คดีหมิ่นประมาท พรบคอมฯ กับทนายชานน ปรึกษาฟรี0867842230

คดีหมิ่นประมาท พรบคอมฯ กับทนายชานน ปรึกษาฟรี0867842230 อยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนชื่อเพจ ปัจจุบันไม่ได้ทำวิชาชีพทนายความ ไม่ให้ความเห็นทางคดี

16/11/2019

@วาเวย์

🔴 หากผู้เช่าซื้อผิดนัด ผู้ให้เช่าซื้อนำทรัพย์ออกประมูลขายทอดตลาด เมื่อนำมาหักกับราคาเช่าซื้อที่ค้างชำระแล้วปรากฎว่ายังขาดอยู่อีกจึงมาฟ้องเรียกส่วนที่ขาด หากได้ค่าเสียหายเป็นจำนวนพอสมควรแล้วศาลจึงไม่กำหนดให้อีก

⭐️คำพิพากษาฎีกาที่ 1140/2553
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนมาและนำออกประมูลขายทอดตลาด เมื่อนำมาหักกับราคาเช่าซื้อที่ค้างชำระแล้วยังขาดอยู่อีก โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัด ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดราคา 160,000 บาท ส่วนค่าขาดประโยชน์และดอกเบี้ยนั้นถือเป็นการคิดค่าเสียหายส่วนหนึ่ง #เมื่อได้กำหนดค่าเสียหายให้เป็นจำนวนพอสมควรแล้ว #จึงไม่กำหนดให้อีก พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ 160,000 บาท คำขออื่นให้ยก
______________________
การกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจที่สำคัญให้แอดมินมีแรงกายแรงใจในการนำความรู้มาแบ่งปันสู่สังคมต่อไป
______________________
ทางทีมงานเพจเปิดกลุ่มจิตอาสา เพื่อบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย , ร่างสัญญา-พินัยกรรม , เขียนคำร้องทุกข์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยยึดตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องแม่นยำและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สนใจกดคลิ๊กเข้ากลุ่ม
https://www.facebook.com/groups/811373995931227/?source=unknown

หรือแอดไลน์มาที่ wawaydmz_way ✅

10/11/2019

@วาเวย์

🔴 การปฎิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินแม้ไม่ปรากฏบาดแผลร้ายแรงที่มองเห็นจากภายนอกก็ถือว่าทำละเมิดต่อผู้ป่วยต้องรับผิดในผลเเห่งความตาย

⭐️ คำพิพากษาฎีกาที่ 11332/2555
จำเลยเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล บุตรของโจทก์ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่นั่งซ้อนท้ายชนแผงเหล็กกั้นทางโค้งปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก และผู้ขับขี่ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ บุตรของโจทก์มีอาการเจ็บปวด มีภาวะการบอบช้ำของสมองและโลหิตออกในสมอง #จะต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

แม้ไม่ปรากฏบาดแผลร้ายแรงที่มองเห็นจากภายนอก แต่พยาบาลเวรซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยกลับให้ผู้ช่วยพยาบาลตรวจค้นหลักฐานในตัวบุตรของโจทก์ว่ามีบัตรประกันสังคม บัตรประกันสุขภาพ 30 บาท หรือบัตรประกันชีวิตหรือไม่ เมื่อไม่พบหลักฐานใด จึงสอบถามเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิที่เป็นผู้นำส่งว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เมื่อไม่มีคำตอบ #จึงปฏิเสธที่จะรับบุตรของโจทก์ไว้รักษา โดยแนะนำให้ไปรักษายังโรงพยาบาลของรัฐ การที่พยาบาลเวรลูกจ้างของจำเลยปฏิเสธไม่รับบุตรของโจทก์เข้ารับการรักษาดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงที่ทำให้บุตรของโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล #มีหน้าที่ต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 36 #แต่กลับไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของลูกจ้างดังกล่าว จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์
______________________
ทางทีมงานเพจเปิดกลุ่มจิตอาสา เพื่อบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย , ร่างสัญญา-พินัยกรรม , เขียนคำร้องทุกข์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยยึดตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องแม่นยำและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สนใจกดคลิ๊กเข้ากลุ่ม
https://www.facebook.com/groups/811373995931227/?source=unknown

09/11/2019

@วาเวย์

🔴 คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ หากผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน #ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

