ทนายยศพนธ์ หงษ์ชุมแพ

ทนายยศพนธ์ หงษ์ชุมแพ ให้คำปรึกษากฎหมาย ว่าความทั่วราชอาณาจักร

https://www.facebook.com/share/p/1Dh36yTa5c/
26/02/2026

https://www.facebook.com/share/p/1Dh36yTa5c/

#ทำไมถึงแนะนำให้ทนายความใหม่เข้าไปขออนุญาตศาลเพื่อดูการสืบพยานของทนายความที่มีมีประสบการณ์ในห้องพิจารณาบ่อยๆ มีคำตอบให้ครับ 📌

ก้าวแรกของทนายป้ายแดง: ทำไมการ "นั่งฟังพิจารณาคดี" ถึงเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด
วินาทีที่ได้รับ “ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ตั๋วทนาย” เชื่อว่าทนายความใหม่ทุกคนคงรู้สึกภาคภูมิใจและโล่งอกที่ความเหนื่อยยากจากการอ่านหนังสือสอบได้ผลิดอกออกผลเสียที แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในใจก็คงมีความรู้สึกประหม่าและหวั่นใจซ่อนอยู่ เพราะเรารู้ดีว่า “โลกในตำรา” กับ “สนามรบในศาลจริง” นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความรู้ทางกฎหมายและตัวบทมาตราต่างๆ เราอาจจะแม่นยำท่องได้ขึ้นใจ แต่เมื่อต้องสวมชุดครุยเดินเข้าห้องพิจารณาคดีครั้งแรก คำถามมากมายจะผุดขึ้นมาในหัว... เราต้องยืนตรงไหน? ตอนศาลลงนั่งต้องทำอย่างไร? จังหวะไหนควรลุกขึ้นค้าน?
นี่คือเหตุผลว่าทำไมสำหรับทนายความที่เพิ่งได้ใบอนุญาต “การขออนุญาตศาลเข้าไปนั่งฟังและดูการพิจารณาคดีบ่อยๆ” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "วิชาบังคับ" นอกหลักสูตรที่คุ้มค่าที่สุด และนี่คือข้อดีที่คุณจะได้รับจากการไปเยือนศาลแม้ในวันที่คุณยังไม่มีคดีความของตัวเองครับ
1. เปลี่ยนตัวบทในหน้ากระดาษ ให้กลายเป็นภาพจำในชีวิตจริง
ในห้องเรียน เราเรียนรู้วิธีการเขียนคำฟ้อง คำให้การ และกฎหมายลักษณะพยาน แต่การได้ไปนั่งดูการสืบพยานในศาลจริง จะทำให้คุณเห็นกระบวนการทั้งหมดเป็นภาพเคลื่อนไหว คุณจะได้เห็นว่าทนายความนำสืบพยานเอกสารอย่างไร การส่งเอกสารให้ศาลและพยานดูทำแบบไหน รวมถึงการอ้างส่งพยานวัตถุในทางปฏิบัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่ต้องอาศัย "ครูพักลักจำ" จากการมองเห็นด้วยตาตัวเอง
2. ซึมซับ "ศิลปะ" แห่งการซัก ถามค้าน และถามติง
การซักพยานไม่ใช่แค่การอ่านคำถามจากกระดาษ แต่เป็นศิลปะขั้นสูง การไปนั่งฟังคดีบ่อยๆ จะทำให้คุณได้เห็นลีลาของทนายความรุ่นพี่ที่เก่งกาจ คุณจะได้เรียนรู้ "จังหวะ" ในการตั้งคำถาม การใช้ไหวพริบเมื่อพยานตอบไม่ตรงคำถาม และที่สำคัญที่สุดคือเทคนิคการ "ถามค้าน" เพื่อทำลายน้ำหนักพยานฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นทักษะที่หาอ่านจากหนังสือเล่มไหนไม่ได้ คุณจะสังเกตเห็นว่าทนายที่เก่งมักจะนิ่ง สุขุม และรู้ว่าคำถามไหนควรถาม คำถามไหนควรปล่อยผ่าน
3. เข้าใจมุมมองและสไตล์การทำงานของศาล (ผู้พิพากษา)
การนั่งพิจารณาคดีจะทำให้คุณได้เรียนรู้ว่า ผู้พิพากษาแต่ละท่านมีสไตล์การนั่งพิจารณาและการบันทึกคำเบิกความอย่างไร บางท่านชอบให้ทนายสรุปประเด็นสั้นๆ บางท่านเคร่งครัดเรื่องความต่อเนื่องของเรื่องราว การได้ไปนั่งฟังบ่อยๆ จะช่วยฝึกให้คุณรู้จักจับประเด็น และรู้ว่าควรนำเสนอความจริงอย่างไรให้ศาลเข้าใจและจดบันทึกได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลเมื่อถึงคราวที่คุณต้องว่าความเอง
4. เรียนรู้มารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติในศาล
ศาลเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีธรรมเนียมปฏิบัติเฉพาะตัว ทนายความใหม่หลายคนตกม้าตายเพราะไม่รู้มารยาทในห้องพิจารณา การไปนั่งดูงานจะทำให้คุณคุ้นเคยกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญมาก เช่น การทำความเคารพศาล การขออนุญาตศาลก่อนพูด การใช้สรรพนามเรียกศาลและทนายฝ่ายตรงข้าม ไปจนถึงการแต่งกายและการวางตัวให้ดูน่าเชื่อถือ
5. สยบความตื่นเต้น และสร้าง "ความคุ้นเคย"
ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ และความประหม่ามักเกิดจากความไม่คุ้นเคย การพาตัวเองไปอยู่ในห้องพิจารณาคดีบ่อยๆ ซึมซับบรรยากาศ เสียงเครื่องปรับอากาศ ความเงียบ ความกดดัน และวิธีการพูดคุยในนั้น จะช่วยละลายพฤติกรรมและความตื่นเต้นของคุณลงได้ เมื่อถึงวันที่คุณต้องยืนอยู่หน้าบัลลังก์ในฐานะทนายความผู้รับผิดชอบคดี คุณจะรู้สึกว่าสถานที่นี้คือ "สนามหน้าบ้าน" ที่คุณคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ใช่ดินแดนแปลกใหม่อีกต่อไป
บทสรุป
ชุดครุยทนายความนั้นไม่ได้มีไว้แค่สวมใส่เพื่อความสง่างาม แต่ต้องสวมทับลงบน "ความมั่นใจ" และ "ความพร้อม" ด้วย สำหรับทนายความป้ายแดง ไม่มีทางลัดใดที่จะสร้างประสบการณ์ได้ดีไปกว่าการลงพื้นที่จริง การขออนุญาตศาลเข้าไปนั่งฟังการพิจารณาคดี (ซึ่งโดยหลักการแล้วศาลเปิดเผยให้ประชาชนเข้าฟังได้อยู่แล้ว) คือการลงทุนทางเวลาที่คุ้มค่าที่สุด
อย่าปล่อยให้ความเขินอายมาหยุดยั้งการเรียนรู้ จงก้าวเท้าเข้าไปในศาลด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน สังเกต จดจำ และนำมาปรับใช้ แล้วคุณจะพบว่าจากทนายความใหม่ที่เคยกังวลใจ คุณจะค่อยๆ เติบโตเป็นทนายความที่ว่าความได้อย่างสง่างามและเฉียบคมในเร็ววันครับ โชคดีครับ ✌🏻

 #สวัสดีปีใหม่ 2569 ปีม้าลำพอง #การเดินทางท่องเที่ยวภูกระดึง  19 อีกครั้ง
04/01/2026

#สวัสดีปีใหม่ 2569 ปีม้าลำพอง
#การเดินทางท่องเที่ยวภูกระดึง 19 อีกครั้ง

https://www.facebook.com/share/1KUg7ezGkN/โพสประจานลูกหนี้ผิดตามกฎหมายนะคับ
19/11/2025

https://www.facebook.com/share/1KUg7ezGkN/โพสประจานลูกหนี้ผิดตามกฎหมายนะคับ

ฎีกาที่ 7256/2567 #อาญา หมิ่นประมาท #เจ้าหนี้โพสต์เฟซประจานลูกหนี้ที่เป็นหนี้ + ตั้งค่าสาธารณะ จะเป็นหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาหรือไม่ ? #จะเข้าข้อยกเว้นไม่เป็นความผิดหรือไม่ ? [น่าสนใจ] 🌟🌟🌟🌟

🔥 #ปัญหามีว่า : นาง A เจ้าหนี้ ใช้เฟซบุ๊กของตน #โพสต์ข้อความและแสดงภาพถ่ายของนาง B ลูกหนี้ **โดยประจาน B ลูกหนี้ว่า เป็นหนี้แล้วมีเจตนาไม่ชำระหนี้ + ตั้งค่าเฟซบุ๊กเป็นค่าสาธารณะ ** #โดยไม่ได้ไปฟ้องลูกหนี้ขอให้ชำระหนี้ ดังนี้ :
🔶 **จะถือเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชน เป็นเรื่องจริง และเป็นประโยชน์แก่ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปมากกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว **อันจะทำให้ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หรือไม่ ? อย่างไร ?

1. 🌟🌟จำเลย (เจ้าหนี้) โพสต์ข้อความและแสดงภาพถ่ายของโจทก์ (ลูกหนี้) ในโปรแกรมเฟซบุ๊ก ** #ย่อมทำให้ ผู้ที่รู้จักโจทก์ #เข้าใจว่า #โจทก์เป็นคนโกง #เป็นหนี้แล้วไม่ชำระคืน #เป็นคนหลอกลวง

2. **จึงเป็นการ #ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

3. 🔑**หากจำเลยเห็นว่า โจทก์มีเจตนาที่จะไม่ชำระหนี้แก่จำเลย 💥👉 #จำเลยควรต้องใช้สิทธิดำเนินคดีแก่โจทก์ เพื่อขอให้บังคับโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย #ตามกฎหมาย ** #มิใช่ใช้วิธีลงข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทและรูปภาพโจทก์บนเฟซบุ๊ก ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

4. 🔥**การกระทำของจำเลย (เจ้าหนี้) ** #ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต อันจะเป็นเหตุยกเว้นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 329 (1) (3)

5. 🌟🌟การลงข้อความฯ อันเป็นการหมิ่นประมาทและแสดงภาพถ่ายของโจทก์ (ลูกหนี้) ในโปรแกรม #เฟซบุ๊ก ซึ่งมิใช่กลุ่มปิด [ #ตั้งค่าเป็นค่าสาธารณะ] #บุคคลทั่วไปจากทุกมุมโลกสามารถเข้าถึงได้ เป็นการสร้างความเสียหายแก่โจทก์เป็นวงกว้าง การกระทำของจำเลย จึงความผิดฐาน #หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตาม ป.อ. มาตรา 328./

❤️‍🔥 #หมายเหตุ : ศาลอุทธรณ์ภาคฯ พิพากษาให้ จำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 ยกโทษจำคุก คงให้ปรับแต่อย่างเดียวตามมาตรา 55
โจทก์ (ลูกหนี้) ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย (เจ้าหนี้) หนักกว่าโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาคฯ
👨🏻‍⚖️ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาคฯ ลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท **นับว่าเหมาะสมแก่สภาพความผิดของจำเลยแล้ว** แต่ที่พิพากษาให้ยกโทษจำคุก คงให้ปรับสถานเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
พิพากษาแก้เป็นว่า : ให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติและให้ทำงานบริการสังคมภายใน 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30./

ที่อยู่

Amphoe Chum Phae
40130

เบอร์โทรศัพท์

+66942914199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายยศพนธ์ หงษ์ชุมแพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายยศพนธ์ หงษ์ชุมแพ:

แชร์

ประเภท