คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic

คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic, สำนักงานกฎหมายและทนายความ, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง, อำเภอเมือง.

14/08/2026

📣 ขอเชิญร่วมงานเสวนาวิชาการ

“รวมเราเป็นหนึ่ง: ประสบการณ์สหภาพแรงงานการศึกษาจากทั่วโลก”

🌏 เมื่อคนทำงานการศึกษาจากทั่วโลกมาแบ่งปันประสบการณ์
ร่วมเปิดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ สหภาพแรงงานการศึกษา การรวมพลังของบุคลากร และการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา

พบกับผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ครุศาสตร์ และการแพทย์ พร้อมดำเนินรายการโดย
ผศ. ดร. กฤษณ์พชร โสมณวัตร
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

📅 วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569
⏰ เวลา 13.00 – 16.00 น.
📍 ห้องประชุมชั้น 3 ศูนย์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

💻 สามารถเข้าร่วมรับฟังทางออนไลน์ได้

✨ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า
“เมื่อเรารวมกันเป็นหนึ่ง เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกการศึกษาได้อย่างไร?”

👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้ที่ https://cmu.to/270869
ปล. ออนไซท์ 60 ที่นั่งเท่านั้น

จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ร่วมกับ Friedrich-Ebert-Stiftung (FES) Thailand

#รวมเราเป็นหนึ่ง
#สหภาพแรงงานการศึกษา
#แรงงานการศึกษา
#สิทธิแรงงาน
#คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


14/08/2026
14/08/2026
14/08/2026
21/05/2026
ช่วย รพ. อุ้มผางกันค่ะ
31/03/2026

ช่วย รพ. อุ้มผางกันค่ะ

โรงพยาบาลอุ้มผางขอกราบขอบพระคุณ ในความเมตตาของท่านผู้บริจาคทุกท่าน
รายงานยอดบริจาค ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 17:40 น.
ธนาคารออมสิน กองทุนยาและเวชภัณฑ์ 21,985,550.02 บาท
ธนาคารออมสิน กองทุนอาหารผู้ป่วย 6,728,425.32 บาท
ธนาคารกรุงไทย โรงพยาบาลอุ้มผาง (บริจาค) 4,293 661.77 บาท
โรงพยาบาลอุ้มผางขอน้อมรับฝากความเมตตาและจะนำเงินบริจาคนี้ใช้ตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

ขอเชิญร่วมบริจาคสนับสนุนโรงพยาบาลอุ้มผาง โดย Scan QR Code หรือโอนเงินเข้าบัญชี ดังนี้
(ทุกการบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)
⏳เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดขั้นตอนการขอใบเสร็จ โรงพยาบาลขอเชิญชวนทุกท่านบริจาคผ่านการ Scan QR Code (e-Donation) ข้อมูลจะส่งตรงถึงกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ
1.) บริจาคผ่าน QR Code ตามภาพ

✅ Scan QR Code บริจาคแล้วไม่ต้องนำส่งหลักฐานเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน
✅ ข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งตรงไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ
✅ สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เฉพาะเจ้าของบัญชีที่ Scan เท่านั้น
✅ ไม่สามารถออกใบเสร็จในนามบุคคลอื่นได้

⛔️เมื่อ สแกน QR Code โปรดตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยัน

ในกรณีที่สแกน QR Code แล้วระบบไม่ปรากฏชื่อ "โรงพยาบาลอุ้มผาง" ขอให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องโดยพิจารณาจาก เลขอ้างอิงในสลิป
✔️ บัญชีธนาคารออมสิน หมายเลข: 0994000487681
✔️ บัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลข: 0994000487681001
✍🏻. กรณีผู้บริจาค Scan QR Code ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปยังสรรพากรและจะแสดงตอนยื่นภาษี ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบได้หลังจาก Scan บริจาค 3-5 วัน จาก ระบบ D-MyTax เว็บไซต์ https://efiling.rd.go.th/rd-efiling-web/authen/ONE...
✍🏻กรณีต้องการให้รพ.จัดส่งใบเสร็จรับเงินเพื่อยืนยัน ส่งสลิปบริจาค แจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่เบอร์โทร มาได้ที่
📎 Line : 061-2717201 หรือ Line : 081-8872861
📎 E-mail : [email protected]
📎 ข้อความในเพจ Facebook : โรงพยาบาลอุ้มผาง หรือ Facebook : มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม Umphang Hospital Foundation
📌กรณีบริจาคในนามนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) กรุณาบริจาคผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีเท่านั้น และติดต่อรับใบเสร็จได้โดย

✅ส่งหลักฐานการโอนเงิน แจ้งเลขผู้เสียภาษี ชื่อนิติบุคคล (เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จและลงในระบบ e-donation) และ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทร (เพื่อใช้ในการจัดส่งใบเสร็จ)
✅ส่งหลักฐานการโอนและรายละเอียดข้างต้นมาได้ที่
📎 Line : 061-2717201 หรือ Line : 081-8872861
📎 E-mail : [email protected]
📎 ข้อความในเพจ Facebook : โรงพยาบาลอุ้มผาง หรือ Facebook : มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม Umphang Hospital Foundation
2.) โอนเงินบริจาค (ต้องส่งหลักฐานเพื่อขอใบเสร็จ)

📍กองทุนยาและเวชภัณฑ์ ธนาคารออมสิน สาขาอุ้มผาง
• ชื่อบัญชี เงินบำรุงโรงพยาบาลอุ้มผาง (ยาเวชภัณฑ์)
• เลขที่บัญชี 020-1333-88387
📍กองทุนอาหารผู้ป่วย ธนาคารออมสิน สาขาอุ้มผาง
• ชื่อบัญชี เงินบำรุงโรงพยาบาลอุ้มผาง (อาหารผู้ป่วย)
• เลขที่บัญชี 020-0522-75417
📍กองทุนบริจาค ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่สอด
• ชื่อบัญชี โรงพยาบาลอุ้มผาง (บริจาค)
• เลขที่บัญชี 604-0-52679-3
📋กรณีโอนเงินบริจาค ติดต่อรับใบเสร็จ
✅ส่งหลักฐานการโอนเงิน แจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่เบอร์โทร และหมายเลขประจำตัวประชาชน (เพื่อใช้ในการออกใบเสร็จและลงในระบบ e-donation)
✅ส่งหลักฐานการโอนและรายละเอียดข้างต้นมาได้ที่
📎 Line : 061-2717201 หรือ Line : 081-8872861
📎 E-mail : [email protected]
📎 ข้อความในเพจ Facebook : โรงพยาบาลอุ้มผาง หรือ Facebook : มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม Umphang Hospital Foundation
☎️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
• โทร 055-561270
• มือถือ 061-2717201 หรือ 081-8872861
โรงพยาบาลอุ้มผางขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของทุกท่านครับ

ช่วยกันค่ะ
28/03/2026

ช่วยกันค่ะ

🛢️ รพ.อุ้มผางวิกฤตซ้อนวิกฤต “การเงิน–พลังงาน” เสี่ยงขาดสภาพคล่อง เม.ย.นี้ หนักสุดในรอบ 35 ปี

”นพ.วรวิทย์” ผอ.รพ.อุ้มผาง เผยเงินไม่พอจ่ายเงินเดือนตั้งแต่ต้นปีงบฯ 69 วิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รพ.ต้องขนน้ำมันใส่ถัง 200 ลิตรสำรอง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร วอนรัฐบาลช่วยประคองงบระยะสั้น ก่อน รพ.ล้มแล้วลุกยาก

วันนี้ (27 มี.ค. 69) นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก เปิดเผยกับ #เก็บตกจากวชิรวิทย์ ถึงสถานการณ์วิกฤตของโรงพยาบาลอุ้มผางว่า ขณะนี้กำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อน” ทั้งด้านการเงินและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้โรงพยาบาลชายแดนที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ต้องเผชิญภาระหนักกว่าปกติ

นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ปัญหาการเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางมีมานาน แต่ปีงบประมาณ 2569 ถือเป็นช่วงที่หนักที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 35 ปี โดยงบประมาณที่ได้รับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงรายได้ของโรงพยาบาล “ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 เดือนแรกของปี” ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมกราคม โรงพยาบาลเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง และต้องขอยืมเงินจำนวน 8 ล้านบาทจากโรงพยาบาลแม่สอด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก เพื่อจ่ายเงินเดือนบุคลากร

แม้ต่อมาจะได้รับงบประมาณก้อนจาก สปสช. เพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่สถานการณ์ยังคงตึงตัว โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม โรงพยาบาลจะเหลือเงินเพียง 2–3 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉพาะเงินเดือนบุคลากรอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านบาทต่อเดือน และบุคลากรราว 70% รับเงินเดือนจากงบรายได้ของโรงพยาบาล

“ปกติที่ผ่านมา โรงพยาบาลอุ้มผางจะมีปัญหาการเงินในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ แต่ปีนี้สถานการณ์รุนแรงขึ้น จนคาดว่าเมษายนถึงมิถุนายนอาจไม่เหลือเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินงาน” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ ภาระดูแลประชากรชายแดนสูง เก็บค่ารักษาไม่ได้จำนวนมาก

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางอธิบายว่า โครงสร้างผู้ป่วยเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลมีรายได้จำกัด เนื่องจากต้องดูแลประชากรทั้งฝั่งไทยและเมียนมา

ข้อมูลสำรวจระบุว่า ในพื้นที่อำเภออุ้มผางมีประชากรฝั่งไทยประมาณ 83,000 คน ในจำนวนนี้มีผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) ประมาณ 28,000 คน ขณะที่ฝั่งเมียนมามีประชากรราว 29,000 คน จากกว่า 5,000 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่สามารถชำระค่ารักษาได้

ผู้ป่วยจำนวนมากเดินทางมารับบริการในภาวะฉุกเฉิน เช่น การคลอดบุตร หรือโรคร้ายแรง ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องให้การรักษา แม้ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลต้องพึ่งพาเงินบริจาคจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยไร้สิทธิ์

อย่างไรก็ตาม งบประมาณสนับสนุนด้านสาธารณสุขจากประเทศญี่ปุ่น หรือ JICA มีข้อกำหนดการใช้จ่ายเฉพาะด้าน ไม่สามารถนำมาใช้เป็นงบดำเนินงานประจำได้

◤ วิกฤตพลังงานซ้ำเติมต้นทุน รพ.ต้องขนน้ำมันใส่ถัง 200 ลิตรสำรอง

นอกจากปัญหาการเงิน โรงพยาบาลอุ้มผางยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟและรถพยาบาล เนื่องจากพื้นที่อุ้มผางมีไฟฟ้าดับบ่อย และต้องพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นระยะ

นพ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลต้องจัดซื้อน้ำมันใส่ถังขนาด 200 ลิตร เพื่อสำรองใช้กับเครื่องปั่นไฟ ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่สูงถึงกว่า 55 บาทต่อลิตร และบางช่วงไม่สามารถหาซื้อได้เพียงพอ ทำให้ต้องนำรถบรรทุกเดินทางไปรับน้ำมันจากอำเภออื่น ใช้เวลาเดินทาง 5–6 ชั่วโมง

นอกจากนี้ รถพยาบาลจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ห่างไกลยังต้องมารับน้ำมันจากโรงพยาบาลอุ้มผาง เนื่องจากไม่มีสถานีบริการน้ำมันในบางพื้นที่ ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“หากไม่มีน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟ เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบสำคัญอย่าง ICU ห้องผ่าตัด หรือห้องปฏิบัติการจะไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง” นพ.วรวิทย์ กล่าว

โรงพยาบาลยังต้องเตรียมสำรองก๊าซหุงต้มสำหรับประกอบอาหารผู้ป่วย รวมถึงปรับวิธีการซักอบผ้า โดยใช้การตากแดดแทนการอบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายพลังงาน

◤ เริ่มใช้ยาบริจาคใกล้หมดอายุ เหตุบริษัทชะลอส่งยาเพราะค้างชำระ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ระบุว่า ปัญหาสภาพคล่องส่งผลกระทบต่อการจัดซื้อเวชภัณฑ์ โดยปัจจุบันต้องบริหารจัดการยาที่ได้รับบริจาคอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะยาที่ใกล้หมดอายุซึ่งต้องเร่งนำมาใช้ก่อน

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีหนี้ค้างชำระกับบริษัทผู้จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์บางแห่งมาตั้งแต่ปี 2567 ทำให้บางบริษัทชะลอการส่งสินค้า ส่งผลให้การจัดหายาบางรายการทำได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นพ.วรวิทย์ ระบุว่า ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ยังคงสนับสนุนโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีหนี้ค้างชำระ โดยไม่ได้เร่งรัดทวงถาม ทำให้โรงพยาบาลยังสามารถประคองสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน การจัดหาออกซิเจนทางการแพทย์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากการส่งมอบสะดุด อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยในทันที

◤ เตือน รพ.ชายแดนหลายแห่งเสี่ยงขาดสภาพคล่อง

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผางประเมินว่า โรงพยาบาลในจังหวัดตากหลายแห่งกำลังเผชิญปัญหาทางการเงินในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น โรงพยาบาลสามเงา แม่ระมาด และท่าสองยาง โดยคาดว่าอาจมีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่สามารถประคองสถานการณ์ไปได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณ

“สถานการณ์ปีนี้ถือว่าน่ากังวล เพราะรายได้ของโรงพยาบาลมีจำกัด แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าแรงบุคลากร ค่ายา และต้นทุนพลังงาน ทำให้หลายแห่งเริ่มมีสัญญาณขาดสภาพคล่อง” นพ.วรวิทย์ กล่าว

พร้อมย้ำว่า โรงพยาบาลได้พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายทุกด้านแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเชิงระบบ เพื่อให้โรงพยาบาลชายแดนสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

“เมษายนนี้อาจเป็นช่วงที่สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลอุ้มผางหนักที่สุดตั้งแต่ผมทำงานมา” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ น้ำมัน–ก๊าซหุงต้มในศูนย์พักพิงต้องใช้อย่างจำกัด หวั่นกระทบระบบดูแลผู้ป่วย

นพ.วรวิทย์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การดูแลศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลเริ่มไม่สามารถสนับสนุนทรัพยากรได้เต็มที่เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยศูนย์พักพิงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลวันละประมาณ 5–6 ลิตร สำหรับเครื่องปั่นไฟ เพื่อรักษาอุณหภูมิในตู้เย็นเก็บยาและวัคซีน รวมถึงต้องใช้ก๊าซหุงต้มเดือนละประมาณ 4–5 ถัง (ขนาด 15 กิโลกรัม) สำหรับประกอบอาหารให้ผู้ป่วยและผู้พักอาศัย

“แม้ปริมาณการใช้พลังงานในศูนย์จะไม่มาก แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพราะหากไม่สามารถสนับสนุนได้ อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลอุ้มผางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระงานสูงขึ้นในขณะที่ทรัพยากรมีจำกัด” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ ห่วงขวัญกำลังใจบุคลากร ยืนยันต้องจ่ายเงินเดือนเป็นลำดับแรก

ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องชะลอการรับบุคลากรเพิ่มเติม รวมถึงจำกัดกิจกรรมออกหน่วยเชิงรุกบางส่วน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพลังงาน

ในปี 2569 โรงพยาบาลยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในบางสาขา เนื่องจากมีแพทย์บางส่วนสิ้นสุดสัญญาหรือย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น ขณะที่แพทย์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมยังมีจำนวนจำกัด ทำให้ภาระงานบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“หากงานป้องกันโรคในพื้นที่ทำได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาล ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระต่อระบบบริการที่มีข้อจำกัดอยู่แล้ว” นพ.วรวิทย์ กล่าว

แต่นพ.วรวิทย์ ระบุว่า โรงพยาบาลยังคงให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินเดือนเป็นอันดับแรก แม้ค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทนอื่นอาจต้องชะลอออกไป หากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา

“ในภาวะเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความต่อเนื่องของบริการ และดูแลบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้” นพ.วรวิทย์ กล่าว

◤ วอนรัฐบาลช่วยประคองงบระยะสั้น ก่อน รพ.ล้มแล้วลุกยาก

นพ.วรวิทย์ บอกด้วยว่าอยากขอความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน อย่างน้อยขอให้โรงพยาบาลสามารถประคองตัวไปรอดเป็นรายเดือนให้ได้ก่อนก็ยังดี เรื่องหนี้ค้างต่าง ๆ คิดว่ายังพอประคองได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากคือ ค่าตอบแทนบุคลากร เพราะถ้าจ่ายไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจทยอยลาออก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบบริการของโรงพยาบาล

“ถ้าบุคลากรหลักออกไป โรงพยาบาลอุ้มผางอาจ ล้มแล้วลุกยาก” เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ที่คนอยากเข้ามาทำงานมากนัก เมื่อคนออกไปแล้ว โอกาสที่จะหาคนมาทดแทนก็ยากมาก“ นพ.วรวิทย์ กล่าว

นพ.วรวิทย์ บอกอีกว่า ตนจะเกษียณวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ใจหนึ่งก็คิดว่าการเกิดวิกฤตตอนนี้ อย่างน้อยยังพอมีประสบการณ์ที่จะช่วยประคองสถานการณ์ได้บ้าง เพราะอยู่ที่นี่มานานและพอรู้แนวทางแก้ปัญหา แต่ยอมรับว่าครั้งนี้เป็นวิกฤตที่หนักมาก และไม่สามารถแก้ได้เหมือนในอดีต

สิ่งที่อยากขอคือ ให้กระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนงบประมาณระยะสั้น ประมาณ 1–6 เดือน หรืออย่างน้อยจนถึงสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้ก่อน เรื่องค่ายาและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผมจะพยายามหาทุนจากการบริจาคและรายได้ของโรงพยาบาลมาช่วยเสริม

ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเราพยายามประหยัดเต็มที่แล้ว แม้แต่ค่าน้ำมันสำหรับรถพยาบาลก็ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน เพราะการเดินทางของรถพยาบาลเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง

”ผมอยากเน้นว่า เงินเป็นปัจจัยสำคัญมากในช่วงนี้ หากไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ โรงพยาบาลอาจไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ตามปกติ จึงขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นลำดับแรก เพื่อให้โรงพยาบาลยังสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง“ นพ.วรวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังคงเปิดรับการสนับสนุนจากภาคสังคม ภายใต้เงื่อนไขการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพื่อช่วยประคับประคองระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนให้สามารถดำเนินต่อไปได้.

#นักข่าวสาธารณสุข #เก็บตกจากวชิรวิทย์

ที่อยู่

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง
อำเภอเมือง
65000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic:

ทางลัด

แชร์