⭐️ คำพิพากษาฎีกาที่ 9703/2558
จำเลยฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์ร่วมทั้งสองในคดีส่วนแพ่งไม่ชอบเพราะโจทก์ร่วมทั้งสองมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 149

เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 253 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งมีคำร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาตามมาตรา 43 หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมิให้เรียกค่าธรรมเนียม หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน #มิให้เรียกค่าธรรมเนียม เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริตให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ และถ้าผู้เสียหายเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องในคดีส่วนแพ่งนั้น” คดีนี้โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติเรื่องค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการยื่นคำร้องของให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไว้โดยเฉพาะแล้ว #กรณีจึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา149มาใช้บังคับได้ #โจทก์ร่วมทั้งสองจึงมิต้องเสียค่าธรรมเนียมและนำค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมกับคำฟ้องตามบทบัญญัติดังกล่าว #คำฟ้องโจทก์ร่วมทั้งสองในคดีส่วนแพ่งจึงชอบแล้ว

⭐️ คำพิพากษาฎีกาที่ 12802/2558
#คำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องทั้งสอง ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 คำร้องดังกล่าวย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาและ #ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 วรรคหนึ่ง เมื่อคดีส่วนอาญายังไม่ถึงที่สุดเพราะโจทก์ยังคงอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอยู่ การกำหนดค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งซึ่งศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 46 จึงต้องรอฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาให้เป็นที่ยุติเสียก่อน แม้ผู้ร้องทั้งสองจะมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมมีอำนาจหยิบยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัย เพื่อให้เป็นไปตามผลแห่งคดีอาญาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 หยิบยกคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัย และกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นผู้เสียหายคดีนี้จึงชอบแล้ว

หมายเหตุ
มาตรา 253
ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ซึ่งมีคำร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาตามมาตรา 43 หรือมีคำขอของผู้เสียหายขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน #มิให้เรียกค่าธรรมเนียม

เว้นแต่ในกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้เสียหายเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควร หรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต

ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้เสียหายชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้

และถ้าผู้เสียหายเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล #ให้ถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องในคดีส่วนแพ่งนั้น
______________________
ทางทีมงานเพจเปิดกลุ่มจิตอาสา เพื่อบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย , ร่างสัญญา-พินัยกรรม , เขียนคำร้องทุกข์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยยึดตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องแม่นยำและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สนใจกดคลิ๊กเข้ากลุ่ม
https://www.facebook.com/groups/811373995931227/?source=unknown

09/11/2019

@วาเวย์

🔴 การกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้ความผิดทุกบทเป็นข้อหาที่อาจเปรียบเทียบปรับได้ พนักงานสอบสวนจะต้องเปรียบเทียบปรับบทที่มีโทษหนักสุด ถ้ามีการเปรียบเทียบบทเบา เป็นการไม่ชอบ ไม่ทำให้คดีอาญาเลิกกัน ศาลพิจารณาลงโทษบทที่มีโทษหนักสุดได้

⭐️ คำพิพากษาฎีกาที่ 5942/2548
จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 #พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 #ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 #เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งความผิดที่มีโทษหนักกว่าเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 37 ได้ แม้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยไปแล้วในความผิดฐานดังกล่าวโดยความยินยอมของผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายมิได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ด้วย การเปรียบเทียบปรับก็ไม่ชอบ คดีอาญาไม่เลิกกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ได้

📍 ข้อสังเกต
ถ้าเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน การพิจารณาเปรียบเทียบปรับก็พิจารณาเป็นรายข้อหา ข้อหาใดอัตราโทษอยู่ในข่ายเปรียบเทียบปรับได้ เจ้าพนักงานก็เปรียบเทียบปรับได้ ข้อหาใดเปรียบเทียบปรับไม่ได้ก็ดำเนินคดีต่อไป

______________________
ทางทีมงานเพจเปิดกลุ่มจิตอาสา เพื่อบริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย , ร่างสัญญา-พินัยกรรม , เขียนคำร้องทุกข์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยยึดตามหลักกฎหมายที่ถูกต้องแม่นยำและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สนใจกดคลิ๊กเข้ากลุ่ม
https://www.facebook.com/groups/811373995931227/?source=unknown

ที่อยู่

ไทย

เบอร์โทรศัพท์

+66953979231

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คดีหมิ่นประมาท พรบคอมฯ กับทนายชานน ปรึกษาฟรี0867842230ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท