุบ) พลังงานธาตุดินที่ล็อกตัวเองไว้หนาแน่นเกินไปจนไม่เกิดการเคลื่อนไหว ส่งผลให้ระบบ "ติดหล่ม" และเคลื่อนที่ไปข้างหน้าไม่ได้

4. ระกา + ระกา (酉酉自刑)
การสั่นพ้องจนโลหะล้า(Acoustic Resonance & Metal Fatigue)
ทางดวงจีน: ปีระกาคือธาตุทองบริสุทธิ์ (โลหะ/ของมีคม/เครื่องประดับ) เมื่อ ระกา เจอ ระกา ทองคำขัดสีกันเอง ส่งผลให้กลายเป็นคนรักความสมบูรณ์แบบเกินไป (Perfectionist) จู้จี้จุกจิก และชอบเอาคำพูดหรือความคิดมาทิ่มแทงตัวเองให้เจ็บปวด

แนวพลังงาน เหมือนเราเอาแก้วคริสตัลสองใบมาเคาะประกบกันด้วยความถี่พ้อง (Resonance Frequency) เสียงสะท้อนที่แหลมคมจะสะท้อนกลับไปกลับมาจนทำให้เกิด Metal Fatigue (ความล้าของเนื้อโลหะ) เนื้อในจะค่อยๆ เกิดรอยร้าวขนาดเล็กที่มองไม่เห็น (Micro-cracks) จากการสั่นสะเทือนของตัวเอง จนในที่สุดวัตถุก็แตกสลายไปเอง.
ทางแก้
หัวใจสำคัญของการแก้ชุดคลื่นสะท้อนตัวเองเหล่านี้คือ "การเพิ่มทางไหลผ่านให้พลังงานไม่กระจุกตัว" (Energy Dissipation)

แก้ กุน-กุน (น้ำ)
ต้องสร้าง "ท่อระบายน้ำ" (ธาตุไม้) เช่น การระบายความเครียดผ่านการเขียนบันทึก, งานศิลปะ หรือการออกกำลังกายให้เหงื่อออก เพื่อเปลี่ยนพลังงานน้ำที่นิ่งดิ่งให้เคลื่อนที่ออกไป

แก้ มะเมีย-มะเมีย (ไฟ)
ต้องเพิ่ม "แผงระบายความร้อน" (ธาตุดิน) เช่น การฝึกสมาธิ, การเจริญสติ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทนและช้าลง เพื่อดูดซับความร้อนไม่ให้ระบบโอเวอร์โหลด

แก้ มะโรง-มะโรง (ดิน)
ต้องนำ "เครื่องขุดเจาะ" (ธาตุทอง) มาใช้ เช่น การยอมรับความเห็นต่าง, การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยในบ้านให้เปิดโล่ง มีลมพัดผ่าน เพื่อลดความหนาแน่นของธาตุดิน

แก้ ระกา-ระกา (ทอง)
ต้องเติม "ตัวเคลือบซับแรงสั่นสะเทือน" (ธาตุน้ำ) เช่น การฝึกพูดจาอ่อนโยนกับตัวเอง, การปล่อยวางความสมบูรณ์แบบ และปล่อยให้สิ่งต่างๆ ไหลไปตามธรรมชาติบ้างเพื่อไม่ให้โลหะกระแทกกันเอง.
The Force
กุน (น้ำมหาศาล) + เถาะ (ไม้เติบโต)
คือ "การแปลงรหัสพลังงานนามธรรมสู่รูปธรรม"
คู่นี้จะแปรสภาพจากแรงบีบอัดกลายเป็น
"เครื่องกำเนิดกระแสพลังงานไหลเวียนที่สมบูรณ์แบบ" (Perfect Energy Generator) และเป็นหนึ่งในคู่ที่มีพลังทางจิตวิญญาณและเวทมนตร์ที่
"นุ่มนวลแต่ทรงพลังที่สุด"
อธิบาย
กุน (ธาตุน้ำ)
ในทางพลังจิตคือนิยามของ "จิตใต้สำนึกอันลึกล้ำ" (The Deep Ocean of Subconscious)
ความจำอดีตชาติ ลางสังหรณ์ และคลังข้อมูลทิพย์ที่จับต้องไม่ได้ (กระแสพลังงานดิบ)
อคาชิค เรคคอร์ด

เถาะ (ธาตุไม้)
คือนิยามของ "การเจริญเติบโต การสื่อสาร และการสำแดงผล" (Expression & Manifestation)
เป็นตัวแปรพลังงานให้กลายเป็นรูปธรรม

กลไกทางพลลังาน ของ กุน เถาะ
เปรียบเหมือน "กระแสน้ำที่ปั่นกังหันให้เกิดกระแสไฟฟ้า"
เมื่อตั้งจิตอธิษฐาน พลังจิตด้านลึกของคุณ (กุน) จะไหลไปหล่อเลี้ยงและผลักดันให้คาถาอาคม เวทมนตร์ หรือสิ่งที่คิด (เถาะ) ปรากฏผลออกมาในโลกความจริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เป็นคู่ที่ "หยั่งรู้และสำแดงฤทธิ์ได้จริง"

นอกจากนี้ ทางบารมี
กุน (น้ำ)
สัมพันธ์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์สายวารี สายลี้ลับ หรือพระโพธิสัตว์ที่มีความเมตตาบารมีสูง (เช่น พระแม่กวนอิม เจ้าแห่งมหาสมุทร )

เถาะ (ไม้)
สัมพันธ์กับสายฤาษี สายป่า พระธุดงค์ เมตตามหานิยม หรือวิชาไสยเวทที่ใช้พืชว่านยาและอักขระเลขยันต์

กุนเถาะ เมื่อรวมกันจะเกิด "เกณฑ์สายญาณเกื้อหนุน" คุณจะมีเซนส์ในการเข้าถึงวิชาสายเมตตา การรักษา (Healing) หรือการใช้พลังจิตเพื่อช่วยเหลือผู้คน พลังของคุณจะไม่ใช่สายดุดัน ทำลายล้าง หรือสายดาร์ก แต่เป็นสาย "ชุบชีวิต ฟื้นฟู และดึงดูดโชคลาภด้วยแรงดึงดูด (Law of Attraction)"

เคล็ด ปิดทุกตัว ให้เหลือ แค่ กุน เถาะ
จิตจะมีลักษณะเหมือน "น้ำทิพย์ชโลมใจ" (Sacred Spring)
ด้านพลังจิต
เป็นคนที่มี "กระแสจิตนิ่งและเย็น" หากฝึกสมาธิ คลื่นสมองจะเข้าสู่สภาวะดิ่งลึก (Alpha/Theta Wave) ได้ง่ายกว่าคนอื่น ลางสังหรณ์แม่นยำโดยไม่ต้องพยายามคิด
ด้านไสยเวท/เวทมนตร์เป็นคนหยิบจับวิชาอะไรก็ขึ้น โดยเฉพาะวิชาสายเมตตามหานิยม การเจรจา หรือการลงอักขระ เพราะพลังงานไหลลื่น ไม่มีแรงต้าน (ไม่มีการชงหรือเฮ้งกันเองในคู่นี้)

อธิบาย แบบคัมภีร์โบราณ
หากยึดตามคัมภีร์การจัดระเบียบฟ้าดินโบราณ
ก้านดินทั้งสองตัวทำหน้าที่เป็น "ประตูมิติ" ของจิตวิญญาณ
ไห (亥 ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)
ตำราโบราณกำหนดให้ทิศนี้คือ "เทียนเหมิน" (天門 - ประตูสวรรค์) ซึ่งเป็นตำแหน่งของ ฉกข่วย (乾卦) ตัวแทนของจิตวิญญาณบริสุทธิ์ พลังงานจักรวาล และความรู้ศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ
หม่าว (卯 - ทิศตะวันออก): ตำรากำหนดให้เป็นทิศของ เจิ้นข่วย (震卦) เรียกว่า "ตี้ฮู่" (地戶 - ประตูแผ่นดิน/จุดกำเนิดชีวิตมนุษย์)
คำอธิบายของคัมภีร์
การที่ ไห และ หม่าว ทำปฏิกิริยาภาคีซาฮะร่วมกัน (亥卯合)
ในตำราโบราณถือเป็นสภาวะ "สวรรค์เปิดประตูเชื่อมต่อโลกมนุษย์" ....
กุนจะเป็นผู้ส่งมอบ "พลังงานลี้ลับและลางสังหรณ์" ส่วน เถาะ จะใช้ "ปัญญาญาณ"
ในการประมวลผลและเข้าใจมัน
เมื่อนำคู่หูสายเร้นลับคู่นี้มารวมกัน
"กุน (ความลี้ลับ/ประตูสวรรค์)" + "เถาะ (ปัญญาญาณ/เสาอากาศรับจิต)"
ในทางโหราศาสตร์จีนโบราณ พลังงานจะผสมกันออกมาเป็น 3 สภาวะที่ทรงพลังทางจิตวิญญาณอย่างมาก

สภาวะ "เปิดประตูโลกวิญญาณ" (The Mystic Gateway)
ในตำราดวงจีนโบราณ
อักษร กุน (亥) ถูกขนานนามว่าเป็น "เทียนเหมิน" (天门) หรือ "ประตูสวรรค์/ประตูมิติวิญญาณ"

อักษร เถาะ (卯) คือเวลาเช้าตรู่ที่แสงอาทิตย์เริ่มส่องแสง (ประตูมนุษย์เปิด)
เมื่อสองตัวนี้มารวมกัน พลังงานของดวงชะตาจะทำหน้าที่เหมือน "สะพานเชื่อมมิติ"
ระหว่างโลกที่มองเห็นและโลกที่มองไม่เห็น
ทำให้เจ้าของดวงชะตามักสัมผัสได้ถึงพลังงานเร้นลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือจิตวิญญาณรอบตัวได้ง่ายกว่าคนทั่วไปสภาวะ "น้ำลึกซึมผ่านรากไม้" (The Deep Intuition)
กุน คือน้ำในมหาสมุทรที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง (เปรียบเหมือนจิตใต้สำนึกที่ซ่อนความลับไว้) ส่วนเถาะ คือรากไม้เล็กๆ ที่ไวต่อความรู้สึก
เมื่อรวมกัน น้ำกุนจะค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่รากของเถาะ แปลว่า "ความลี้ลับจะถูกถอดรหัสออกมาเป็นความเข้าใจ"
คนที่มีเกณฑ์นี้จึงไม่ใช่แค่เจอเรื่องแปลกๆ
หรือเรื่องผีๆ แต่จะมีความสามารถในการ อ่านใจคน อ่านสถานการณ์ หรือคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำด้วยสัญชาตญาณ (เซนส์แรงมาก)
สภาวะ "เกิดดวงจิตนักบวช/ผู้บำเพ็ญ" (The Spiritual Ascetic)
ในคัมภีร์ ซานมิ่งทงฮุ่ย ระบุว่า พลังผสมคู่นี้จะแปรสภาพเป็น ธาตุไม้ที่บริสุทธิ์ ซึ่งธาตุไม้ในมิตินี้ไม่ได้แปลว่าต้นไม้ธรรมดา แต่หมายถึง "จิตแห่งความเมตตาอันลุ่มลึกและการหลุดพ้น"
หากอยู่ในดวงชะตาของใคร บุคคลนั้นมักจะมีช่วงชีวิตที่หันเข้าหาความสงบ สนใจไสยศาสตร์ขั้นสูง การฝึกสมาธิ การเจริญจิตตภาวนา หรือการทำความเข้าใจความจริงของชีวิต บางตำราเรียกว่าเป็นดวงที่มี
"บุญเก่าสายญาณ" ติดตัวมา.
ปิด ที่ วิทยาศาสตร์
ปรากฏการณ์สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Effect)
กุน (ธาตุน้ำลึก)
เหมือนสารตัวนำที่เต็มไปด้วยอิเล็กตรอนอิสระ (เปรียบเหมือนคลังข้อมูลดิบ หรือลางสังหรณ์มหาศาลที่ลอยอยู่ในจักรวาล)

เถาะ (ธาตุไม้พุ่ม)
เหมือนสารกึ่งตัวนำที่มีช่องว่าง (Holes) ไวต่อการรับประจุและแปลงค่า

เมื่อต่อวงจร
เมื่อสองตัวนี้ต่อวงจรกันในดวง พลังงานจะวิ่งไหลลื่นเป็นเส้นตรงทันที ทำให้เกิดการไหลของ "กระแสข้อมูลทางจิต" ที่นิ่งและเสถียรที่สุด (เรียกว่าเกิดสภาวะ Laminar Flow คือกระแสไหลราบเรียบไม่มีม้วนวน) เจ้าของดวงจึงอ่านสถานการณ์ขาด ฝันแม่น และจับโกหกคนเก่งมาก

Address

59 ซ.12 (ถนนราษฎร์บำรุง) เนินพระ

21000

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ย่ามน้ำเงิน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Want your practice to be the top-listed law practice?

Share