10/03/2026
เรื่อง กฎหมายน่ารู้
การทำนิติกรรมหรือสัญญาใด ๆ ในทางกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแค่การตกลงกันด้วยวาจาหรือความสมัครใจของคู่สัญญาเท่านั้น แต่หลายกรณีกฎหมายกำหนด “แบบของนิติกรรม” ไว้อย่างชัดเจน หากไม่ปฏิบัติตามแบบที่กฎหมายกำหนด การกระทำนั้นอาจตกเป็น “โมฆะ” ได้ทันที
ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องทำเป็นหนังสือ และต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากมีเพียงการตกลงกันด้วยวาจา หรือทำเป็นเอกสารกันเองโดยไม่จดทะเบียน สัญญานั้นอาจไม่สามารถบังคับใช้ตามกฎหมายได้ ถือเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น
ดังนั้น ผู้ที่ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินสำคัญ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าการทำนิติกรรมนั้นได้ดำเนินการถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพราะหากทำผิดแบบ แม้ทั้งสองฝ่ายจะตั้งใจทำสัญญากันจริง แต่กฎหมายก็ไม่อาจรับรองให้บังคับใช้ได้
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่แม้จะทำสัญญาเป็นหนังสือถูกต้อง แต่ “เนื้อหาของสัญญา” ขัดต่อกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นโมฆะเช่นกัน เช่น การทำสัญญาว่าจ้างให้ไปทำร้ายผู้อื่น การตกลงซื้อขายสิ่งที่ไม่สามารถซื้อขายกันได้จริง หรือการทำนิติกรรมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่น การทำสัญญาค้าประเวณี
กรณีเหล่านี้ แม้คู่สัญญาจะลงนามตกลงกันแล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม อีกฝ่ายก็ไม่สามารถนำสัญญานั้นไปฟ้องร้องบังคับคดีได้ เพราะกฎหมายถือว่าสัญญานั้นไม่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ต้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และมาตรา 152
การทำสัญญาจึงไม่ใช่เพียงการเขียนข้อความแล้วลงลายมือชื่อเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงทั้ง “รูปแบบทางกฎหมาย” และ “เนื้อหาที่ชอบด้วยกฎหมาย” หากพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้สิทธิของตนเองเสียหายโดยไม่รู้ตัว
ทนายมีน ชวมินทร์ โทร.0835005774 #ทนาย #ทนายความ #จัดการมรดก #ฟองหย่า #ฟ้องชู้ #ค่าเลี้ยงดูบุตร #ละเมิด #คดีแพ่ง #คดีอาญา #คดีที่ดิน #คดีจราจร #ฟ้องบุกรุก #ฟ้องขับไล่ #ฟ้องลูกหนี้ #ผิดสัญญา #ร่างสัญญา #ร่างพินัยกรรม #ออกหนังสือบอกกล่าวทวงถาม #ร่างสัญญาใครคิดว่าง่าย